Silver Dust : Merlin

    ตอนที่ 70 เอาชนะด้วยความฉลาด

    ตอนที่ 70 เอาชนะด้วยความฉลาด

     

    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****

     



    การใช้เวทแรงโน้มถ่วงควบคุมเม็ดฝุ่น แนวคิดนี้เป็นอะไรที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก


    นี่มันไม่ใช่เวทลมที่พัดพาเม็ดฝุ่น แต่มันคือการควบคุมฝุ่นแต่ละเม็ดโดยตรง การกระทำเช่นนี้จะต้องใช้พลังสมาธิมากมายเท่าใด


    สายตาหลายคู่อดที่จะมองไปทางออสตินไม่ได้


    ไม่รู้ว่ามหาปราชญ์เฒ่าผู้นี้ฝึกฝนบุตรชายของเขาเช่นไร


    ออสตินรับรู้ได้ถึงสายตามากมายที่มองเข้ามา แม้แต่เขาเองก็คาดไม่ถึงกับเรื่องนี้เช่นกัน


    ไม่มีใครรู้ว่าเมอร์ลินค่อยๆ ขัดเกลาพลังสมาธิของเขาด้วยการอ่านหนังสือ แม้ในมือของเขาจะมีแหวนเวทแรงโน้มถ่วง แต่มันก็เป็นแหวนเวททั่วไปที่เหล่าพ่อค้าที่เป็นนักเวทใช้กัน 


    เมอร์ลินใช้เวทนี้ในการพลิกอ่านหนังสือ ต้องรู้ไว้ว่าหน้าหนังสือนั้นคือกระดาษบางๆ แม้จะใช้มือจริงๆ จับมันก็ต้องกะแรงอย่างระมัดระวัง ไม่ต้องเอ่ยถึงเมอร์ลินใช้มันเปิดหน้ากระดาษอย่างรวดเร็ว แม้แต่ผู้ที่ใช้เวทลมก็ยากที่จะไม่ทำให้หน้าหนังสือเสียหาย แต่เมอร์ลินกลับทำมันได้


    มิหนำซ้ำยิ่งนับว่าความเร็วในการเปิดหน้าหนังสือนั้นยิ่งเพิ่มมากขึ้น 


    การกระทำเช่นนี้จึงเหมือนการฝนทั่งให้เป็นเข็ม


    แม้จะเป็นช่วงเวลาไม่กี่เดือน แต่มันก็ทำให้เมอร์ลินสามารถใช้เวทระดับหนึ่งนี้ได้อย่างเชี่ยวชาญ


    ระดับความเชี่ยวชาญนี้กระทั่งเรียกได้ว่าแม้นักเวทระดับสูงก็ไม่แน่ว่าจะสามารถทำได้


    ครืน ...


    ภายในห้องเกิดเสียสายลมกรรโชก


    แม้ว่านี่จะไม่ใช่เวทลม แต่การเคลื่อนตัวของฝุ่นที่ออกมาทุกซอกทุกมุมก็สามารถทำให้อากาศเคลื่อนไหวได้เช่นกัน


    เหตุการณ์ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นเร็วมาก เรียกได้ว่าแม้แต่มหาจอมเวทอย่างธีออนก็ไม่ทันตั้งตัวได้เช่นกัน


    อย่างไรก็ตามชายชราในชุดสูทสีขาวแสยะยิ้มตรงมุมปาก ก่อนจะเลิกใช้มือกอดอกแล้วยกมือข้างหนึ่งดีดนิ้ว


    แป๊ก!


    วูม ...


    ม่านพลังเวทรูปทรงร่มปรากฏขึ้น มันปะทะเข้ากับปากกาที่อาศัยพายุฝุ่นบดบังทัศนวิสัยโจมตีเข้าไปรุนแรง


    ปัง!


