The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 66 หนุ่มหล่อล้างแค้น

    เครดิตภาพจาก  https://www.teahub.io


    ……………………..

           

           ทั้งสามเดินเข้ามาในตึก สิ่งแรกที่ได้เห็นคือห้องโถงขนาดใหญ่พื้นปูพรมแดง ด้านหน้ามีเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ที่ทำจากไม้ขัดมันชั้นดี ภายในนั้นมีชายวัยกลางคนร่างสันทัดที่ไว้หนวดเรียวเล็ก เขายืนต้อนรับ พร้อมรอยยิ้ม


    “ ว้าว….อย่างกะอยู่ในโรงแรมห้าดาวเลย ทั้งกว้างขวาง ทั้งหรูหรา ” เด็กหนุ่มเฮดัง ใบหน้าเรียวเล็กหมุนซ้ายแลขวาจนดูเลิ่กลั่ก 

              


            เหมยลี่รู้สึกระอาพฤติกรรมของมาวิน แต่ก่อนจะหันไปกำราบ บริกรวัยกลางคนก็เอ่ยถามอย่างนิ่มนวล 


    “ มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ ” 

              


           ทั้งสามนิ่งไปอึดใจ สุดท้ายก็เป็นฝ่ายมาวินที่ตอบกลับแบบกวนๆ 


    “ ว้าว……ลุงนี่ช่างสุภาพอย่างกะคนโบราณเลย พูดธรรมดาก็ได้ อุ้บ อู้….. ” 

              


           มาวินพูดไม่ทันไม่จบประโยค เหมยลี่ก็ตรงเข้ามาปิดปากอันเป็นการสกัด ไม่ให้เจ้าลิงหัวเขียวซุกซนเป็นครั้งที่สอง 

               


            พอเหตุการณ์สงบ โจจี้ก็เข้าไปแจ้งความจำนง ทันทีที่บริกรหนุ่มรับฟังความต้องการ เขาก็ยิ้มให้เล็กน้อย ก่อนชี้ไปที่ประตูทางด้านขวามือ           

           


             โจจี้เดินกลับมาหาเพื่อนร่วมทาง จากนั้นก็กล่าวเบาๆ 


    “ คุณบริกรบอกให้เราไปที่ชั้นสี่ ศาสตราจารย์อ็อคซี่กำลังว่างอยู่ ” 

                


              เหมยลี่พยักหน้ารับคำ แต่มาวินไม่เข้าใจ เขาร้องถามรัวเร็ว


    “ เดี๋ยวซิ ตกลงพวกนายจะเข้าใจกันแค่สองคนใช่มั้ย ไม่คิดเล่ารายละเอียดให้ชั้นฟังเลยเหรอ นี่ชักงอนแล้วนะ ” เด็กหนุ่มพูดจบ  ก็แกล้งทำแก้มป่องเหมือนเด็กๆ 


    “ ฮ่าๆ โอเคเล่าก็ได้ คืองี้….” โจจี้หัวเราะเบาๆ จากนั้นก็เตรียมอธิบาย แต่ก่อนจะเอ่ยปาก เขากลับหยุดชะงักอย่างฉับพลัน 


    “ อ้าว…..ตกลงจะเล่าหรือไม่เล่าล่ะ พ่อคุณ ” พอมาวินเห็นโจจี้หยุด เขาก็ทวงถามถึงคำตอบ 


    “ อ้อ คืองี้…..ก่อนลงดันเจี้ยน เขาจะจับนายไปทดลองทางวิทยาศาสตร์ก่อน อย่างเช่นนั่งเก้าอี้ไฟฟ้า ผ่าสมอง เลื่อยไต ตัดม้าม และอื่นๆอีกมากมายเพื่อพิสูจน์ว่าเหมาะสมจะลงดันเจี้ยนหรือไม่ ” โจจี้สาธยายถึงขั้นตอนการทดลองที่น่ากลัว สีหน้าเคร่งขรึม พอเล่าจบ เด็กหนุ่มหัวเขียวก็ยิ้มร่า พร้อมหัวเราะออกมาดังๆ


    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า…….. ” 


    “ ฮ่าๆ เป็นไง สนุกมั้ย ” โจจี้ยิ้มยียวน แต่เมื่อเสียงหัวเราะสงบลง เด็กหนุ่มก็หันมาตอบนิ่มๆว่า….. 


