พอประตูสีขาวบานใหญ่เปิดออกก็พบกับ เอลฟ์หน้าตาสวยงามจนแทบจะสะกดสายตาของผมให้มองเเต่เธอคนเดียวไม่ให้มองสิ่งอื่นในห้องเลยทีเดียว มีผมสีขาวบริสุทธิ์ ดวงตาสีทอง สวมชุดหรูหราสีขาวพร้อมเครื่องประดับเพชรพลอย บนหัวสวมมงกุฎที่ตกเเต่งด้วยดอกไม้และยังกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ดอกไม้อีกต่างหาก
ฝ่าาที่หมายถึงคือราชินีสินะ เป็คนที่สวยมากเลย
“ยินดีต้อนรับ เอลสัน เมลเเล้วก็มนุษย์ หืม....”
เหมือนราชินีจะมองผม เเล้วทำหน้าเหมือนจะสะกิดใจอะไรในตัวผม
“ขอขอบพระทัยฝ่าามากพะยะค่ะ ที่ให้เข้าเฝ้าอย่างเร่งเด่นเช่นนี้”
คุณเอลสันกับเมลคุกเข่าลงเหมือนจะไม่เห็นปฎิกิริยาของราชินี ผมเห็นดังนั้นจึงคุกเข่าด้วย
“ไม่ต้องพิธีอะไรมากนักหรอก ข้าอยากคุยเป็การส่วนตัว”
“พะยะค่ะ”
“ข้าชื่อ เอลเซีย เฟริว เรีย บรูมส์ เป็ราชินีของหมู่บ้านบรูมส์เเห่งนี้ ส่วนเ้ามนุษย์เ้าชื่อว่าเลโอสินะ”
“ครับ”
“เ้าเป็ใคร มาทำอะไรในป่าราตรีเเห่งนี้”
หมู่บ้านแห่งนี้ชื่อ บรูมส์ ส่วนป่าเเห่งนี้ชื่อป่าราตรีสินะ เอาละแล้วเราจะตอบยังไงดีละ ถ้าบอกความจริงไปจะมีคนเชื่อเรางั้นหรอ
“ผมหลงทางอยู่ในป่านะครับ”
“หลงทาง? หลงทางในป่าที่ห่างไกลจากเมืองของมนุษย์เเห่งนี้นะหรอ”
“ครับ...”
“ดูเหมือนเ้าจะไม่พูดความจริงสินะ ทาเนีย”
เมื่อพูดจบคุณเมดที่พาเรามาที่ห้องนี้ ที่ยืนข้างหลังของราชินีก็พุ่งเข้ามาโจมตีผมด้วยมีดสั้นด้วยความเร็วสูงทันที
อึก!? เร็ว! ผมะโหลบได้ทันอย่างฉิวเฉียด
“โห หลบการโจมตีของทาเนียได้ด้วย เ้าเป็ใครกันเเน่”
อะไรกัน? ความเร็วเมื่อกี้ ถึงจะไม่ได้ระวังตัวก็จริง เเต่ถึงอย่างนั้นก็เร็วมาก
“ฝ่าา! ท่านทำอะไร!”
คุณเอลสันกับเมล พยายามลุกขึ้นเพื่อถามราชินี
“เงียบซะ! จะให้มนุษย์ที่ไม่รู้ที่มาเเบบนี้เข้ามาอยู่ในหมู่บ้านได้ยังไง! ทาเนียจัดการซะ อย่าฆ่าละจับเป็!”
