ตอนที่ 7 : บ้านนอกเข้ากรุงก็แบบนี้แหละ ตอนต้น
“ให้ตายดี้... ซวยชะมัดยาดเลย!”
เดลล์บ่นโอดโอยยังกับเป็วันสิ้นโลก
ตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่บนเกวียนรถม้าโดยสารที่กำลังเคลื่อนตัวไปยังเมืองหลวงอย่างช้า ๆ
ส่วนคนที่นั่งฟังเดลล์บ่นอยู่ในเกวียน หากไม่นับลุงคนขับแล้วก็จะมีแค่โอฟีเลียกับไอชาที่มีจุดหมายเป็เมืองหลวงเหมือนกัน
และอีกคนคือเรกะที่ถอนหายใจให้เขาอยู่ข้าง ๆ
“ซวยอะไรกันคะคุณเดลล์... เขาคิดค่าเสียหายแค่ครึ่งเดียวก็ดีเท่าไหร่แล้วคะ”
เรกะทำเสียงอ่อนน้ำตาตกใน
เสียงถอนหายใจก่อนหน้าไม่ใช่การโทษเดลล์ แต่เป็ความเสียดายเพราะแทนที่จะได้รางวัลจากการช่วยเมือง แต่ดันต้องมาเสียเงินแทน
แม้ในความเป็จริงจะมีพยานรู้เห็นจำนวนมากว่าเดลล์เป็ผู้สังหารปีศาจจนขับไล่พวกกากอยไปได้
...แต่ทางเมืองก็ไม่อาจมองข้ามเื่ที่เขาทำ เพราะเดลล์สร้างความเสียหายมากยิ่งกว่าปีศาจกับพวกกากอยทำรวมกันเสียอีก
พอหักลบความดีความชอบที่ช่วยเมืองไว้ ค่าเสียหายเลยถูกลดเหลือครึ่งเดียว
ในส่วนของสาเหตุที่ว่าโจรกระจอกใช้วิธีไหนในการอัญเชิญปีศาจนั้นก็ต้องสืบสวนกันต่อไป แต่นั่นก็ไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของนักผจญภัยอยู่ดี
“ทำคุณบูชาโทษชัด ๆ เพราะไอ้สลอธนั่นแท้ ๆ เชียว!”
เดลล์ตบพื้นเกวียนหงุดหงิดใหญ่ ในพจนานุกรมของเขาไม่มีความคิดที่ว่าตัวเองผิดเลยสักนิด โอฟีเลียเห็นแล้วก็ได้แต่ยิ้มแห้ง
“อะฮะฮะ... แต่อย่างน้อยก็ไม่มีใครได้รับาเ็นะคะ ต้องขอบคุณคุณเดลล์เลย”
โอฟีเลียให้รอยยิ้มเป็น็นการปลอบใจ
และไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ แต่โอฟีเลียก็กลับมาเรียกเดลล์ว่า ‘คุณเดลล์’ เหมือนครั้งแรกที่พบกันอีกครั้ง เนื่องด้วยความชื่นชมที่เพิ่มขึ้น
แถมด้วยความที่เกวียนมีขนาดเล็ก โอฟีเลียกับไอชาที่นั่งฝั่งตรงข้ามเลยนั่งจนขาแทบจะชนกับเดลล์หรือเรกะ ความใกล้ชิดเหมือนได้นั่งติดกับดาราทำโอฟีเลียยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตลอดทาง
ไอชาเห็นแล้วถึงรู้สึกไม่สบอารมณ์นิดหน่อย?
“พูดแต่เื่เดิมมา 10 รอบแล้วนะคะ ถึงบ่นไปหนี้ก็ไม่หายไปไหนแท้ ๆ”
“ก็มันอัดอั้นตันใจนี่นา แค่บ่นนิดหน่อยเองไม่เห็นจะเป็ไรเลย”
เดลล์ทำปากจู๋ต่อล้อต่อเถียงไม่เลิก
ถึงเื่ที่ช่วยไว้ก่อนหน้านี้จะทำให้ไอชามองเดลล์ใหม่ก็เถอะ แต่ก็เห็นชัดว่าเื่นั้นเป็คนละเื่กับนิสัยของเดลล์ ซึ่งดูแล้วคงไม่มีวันที่จะเข้ากันได้กับไอชา
เดลล์รู้แบบนั้นก็เลยไม่ได้ใส่ใจ เขายักไหล่พิงเกวียนเหมือนเหนื่อยจะคิดเื่หนี้สิน
“เอาเถอะ... ถึงจะเสียค่าโง่ไปเยอะ แต่ยังไงก็ใช้เงินส่วนที่ฉันได้จากเควสฆ่าัเมื่อวานมาโปะได้อยู่หรอก”
“แต่คนที่ฆ่าัน่ะฉันนะคะ”
เรกะจ้องจี่ไปทางเดลล์ แต่เขาก็ผิวปากทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้
“ัเหรอคะ!?” โอฟีเลียดีดหลังตรงทันทีที่ได้ยินเื่น่าสนุก เธอไม่ปล่อยให้เดลล์พูดถึงมันเฉย ๆ โดยไม่เล่าแน่
แต่พอรู้สึกตัวว่าพูดโพล่งขึ้นมาจนอาจเสียมารยาท เธอก็เริ่มบิดตัวเอียงอาย แก้มอันอวบอิ่มเริ่มถูกย้อมด้วยสีแดงอย่างน่ารักน่าชัง
เรกะเห็นแล้วก็อมยิ้มไม่โกรธเลยสักนิด ทำเอาไอชาโล่งใจอยู่เหมือนกัน
ส่วนสายตาของเดลล์ก็เปลี่ยนไปเป็ซุกซนนึกสนุกขึ้น แต่ความจริงจังก็มากขึ้นด้วยเช่นกัน
“คิดมาั้แ่ตอนที่เจอกันแล้วล่ะนะว่าเธอน่าสนใจดี”
“!?”
โอฟีเลียไหล่กระตุกอีกหน การถูกกิลด์มาสเตอร์ของกิลด์ระดับ S ชื่อดังอย่างคริสตัลคลาวด์จ้องมองทำเอาเธอดีใจจนเนื้อเต้น
พอถูกเดลล์มองั้แ่หัวจรดเท้า หัวใจเธอยิ่งเต้นรัวเข้าไปใหญ่
แล้วเดลล์ที่ครุ่นคิดบางอย่างจนได้คำตอบก็พยักหน้าให้ตัวเอง
“อื้ม! ตัดสินใจแล้ว เธอน่ะมาเข้าคริสตัลคลาวด์สิ!”
“หืม? เอ๋!!!!!!!!”
โอฟีเลียะโลั่นจนเกวียนม้าถึงกับไหวไปมา
เสียงะโเธอทำเอานกป่า สัตว์เล็กสัตว์น้อยวิ่งหนีกระเจิงไปตาม ๆ กัน
“คะคะ เข้าคริสตัลคลาวด์เหรอคะ? คนอย่างฉันเข้าได้เหรอคะ!?” โอฟีเลียตื่นเต้น เธอหายใจหอบยืดตัวเข้าหาเดลล์ยังกับจะเข้าไปสิง
“อื้ม! เข้าได้สิ ไม่ว่าใครก็เข้าได้ทั้งนั้นแหละ”
แต่เดลล์ก็ไม่ได้เปลี่ยนท่าทีสีหน้าที่มีต่อโอฟีเลีย เขาพยักหน้ารับกอดอกวางมาดไปตามเคย
...คิดจะทำให้ตัวเองดูเท่เอาตอนนี้ก็สายไปซะแล้วล่ะค่ะ
ไอชากับเรกะคิดขึ้นมาพร้อมกัน ท่าทางแบบนั้นไม่ได้ผลกับพวกเธอ
เพราะทางเรกะนั้นมองความเป็จริงมากกว่า
“แต่ว่านะคะ... ถึงจะบอกว่าเข้าได้ทุกคน แต่กิลด์ระดับ S น่ะมีกฎเข้มงวดเื่การทดสอบเข้ากิลด์อยู่นะคะ เป็กฎพื้นฐานที่ทุกกิลด์ต้องทำตามเลยล่ะค่ะ!”
เรกะพูดขัดจังหวะเดลล์ เธอไม่อยากให้โอฟีเลียฝันหวาน
แต่โอฟีเลียก็พยักหน้ารับง่าย ๆ เหมือนกัน ท่าทางเธอไม่ได้แปลกใจกับเื่การทดสอบ
“เื่นั้นฉันเองก็เคยได้ยินค่ะ... เห็นว่าคนที่จะเข้ากิลด์ระดับ S จะต้องผ่านการทดสอบที่มีความยากระดับ A ของกิลด์ระดับ A เป็อย่างน้อยโดยขึ้นอยู่กับแต่ละกิลด์จะประเมิน นอกจากนี้ก็ยังต้องได้รับการยอมรับจากกิลด์มาสเตอร์ด้วยสินะคะ”
“โอ...” เรกะรู้แล้วว่าสอนจระเข้ว่ายน้ำ เธอยิ้มแห้งเลยทีเดียว
“รู้ละเอียดตามเคยเลยแฮะ”
เดลล์ผิวปากประทับใจ ถ้าเป็เื่เกี่ยวกับนักผจญภัยนี่ไว้ใจโอฟีเลียได้จริง ๆ
“แต่ก็นะ... ถึงจริง ๆ แล้วจะมีอีกอย่างนึงก็เถอะ”
“เอ๋? อะไรเหรอคะ?”
โอฟีเลียหันขวับสงสัย เพราะอยู่ดี ๆ น้ำเสียงของเดลล์ก็ดูเ็าขึ้นมา แถมสีหน้าก็ยังดูหงุดหงิดเฉยเลย เรกะที่ได้ยินเื่นั้นเองก็หงอยลงไปจนหูหลูบตก
เห็นแบบนั้นไอชาเลยพลอยสงสัยไปด้วย เพราะมันเกี่ยวกับทั้งตัวเองและเ้านายที่รักโดยตรง
แต่เดลล์ที่เป็ต้นเื่ก็ดันยักไหล่อีกรอบ
“ช่างเถอะ ไม่มีอะไรหรอก”
“เอ๋!? อย่าพูดให้อยากแล้วจากไปสิคะคุณเดลล์!”
โอฟีเลียทำหน้าเสียดาย ท่าทางออดอ้อนนั่นราวกับลูกสุนัขมาขอคลอเคลียยังไงอย่างงั้น
แต่เดลล์ก็ทำเป็หูทวนลมอยู่ดี เขากำลังคิดว่าเปลี่ยนเื่ไปเลยน่าจะดีกว่า
“แล้วว่าไงล่ะ? อยากจะเข้ากิลด์ฉันป่ะล่ะ?”
“เข้าค่ะ!!!!”
โอฟีเลียชูมือขานรับทันทีทันใด ลืมเื่ที่เดลล์พูดถึงไปซะสนิทดังที่เขาตั้งใจ
เรกะเห็นความเข้ากันของทั้งคู่แล้วก็อดจ้องจี่ไม่ได้
ไอชาเองก็เหมือนกัน... แต่เป็คนละสาเหตุ
“เดี๋ยวก่อนค่ะท่านโอฟีเลีย”
ก่อนที่ความตื่นเต้นของโอฟีเลียจะทะลุปรอท ไอชาเลยเทน้ำเย็นราดเรียกสติ เธอกระตุกชายเสื้อโอฟีเลียถอยจากเดลล์อย่างไว
“ดิฉันทราบค่ะว่าท่านชอบกิลด์นี้มาก แต่อย่างน้อยจะไม่ไปดูกิลด์อื่น ๆ ก่อนเลยเหรอ? ดิฉันว่าอย่างน้อยก็ไม่ควรปิดโอกาสตัวเองนะคะ”
คำพูดไอชาทำโอฟีเลียนิ่งไป เพราะมันก็เป็ความจริง
บนโลกนี้มีกิลด์ระดับ S ราวครึ่งร้อยกิลด์ และถือว่าเป็ลีกที่มีอัตราการแข่งขันสูงที่สุดเพราะอันดับแทบจะพลิกไปมาตลอด มีแค่พวกสิบอันดับแรกเท่านั้นที่จองตำแหน่งไว้ไม่เคยหล่นไปจากนั้น
พูดง่าย ๆ คือกิลด์ระดับ S ทุกกิลด์มีความแข็งแกร่งเชือดเฉือนกันไม่มาก
แต่ความจริงข้อนั้นมีหรือที่โอฟีเลียจะไม่รู้
กลับกัน ถึงจะรู้แต่เธอก็ยังอยากเข้าคริสตัลคลาวด์มากกว่าอยู่ดีเพราะเป็ความชอบส่วนตัว ยิ่งผ่านเื่เมื่อวานมาด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง
แต่สำหรับไอชา... เมดสาวของเธออยากใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์
“แล้วดิฉันได้ยินมาว่ากิลด์ของคุณเดลล์มีจำนวนสมาชิกน้อยมากเลยไม่ใช่เหรอคะ? เทียบกับกิลด์อื่นที่มีขั้นต่ำเป็ร้อยคนแล้วมันก็น่าสงสัยอยู่นะคะ”
“ไอชา!”
โอฟีเลียะโขึ้นเสียง ไอชาสะดุ้งไปเลยเพราะโอฟีเลียเป็คนโกรธยากมาแต่ไหนแต่ไร
แต่นั่นก็สมควรอยู่ เพราะคำพูดของไอชามันไม่ต่างจากการดูถูกเดลล์กับเรกะเลย
“...ขออภัยด้วยค่ะทั้งสองท่าน”
โดนเ้านายที่ใจดีขนาดนั้นขึ้นเสียงใส่ ไอชาก็เริ่มสำนึกผิดขึ้นมา
ถึงจะทำเพื่อเ้านายตัวเองก็เถอะ แต่ไปพูดแบบนั้นกับผู้มีพระคุณมันก็ดูไม่ดีจริง ๆ
แต่แน่นอนว่าเดลล์กับเรกะไม่คิดมาก ทางเดลล์ทำแค่ยักไหล่ปล่อยผ่านด้วยซ้ำ
“ช่างเถอะ เพราะที่ไอชาพูดมาก็มีเหตุผลจริง ๆ นั่นแหละนะ”
เดลล์กอดอกทำสีหน้าจริงจัง ไม่ปฏิเสธเื่ที่กิลด์ของพวกตนนั้นแปลกประหลาดเพราะสามารถติดท็อปสามได้ตลอดทั้งที่มีสมาชิกกิลด์น้อยกว่ากิลด์อื่น
ทางเรกะเองก็ไม่ได้ถือโทษอะไรไอชา คิดว่าขอโทษมาแล้วก็แล้วกันไป
หรือต่อให้ไม่นับเื่นั้น... ถ้าขนาดเดลล์ยังเห็นด้วยกับไอชา เธอก็ไม่มีสิทธิ์ว่าอะไร
“ถ้าเจอกิลด์เจ๋ง ๆ แล้วอยากเข้าฉันก็ไม่มีสิทธิ์ห้าม... แต่ถ้าเกิดไม่มีที่ไปฉันก็รอต้อนรับพวกเธอเสมอนะ”
แต่ต่อให้โอฟีเลียกับไอชาพูดเหมือนจับปลาสองมือ เดลล์ก็ยังยิ้มให้พวกเธออย่างอบอุ่น สีหน้านั่นราวกับโอบอ้อมทุกสิ่งได้ผิดกับภาพลักษณ์เฉื่อยแฉะที่แสดงออกมาตลอด
...ถึงขั้นทำเอาไอชาเริ่มจะรู้สึกผิดขึ้นมาเลย
❖❖❖❖❖
หลังจากนั้นการสนทนาในรถเกวียนก็หยุดลง แต่ก็ไม่นานเท่าใดนักเพราะผ่านไปเพียงแค่ 10 นาทีเมืองหลวงก็ปรากฏแก่สายตาของพวกเดลล์
สิ่งแรกที่รับน้องโอฟีเลียกับไอชาคือการตรวจสอบจากยามรักษาการณ์ โอฟีเลียกับไอชาที่ไม่มีบัตรแสดงตัวก็เกือบจะไม่ได้เข้าเมือง แต่เพราะได้เดลล์ช่วยเซ็นเอกสารรับรองให้ในฐานะกิลด์มาสเตอร์ ทั้งสองคนถึงเข้าเมืองได้โดยง่าย
ติดหนี้คุณเดลล์อีกแล้วสิเนี่ย
โอฟีเลียกับไอชาแอบคิด แต่คนนึงรู้สึกดีใจ ในขณะที่อีกคนรู้สึกเจ็บใจแทน
ทั้งสองลงจากรถม้า โอฟีเลียและไอชาต่างก็เบิกตาโพลงร้อง “ว้าว!” ออกมาพร้อมกันด้วยความประทับใจ หลังได้ยลโฉมเมืองหลวงกลางนาม ‘เซนทรัลอิกดราซิล’
สถาปัตยกรรมสมัยใหม่สร้างด้วยเหล็กและปูน มีทั้งรถโดยสารที่ไม่เคยเห็นเต็มไปหมด รถดังกล่าวถูกสร้างขึ้นมาจากเหล็กรูปทรงกระบอกอันถูกเรียกว่ารถโดยสารประจำทาง แม้แต่รถที่วิ่งไปตามรางบนพื้นถนนเองก็มีให้เห็น รวมถึงรถส่วนตัวที่ขับไปตามถนนทั้งแบบสองล้อ สามล้อและสี่ล้อดูน่าตื่นตาไปหมด
หลังทอดสายตาไปไกลก็มองให้เห็นตึกระฟ้ามากมายตั้งอยู่ใจกลางเมือง ทั้งยังสังเกตเห็นแผ่นเหล็กที่สามารถฉายภาพเคลื่อนไหวได้อย่างน่าอัศจรรย์ที่เรียกว่า ‘ทีวี’ อยู่เต็มไปหมด
โอฟีเลียกับไอชาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน พวกเธอรู้สึกเหมือนอยู่ผิดยุคยังไงอย่างงั้น ซึ่งเื่นั้นก็มีสาเหตุของมันอยู่
ด้วยความที่เมืองนี้เป็ศูนย์กลางของนักผจญภัย เมื่อนักผจญภัยค้นพบเทคโนโลยีใหม่ ที่ที่จะได้รับการเผยแพร่เทคโนโลยีนั้นก่อนใครก็ต้องเป็ที่นี่ นั่นเลยส่งผลให้ที่แห่งนี้มีสภาพเศรษฐกิจที่คล่องตัวสูงจึงกลายเป็ศูนย์กลางทางการค้าไปด้วย
พอมีทุกอย่างครบครัน การศึกษาแขนงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็วิชาชีพพื้นฐานและเวทมนตร์เองก็อยู่ที่นี่ด้วยั้แ่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงมหาวิทยาลัย
และเพราะมีเกือบทุกอย่างจึง้าการรักษาความปลอดภัยระดับสูงที่สุด ศูนย์กลางทางการทหารเองจึงอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน
และเพราะเป็ศูนย์กลางการทหาร หลายประเทศจึงกลัวที่เมืองแห่งนี้จะประกาศากับตัวเอง เซนทรัลอิกดราซิลเลยกลายเป็เขตอิสระปกครองตัวเอง โดยมีเกือบทุกประเทศในโลกร่วมเป็พันธมิตร
ที่ทุกคนเรียก ‘เซนทรัลอิกดราซิล’กันว่าเป็ศูนย์กลางของโลก จึงไม่ได้เกินความจริงไปเลย
โอฟีเลียเกือบจะตื่นตาตื่นใจให้กับความยิ่งใหญ่ของที่แห่งนี้จนลืมเป้าหมายหลัก
พอตั้งสติได้ ทั้งสี่คนเลยทักทายกันก่อนแยกย้าย
ทางเดลล์กับเรกะแน่นอนว่าต้องกลับเข้ากิลด์ไปรายงานเื่ต่าง ๆ
ส่วนโอฟีเลียและไอชา... แม้จะเข้าเมืองหลวงครั้งแรก แต่พวกเธอก็พกแรงบันดาลใจที่อยากจะเป็นักผจญภัยมาด้วยอย่างเต็มเปี่ยม
พวกเธอกอดเก็บความฝันั้แ่วัยเด็กในทุกก้าวที่ออกเดิน ไล่ตามหากิลด์ที่เคยจดบันทึกไว้ว่าอยากจะเข้าเพื่อสอบถามถึงเื่การทดสอบเข้ากิลด์
ทว่า...
“ไม่รับ”
“เอ๋!?”
โอฟีเลียยืนงงอยู่หน้าอาคารหินขนาดใหญ่ดูหรูหรา มีป้ายด้านหน้าเขียนไว้ว่า ‘เลวี่บลอสซั่ม’
ที่แห่งนี้เป็หนึ่งในกิลด์นักผจญภัยระดับ S ที่โอฟีเลียใฝ่ฝันว่าอยากจะเข้า
ที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็เป็นักผจญภัยสาวผิวแทนชื่อดังซึ่งโอฟีเลียรู้จัก
...แต่คำแรกที่เธอพูดกลับเป็คำปฏิเสธเสียนี่
“โทษทีนะ แต่พวกเรารับคนอย่างพวกเธอเข้ากิลด์ไม่ได้หรอก”
“ทำไมกันเหรอคะ? ยังไม่ทันได้เข้าทดสอบเลยแท้ ๆ”
ไอชาถามแทนเ้านาย ไม่สิ... เธอเองก็อยากเข้ากิลด์นักผจญภัยเหมือนกันถึงได้จ้องเขม็งใส่
นักผจญภัยสาวเห็นเริ่มเกาศีรษะลำบากใจ
“คือว่านะ พวกเธอยังไม่เคยเป็นักผจญภัยกันมาก่อนเลยไม่ใช่เหรอ?”
“ระ เื่นั้นก็ใช่ค่ะ...”
โอฟีเลียตอบอย่างหวาด ๆ สายตาเขม่นของนักผจญภัยสาวเริ่มทำให้พวกเธอรู้สึกเหมือนอยู่ผิดที่
“งั้นก็ฟังให้ดีนะ กิลด์ระดับ S ส่วนใหญ่เขาไม่รับคนที่ไม่เคยเป็นักผจญภัยมาก่อนหรอก”
“...”
“พูดตรง ๆ นะ... พวกเราไม่คิดจะรับเด็กใหม่ที่ไร้ประสบการณ์มาเป็ตัวถ่วงหรอก ถึงรับเข้ามาก็มีแต่จะคอยสูบเงินโบนัสจากการแข่งประจำไตรมาสทั้งที่ยังทำอะไรเพื่อกิลด์ไม่ได้อยู่ดี”
พอถูกตอกกลับแรงและตรง ไหล่ของโอฟีเลียก็สั่นสะท้าน ดวงตาและหัวใจเธอเริ่มสั่นระรัวกับความจริงที่เพิ่งตระหนัก เธอกับไอชาไม่สามารถโต้เถียงอะไรกลับไปได้เลย
ใช่... โบนัสรางวัลจากการแข่งประจำไตรมาสคือสิ่งที่จะมอบให้กับนักผจญภัยภายในกิลด์อย่างเท่าเทียมกันทุกคนตามกฎของส่วนกลาง เพราะถือว่าทุกคนเป็ส่วนหนึ่งของกิลด์
ซึ่งสำหรับเด็กใหม่ไร้ประสบการณ์ที่ไม่เคยเป็นักผจญภัยมาก่อน ไม่มีใครคาดหวังว่าเด็กใหม่จะทำภารกิจหรือออกสำรวจในโลกเร้นลับได้ดีเท่ากับพวกมือฉมังที่มาจากกิลด์ระดับ A แถมไม่รู้ว่าพวกเด็กใหม่จะเรียนรู้งานและแข็งแกร่งพอจะช่วยเหลือกิลด์ได้เมื่อไหร่
เวลาที่เสียไปคือทรัพยากรอันมีค่าที่ทุกคนไม่อยากจ่ายเพราะทำให้เสียเปรียบในการแข่งขันประจำไตรมาส นั่นเลยเป็เหตุผลที่กิลด์ระดับ S มักจะรับสมัครสมาชิกจากกิลด์ระดับ A เท่านั้น
การที่เด็กใหม่ไม่เคยเป็นักผจญภัยมาก่อนถูกครหาว่าจะมาสูบเืสูบเนื้อจากกิลด์ชื่อดังจึงเป็เื่ที่ทุกกิลด์ต้องระวัง
“ฉะ ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นเลยนะคะ!” แต่แน่นอนว่าโอฟีเลียรับเื่นั้นไม่ได้
“ฉันน่ะจริงจังกับงานนี้ รับรองว่าถ้าได้รับพิจารณาให้ร่วมทดสอบจะเป็ประโยชน์กับกิลด์ของพวกคุณแน่นอนค่ะ ฉันน่ะ———”
โอฟีเลียพูดไม่ทันจบดีนักผจญภัยสาวผิวแทนก็โบกมือลาโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไร เธอหายเข้าไปในตึกของกิลด์ตัวเองอย่างเ็า ท่าทางจะชินกับการรับมือเด็กใหม่ไฟแรงอย่างโอฟีเลียพอดู
แต่สำหรับโอฟีเลีย... นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอคิดไว้เลย
ลืมคิดไปซะสนิทเลย... ถึงจะน่าเจ็บใจแต่ก็เป็แบบที่เขาว่าไม่มีผิด
คนที่ไม่เคยมีประสบการณ์คงได้แต่เกาะกิลด์กินไปวัน ๆ นั่นเพราะระดับความยากของเควสที่ถูกส่งมายังกิลด์ระดับ S นั้นยากกว่าระดับทั่วไปโข
กับคนที่ไม่เคยทำเควสระดับที่ยากน้อยกว่ามาก่อน ใครจะไปเชื่อว่าจะสามารถทำประโยชน์ให้กิลด์ได้กันล่ะ
โอฟีเลียลองนึกในมุมของกิลด์แล้วก็พอเข้าใจได้
เรานี่มันแย่จริง ๆ...
โอฟีเลียเริ่มโทษตัวเอง สีหน้าก็ค่อยหมองลง ทั้งน้ำตายังเริ่มรื้นขึ้นโดยไม่อาจขืนขัด
“ท่านโอฟีเลีย...”
ไอชาที่อยู่ข้าง ๆ กุมมือโอฟีเลียแน่นเพื่อปลอบใจ
โอฟีเลียรีบเช็ดน้ำตาตัวเองก่อนจะไหล เธอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเพื่อเรียกกำลังใจให้กลับคืนมา
...แต่สำหรับไอชา ดูยังไงโอฟีเลียก็กำลังฝืนทำเป็เข้มแข็งอยู่ดี รอยยิ้มเธอขมอย่างเห็นได้ชัด
“เราลองไปดูกิลด์อื่นบ้างดีกว่าเนาะ”
“...ค่ะ”
แต่ไอชาทำอะไรไม่ได้นอกจากอยู่ข้างผู้เป็นาย แม้รอยยิ้มของโอฟีเลียจะดูขมขื่นแค่ไหนก็ตาม
ทั้งสองคนเริ่มออกเดินตามถนนเส้นหลักอีกครั้ง พยายามตระเวนสอบถามถึงการขอเข้าทดสอบในการเข้ากิลด์ระดับ S
แต่ทว่า...
“เด็กใหม่? ล้อกันเล่นรึไง? พวกเราไม่รับคนไร้ประสบการณ์หรอก”
“ไปเป็นักผจญภัยระดับ S ของกิลด์ระดับ A ก่อนค่อยมาคุยกันใหม่เถอะ”
“มาจากบ้านนอกสินะ... ก็รู้สึกแย่ที่ต้องพูดแบบนี้อยู่ แต่พวกเธอไม่เหมาะกับกิลด์ระดับ S หรอก”
“เป็แค่เด็กใหม่อย่าฝันสูงหน่อยเลยน่า ไปเข้ากิลด์ระดับ D ไต่ระดับขึ้นมาก่อนซะไป”
คำพูดมากมายตอกกลับไฟฝันอันร้อนแรงจนแทบมอดดับ
โอฟีเลียได้แต่เดินไปตามทางอย่างอิดโรย เหลือแต่เพียงความผิดหวังเป็ชนักติดตัว
โชคดีที่ไอชากุมมือเธออยู่ ไม่งั้นเธอคงฝันสลายมากกว่านี้
รู้สึก... หมดแรงเลย
โอฟีเลียถอนหายใจออกมาเสียยาวเหยียดอย่างที่ไม่ได้ทำมานาน เธอรู้สึกหมดแรงกายแรงใจ เพราะ ‘ความฝัน’ ของเธอจะทำได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในกิลด์ระดับ S เท่านั้น
ทั้งที่ออกเดินทางจากบ้านเกิดมาตั้งไกลแท้ ๆ
ยิ่งโอฟีเลียคิดเธอยิ่งรู้สึกฝันสลาย
...และในตอนที่กำลังคิดว่าจะเอายังไงต่อดี
“โย่”
เสียงของเด็กหนุ่มที่ฟังดูคุ้นหูดังขึ้นมาจากข้างทาง
โอฟีเลียค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองก็พบกับเด็กหนุ่มใจดีที่เธอเพิ่งรู้จักเมื่อวาน
เขากำลังยกมือทักทาย ยืนพิงกำแพงราวกับดักรออยู่แล้ว
“...คุณเดลล์”
โอฟีเลียเปิดปากเสียงอ่อนแรง เกิดจากความผิดหวังในตัวเองที่คิดอะไรตื้น ๆ
เห็นท่าทางแบบนั้น เดลล์กลับยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
เขาเดินไปวางมือบนศีรษะของโอฟีเลีย ลูบไปมาเบา ๆ ด้วยความอบอุ่นทดแทนความโหดร้ายจากคำพูดที่เธอได้รับมาตลอดทาง
จนโอฟีเลียที่ได้รับัับรรเทาทุกข์เริ่มสะอึกสะอื้น
“ฮึก...”
น้ำตาที่พยายามอดกลั้นมาตลอดหยดลงเป็สาย โอฟีเลียปลดปล่อยความผิดหวัง เ็ปและโศกเศร้าในรูปของคราบน้ำตาสายใหญ่
ความอ่อนแอของโอฟีเลียทำไอชาน้ำตารื้นตามไปด้วย กลายเป็ความอ่อนแอของไอชาเช่นกันที่ไม่อาจทำอะไรเพื่อโอฟีเลียได้เลย
นอกจากคอยกุมมือ
❖❖❖❖❖