    ปากกาด้ามนั้นแตกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเศษฝุ่นมากมายที่กระจายฟุ้งออกไปทั่วห้อง


    เหล่าบรรดาผู้เฝ้ามองนั้นต่างเป็นนักเวทที่แข็งแกร่ง พวกเขาใช้ม่านพลังเวททำให้ฝุ่นเหล่านั้นไม่อาจแตะต้องกายของพวกเขาได้


    ตอนนี้มีเพียงเด็กน้อยผมสีเงินเท่านั้นที่ร่างกายคลุกฝุ่น ร่างกายทรุดลงนั่งคุกเข่าอยู่ตรงนั้นอย่างเหนื่อยหอบ


    เห็นได้ชัดว่าเขาใช้พลังเวทในร่างกายไปจนหมดจึงมีสภาพเป็นแบบนี้


    “เด็กน้อยแม้เธอจะแพ้แล้ว แต่เธอก็ยังเป็นนักเวทฝึกหัดที่ยอดเยี่ยมมาก สามารถควบคุมคาถาเวทแรงโน้มถ่วงได้ขนาดนี้ อย่างไรการทดสอบนี้ฉันก็ให้เธอผ่านอย่างแน่นอน” ธีออนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ใจดี


    เหล่าบรรดาผู้ติดตามของเขาต่างพยักหน้า พวกเขาแต่ละคนล้วนเป็นจอมเวทฝีมือดีและเห็นว่าการควบคุมเวทของคุณชายน้อยพริสตันผู้นี้ไม่ธรรมดาเลย หากพวกเขาเป็นผู้คุมสอบย่อมต้องให้ผ่าน ดังนั้นพวกเขาจึงเห็นด้วยกับการตัดสินใจของธีออน โดยที่ไม่สนใจกับการเดิมพันก่อนหน้านี้


    อย่างไรการเดิมพันนั้นก็เป็นเรื่องที่พูดกันเล่นๆ อยู่แล้ว แม้แต่ออสตินเองก็เข้าใจในเรื่องนี้


    ‘ลูกชายของฉันมีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์มากขนาดนี้ ต่อให้เขาไม่เดินทางในเส้นทางนักวิชาการฉันก็ไม่รู้สึกเสียใจกับการเลือกของเขา’ ออสตินอดที่จะคิดในใจไม่ได้


    แค่ก ... แค่ก ... แค่ก ...


    เมอร์ลินอดที่จะไอสำลักออกมาไม่ได้เนื่องจากฝุ่นที่ยังฟุ้งกระจายอยู่เต็มห้อง


    คนอื่นล้วนเป็นนักเวทที่แข็งแกร่งสามารถปปล่อยม่านพลังป้องกันฝุ่นเหล่านี้ได้ แต่เมอร์ลินนั้นยังเป็นนักเวทหนึ่งวงเวท แถมพลังเวทในตอนนี้ก็หมดลงแล้ว แล้วเขาจะป้องกันฝุ่นเหล่านี้ได้อย่างไร


    แต่ในตอนนั้นเองเขาก็กล่าวในคำพูดที่ทุกคนคาดไม่ถึงออกมา


    “ใครบอกว่าผมแพ้ครับ” ว่าแล้วเขาก็ชี้ออกไปที่ชายกางเกงของธีออน


    ตำแหน่งที่เขาชี้นั้นมีรอยเปื้อนจุดหนึ่งบนกางเกงสีขาว


    “ข้อตกลงของพวกเราคือถ้าผมโจมตีคุณได้ แต่ไม่ได้กำหนดว่าจะโจมตีด้วยอะไรนี่ครับ แม้ว่าผมจะไม่ได้โจมตีด้วยปากกา แต่รอยเปื้อนที่เกิดจากฝุ่นนั้นก็ถือว่าเป็นการโจมตีของผมเหมือนกัน ผมต่างหากที่ชนะแล้ว” เมอร์ลินกล่าวด้วยรอยยิ้ม แม้จะมีใบหน้าที่อิดโรย


    ฮ่า ฮ่า ฮ่า ...