ทาเนียก้มหน้ารับคำสั่ง เเล้วเข้ามาโจมตีใส่ผมอีกครั้ง รอบนี้ผมระวังตัวจึงหลบได้อย่างไม่ยากเย็น เท่าไหร่—
เอ๊ะ! ฟึบ! มีดสั้นผ่านหน้าผมไปนิดเดียว การโจมตีเร็วขึ้น! การโจมตีเข้ามารัวๆเเถมยังเร็วขึ้นอีก เเย่ละแบบนี้ ถ้าไม่ตอบโต้อาจจะเเพ้จริงๆก็ได้
ผมจึงตอบโต้ด้วยการเอามือพุ่งเข้าไปเพื่อที่จะจับเเขนของคุณทาเนีย เเต่ทาเนียก็ะโหลบได้ จนตอนนี้ระยะของเราเว้นห่างกันราวๆสองเมตร
“คุณนี้เก่งจริงๆนะครับ”
“คุณก็เหมือนกันนะคะ หลบการโจมตีของฉันได้หมด”
“เเต่ว่า....จะไม่มีครั้งต่อไปเเล้วค่ะ เพราะฉันจะเอาจริงเเล้ว 【เวทเสริมพลัง】”
ทาเนียร่ายเวทเสริมพลัง พร้อมตั้งท่าที่จะสู้แบบเอาจริง พอเห็นแบบนั้นทำให้ผมรู้สึกขนลุกเลยทีเดียว ว่าแต่เวทเสริมพลังสินะ นั้นขออนุญาติโกงสักเล็กน้อยนะครับ
“นั้นผมก็ขอเอาจริงด้วยละกันครับ【เวทเสริมพลัง】เเต่ผมก็ไม่อยากทำร้ายคุณ เพราะงั้นจะจบในรวดเดียวนะครับ”
พอพูดจบอาเรียก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวผมด้วยความเร็วยิ่งกว่าเดิม 2 เท่าไม่สิมากกว่านั้นอีก เเล้วใช้มีดสั้นเเทงมาที่ตัวผม ถ้าปล่อยให้เเทงคงจะไม่โดนจุดสำคัญ เป็ความเร็วที่ปกติเเล้วคงไม่มีใครหลบความเร็วนี้ได้
เเต่ ผมเห็นการเคลื่อนไหวอย่างชัดเจน จากผลของสกิลพิเศษ【ดวงตาเเห่งเเสง(ขั้นต้น)】
ผมจึงเตะตัดขา เมื่อทาเนียเสียการทรงตัวผมก็จับเธอกดลงกับพื้นพร้อมล๊อคเเขนจากศิลปะการต่อสู้ที่เคยเห็นมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเธอ
“อึก!? ความเร็วอะไรกัน”
“อย่าขยับดีกว่านะครับ เดี่ยวมันจะเจ็บกว่าเดิม”
“บ้าน่า! ทาเนียเเพ้ในครั้งเดียว…”
ราชินีเอลเซียใอย่างมาก คุณเอลสันกับเมลก็ใเหมือนกัน ดูเหมือนทั้งสามจะมองตามความเร็วของผมไม่ทัน
“ผมว่าเราหยุดการต่อสู้ เเล้วมาคุยกันดีๆดีกว่าไหมครับ”
“อึก….นั้นสินะ เรามาคุยกันดีกว่า”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น ผมก็ปล่อยคุณทาเนีย เเล้วพวกเราก็เปลี่ยนห้องไปยังห้องนั่งเล่นที่สามารถนั่งคุยกันได้ โดยมีโต๊ะหนึ่งตัวเเล้วมีเก้าอี 4 ตัวโดยมีผม ราชินีเอลเซีย คุณเอลสันเเละเมลเป็ผู้เข้าร่วมการคุยครั้งนี้ คุณทาเนียยืนชงชาอยู่ข้างๆ
“สรุปว่า เ้าเป็ใครกันเเน่ เป็คนระดับสูงของประเทศไหนงั้นหรอ?”
“ก่อนจะตอบคำถามนั้น ตอนที่ผมเข้ามาในห้องครั้งเเรก ฝ่าาพยายามตรวจสอบสเตตัสของผมสินะ”
“เ้ารู้ได้ยังไงกัน!”
