"โชคดี เจ้าจงเดินทางปลอดภัย" ถางเทียนเจี๋ยพูดพร้อมโบกมือที่ด้านหน้ากระโจมใหญ่
ในขณะที่เซี่ยซีหานกระโดดขึ้นม้าธาตุไม้ที่สร้างจากพลังวิเศษของตัวเอง เคอซวนเดินเข้ามาหาเซี่ยซีหาน จากนั้นก็เอามือวางที่ด้านข้างม้าธาตุไม้ที่เซี่ยซีหานสร้างขึ้น "เจ้าติดนิสัยไม่ชอบใช้วงเวทย์ นี่ทำให้เจ้าสิ้นเปลืองพลังโอน่ามาก นอกจากนั้นยังทำให้การควบคุมธาตุไม้ของเจ้าไม่อิสระ ดูนี่ ข้าเพิ่มวงเวทย์ลดการต้านลมให้เจ้า สิ่งนี้จะทำให้เจ้าเดินทางได้เร็วขึ้น"
"ขอบคุณ..." เซี่ยซีหานพูดและยิ้มกว้าง เขารู้จุดอ่อนตรงนี้ของตัวเองดี แต่เนื่องเพราะพลังโอน่าของเขามีมากกว่าคนอื่นๆ นับสิบเท่า เขาจึงไม่กังวล และสุดท้ายก็อ้างกับเคอซวนไปว่า เขาไม่ค่อยมีเวลาศึกษาวงเวทย์ แน่นอนความจริงส่วนหนึ่งเป็นแบบนั้น เซี่ยซีหานแม้เขาจะพบว่าตัวเองมีอัจฉริยภาพมากๆ แต่ปัญหาคือแม้เขาจะยอดเยี่ยม แต่เวลาของเขามีจำกัดและเขามีสิ่งที่สนใจมากมายเกินไป ดังนั้น ปัจจุบันวงเวทย์ยังเป็นสิ่งที่เซี่ยซีหานละเลย
"ไปเถอะ..." เคอซวนพูดด้วยน้ำเสียงเหม็นหน้าเซี่ยซีหาน
เซี่ยซีหานรีบโบกมือและพูดว่า อีกสามเดือนพบกันที่เมืองหลวงของอาณาจักรไม้หมื่นกิ่ง
จริงๆ เซี่ยซีหานอยากให้เคอซวนและพี่ชายถางเทียนเจี๋ยของเขา ไปช่วยขโมยสัญญาทาสของเหล่าคนแคระซะเดี๋ยวนี้เลย แต่ปัญหาตอนนี้ก็คือ ที่นี่มีเหล่าเด็กๆ จำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีสตรีอีกจำนวนหนึ่งที่ได้รับการปลดปล่อย
แม้หลายๆ คนจะไร้บ้านให้กลับ แต่ก็มีอีกหลายคนที่มีญาติมิตรและพวกเขาและเธอทั้งหลายนั้น ไม่ต้องการเดินทางไปกับพวกของเซี่ยซีหาน
แน่นอนเซี่ยซีหานไม่คิดบังคับคนเหล่านี้ การช่วยเหลือของเซี่ยซีหานเป็นไปเพื่อการปลดปล่อย เขาไม่ได้ต้องการทาสหรือบริวาร
