ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 152 หุ่นเชิดศพเกราะทอง!

            ด้านล่างของแม่น้ำฉางหลิง

            เวลานี้เย่เทียนและเหล่าราชาคนอื่นกำลังยืนอยู่ที่ลานกว้างหน้าวิหารอันโอ่อ่า

            วิหารแห่งนี้มีขนาดใหญ่มาก คาดว่าน่าจะครอบคลุมพื้นที่กว่าสิบลี้ถึงแม้ว่ามันจะผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนาน แต่สถานที่นี้ก็ยังคงแผ่กลิ่นอายอันยิ่งใหญ่ที่ไม่อาจจินตนาการได้ออกมา

            วิหารทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยม่านแสง ม่านแสงนี้ดูเบาบางเป็นอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้นแม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิก็ไม่สามารถทำลายมันได้ หากต้องการเข้าไปด้านในทำได้เพียงแค่ใช้กุญแจวิหารเท่านั้น

            ส่วนระดับศักดิ์สิทธิ์และระดับจักรพรรดินั้นไม่สามารถเข้าไปในวิหารได้ถึงแม้จะมีกุญแจก็ตามมีเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาหรือต่ำกว่าเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าไปในวิหาร มิฉะนั้นกุญแจที่เย่เทียนได้รับมาคงจะตกไปอยู่ในมือของคนอื่นแล้ว

            ใครก็ตามที่ครอบครองกุญแจก็จะถูกแย่งชิงโดยผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์หรือแม้กระทั่งระดับจักรพรรดิ

            เพียงไม่นานผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาแต่ละคนก็ถือกุญแจวิหารเดินเข้าไปในม่านแสงแล้วผ่านเข้าไปในห้องโถงใหญ่

            แม้จะมีผู้ฝึกยุทธ์หลายร้อยคนที่เข้ามาด้านในห้องโถงใหญ่แต่มันก็ไม่แออัดเลยแม้แต่น้อย ที่ตรงกลางของห้องโถงใหญ่ก็มีประตูบานหนึ่งตั้งอยู่

            ประตูนี้เป็นประตูที่เชื่อมไปยังมิติของวิหารซึ่งเป็นหนทางเดียวที่สามารถเข้าไปยังที่นั่นได้ โดยรอบห้องโถงทั้งหมดเป็นผนังหนาไม่มีทางเดิน

            พรึ่บ พรึ่บ!!!

            ผู้ฝึกยุทธ์ร้อยคนเข้าไปในประตูมิติโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยเย่เทียนเองก็พุ่งเข้าไปเช่นกัน

            พลังมิติที่คุ้นเคยโอบล้อมปกคลุมปกคลุมเย่เทียนส่งเขาไปยังอีกโลกหนึ่งอย่างรวดเร็ว!

            “โชคดีที่พรสวรรค์ในการคัดลอกของเราไม่ได้ถูกปิดกั้น!”

            เย่เทียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก

            ก่อนหน้านี้ภายในวิหาร เขาพบว่าพรสวรรค์ในการคัดลอกของเขานั้นถูกสะกดเอาไว้จนทำให้เขารู้สึกหนักใจตอนนี้เมื่อเขาผ่านประตูมิติมายังพื้นที่แห่งนี้แล้ว พรสวรรค์ในการคัดลอกของเขาก็กลับมาใช้งานได้ดังเดิม

            สำหรับเย่เทียนแล้วต้องบอกว่ามันเป็นสิ่งที่น่ายินดียิ่ง

            มิฉะนั้นแม้ว่าพรสวรรค์ในการคัดลอกของเขาจะคูลดาวน์เสร็จสิ้นแต่เขาก็ไม่สามารถคัดลอกพรสวรรค์ของคนอื่นได้

            “ทำไมเราถึงรู้สึกว่ามิตินี้ไม่ได้อยู่ภายในวิหารแห่งนั้น?”

            เย่เทียนพึมพำ

            แม้ว่าวิหารแห่งนั้นจะลึกลับมาก แต่มีเพียงห้องโถงใหญ่แห่งเดียวที่สามารถเข้าไปได้แต่โบราณสถานวิหารไม่ได้มีแค่ห้องโถงใหญ่เพียงจุดเดียว แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรจึงไม่มีใครสามารถไปยังสถานที่อื่นๆได้

            อย่างไรก็ตามภายในประตูนี้มันเป็นเหมือนประตูมิติที่เชื่อมต่อกับมิติที่ไม่รู้จักเย่เทียนสัมผัสได้ว่าพื้นที่แห่งนี้อยู่ห่างไกลจากวิหารมาก

            หากเป็นเช่นนั้นจริงก็สามารถอธิบายได้ว่าทำไมพรสวรรค์ในการคัดลอกของเขาถึงไม่ถูกยับยั้งในที่แห่งนี้

            “โบราณสถานวิหารลึกลับเกินไปเรายังไม่จำเป็นต้องสนใจมันมากนัก ตอนนี้มีเรื่องที่สำคัญกว่าที่ต้องทำ เราต้องหาอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างให้พบเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!”