ไม่ใช้เเค่ราชินีเอลเซียที่ใ เเต่รวมถึงคุณเอลสันเเละเมลด้วย
“ผมเเค่ลองเดาดูนะครับ”
“เดาอย่างนั้นหรอ คิดว่าข้าจะเชื่อรึไง ก็จริงอยู่ที่ข้ามีสกิล【การประเมิน】อยู่ ที่สามารถส่องดูสเตตัสของผู้อื่นได้ เื่นี้เอลสันกับเมลก็รู้เื่”
สกิล【การประเมิน】จริงๆด้วยสินะ
ถ้าถามว่าผมรู้ได้ยังไงก็เพราะสกิล【ดวงตาเเห่งเเสงขั้นต้น】
เป็สกิลที่สามารถดูได้ว่าคนนั้นชื่ออะไรเป็ใคร เผ่าพันธุ์อะไร มีปริมาณพลังเวทแค่ไหน ดูได้กระทั่งว่าคนนั้นมีสกิลพิเศษอะไรบ้าง
สกิลการประเมินของฝ่าาก็จะคล้ายๆกับผมแต่ของฝ่าาจะทำได้แค่ดูชื่อเผ่าพันธุ์กับพลังเวทแค่สองอย่าง แต่ก็มีความสามารถที่สุดยอดอีก
อย่างนึงคือสามารถประเมินได้ว่าจิตใจของคนๆนั้นนิสัยที่แท้จริงเป็ยังไง เป็สกิลที่มีประโยชน์มากเลยละ แล้วก็ฝ่าายังมีอีกสกิลนึง
“เลยจะตรวจสอบผมเพื่อดูว่า เป็พวกโจรหรือคนอันตรายหรือไม่สินะครับ”
“ใช่เเล้วละ”
“เเล้วเห็นของผมว่ายังไงหรอครับ”
“ไม่เห็นอะไรเลย ไม่สิ....ดูไม่ได้มากกว่า”
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องใยิ่งกว่าเดิมอีก เเต่ผมไม่ได้ใอะไรเพราะกะไว้อยู่เเล้วว่าจะส่องสเตตัสของผมไม่ได้เเน่ๆ เพราะถ้าส่องได้ป่านี้คงจะช๊อคไปเเล้วละ
“ไม่จริงหนา! มีสเตตัสที่ฝ่าาดูไม่ได้ด้วยหรอ”
“นั้นสินะ นี้เป็ครั้งเเรกเลยที่ข้าดูสเตตัสของผู้อื่นไม่ได้”
“เพราะงั้นจึงพยายามถามว่า ผมเป็ใครกันเเน่สินะครับ”
“ใช่เเล้วละ เเต่ดูเหมือนเ้าจะไม่ใช่คนเลวเหมือนเ้าพวกมนุษย์พวกนั้น ถึงจะดูไม่ได้แต่ความรู้สึกข้าบอกอย่างนั้น”
คิดว่าผมไม่ใช่คนไม่ดีนี้เอง ถ้าคิดว่าผมเป็คนเลวคงจะสั่งให้ทาเนียเข้ามาฆ่าผมในทันที เเต่กลับสั่งว่าให้จับเป็เเทน
“สรุปเ้าเป็ใครกันเเน่ เป็มนุษย์เเน่หรอ”
“ใช่ครับผมเป็มนุษย์ เเต่—ไม่ใช่ของโลกนี้”
หลังจากที่ได้คิดวิเคราะห์อยู่สักพัก ผมก็ได้ตัดสินใจจะบอกความจริงทั้งหมดเพื่อสร้างความสัมพันธุ์อันดีกับเอลฟ์ อีกอย่างผมสัญชาตญาณของผมมันบอกว่าพวกเขาเหล่านี้เป็คนที่ไว้ใจได้ ในเมื่อมาต่างโลก เป็โลกที่ไม่รู้จึกควรจะหาคนที่ไว้ใจได้ไว้สักหน่อย
“ไม่ใช่คนของโลกนี้ หมายความว่าไง หรือว่า…?”
“ผมเป็มนุษย์จากต่างโลก แต่ตอนนี้ดูจะมีคำว่าผู้กล้าติดมาอยู่ด้วยก็เถอะครับ”
หาาา!! ทุกคนใถึงกับลุกขึ้นจากเก้าอี้กันหมดเลย ส่วนคุณอาเรียใจนถ้วยชาที่กำลังจะเดินมาเสิร์ฟตกเลยทีเดียว
“ผู้กล้า!?”
