ด้วยมังกระลี้ ไม่กี่ลมหายใจ ลี้เฟยก็เข้ามาถึงตามกลุ่มที่เข้ามาก่อนหน้านี้ ลี้เฟยสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังปราณ และเสียงตะโกนของผู้คนเป็นระยะ ในตอนนี้ลี้เฟยต้องการหาสัตว์อสูร หากสัตว์อสูรได้ยินเสียงร้องของผู้คน ย่อมเร้นกายหายไป ดังนั้น ลี้เฟยจึงใช้ปราณบินขึ้นไปบนท้องฟ้า เพื่อเร่งเข้าป่าชั้นใน ทว่าเมื่อเหาะไปบนฟ้า ก็ได้ยินเสียงร้องดังมาจากด้านหลังพร้อมปากอันแหลมคมของนกขนาดใหญ่กำลังบินมาไม่ไกลนัก เป็นฝูงใหญ่หลายสิบตัว
"เฮ้อ เกือบหลบไม่ทันแล้ว มากันมากมายขนาดนี้ หลบไม่ทัน ข้ามีหวังไม่เหลือแม้แต่ซากแน่เลย สงสัยจะต้องเดินเท้าเข้าไปแล้ว บนอากาศไม่ปลอดภัยอย่างที่คิดไว้เลย" ลี้เฟยมองฝูงนกที่บินผ่านไปหลังจากที่เผ่นลงมาจากท้องฟ้า ลี้เฟยตัดสินใจเดินต่อ หลังจากมองดูแผนที่แล้ว
"ตอนนี้ข้าอยู่เกือบผ่านเขตสองแล้ว อีกไม่นานข้ามเขาลูกนั้นก็จะเข้าสู่หุบเขาอสูรสวรรค์เขตสามแล้ว น่าจะไม่เกินชั่วยามก็น่าจะอยู่เชิงเขาข้างหน้า นี่ก็ใกล้ค่ำแล้ว ข้าต้องหาที่พัก หาอะไรกินเอาพลังก่อน" ลี้เฟยคะเนเวลาเดินเท้าแล้วเร้นกายเข้าไปในป่าเพื่อล่าสัตว์มาเป็นอาหาร
"หมูป่ารึ ... ระดับพลังตะวันแสดเชียว ข้าจะกินหมูป่าอสูรตัวนี้" ลี้เฟยพุ่งพลังเข้าไปกระแทกตัวหมูป่า หลังจากต่อสู้กันไม่นานเนื้อหอม ๆ จากการใช้อัคคีมังกรแผดเผาก็เสร็จ ลี้เฟยเก็บหินวิญญาณและซากบางส่วนไว้และกินเนื้อหมูที่มีพลังตะวันแสดเต็มเปี่ยม
เช้าวันรุ่งขึ้น
"เมื่อคืนข้าสามารถดูดซับปราณธรรมชาติได้มากทีเดียว ป่าแถบนี้อุดมสมบูรณ์มาก ข้ารู้สึกสดชื่นทีเดียว" ลี้เฟยตื่นขึ้นมาและออกเดินทางต่อทันที
"โครม" เสียงต้นไม้ใหญ่ต้นหักกลางโค่นลงมา พร้อมเสียงต่อสู้กัน
"ด้านหน้ามีอะไรกำลังสู้กันเป็นแน่" ลี้เฟยรีบมาตามเสียงและพบว่ามีงูตัวเขื่องกับอีกตัวมีหางเหมือนวันแต่คล้ายม้าตัวเล็กแต่เหมือนจะมีเขาเล็ก ๆบนหัวกำลังต่อสู้กัน
"งูหลามอสูร ม้าหางวัว ระดับพลังตะวันแดงทั้งคู่เลย ข้าต้องเก็บเกี่ยว รอพวกเจ้าสนุกกันไปก่อน ข้ารอได้" ลี้เฟยนั่งดูอยู่บนยอดไม้ประมาณครึ่งชั่วยาม การต่อสู้ของทั้งสองก็ค่อย ๆ เบาลงพร้อมกับสภาพอาการบาดเจ็บหนักของทั้งสอง
ม้าหางวัวใหญ่โดนงูรัดในที่สุด หลังจากโดนงูสะบัดหางขนาดใหญ่กระแทกลำตัวซ้ำหลายครั้ง ต้นไม้ใหญ่อีกต้นโค่นลงมาทับลำตัว ทำให้ล้มลง ขาข้างหนึ่งของเจ้าม้าหางวัวบาดเจ็บทันที เจ้างูหลามเห็นจังหวะที่เป้าหมายมันเสียท่ารีบเข้าไปรัดตัวทันที
"ข้าเห็นจะต้องหยุดเจ้างูหลามจอมตะกละแล้ว ไม่งั้นเจ้าเขมือบเข้าไป แล้วข้าจะเหลืออะไร" ลี้เฟยกระโดดลงมาแล้วพุ่งเข้ากระบี่มังกรไปยังหัวของงูหลาม งูหลามตะวันแดงไม่ใช่เด็ก ๆ มันรู้สึกตัวทันทีพร้อมกับคลายรัดม้าหางวัวและซัดท่อนหางกลับไปยังลี้เฟย
ในช่วงพริบตา ลี้เฟยหลบไม่ทัน จึงสลายกระบี่เปลี่ยนมาใช้กายามังกรในพริบตากระแทกและกรงเล็บมังกรขย้ำจับไปยังท่อนหาง ใช้กำลังล้านจินกระชากท่อนหางขึ้นมา เหวี่ยงหมุนเป็นวงกลมกลายอากาศ เจ้างูแม้มีขนาดใหญ่น้ำหนักตัวมาก หากแต่พลังมังกรกายาที่ลี้เฟยใช้ มีพลังมหาศาลระดับล้านจิน ทำให้เจ้างูหลามโดนเหวี่ยงกลางอากาศ ตัวและหัวกระแทกหินและต้นไม้ใหญ่สลับไปมา
หลังจากรับการกระแทก งูใหญ่ไม่สามารถทำอะไรได้ จึงบาดเจ็บสาหัสและสิ้นใจลงในเวลาต่อมา ลี้เฟยเก็บหินวิญญาณงูหลามอสูรพร้อมเนื้อหนัง จากนั้นหยิบดีงูมากินสด ๆ ความร้อนและพลังวิ่งพล่านในตัวลี้เฟย พลังงานตะวันแดงทำให้ลี้เฟยต้องเร่งเดินปราณควบคุมทันที หาไม่แล้ว พลังจะกระแทกเข้าไปที่จุดตันเถียนมากเกินไปและจะทำให้บาดเจ็บสาหัสได้
เมื่อมองไปที่ม้าหางวัว มันมองลี้เฟยด้วยความสิ้นหวัง สายตาคู่ที่มองเหมือนจะมีน้ำตาคลอ ลี้เฟยบังเอิญเหลือบไปเห็นในขณะที่กำลังจะฆ่ามัน
"เจ้าหนุ่ม ... เจ้าไว้ชีวิตข้าได้หรือไม่"
"เจ้าหนุ่ม ... เจ้าไว้ชีวิตข้าได้หรือไม่ ข้ามีแม่ที่กำลังรอคอยข้าอยู่" เสียงม้าหางวัวดังออกมา โดยไม่ได้หวังว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะเข้าใจมันได้ น้ำตาไหลพรากออกมาจากเบ้าตา ไม่ใช่เพราะกลัวตัวเองจะตาย แต่หากห่วงแม่ของมันที่รออยู่
ลี้เฟยจับสัมผัสที่ส่งมาได้ทันที มองไปที่ม้าหางวัวอีกครั้ง จึงใช้จิตมายาส่งออกไปหา "เจ้าเป็นอะไร ม้า กระทิง หรืออะไร แล้วเจ้าเรียกข้ารึ"
"ใช่ข้าเรียกเจ้า แต่ เอ๊ะ เจ้าเข้าใจภาษาข้าด้วยหรือนี่" ม้าหางวัวถามกลับไปด้วยความแปลกใจ
"เอาเถอะข้าทำได้ เจ้ามีอะไรก็ว่ามา ก่อนที่ข้าจะจบชีวิตเจ้า" ลี้เฟยถามกลับไป
"เจ้าหนุ่ม ... เจ้าไว้ชีวิตข้าได้หรือไม่ ข้ามีแม่ที่ต้องดูแล รอคอยข้าอยู่ ข้าออกมาหาแหล่งอาหาร ไม่คาดว่าจะเจอเจ้างูหลามอสูรตัวนี้ ช่วงนี้มีคนเข้ามาในป่ามากมาย ข้าเลยลองออกมาดูป่าด้านนอกเผื่อจะมาหากินแถวนี้กับแม่ข้าได้" ม้าหางวัวตอบลี้เฟยด้วยความกังวลลูกที่กำลังรอ
"มีคนมากมายกำลังเข้าไป เพื่อล่าสัตว์อสูรเช่นเจ้า เจ้าไม่เจอข้า เจอคนอื่น เจ้าก็ต้องตายอยู่ดี แต่ข้าจะให้เจ้าเจ็บน้อยที่สุดก่อนเจ้าจะจากโลกนี้ไป" ลี้เฟยส่ายหัวเตรียมลงมือฆ่ากระทิง
"เจ้าหนุ่ม ... ท่านโปรดไว้ชีวิตข้าเถิด ข้าจะตอบแทนท่าน ข้าจะบอกความลับแก่ท่าน เผื่อเป็นโชควาสนาของท่านต่อไป" ม้าหางวัววิงวอนลี้เฟย
"ข้าไม่สน แต่ข้าจะไว้ชีวิตเจ้าครั้งนี้ แต่หากคนอื่นพบเจอเจ้าอีก เจ้าอาจไม่รอด" ลี้เฟยเก็บปราณพลังกลับเข้าไปที่ตัว จากนั้นลุกและกำลังจะเดินจากไป
ม้าหางวัวกลายร่างเป็นเด็กตัวเล็กในขณะที่ลี้เฟยกำลังจะเดินไป
"ข้าชื่อ ตู้จิน ข้ากับแม่อาศัยอยู่ในเขตป่าด้านใน หากท่านเข้าไป จะมีเขาสูง ท่านไปที่นั้น มันเป็นเขตโบราณมีอายุนับล้านปี บรรพบุรุษของข้าก็เกิดและตายที่แถบนั้นมาหลายชั่วอายุแล้ว ที่นั่นเล่ากันว่า บรรพบุรุษของข้าเก็บของล้ำค่าไว้ ข้าไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร แต่เป็นตำนานบอกเล่ามานานมากแล้ว"
"เจ้าเป็นใคร ทำไมเจ้าแปลงร่างเป็นคนได้" ลี้เฟยถามกลับไปด้วยความแปลกใจ
"ข้าเป็นกิเลน ข้าชื่อตู้จินตามที่บอกเจ้าไป ตระกูลของข้าดูแลป่าโบราณมาช้านาน ด้านในเป็นป่ามิติ น้อยคนที่จะหลงเข้าไปได้ วันนี้ข้าออกมาเพราะข้าตั้งใจจะหาแหล่งอาหารให้แม่ข้า เพราะป่าใกล้เขตมิติข้า มีคนมากมายเกินไป"
"วันนี้ท่านให้โอกาสข้า ท่านไปที่เชิงเขาหากท่านมีวาสนา ท่านก็จะเข้าไปในเขตป่ามิติโบราณได้ ข้าบอกท่านได้เท่านี้ อีกอย่าง หากท่านต้องการสัตว์อสูรเพิ่มพลัง ท่านไปแถบป่าด้านตะวันออก จะมีสัตว์อสูรพลังตะวันแดงมากมาย แต่ดุร้ายอยู่มาก" ตู้จินกล่าวอธิบายพร้อมแปลงร่างเป็นกิเลนแล้วเดินเขยก ๆ จากไป
สองชั่วยามต่อมา ลี้เฟยมาเขตป่าตะวันออกตามที่ตู้เฟยกล่าวไว้ เมื่อมาเห็นฝูงจิ้งจอกราวสองสามร้อยตัวกระจายอยู่ตามแนวป่า ยังไม่ทันจะเข้าไป จิ้งจอกกลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามาและล้อมลี้เฟยไว้อย่างรวดเร็ว
"จิ้งจอกลาดตระเวนรึ" ลี้เฟยส่งปราณหอกออกมาจากจักระมังกร พร้อมกระแทกปลายหอกไปตัวที่เดินมาด้านหน้า หอกกระแทกคมไปยังตัวแรกกระเด็นออกไป ตัวที่เหลือกระโจนเข้ามา หมายจะขย้ำลี้เฟยให้เสร็จในพริบตา ลี้เฟยเอี้ยวตัวหลบพร้อมใช้หอกกวาดไปรอบตัวสลับตีลังกาออกไปนอกวงจิ้งจอก เมื่อตัวหนึ่งถูกตี อีกตัวก็เข้ามาโดยไม่กลัวตาย พวกมันส่งเสียงหอนออกไปเตือนภัย เสียงหมาจิ้งจอกหอนรับต่อกันเป็นการรับรู้อย่างรวดเร็ว
"มีทั้งหมดเจ็ดตัว ข้าต้องรีบจัดการก่อนที่พวกเจ้าจะยกโขยงมาที่นี่แล้ว" ลี้เฟยไม่รอช้าเมื่อรู้ว่าจิ้งจอกตัวอื่นจะต้องมาตามเสียงแน่นอน
ลี้เฟยแปลงปราณหอกเป็นปราณกระบี่ พร้อมใช้มังกรทะยาน กระแทกด้วยมังกรกายาใส่ไปยังจิ้งจอกแต่ละตัวกระเด็นออกไป พร้อมใช้มังกรลี้พุ่งไปใช้กระบี่ตัวหัวจิ้งจอกแต่ละตัวจนครบ แต่ก็ยังพลาดโดนกัดไปที่แขนและขาหลายหน แต่โชคดีที่เกล็ดมังกรกิเลนแข็งกล้า ฟันจิ้งจอกที่แหลมคมไม่สามารถระคายผิวของลี้เฟยได้ ลี้เฟยเก็บหินวิญญาณและชิ้นส่วนจิ้งจอกและทะยานออกไปทันที
"ข้าต้องจัดการเจ้าอีกสักหน่อย พวกเจ้าเยอะเช่นนี้ ข้าจะได้หินวิญญาณได้เร็วขึ้น" ลี้เฟยใช้มังกรเร้นกาย ซ่อนตัวและจัดการจิ้งจอกกว่าร้อยตัวที่วิ่งกันเข้ามา มังกรเร้นกาย ช่วยให้ลี้เฟยพรางตัวได้ โดยไม่มีใครเห็นว่าอยู่ที่ใด เป็นวิชาที่ได้มาจากคัมภีร์ของบิดาจักรพรรดิมังกร ใช้เวลาไปสองวันเศษก็สามารถเก็บหินวิญญาณมากมาย พร้อมทั้งเนื้อหนังของจิ้งจอกเข้าไว้ในแหวนมิติจักรพรรดิทันที
เนื่องจากจำนวนจิ้งจอกมากมายเกินกว่าพลังจะจัดการได้พร้อมกัน ทำให้ลี้เฟยต้องเร้นกายสลับไปมาตามที่ต่าง ๆ ในเขตจิ้งจอก และใช้เวลาไปสองวันทีเดียว
แม้จะไม่ได้บาดเจ็บสาหัส ทว่าจำนวนจิ้งจอกมากมายและยังมีระดับพลังตะวันแดง ก็ทำให้ลี้เฟยแทบจะหมดสภาพเช่นกัน ลี้เฟยตัดสินใจใช้เจตจำนงการเคลื่อนที่ดึงปราณฑาตุธรรมชาติมากมายเข้าสู่ร่าง ไม่ช้าพลังปราณก็ฟื้นคืน
"นี่นับรวมก็สามวันแล้วข้าจะรวบรวมหินวิญญาณก่อนแล้วค่อยเข้าเขตสาม มาคนเดียวแบบนี้คล่องตัวมาก ไม่ต้องห่วงใครดี" ลี้เฟยยังมุ่งต่อไปด้านในทิศตะวันออก ด้านในมีฝูงกระทิงตะวันแดงฝูงใหญ่มาก มากกว่าฝูงจิ้งจอกที่เจอไม่นานนี้ตามที่ตู้จินบอกไว้
"ฝูงกระทิงอสูรตะวันแดง ตัวใหญ่และมีพลังขนาดนี้" ลี้เฟยยิ้มด้วยความตะกละที่จะเก็บหินวิญญาณ ในขณะเดียวกันก็ครุ่นคิดว่าจะจัดการมันได้อย่างไร ขนาดจิ้งจอกตัวเล็กกว่ากระทิง ข้ายังใช้เวลาสองวัน แต่เจ้าพวกนี้ ตัวใหญ่ผิดกัน จำนวนก็มากกว่าเป็นสองเท่า
"เอายังไงดี ..."