ดังนั้น ตอนนี้ความวุ่นวายก็คือ จำเป็นที่จะต้องไปส่งคนเหล่านี้กลับบ้านของพวกเขาอย่างปลอดภัย เคอซวนและพี่ชายถางเทียนเจี๋ยรับหน้าที่นี้ไป การไปส่งคนเหล่านี้อาจจะต้องใช้เวลานับเดือน นั่นเพราะส่วนใหญ่พวกเขาเป็นคนธรรมดา
ม้าธาตุไม้ของเซี่ยซีหานที่ได้วงเวทย์ของเคอซวนลดการต้านลม มันกำลังจะวิ่งผ่านอาณาเขตภาพมายาของเคอซวน ด้วยความรวดเร็วราวกับสายลม
"ไอ้เด็กตัวแสบหยุดก่อน" เสียงเคอซวนดัง
"ห๊ะ" เซี่ยซีหานส่งเสียงประหลาดใจก่อนจะรีบหันเหลียว
ในมือเคอซวนถือถุง มันมีเสียงดังกรุ๊งกริ๊งเบาๆ
"เจ้าเด็กตัวแสบ ในนี้มีเหรียญลงอาคมที่ผนึกพลังวิเศษบางอย่างของข้าและเจ้าหนุ่มถางเทียนเจี๋ยไว้ เจ้าควรมีมัน มันอาจจะจำเป็นให้เจ้าใช้ได้ในหลายๆ สถานการณ์" พูดจบเคอซวนโยนมันให้เซี่ยซีหานที่ควบม้าธาตุไม้เดินกลับมา
!หมับ
เซี่ยซีหานรับมันก่อนจะเปิดถุง เห็นเหรียญสีเงินบ้าง ทองแดงบ้างจำนวนมาก แต่จุดสังเกตคือ เหรียญเหล่านี้เรืองแสงจางๆ ได้ด้วย มันมีอักขระเวทย์ปรากฏอยู่
และเซี่ยซีหานก็อ่านมันออกทั้งหมด '[ผู้ไร้เสียง] [พลังแห่งมหาสมุทร] [สายหมอกสีขาว] [คำจริง] [มายาแห่งแสง] [ป่วนจิต] [ดินแดนแห่งความฝัน] [คำยุยงของปีศาจ] [ขวดเก็บคำสาป]'
ดวงตาเซี่ยซีหานกลมโต ในนี้มีความสามารถพิเศษมากมาย
เสียงเคอซวนดังอีกครั้ง
"พวกมันใช้ได้เพียงแค่ครั้งเดียวต่อหนึ่งเหรียญ และพลังวิเศษใดๆ ที่ใช้ผ่านเหรียญอาคม มันจะไม่ดีไปเกินกว่าตัวผู้ลงอาคม อาจจะเรียกว่าแย่เลยก็ได้ เพราะพลังของมันอาจจะมีเพียงแค่ 1 ใน 10 หรือ 1 ใน 100 ส่วนของผู้ลงอาคม แต่เหรียญลงอาคมพลังวิเศษเหล่านี้ที่ข้ามอบให้เจ้า แน่นอนหากใช้มันในจังหวะที่ดีๆ มันก็มีประโยชน์มากมาย อย่านำมันไปขาย ข้ากับพี่ชายของเจ้าเสียเวลาหลายวันกว่าจะทำมันออกมาได้"
ใบหน้าเซี่ยซีหานซึ้งใจ เขาแทบอยากจะโผไปกอดเคอซวนและถางเทียนเจี๋ย
แต่ใบหน้าเคอซวนรำคาญเซี่ยซีหานเต็มทน และเขายังทำมือไล่เซี่ยซีหานอย่างไม่ไยดีอีก เซี่ยซีหานไม่มีหน้าอยู่อีกต่อไป เขาโบกมือลาอีกครั้ง
...
"เจ้าเด็กตัวแสบไปสักที..." เคอซวนพูดพลางถอนหายใจ
"ดูเหมือนน้องชายข้าจะไม่มีความสงสัยในที่มาของพลังวิเศษของข้าเลย" ถางเทียนเจี๋ยพูด
เคอซวนหันเหลียว สีหน้าเย้ยหยันถางเทียนเจี๋ยเล็กๆ
"เจ้าอย่ามองว่าเจ้าเด็กนี้ใสซื่อเกินไป เขารู้สึกสงสัย แต่ก็แค่ไม่ออกปากถามพวกเราเท่านั้น ไอ้เจ้าเด็กนี่มันอยู่เป็น เจ้าที่ได้เห็นการต่อสู้ของเจ้าเด็กนี้กับต้าเจิง เจ้าน่าจะรู้จักความเจ้าเล่ห์ของไอ้เด็กนี่ดีกว่าข้า โดยพื้นฐานไอ้เด็กนี่ไม่มีข้อได้เปรียบใดๆ เหนือกว่าต้าเจิงเลยแม้แต่น้อย แม้มันจะเป็นทั้งนักรบและผู้วิเศษก็ตาม แต่อย่างไรก็ตามมันไม่ควรต่อสู้กับผู้วิเศษอาณาจักรแห่งวิญญาณที่เป็นอมนุษย์ได้ แต่อุบายที่มันใช้ แสร้งอ่อนแอและแกล้งตกหลุมพราง จากนั้นฉกฉวยความได้เปรียบในการต่อสู้จากความประมาทของศัตรูได้สำเร็จ คนแบบนี้ไม่ใช่คนโง่แน่ๆ จริงไหม วิธีการแบบนี้ต้องใช้ทั้งสติปัญญาและความกล้า ตรงนี้เจ้าสามารถเรียนรู้จากไอ้เด็กตัวแสบได้ถางเทียนเจี๋ย เจ้านะมักไร้อุบายในการต่อสู้"
"นั่นสินะ ฮะฮาฮ่า" ถางเทียนเจี๋ยหัวเราะ
และในขณะนั้นเอง กลุ่มเด็กๆ ที่เห็นเคอซวนยืนอยู่ไกลๆ ดวงตาพวกเขาเป็นประกาย ก่อนจะวิ่งเข้าไปหาเคอซวนที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากถางเทียนเจี๋ย
"ท่านผู้วิเศษผู้ยิ่งใหญ่หัตถ์ซ้ายของราชาแห่งเทพเคอซวน ท่านเป็นเทพเจ้าด้วยไหมขอรับ"
"เทพเจ้า เทพเจ้า" เสียงเด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่งพูดเสียงดัง
ถางเทียนเจี๋ยหันมองเคอซวน ดวงตาของเขาตอนนี้มองเคอซวนอย่างแปลกพิกล นี่เคอซวนกำลังเล่นอะไร
เคอซวนหัวเราะ ก่อนจะมองเด็กๆ ทั้งหลายด้วยความเมตตา ย่อตัวและเอามือโอบไหล่เด็กๆ อย่างอบอุ่น "แน่นอน ต้องเป็นเช่นนั้น ผู้ที่จะเป็นหัตถ์ซ้ายของราชาแห่งเทพได้ ก็ย่อมต้องเป็นเทพเช่นเดียวกัน และตรงนี้ไม่ได้มีเพียงข้าหัตถ์ซ้ายของราชาแห่งเทพ แต่นี่..." มือเคอซวนชี้ไปทางถางเทียนเจี๋ย
"พวกเรายังมีหัตถ์ขวาของราชาแห่งเทพอยู่ตรงนี้ด้วย"
เด็กหญิงหลายคนมองไปทางถางเทียนเจี๋ย ดวงตาเป็นประกาย แม้พวกนางจะเยาว์วัยและยังไม่เข้าใจเรื่องชายหญิง แต่พวกนางก็รู้ได้ว่าใครคือหนุ่มรูปงาม "พี่ชายคือเทพเจ้าเหมือนกันเหรอเจ้าคะ พี่ชายต้องเป็นเทพเจ้าจริงๆ แน่ๆ เทพเจ้าที่สง่างาม ข้าจะมอบศรัทธาทั้งหมดของข้าให้ท่าน"
"ข้าด้วย"
"ข้าด้วย"
"ข้าด้วย"
เสียงเด็กหญิงเจี๊ยวจ๊าวไม่ยอมหยุด
ถางเทียนเจี๋ยใบหน้าแปลกๆ กัดปากและพูดอย่างไร้เสียง "เคอซวนนี่ท่านกำลังทำอะไร"
เคอซวนส่งเสียงที่ไม่มีผู้ใดได้ยิน นอกจากตัวเขาและถางเทียนเจี๋ย สองคนเท่านั้นที่จะได้ยิน "ไม่ใช่ว่าพวกเราควรเริ่มต้นสร้างทางเส้นทางที่อยู่เหนือไปกว่า 'อาณาจักร' เอาไว้ก่อนรึ เจ้าก็รู้ หากเจ้าต้องการนั่งบน 'บัลลังก์แห่งเทพ' สิ่งที่พวกเราต้องการมากที่สุดคืออะไร เจ้าคงไม่ลืมสิ่งที่ดวงวิญญาณนางเงือกขาวมอบโอกาสให้เราในคราวนั้น"
"ศรัทธา..." ถางเทียนเจี๋ยพูดอย่างไร้เสียง
เคอซวนหัวเราะอย่างตลก ก่อนจะกอดเด็กๆ ด้วยใบหน้าของนักบุญ
...