“ผู้กล้าที่อยู่ในตำนานนะหรอ!”
เป็ครั้งเเรกที่เห็นฝ่าาเอลเซียะโเเบบนี้ เเต่ว่าในตำนานงั้นหรอ? ดูเหมือนจะมีคนที่ถูกอัญเชิญมาที่โลกนี้ก่อนเราสินะ
“เื่ตำนานผมก็ไม่รู้หรอกนะครับ เเต่ตอนนี้สเตตัสของผมเป็ผู้กล้า”
“งั้นหรอ มันถึงเวลาเเล้วสินะ”
“ถึงเวลา?”
“ไม่สิช่างมันก่อน เเล้วทำไมเ้าถึงมาอยู่ที่ป่าเเห่งนี้กันละ ถึงข้าจะไม่รู้เื่เกี่ยวกับการอัญเชิญผู้กล้ามากนัก เเต่น่าจะอยู่กับประเทศที่อัญเชิญหนิ”
“เื่นั้นผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ พอรู้ตัวก็มาอยู่ในป่านี้เเล้ว”
น่าจะมีการผิดพลาดในการอัญเชิญหรือมีอะไรเกิดอะไรขึ้นระหว่างการอัญเชิญสักอย่าง
“เพราะฉะนั้นผมมีเื่ที่จะขอร้อง”
“เื่ที่อยากข้อร้องงั้นหรอ….ได้สิ เเต่ก่อนอื่นข้าอยากถามอะไรเ้าก่อนจะได้ไหม”
ฝ่าาตอบรับคำขอจากผม แล้วกลับมานั่งอย่างสงบ พร้อมด้วยทำสีหน้าที่จริงจรังที่เคยเห็นเมื่อตอนที่นั่งบัลลังก์นี้คงจะเป็โหมดราชินี
“ได้เเน่นอนครับ”
“เ้าคิดจะทำยังไงกับพวกเรา?”
พวกเราที่ว่านี้หมายถึงเอลฟ์ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ่านเเห่งนี้สินะ เเต่ว่าทำไมถึงถามเื่เเบบนี้กันละ
“หมายความว่าไงหรอครับ?”
“งั้นหรอ เ้ามาจากต่างโลกจริงๆสินะ เ้าเพิ่งมาที่โลกนี้ไม่แปลกที่จะไม่รู้ ข้าจะเล่าให้ฟังคร่าวๆก่อนละกัน ตอนนี้เผ่าพันธุ์เอลฟ์กับมนุษย์เป็ศัตรูกันยังไงละ ไม่สิไม่ใช่เเค่พวกข้า มนุษย์มองเผ่าพันธุ์อื่นๆเป็ศัตรูเเละคอยข่มเหงรังเเกอยู่ตลอด่ 700 ปีมานี้ พวกมนุษย์ก็พยายามลักพาตัวเด็กๆในหมู่บ้านของเรา เพื่อจับไปเป็ทาสของพวกมันเหมือนกัน”
ฝ่าาเอลเซียเเสดงอารมณ์โกธรอย่างเห็นได้ชัด จับไปเด็กไปเป็ทาสสินะ ไม่แปลกใจเลยทำไมเอลฟ์ถึงไม่ชอบมนุษย์ โลกนี้มีระบบทาสงั้นหรอ รู้สึกไม่ชอบใจเลย
“อีกอย่างตอนนี้เ้าเป็ผู้กล้า ผู้กล้าเป็ผู้ที่มีพลังมหาศาลที่เอาไว้ใช้ต่อกรกับจอมมาร”
จอมมาร!? อย่างนี้นี้เอง เริ่มเข้าใจอะไรขึ้นมาหน่อยเเล้ว เหตุผลที่อัญเชิญเรามาที่โลกนี้เพื่อที่จะให้ต่อกรกับจอมมารสินะ
เป็ไปตามพอตเื่ผู้กล้ากับจอมมารเลยละเเบบนี้
“จอมมารตอนนี้อยู่ที่ไหนหรอครับ”
“นี้เ้าคิดจะไปสู้กับจอมมารทันทีเลยรึไง?”