    “ ไม่สนุกเลย ชั้นจะกลับแล้ว ” 

               


            มาวินรีบจ้ำอ้าว เพื่อออกจากสถานที่นี้ ทว่าเหมยลี่คาดไว้แล้วว่าเหตุการณ์ต้องเป็นเช่นนี้ จึงตรงเข้ามาล็อกคอเด็กหนุ่มเป็นครั้งที่สาม 


    “ ปล่อย.... ไม่เอา ชั้นไม่อยากเป็นหนูทดลองยา ปล่อยช้าน….. ม่าย….. ” มาวินร้องขอชีวิต พร้อมดิ้นหนีสุดกำลัง แต่ดูเหมือนจะไร้ผลส่วนโจจี้ เขาหัวเราะคิกคักอยู่ข้างๆ ครู่หนึ่ง เหมยลี่เริ่มทนความบ้าบอของเด็กหนุ่มไม่ไหว จึงตวาดใส่อย่างรุนแรง 


    “ เงียบ ” 

              


           ด้วยเสียงอันดังของแม่เสือสาว ทำให้สองหนุ่มหยุดนิ่ง แม้กระทั่งบริกรก็หุบยิ้มพร้อมแสร้งก้มลงไปหาของที่ใต้เคาน์เตอร์ 

               


            เด็กสาวหันไปมองสองหนุ่มเป็นเชิงดุ จากนั้นก็กล่าวกับมาวิน 


    “ ไม่ต้องกลัวจนเกินเหตุ เราแค่พานายไปทดสอบค่าพลัง จะได้ตัดสินใจว่าจะให้ลงดันเจี้ยนระดับไหน ” 


    “ หา….. แค่นี้เองเร้อ….. ชั้นไม่ต้องไปทดลองบ้าๆบอๆแบบที่พี่ชายผมทองเล่าให้ฟัง ใช่มั้ย ” มาวินถามย้ำอีกครั้ง เพื่อความชัวร์


    “ ใช่ ” เด็กสาวตอบสั้นๆ 


    “ งั้นแบบนี้แปลว่า….เหอๆ ” มาวินเหล่มองโจจี้แววตาประสงค์ร้าย 


    “ ถูกต้องนะคร้าบ……นายโดนชั้นอำ ฮ่าๆ ” คราวนี้หนุ่มผมทองถึงกับเลิกเก๊กและชี้หน้าเด็กหนุ่ม ปากก็หัวเราะใส่ท่าทางสะใจเป็นที่สุด 


    “ หน็อย.... ไอ้พี่ชายหัวทอง ทีใครทีมันเฟ้ย ฝากไว้ก่อนเถอะ ” มาวินขมวดคิ้วนิ่วหน้าพร้อมขู่อาฆาต 


    “ ฮ่าๆ ถ้าฝากก็รีบมาถอนนา ดอกแพงเด้อ ” โจจี้กระเซ้าเย้าแหย่ เขารู้สึกสาแก่ใจเป็นที่สุดเพราะที่ผ่านมา หนุ่มหล่อมักจะถูกลิงหัวเขียวแกล้งโดยตลอด คราวนี้จึงถือว่าเป็นการเอาคืน แต่เชื่อเถอะว่านี่ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอนว่าบุคลที่น่าจะเอือมระอาที่สุดหนีไม่พ้น....…เหมยลี่ เด็กสาวผู้เงียบขรึม 


    …………………….

              

            ทั้งสามเปิดประตูที่บริกรชี้บอก เผยให้เห็นห้องเล็กขนาด 4 คูณ 4เมตร พวกเขาก้าวเข้าไปในนั้น 

          


           มาวินรู้สึกว่าพื้นที่ในห้องนี้ทั้งแคบและเล็ก  ริมผนังฝั่งซ้ายปรากฏแผงบังคับที่มีปุ่มสีเขียวประดับอยู่ แน่นอนว่าโจจี้ไม่รอช้าเขากดมันโดยพลันทันทีที่กดปุ่ม ภาพใบหน้าของหญิงสาวไว้ผมเปียก็ปรากฏที่กลางอากาศรอยยิ้มของเธอดูสดใส สวยงาม 


    “ อะจึ้ย ผีหลอก เหวอ…..” มาวินกระโดดตัวลอยด้วยความตกใจ พร้อมเตรียมเผ่นหนีออกนอกห้อง ทว่าเขาทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะประตูถูกปิดไปแล้ว จึงได้แต่ลุกลี้ลุกลนและหมุนกายไปมา