    ธีออนอดไม่ได้ที่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา


    เขาวาดมือออกไปข้างหน้าครั้งหนึ่ง แล้วสายลมก็หอบเขาเศษฝุ่นทั้งห้องให้ไปรวมอยู่บนฝ่ามือของเขา รวมทั้งเศษฝุ่นที่อยู่ในตำแหน่งขากางเกงของเขาด้วย


    การควบคุมเวทอันทรงพลังนี้เป็นเพียงปลายยอดภูเขาน้ำแข็งของเขา แต่นั่นก็ทำให้ทัศนวิสัยของห้องกลับมาปลอดโปร่งเหมือนเดิม 


    เมอร์ลินไม่ต้องไอสำลักฝุ่นอีกต่อไป


    “ฉันแพ้แล้ว เธอเยี่ยมมากที่โจมตีฉันได้” ธีออนยอมรับความพ่ายแพ้โดยดี


    ไม่มีใครคิดว่ามหาจอมเวทจะพ่ายแพ้เด็กน้อยที่เป็นนักเวทฝึกหัดเช่นนี้ มันเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง แม้แต่ธีออนเองก็เช่นกัน


    “ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าทำไมเธอถึงเลือกเดินในเส้นทางนักวิชาการ ความเฉลียวฉลาดของเธอจะสร้างคุณประโยชน์กับโลกอย่างมหาศาล” ธีออนหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพลิกฝ่ามือ


    พรึบ!


    ปากกาขนนกสีขาวด้ามหนึ่งปรากฎของมา


    รูปร่างของมันดูธรรมดามากไม่ต่างไปจากปากกาขนนกทั่วไป


    ธีออนผลักมันให้ลอยเข้าหาเมอร์ลิน


    เด็กน้อยไม่ลังเลที่จะรับมันไว้ แล้วตอนนั้นเองดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้น


    “มันเป็นปากกาเวทมนตร์หรอครับ?”


    เมอร์ลินเอ่ยออกมาอย่างตกตะลึงเมื่อสัมผัสได้ถึงผลึกเวทที่ซ่อนอยู่ด้านใน เรื่องได้ว่าภายในปากกาขนนกด้ามนี้เป็นผลึกเวททั้งแท่ง ไม่ใช่ผลึกเวทเม็ดเล็กๆ ที่ประดับบนปากกาเวทมนตร์ทั่วไป


    ธีออนพยักหน้าด้วยรอยยิ้มแทนคำตอบ ก่อนจะเอ่ยว่า “ฉันไม่สามารถมอบของที่ล้ำค่ากว่านี้ให้เธอได้ เพราะมันอาจจะเป็นการชักนำอันตรายมาให้เธอมากกว่า อย่างไรพ่อของเธอก็ไม่ได้ขาดแคลนของแบบนั้นอยู่แล้ว ฉันได้ยินว่าเธอชื่นชมในเส้นทางนักวิชาการเวท ดังนั้นของขวัญชิ้นนี้อาจจะเหมาะสมกับเธอมากกว่า”


    “อ้อ ยินดีด้วยเธอสอบผ่านแล้ว อีกเดี๋ยวจะมีคนมามอบเข็มกลัดให้กับเธอ”


    กล่าวจบธีออนก็เดินไปทางออสตินแล้วยื่นมือออกไปอย่างมีมารยาท


    ออสตินไม่ลังเลที่จะยื่นมือไปจับมือของอีกฝ่ายทันที


    ธีออนกล่าวว่า “ยินดีที่ได้พบกับคุณอีกครั้งนะครับศาสตราจารย์ออสติน คุณเลี้ยงลูกได้ดีมาก”


    “ขอบคุณครับ” ออสตินตอบกลับด้วยรอยยิ้ม แน่นอนว่าในตอนนี้เขารู้สึกภาคภูมิใจในตัวของเมอร์ลินเป็นอย่างมาก


    เห็นได้ชัดว่าเมอร์ลินไม่ได้เอาชนะธีออนด้วยพลังเวทที่แข็งแกร่งหรือปาฏิหาริย์ที่เหนือจินตนาการใดๆ แต่สิ่งที่คว้าชัยชนะมาให้คือความเฉลียวฉลาดของเขา เพราะเรื่องนี้ธีออนจึงยอมรับในเส้นทางที่เมอร์ลินเลือกเดิน


    แม้จะมีพรสวรรค์ด้านการบ่มเพาะเวทมนตร์เพียงใด แต่ความเฉลียวฉลาดของเขากลับสามารถฉายแววได้มากกว่า

    คล้ายกับเรื่องSilver Dust : Merlin ที่คุณอ่าน