            เย่เทียนลอยอยู่กลางอากาศ กวาดสายตามองออกไปรอบด้าน

            ในตอนนี้เขาพบว่าผู้ฝึกยุทธ์แต่ละคนถูกส่งไปยังตำแหน่งที่ไม่เหมือนกันแต่เดิมมีผู้ฝึกยุทธ์หลายร้อยคนที่ผ่านประตูเข้ามา แต่ในพื้นที่ขนาดใหญ่แห่งนี้ เขากลับไม่เห็นใครแม้แต่คนเดียวเห็นได้ชัดว่ามิตินี้กว้างใหญ่ขนาดไหน

            เย่เทียนเลือกทิศทางและบินออกไปอย่างรวดเร็วในขณะที่เขากำลังบินเขาก็สังเกตสถานการณ์บนพื้นดินไปด้วย

            ครึ่งชั่วโมงต่อมา ในที่สุดอาคารหลังหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในสายตาของเย่เทียน

            วู๊ซซซ!

            เย่เทียนบินลงไปและเดินไปยังอาคาร

            ที่นี่เป็นลานบ้านหลังหนึ่ง ราวกับเป็นที่พักอาศัยของยอดฝีมือบางคนทั่วทั้งลานบ้านถูกสลักค่ายกลไว้มากมาย

            “พรสวรรค์ด้านค่ายกล!”

            ทันใดนั้น ในสายตาของเย่เทียนทัศนาโดยรอบทั้งหมดก็กลายเป็นโลกของค่ายกลค่ายกลมากมายซ้อนทับซับซ้อนกันอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

            “ค่ายกลนี้…ช่างน่ากลัวนัก!”

            เย่เทียนประหลาดใจ

            นี่เป็นเพียงค่ายกลที่เขามองเห็นเท่านั้นไม่แน่ว่าอาจจะมีค่ายกลที่แม้แต่พรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับสูงสุดมองก็ไม่เห็นอยู่ด้วยเช่นกัน

            เท่าที่ดูแล้ว ระดับของค่ายกลนี้น่าจะสูงกว่าค่ายกลใหญ่ระดับสูงสุดมาก

            “เราไม่สามารถทำลายค่ายกลนี้ได้!”

            เย่เทียนส่ายหัวและยอมแพ้

            เขาเดินเข้าไปด้านใน และในขณะที่เขาเข้าใกล้ประตูบานใหญ่นักรบสวมเกราะสีทองก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเย่เทียนพร้อมถือหอกยาวไว้ในมือ

            “คนบุกรุกที่พักของนายท่านตาย!”

            นักรบเกราะทองกล่าวอย่างเย็นชา

            “ผู้พิทักษ์!”

            เย่เทียนย้อนนึกถึงคำพูดของนักบุญหญิงแห่งนิกายเทพจันทรา

            เห็นได้ชัดว่านักรบเกราะทองผู้นี้เป็นผู้พิทักษ์

            เย่เทียนตรวจสอบพรสวรรค์ของอีกฝ่ายตามความเคยชิน

            และเหตุการณ์ที่น่าตกใจเกิดขึ้น เขาได้สามารถตรวจสอบพรสวรรค์ของผู้พิทักษ์ได้จริงๆ

            [ประเภท : หุ่นเชิดศพเกราะทอง

            พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ : ระดับหลุดพ้น

            พรสวรรค์ด้านการป้องกัน : ระดับสูง

            พรสวรรค์ด้านพละกำลัง : ระดับปานกลาง

            พรสวรรค์ด้านหอก: ระดับปานกลาง]

            “หุ่นเชิดศพเกราะทอง หรือจะมีคนสร้างหุ่นเชิดจากศพของมนุษย์? พรสวรรค์ในการคัดลอกของเราสามารถคัดลอกพรสวรรค์ของศพได้ ขอเพียงเป็นศพสมบูรณ์ก็พอแล้วหุ่นเชิดศพเกราะทองนี้เป็นศพที่ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพรสวรรค์ในการคัดลอกของเราจึงสามารถตรวจสอบพรสวรรค์ของมันได้”

            เมื่อเย่เทียนตระหนักได้ถึงเรื่องนี้ เขาก็รู้สึกเกร็งไปทั้งตัว

            ขุมกำลังที่เป็นผู้สร้างโบราณสถานแห่งนี้ในยุคโบราณนั้นไม่ใช่ฝ่ายธรรมะอย่างแน่นอนแค่ลองคิดดูว่าภายในมิติแห่งนี้มีหุ่นเชิดศพเกราะทองอยู่กี่ตัว มันก็หมายความได้ว่าพวกเขาใช้ร่างของมนุษย์ไปมากเพียงใดในการสร้างหุ่นเชิดศพ