    “ เจ้าบ้า นั่นไม่ใช่ผี แต่เป็นภาพจำลองที่สมองกลสร้างขึ้นมา นายนี่มันบ้านนอกขนานแท้ ” โจจี้หันมาตวาด ส่วนเหมยลี่ไม่ได้พูดอะไร เธอส่ายหัวไปมา ท่าทางละเหี่ยใจ 


    “ อ้าว……เหรอ เอ ว่าแต่สมองกลที่ว่า มันคือ…..คอมพิวเตอร์ ใช่มั้ย ” พอมาวินสงบจิตใจ เขาจึงเริ่มเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัย


    “ สมองกลก็คือสมองกล ว่าแต่คอมพิวเตอร์แปลว่าอะไรฟะ งงแฮะ ” โจจี้ขมวดคิ้ว ส่วนเหมยลี่แม้จะดูเฉยชา แต่ถ้าพิจารณาให้ดี ก็จะพบว่าร่องรอยแห่งความสงสัยอยู่บนใบหน้า 


    “ เอ่อ…..มันคือ เอ่อ อ่า อ้อ คอมพิวเตอร์ก็แปลว่าสมองกลนั่นแหละ ที่บ้านชั้นเขาเรียกสมองกลว่าคอมพิวเตอร์น่ะเหอ เหอ เหอ ” มาวินติดอ่างอยู่นาน ในที่สุด เขาก็หาทางออกได้สำเร็จ 


    “ อ้อ เข้าใจแล้ว ” โจจี้และเหมยลี่พยักหน้ารับคำ ระหว่างนั้นเองโฮโลแกรมสาวสวยก็เอ่ยถาม น้ำเสียงหวานใส 


    “ ยินดีต้อนรับสู่ตึกอัพเลเวลประจำเมืองแกรนด์ยารด์ค่ะ มีอะไรให้รับใช้คะ ” 


    “ ว้าว…..พูดได้ด้วย โคตรไฮเทคเลย ” เด็กหนุ่มอ้าปากค้างแต่คราวนี้ทั้งเหมยลี่และโจจี้เลิกสนใจ แม้ว่าส่วนหนึ่งยังแอบสงสัยคำว่า…..ไฮเทคอยู่นิดๆ


    “ ไปชั้นสี่ จุดหมายคือห้องของศาสตราจารย์อ็อคซี่ครับ ” โจจี้แจ้งเจตจำนง ภาพจำลองของหญิงสาวจึงยิ้มหวานและตอบกลับมาสั้นๆว่า…… 


    “ รับทราบค่ะ ” 

                


            สิ้นคำของสมองกล ภาพห้องแคบๆก็หายไป กลายเป็นห้องขนาดใหญ่มีโต๊ะไม้มะกอกขัดมันตั้งอยู่ แถมยังมีเคาน์เตอร์บาร์ทำอาหาร ตู้เก็บเอกสารและตู้หนังสือที่ทำจากไม้สัก พื้นปูพรมขาวที่เหยียบแล้วให้ความรู้สึกสบายเท้าคล้ายยืนบนปุยเมฆ แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือ.....แผงเหล็กซึ่งตั้งอยู่ตรงมุมห้อง  

                


            แผงเหล็กนั้นยาวราวๆ 10 เมตร มีปุ่มเล็กๆประดับอยู่หลายสิบ เหนือขึ้นไปปรากฏจอทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด300 นิ้ว 


    “ ว้าว.... นี่ เราหายตัวมาอยู่ที่ไหนกัน แถมบนผนังก็มีจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่เวอร์นั่นอีก สุดยอดไปเลย ” มาวินอุทานดัง ส่วนโจจี้ได้แต่เกาหัวแกรกๆเพราะเซ็งต่อความไม่รู้อะไรของเด็กหนุ่ม


    “ ฮะๆ คืองี้…..เราไม่ได้หายตัวไปไหนหรอก แค่ถูกสมองกลวาร์ปส่งมาที่ห้องศาสตราจารย์เท่านั้นเอง ส่วนจอใหญ่นั่น เขาไม่ได้เรียกว่าโทรทัศน์ แต่เรียกว่าจอภาพ นายเข้าใจมั้ย ” โจจี้หัวเราะแห้งๆพร้อมอธิบายให้เด็กหนุ่มฟังอย่างใจเย็น



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter 

    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน