“ไหนดูสิ ว่าจะมาไม้ไหน” พระยาเดชาดำรงศักดิ์คิดในใจ
“หนูไม่ทิ้งสวนของหนูแน่ หนูสร้างสวนนี้มาอย่างลำบาก อีกอย่างนะคะ นั่นมันเงินทั้งนั้น”
พระยาเดชาดำรงศักดิ์คิ้วกระตุก หลานฉันเป็คนเห็นแก่เงิน!
น้าพายหัวเราะแห้งๆ
ลุงผินพึมพำ “เฮ้อ…กะแล้วว่าต้องเป็แบบนี้ ก็หนูม่านรักเงินที่สุดนี่นะ”
สมยศกลั้นขำเต็มที่ “เป็เด็กที่ตลกจริงๆ”
“อืม… งั้นหนูขอเวลาสองปี ตอนหนูอายุสิบห้า หนูยังเข้าโรงเรียนได้ไหมคะ?” ม่านฟ้าเริ่มที่จะเจรจากับตาตัวเอง
สมยศพยักหน้า “ได้ครับคุณหนู คุณหนูสามารถเข้าชั้นมัธยมปลายได้ นายท่านใหญ่สามารถพาคุณหนูไปเข้าเรียนที่โรงเรียนวังหลังได้”
“แค่ชื่อก็รู้แล้วว่าเป็โรงเรียนของพวกคุณหนูคุณชาย” ม่านฟ้าพูด
สมยศเหลือบมองพระยาเดชาดำรงศักดิ์ เห็นท่านยังเงียบก็แสดงว่าเห็นด้วยที่จะให้ม่านฟ้าเข้าเรียนตอนอายุ15
“เป็โรงเรียนของลูกหลานที่มีฐานันดรศักดิ์สูงทั้งนั้นแหละครับ นับว่าเป็สังคมชั้นสูงขนาดเล็ก”
“ถ้าเข้าไป หนูอาจจะได้ไปหาเพื่อนที่มีเส้นสายทางธุรกิจตัวเองให้เติบโตได้ ไม่เลวเลย” ดวงตาม่านฟ้าเป็ประกาย เธอได้กลิ่นของความรวยมาแต่ไกล
พระยาเดชาดำรงศักดิ์ลอบยิ้มในใจ เด็กคนนี้เป็เด็กฉลาด
ลุงผินกับน้าพายดูท่าทางของม่านฟ้า เธอเหมือนมีหางจิ้งจอกน้อยโผล่มา มองดูแล้วตลกนัก
สมแล้วที่เป็หนูม่านฟ้าคิดเื่ธุรกิจเสมอ
ม่านฟ้าทำหน้าครุ่นคิด “ต้องหาคนมาดูแลสวนระหว่างหนูไปอยู่ที่โน่น และต้องจ้างคนทำบัญชีด้วย แล้วก็…”
พระยาเดชาดำรงศักดิ์กระแอม “ฉันจะหาคนมาช่วยดูธุรกิจของเธอให้ พนักงานบัญชีก็เช่นกัน”
“ถ้าคุณตาหาให้หนูได้ หนูก็โล่งใจค่ะ หนูกลัวโดนโกงแค่นั่นแหละ”
สมยศ ลุงผิน น้าพาย หัวเราะเสียงดังโดยไม่สนใจพระยาเดชาดำรงศักดิ์ที่นั่งอยู่ตรงนี้
ม่านฟ้าทำแก้มป่องมองทั้งสามคนอย่างไม่พอใจที่หัวเราะใส่เธอ
“นี่มันเื่จริงจังนะคะ และก็สำคัญที่สุดด้วย”
“รู้แล้วๆ ลุงขอโทษ ฮ่าๆ” ผู้ใหญ่ผินทนไม่ไหวจริงๆ
“ยังมีน้าอยู่นะหนูม่าน”
“น้าพายดูแลเยอะแล้วนะคะ มันจะเหนื่อยเกินไป ไหนจะฟาร์มหมูอีก หนูอยากให้คนในจังหวัดเราได้กินหมูที่ราคาถูกนะคะ”
“แต่ขายแฮมกับไส้กรอกแพงมาก”
“ก็หนูซื้อเครื่องจักรมาในราคาแพง” เธอยักไหล่ “ยังไงก็ขายให้พวกฝรั่งอยู่แล้วด้วย” ม่านฟ้ายิ้มอย่างเ้าเล่ห์
หลังจากพูดกันเสร็จแล้ว เธอก็ให้ตาพวงเป็คนพาพระยาเดชาดำรงศักดิ์กับสมยศไปดูสวนของเธอ ตาพวงมองเธอด้วยความน้อยอกน้อยใจ
“พระยาเดชาดำรงศักดิ์ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นนะคะ”
“แต่ตารู้สึกเกร็งและทำตัวไม่ถูกนะ” ได้แอบฟังการคุยวันนี้ เขาก็พอจะรู้ว่าพระยาเดชาดำรงศักดิ์เป็คนอย่างไร เขาก็แค่ห่วงหลาน อยากให้ม่านฟ้ามีชีวิตที่ดี ท่าทีของพระยาเดชาดำรงศักดิ์ตอนนี้แตกต่างจากครั้งอดีตที่ท่านบุกมาหาพ่อแม่ของม่านฟ้า ท่าทีดุดันน่ากลัวเหมือนเมื่อก่อนไม่มีอีกแล้ว ปัจจุบันเหลือความน่าเกรงขามและความสูงศักดิ์ของพระยา
“ต้องรีบชินเข้าไว้นะคะ เพราะทั้งสองคนต้องอยู่กับเราอีกนาน”
ตาพวงคิดทบทวน มันก็จริง “ก็ได้ หวังว่าทั้งสองท่านคงไม่ถือสาตา”
“ไม่หรอกค่ะ ทั้งสองคนเป็คนมีเหตุผลพอสมควรนะคะ ยกเว้นเื่แม่ของหนูนั่นแหละ”
“งั้นตาไปก่อนนะ หนูไปคุยกับคนทางโน้นเถอะ”
“ค่า โชคดีนะคะตาพวง” ม่านฟ้าให้กำลังใจตาพวงเต็มที่
ตาพวงบอกกับทั้งสองว่า ม่านฟ้ามีที่ดินทั้งหมดเก้าไร่ สมยศอึ้งให้กับความสามารถของหนูน้อยวัยสิบสองปี พระยาเดชาดำรงศักดิ์ไม่พูดอะไร แต่ในใจกลับแปลกใจมาก ตาพวงถามว่านั่งรถพ่วงดูรอบๆจะสะดวกกว่า เดินไปมันเหนื่อย
ฉากที่ม่านฟ้าได้เห็นคือพระยาเดชาดำรงศักดิ์กับลุงสมยศนั่งรถพ่วงของตาพวงไปชมสวนของเธอ คนที่สุดยอดที่สุด เธอคิดว่ามันควรจะเป็ตาพวงมากกว่า
ม่านฟ้ากราบในความเก่งของตาพวงจริงๆ ใครจะไปคิดล่ะ ว่าพระยาหน้าดุกำลังนั่งรถพ่วงแก่ๆของตาพวงชมสวน
ม่านฟ้า ลุงผิน น้าพาย รวมตัวประชุมกันใต้ต้นมะม่วง ม่านฟ้ารู้สึกห่อเหี่ยวใจที่เธอไม่สามารถเอาของมาระบายออกได้อีก น้าพายเห็นท่าทางท้อแท้ของม่านฟ้า เขาก็ลูบหัวน้อยๆของเธออย่างปลอบโยน
“เด็กดี หนูก็รู้ว่าเราไม่สามารถเอาของในมิติออกมาขายได้ตลอดหรอกนะ เอาเป็ว่าน้าจะหาคนงานมาทำงานที่สวนของหนูเร็วขึ้น คงจะลำบากหน่อยเพราะบ้านพักคนงานยังสร้างไม่เสร็จ”
“หนูจ่ายค่าที่อยู่ให้คนงานหนูเองค่ะ น้าพายแค่พาพวกเขามาส่งและพากลับที่พักชั่วคราว จริงสิ...! หาคนทำมาอาหารให้คนงานด้วยนะคะ”
“ได้สิ ตาของหนูมาอยู่กับหนูแบบนี้ ท่านคงห่วงหนูมาก”
“หนูอยู่กับตาพวงสองคนได้อยู่แล้วแท้ๆ หนูอุตส่าห์ยอมรับปากว่าจะไปโรงเรียนที่โน้นเลยนะคะ แต่ทั้งสองคนก็ไม่ยอมกลับเมืองหลวงสยาม”
ลุงผินกอดอกแล้วถอนหายใจ “เราน่ะยังเด็กนะหนูม่าน การที่เด็กเล็กๆอยู่เพียงลำพังย่อมไม่ดีอยู่แล้ว ยังไงเขาก็เป็ตาแท้ๆของหนูนะ ตาพวงไม่ใช่ญาติทางสายเื พระยาเดชาดำรงศักดิ์ย่อมเป็เดือดเป็ร้อนยิ่งกว่า ดูท่าทางท่านพระยาเพิ่งจะรู้ว่าพ่อแม่หนูเสียก็เมื่อวานนี้แหละ วันนี้จึงเร่งรีบมาหาหนู”
“แสดงว่าเขาไม่ได้ส่งคนมาดูครอบครัวหนูตลอดเวลา”
“เท่าที่ลุงจำได้ วันที่พระยาเดชาดำรงศักดิ์มาที่นี่ครั้งแรก นั่นคือวันที่ท่านคิดตัดหางปล่อยวัดคุณจิตลดาแล้วนั่นแหละ นับั้แ่นั้นมา ท่านก็ไม่ได้ราวีพ่อแม่หนูอีกเลย ตอนพ่อแม่หนูอยู่ในสยาม พระยาเดชาดำรงศักดิ์ทำทุกวิถีทางให้ทั้งสองแยกออกจากกัน กีดกันทุกบริษัทไม่ให้พ่อของหนูเข้าทำงาน”
“โหดมาก!”
“รักมากนั่นแหละ ลุงเองก็มีลูกสาว ย่อมเข้าใจ หากใครมาแย่งมะเฟืองไปจากลุง ลุงก็ไม่ยอม”
ม่านฟ้ากลอกตามองบนให้กับคนหวงลูกสาว
น้าพายหัวเราะ “เสียดายที่ฉันมีแต่ลูกชาย ถ้ามีลูกสาวคงไม่ต่างกัน ยิ่งโดนเ้าพิภพแย่งไปด้วยล่ะก็… เหอะ!”
ฉันว่าระหว่างพ่อกับน้าพาย มันแปลกๆอยู่นา∼
“จริงสิ เื่ฟาร์มหมูจะสร้างใหญ่โตไหม?”
“เลือกทำแล้วก็ทำให้ใหญ่โตไปเลยดีกว่าค่ะ เครื่องจักรในมิติผลิตสินค้าได้เยอะมากนะคะ สร้างเล็กๆไม่คุ้ม หมูในมิติของหนูก็เป็หมูพันธ์ดีอยู่แล้ว เผลอๆอาจจะอร่อยที่สุด เจาะตลาดแย่งพวกฝรั่งได้ด้วยนะคะ”
“นั่นสิ แค่หมูของหนูก็ชนะขาดแล้ว”
“ว่าแต่ปกติเขาสร้างฟาร์มหมูแบบไหนกันเหรอคะ?”
“ก็เป็คอกทั่วๆไป ต้องมีทางระบายน้ำที่ดีหน่อย ทางราชการเน้นเื่ความสะอาด หมูห้ามเป็โรค เื่ขี้หมูและแมลงวันเป็ปัญหา ต้องหาคนมาจัดการเื่นี้เยอะเสียด้วย”
“งั้นเราต้องหาที่อากาศถ่ายเท ห่างไกลบ้านคนหน่อยนะคะ ส่วนตัวโรงเรือนหนูอยากได้แบบนี้” ม่านฟ้าใช้ดินสอวาดโรงเรือนที่เธอเคยเห็นในโลกก่อนของเธอลงบนสมุด
“หนูจะทำโรงเรือนใช้โครงเหล็กกับปูนเหรอ มันแพงไปหน่อยนะ แต่โรงเรือนของหนูดูจะทำความสะอาดคอกได้ง่ายดี สร้างรางน้ำรางอาหารสำหรับหมู ทำก๊อกน้ำทุกคอกสำหรับทำความสะอาด ไม่เลวๆ สะดวกมาก”
“ประมาณนี้แหละค่ะ ถ้าน้าพายอยากทำอะไรเพิ่มเติมก็ทำได้เลยนะคะ จะทำแล้วก็ทำให้ดีๆไปเลยดีกว่าค่ะ”
ลุงผินกับน้าพายเห็นด้วยตามที่เด็กสาวพูด “เื่โรงงานผลิตหมูแดดเดียว แฮมกับไส้กรอก ค่อยสร้างหลังจากฟาร์มหมูเสร็จละกัน”
น้าพายกล่าวเสริม “คนรับเหมาก็เพื่อนน้า เ้าวัชระนั่นแหละ บ้านพักคนงานอีกอาทิตย์ก็เสร็จแล้วนะ เ้าวัชคงจะดีใจใหญ่ที่มีงานใหญ่เข้ามาอีกสองงาน”
“ที่จังหวัดเราไม่ค่อยมีงานสินะคะ”
น้าพายถอนหายใจ “ใช่แล้วล่ะหนูม่าน เ้าวัชเลยต้องไปรับงานต่างจังหวัดบ่อยๆ”
ลุงผินพูด “ฟาร์มสัตว์ต้องใช้เงินลงทุนมาก ไหนจะต้องจ้างหมอรักษาสัตว์ให้มาตรวจทุกๆสามเดือน ภาษีก็ต้องจ่าย ไม่เหมือนทำไร่ ทำนา ทำสวน ไม่ต้องจ่ายภาษี”
“ถึงว่า…ทำไมหมู่บ้านเราไม่มีคนทำฟาร์มสัตว์”
“ที่จริงเมื่อก่อนไม่ยุงยากขนาดนี้หรอก เพราะเกิดการระบาดโรคจากสัตว์ พวกฝรั่งเลยคิดหาทางควบคุมเื่พวกนี้ขึ้นมา พวกฝรั่งมีบทบาทในบ้านเราเยอะจริงๆ”
“ลุงจะเล่าความเป็มาที่ฝรั่งมาเยือนสยามครั้งแรกให้ฟัง ยี่สิบกว่าปีกว่าก่อน พระาาของพวกฝรั่งได้มาเยี่ยมเยียนที่ประเทศสยามของเรา แหม…ตอนแรกนึกว่าจะได้สู้รบแล้วซะอีก ที่ไหนได้ มาสานสัมพันธไมตรี”
“..…”
แล้วนี่ลุงผินทำท่าทางถอนหายใจเหมือนผิดหวังทำไม? นี่ลุงอยากบวกกับพวกฝรั่งรึ?
“ต่อค่ะลุงผิน”
ลุงผินกระแอม “พระาาของพวกฝรั่งนั่งเรือมาขอเข้าเฝ้านายเหนือหัวหลวง ชื่อาาวิลเลี่ยม แอนเดอร์สัน มาจากอิงแลนด์ เห็นว่ารูปร่างสูงใหญ่โต กำยำ มีดวงตาสีฟ้า ผมสีทอง แต่บางคนที่ติดตามมาพร้อมกับาาวิลเลี่ยมก็มีผมสีดำนะ เมื่อาาวิลเลี่ยมได้เจอนายเหนือหัวหลวง นายเหนือหัวหลวงทรงก็ต้อนรับเยี่ยงแขกอย่างดี ทั้งสองพระองค์ได้สนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเื่บ้านเมืองด้วยกันจนสนิทสนม นายเหนือหัวหลวงได้เสด็จไปประเทศอิงแลนด์ ไปดูผู้คนและบ้านเมืองที่นั่น พระองค์จึงรู้สึกว่าบ้านเรานั้นล้าหลังนัก จากนั้นมาประเทศสยามจึงได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็มีประเทศอื่นมาสานสัมพันธ์และทำมาค้าขายกันไปมา”
“แล้วนายเหนือหัวหลวงของเราไปที่โน้นได้ยังไงล่ะลุง?”
“โดยสารด้วยเรือั์ของาาวิลเลี่ยมไง เป็ที่เลื่องลือเลยล่ะ บนเรือมีอาวุธาที่ทันสมัย นายเหนือหัวหลวงเห็นแล้วก็มีหวั่นๆบ้างล่ะถึงได้สานสัมพันธ์กับาาวิลเลี่ยม โชคดีที่าาวิลเลี่ยมไม่คิดจะยึดครองประเทศสยามเรา”
“หนูว่าการยึดครองประเทศอื่น อาจจะเป็ผลเสียมากกว่า การปกครองประเทศของตัวเองได้ ไม่ได้หมายความว่าจะครองโลกได้”
“หืม…ความคิดหนูช่าง… จะว่าไงดี บางทีมันอาจจะถูก”
“าาวิลเลี่ยมไม่ใช่คนใจดีอะไรนักหรอกค่ะ หนูว่าวันแรกที่าาวิลเลี่ยมมาก็เพื่อมาดูว่านายเหนือหัวมีนิสัยใจคอและความคิดการปกครองอย่างไร นายเหนือหัวหลวงทรงมากเปี่ยมไปด้วยสติปัญญา ลุงก็เห็นนี่คะ แม้เราจะเอาของพวกฝรั่งมาใช้เยอะแยะ แต่ก็ไม่ได้ให้ยุ่งเื่การเมืองภายใน นายเหนือหัวหลวงทรงไม่ต้องตรัสอะไร แค่เหล่าเ้าพระยา เสนาบดี ข้าราชการทั้งหลาย ย่อมไม่ยอมให้คนต่างถิ่นมาเหนือกว่าคนในกันเอง ตอนแรกเราอาจจะเสียเปรียบ แต่เรา้าความรู้ของเขา นายเหนือหัวหลวงทำตัวเป็กลาง แต่ให้คนในปกครองของตนเป็หูเป็ตา”
ม่านฟ้ายิ้มอย่างเ้าเล่ห์ “คิดว่าไงคะ?”
“หนูมองทะลุปรุโปร่งกว่าลุงผินอีก”
“น้าด้วย”
ลุงผินกับน้าพายมองเธอย่างแปลกใจ
“หนูทำการค้า ย่อมต้องศึกษาการเมืองไว้บ้าง หนูไม่ได้ไปในตัวเมืองจังหวัดกับตลาดในเมืองเพียงใช้จ่ายอย่างมือเติบจนพอใจนะคะ ฮี่ๆ” เธอพาตาพวงไปนั่งร้านดีๆมาหลายร้านเลยนะ ความคิดนี้ก็ได้มากจากตาพวงนั่นแหละ
“หนูอยากรู้เื่เกี่ยวกับพวกฝรั่งนะคะ มันเกี่ยวกับเงินทั้งนั้น”
ลุงผินและน้าพายมองหน้ากัน “ฉันว่าแล้วมันต้องเพราะเงิน”
“ลุงผินกับน้าพายคิดยังกับเื่ภาษีของเราล่ะคะ?”
“ภาษีนำเข้าแพงกว่าส่งออก”
“ใช่ค่ะ”
“แล้วลุงคิดยังไงกับพวกฝรั่งที่มาตั้งรกรากบ้านเรา?”
“พวกเขาเก่งเื่การค้ามากกว่าเรามาก ส่วนใหญ่เป็คนมีความสามารถทั้งนั้น”
“ใช่ค่ะ พวกชาวบ้านทั่วไปไม่ได้มาตั้งรกรากที่นี่ใช่ไหมคะ? หมายถึงสามัญชนชาวอิงแลนด์นะค่ะ”
“อืมๆ” น้าพายคิดตาม เขากำลังนึกถึงสมัยที่เขาเรียนตลอดจนถึงปัจจุบันตอนนี้เขามีธุรกิจเป็ของตัวเอง
“พวกเขาที่มาอยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ถือว่ามีฐานะพอสมควร”
ลุงผินพูดต่อ “หลังสยามเราสานสัมพันธ์กับประเทศอิงแลนด์แล้ว ก็มีประเทศอื่นๆส่งพวกทูตมาเชื่อมสัมพันธไมตรีกับเรามากมายเลยล่ะ”
“มีประเทศไหนบ้างคะ?"
“มีฝรั่งเศส ญี่ปุ่น อินเดีย อเมริกา อาหรับ จีน ประมานนี้แหละ แต่พวกฝรั่งตาสีฟ้าจะเยอะกว่า บางทีพวกเขาก็ไม่ถูกกันเองด้วยนะ แต่คนสยามเราไม่มีท่าทีเข้าข้างใครมากกว่า แต่เราสนิทกับพวกอิงแลนด์มากที่สุด อาจจะเพราะพระาาวิลเลี่ยมมาสานสัมพันธ์เป็ประเทศแรก”
ไม่ต่างจากจากโลกของเธอก่อนหน้านี้มากนักเื่ไม่ถูกกันเอง ในนิยายไม่ได้เล่าเื่การล่าอาณานิคม พระเ้าบอกว่าโลกนี้ของเธอไม่มีาแล้วตอนนี้ เพราะพวกเขาทำากันก่อนเธอจะมาอยู่โลกนี้แล้ว สยามยังไม่มีเรือให้ออกไปนอกน่านน้ำทะเลไกลๆได้
พระาาวิลเลี่ยมเพิ่งค้นพบประเทศสยาม ทวีปโลกนี้อาจจะไม่เหมือนโลกก่อนของเธอ ชักอยากเห็นแผนที่โลกแล้วสิ
ติ๊ง! ตรงหน้าม่านฟ้าได้ปรากฏแผนที่โลกขึ้นมาจากระบบ
ไม่เหมือนจริงๆด้วย ประเทศสยามมีประเทศเพื่อนบ้านเป็มองโกเลีย ลาว พม่า ส่วนมาเลเซียแยกไปอยู่ทางตอนใต้ของสยามและเป็เกาะกันหมด
สรุปก็คือาาวิลเลี่ยมก็กะจะมาล่าอาณานิคมนี่แหละแต่เพราะอาหารไม่พอเพียงและถูกใจนายเหนือหลวงของเราจึงผูกมิตรไม่ต้องทำาให้ปวดหัวอีก าาวิลเลี่ยมไม่้าล่าอาณานิคมปกครองให้ยุ่งยาก เพราะมันมีปัญหาเื่การปกครองประเทศราชอยู่ ประเทศสยามเองก็อยู่ไกลด้วย ปัญหาที่ประเทศพัฒนาไกลมากเกินไปและมีาบ่อยครั้งก็คือเื่อาหารไม่เพียงพอ
ทำแต่าบ้าอำนาจมากไป จนลืมพื้นฐานการดำรงอยู่ของคนในชาติ รู้ตัวอีกทีก็แก้ไม่ได้แล้ว พระาาวิลเลี่ยมคงจะเบื่อเื่พวกนี้ นายเหนือหัวหลวงทรงเห็นปัญหาภายหลังของประเทศต่างๆได้เป็อย่างดี
เธอก็สงสัยว่าทำไมพวกฝรั่งถึงได้สั่งผักผลไม้จากสวนได้มากโขขนาดนั้นทุกวัน ที่แท้ก็มีปัญหาเื่นี้!
แถมยังมาแย่งทุเรียนกับคนในสยามอีก ฮ่าๆ ภูมิใจในทุเรียนเลยอ่ะ!
มนุษย์ไม่ได้กินเหล็ก กินทอง กินดินปืน
ประเทศสยามโชคดีที่พวกนักล่าอาณานิคมหัวหมอพวกนี้มาเจอหลังทำา!
“หนูมีคำถามค่า!!!”
“หนูทราบมาว่า พวกฝรั่งเองก็ได้เป็ขุนนางในวังด้วย แล้วมีใครสามารถเป็ถึงระดับเ้าพระยาไหมคะ?”
“ถ้าเื่นี้ฉันตอบเอง” น้ำเสียงดุๆแบบนี้ คุ้นๆนะ
“พระยาเดชาดำรงศักดิ์!” ลุงผินกับน้าพายอุทานเสียงดัง
ม่านฟ้าสะดุ้งอย่างใจนอุทานไม่ออก
“พวกเธอมานั่งคุยกันทำไมใต้ต้นมะม่วงตรงนี้ หาที่คุยดีๆมิได้รึ?”
ตาพวงส่งสายตามาให้ทั้งสามคนประมาณว่า ฉันพาทั้งสองชมสวนจนไม่มีที่ให้ชมแล้วนะ
จากนั้นพวกเราก็ย้ายไปคุยกันในบ้านที่ห้องนั่งเล่น