            “ใช้ศพสร้างหุ่นเชิดเพื่อเป็นผู้พิทักษ์ของตัวเองนี่คงจะเป็นวิธีการของอารยธรรมนี้ แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาถึงได้ทอดทิ้งที่แห่งนี้ไปพวกเขาคงจะใช้สถานที่แห่งนี้สำหรับทดสอบเหล่าศิษย์หรือผู้เยาว์ของกองกำลังต่างๆ อาคารแต่ละหลังออกแบบมาเพื่อให้สามารถนำสมบัติออกมาได้แค่เพียงชิ้นเดียวแต่เมื่อเวลาผ่านไปคนของอารยธรรมเหล่านี้ก็หายตัวไป พื้นที่แห่งนี้จึงถูกเก็บรักษามาจนถึงทุกวันนี้และในที่สุดก็ถูกค้นพบโดยคนในยุคของเรา!” เย่เทียนคาดเดาคร่าวๆ

            ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิด หุ่นเชิดศพเกราะทองก็โจมตีเข้ามาอย่างรวดเร็ว

            เย่เทียนตวัดดาบของเขาออกไปเบาๆ ร่างของหุ่นเชิดศพเกราะทองก็ถูกแยกออกเป็นสองส่วนกระนั้นคลื่นพลังจากดาบกลับไม่ได้ลดลง มันพุ่งออกไปชนกับค่ายกลใหญ่

            ตูม!

            ปราณดาบปะทะเข้ากับค่ายกล แต่มันเกิดเพียงคลื่นขึ้นมาเล็กน้อยเย่เทียนไม่สามารถสร้างความเสียหายให้แก่ค่ายกลได้เลยแม้แต่น้อย

            ทันใดนั้น

            ศพที่ถูกแยกเป็นสองส่วนของหุ่นเชิดเกราะทองก็หายไปจากนั้นค่ายกลใหญ่ก็ปรากฏทางเข้าขึ้นมา

            เข้าไปได้แล้ว!

            เมื่อเห็นดังนั้นเย่เทียนก็เดินเข้าไปในลานบ้านก่อนเขาจะพบห้องที่ดูแปลกตา

            จากนั้นเขาก็เปิดประตูห้องและเห็นหนังสือจำนวนมากวางเรียงรายอยู่บนชั้นหนังสือ

            เขาแตะหนังสือเล่มหนึ่งเบาๆ และมันก็กลายเป็นฝุ่นในพริบตา

            “นี่…เป็นเพียงหนังสือธรรมดา!”

            เย่เทียนคิดกับตัวเอง

            หนังสือบางเล่มที่ล้ำค่าสามารถเก็บรักษาไว้ได้นับพันปีโดยไม่เน่าเปื่อยแต่หนังสือธรรมดาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้

            หลังจากตรวจสอบในห้องหนังสืออยู่พักหนึ่งเย่เทียนก็พบหนังสือเพียงสามเล่มที่ยังไม่เสื่อมสลาย หนังสือสามเล่มนี้ผลิตจากหนังของสัตว์อสูรบางชนิด

            ถึงแม้เวลาผ่านไปเนิ่นนานมันก็ยังคงอยู่ในสภาพเดิม

            “นี่คือตัวอักษรของอารยธรรมโบราณนี้?”

            เย่เทียนเปิดหนังสือทั้งสามเล่มและเห็นตัวอักษรแปลกๆอยู่ มันไม่ใช่ตัวอักษรสมัยใหม่หรือตัวอักษรจีนโบราณ

            เขาไม่เคยเห็นตัวอักษรเหล่านี้ แต่หลังจากเปิดดูแล้วเขาก็เข้าใจเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ได้

            เพราะคนที่สร้างหนังสือทั้งสามเล่มได้ถ่ายทอดพลังจิตเข้าไปด้วยเหตุนี้เย่เทียนจึงเข้าใจความหมายของมันได้

            ไม่น่าแปลกใจเลย

            ตำราทั้งสามเล่มนี้เป็นตำราทักษะทั้งหมดเล่มหนึ่งเป็นทักษะดาบระดับเงิน - ดาบลับกากบาท

            เล่มที่สองคือทักษะการบ่มเพาะขั้นสูง และอีกเล่มหนึ่งเป็นเกี่ยวกับทฤษฎีพลังจิต

            มันเป็นทฤษฎีที่บอกว่าหากสามารถทำให้พลังจิตแข็งแกร่งถึงระดับหนึ่งผู้ใช้จะสามารถคงตัวตนอยู่ได้ตลอดไปโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาร่างกาย

            ทฤษฎีนี้สำหรับเย่เทียนแล้วมันแปลกมาก

            แต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับเขาเท่าไหร่

            เย่เทียนไม่ได้เลือกเก็บตำราทั้งสามเล่มนี้ไว้และวางมันลงในที่เดิมเขาสัมผัสได้ว่าหากเขาหยิบตำราเล่มใดเล่มหนึ่งออกไป เขาจะถูกส่งออกไปในทันที

            “ไปสำรวจห้องอื่นต่อแล้วกัน!”

            จากนั้นเย่เทียนจึงเดินไปยังห้องอื่นๆต่อ