"ย๊าาาาาาาาาาาาฮู" เซี่ยซีหานแผดเสียงกู่ร้องอย่างสนุก เขารู้สึกเพลิดเพลินในการควบขี่ม้าที่สร้างจากธาตุไม้ของตัวเอง และที่เซี่ยซีหานแผดเสียงร้องอย่างมีความสุขแบบนี้ได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะตอนนี้ ปัญหาหนักใจต่างๆ ของเขาส่วนใหญ่หมดลงไปแล้ว
ทำให้ตลอดทางที่ควบขี่ม้าธาตุไม้ เซี่ยซีหานมีเวลาเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติ ทำให้ตอนนี้เขาได้รับรู้ว่า โลกใบนี้ไม่เลวเลยในแง่ของการได้ชื่นชมธรรมชาติ
ระหว่างทางเซี่ยซีหานเจอสัตว์ปีศาจจำนวนเล็กน้อย แต่ตอนนี้ด้วยศักยภาพของตัวเขา สัตว์ปีศาจระดับต่ำไม่สร้างปัญหาให้ตัวเขาแม้แต่น้อย หากมันกล้าเข้าใกล้เซี่ยซีหานมันจะตายแทบจะในทันที
สายลมโบกพัด เซี่ยซีหานวิ่งข้ามภูเขาและสายธารลำน้ำเส้นแล้วเส้นเหล่า หยุดตกปลาและกินอาหารเล็กน้อย เขาก็เดินทางต่อ
ในที่สุดก็ใกล้เวลามืดอีกครั้ง
และด้วยประสาทสัมผัสที่ยอดเยี่ยม ก็ทำให้เซี่ยซีหานรับรู้อะไรบางอย่างได้จากระยะไกล
"เสียงการต่อสู้" เซี่ยซีหานพูดกับตัวเอง ก่อนจะควบขี่ม้าธาตุไม้ของตน ปีนต้นไม้ไปยืนอยู่บนยอด โดยการปีนต้นไม้นี้ เซี่ยซีหานใช้พลังวิเศษของตน ควบคุมเหล่าต้นไม้ให้ราวกับเป็นบันได ให้ม้าธาตุไม้ของตัวเองปีนขึ้นสู่ที่สูงอย่างสง่างาม และเมื่อไปถึงบนยอดสุด สองขาของเซี่ยซีหานตะปบข้างลำตัวม้าธาตุไม้ของตัวเองเบาๆ เท้าทั้งสี่ของม้าธาตุไม้มีรากงอกออกมาเร็ว จากนั้นมันก็ขดเลื่อยเชื่อมโยงกับต้นไม้
ใต้ผืนดินรากไม้เกิดการเชื่อมโยง อำนาจธาตุไม้ของเซี่ยซีหานค่อยๆ ขยายเชื่อมโยงกับต้นไม้ทั่วผืนป่า
เซี่ยซีหานในชุดคลุม ทอดสายตาด้วยดวงตาแห่งวิหครุ่งอรุณ