“ปล่าวครับ ผมเเค่อยากรู้รายละเอียด”
จะให้ไปบวกกับจอมมาร โดยไม่รู้เื่อะไรเลยเนี่ยละ ยังไงเเบบนั้นก็ไม่ไหวหรอก
“ตามตำนานตอนนี้จอมมารโดนผนึกอยู่หนะ โดยผู้กล้าคนเเรก”
โดนผนึก? ทำไมต้องอัญเชิญเรามาอีกละ สรุบได้อย่างเดียวว่าจะฟื้นคืนชีพเร็วๆนี้สินะ
“ผู้กล้าไม่ได้จัดการจอมมารหรอครับ?”
“ดูเหมือนเ้าจะเข้าใจผิดไปหน่อยนะ จอมมารมีพลังมากกว่าผู้กล้าคนเเรกซะอีก ผู้กล้าทำได้แค่ใช่พลังทั้งหมดเพื่อที่จะผนึกจอมมารโดยที่ยอมเเลกชีวิตตัวเอง”
จอมมารมีพลังมากกว่าผู้กล้าคนเเรกอีกหรอเนี่ย
“แล้วอีกอย่างนะ ยังมีเ้าพวกนั้นอยู่อีก”
“พวกนั้น?”
“4 คนสนิทของจอมมาร [4 าาทมิฬ] ”
4 าาทมิฬ เเค่ชื่อฟังดูเท่แล้วยังไงต้องเเข็งเเกร่งเเน่นอน
“ว่ากันตามความรู้สึกข้า หลังจากที่ได้เจอเ้าพวกนั้นครั้งนึงในอดีต เ้าพวกนั้นมีพลังพอๆกับจอมมารกันหมดทุกคนเลยละ”
มีพลังเท่ากับจอมมารทุกคน เฮ้ยๆ แบบนี้มันชักจะแย่แล้วไหมเนี่ย ว่าเเล้วเชียวยังมีคนที่เเข็งเเกร่งอยู่อีกเยอะสินะ
“แล้วตอนนี้ทั้ง 4 คนไปอยู่ไหนหรอครับ?”
“หายไปอย่างไร้ร่องรอย 3 คน อีกคนนึงทำหน้าที่ปกครองแทนจอมมารอยู่ที่อาณาจักรปีศาจทาทาลัส นี้คือข่าวที่ข้าได้มาล่าสุด”
อาณาจักรปีศาจทาทาลัส เป็เมืองหลวงของเผ่าพันธุ์ปีศาจในโลกเเห่งนี้ ส่วนเื่ของ 4 คนนั้นรู้สึกเลยว่ามันแปลกๆ ไว้ค่อยหาทางสืบอีกที
“เเล้วชื่อของผู้กล้าคนนั้น ชื่ออะไรหรอครับ”
แค่นี้ก็ได้ข้อมูลมาเยอะแล้ว ส่วนอีกเื่ที่อยากจะรู้บางทีอาจจะเป็คนจากโลกเดียวกันกับผมก็ได้
“ชื่อหรอ เอ่อ อืม ข้าก็จำไม่ได้เเล้วด้วยสิ ถึงเมื่อกี้จะคืนอยู่ครั้งนึงเเต่ก็จำหน้าไม่ได้เเล้วด้วย จำได้อย่างเดียวว่าผู้กล้านั้นได้ใช้【เวทศักดิ์สิทธิ์】เพื่อผนึกจอมมารเอาไว้”
【เวทศักดิ์สิทธิ์】เราก็มีสินะเเต่ยังไม่เคยลองใช้เลย เเสดงว่ามีทางที่พอจะสู้ได้อยู่หนึ่งทางเเล้วสินะ
ไม่รู้ชื่อของผู้กล้าคนก่อนงั้นหรอ เื่ราวมันคงนานเเล้วสินะ คงต้องหาทางสืบต่อหลังจากที่ไปเมืองมนุษย์ซะเเล้ว
“ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะครับ”
“นั้นกลับมาที่คำถามของฝ่าาที่ถามว่าผมจะทำยังไงกับที่นี้ เพราะคิดว่าผมจะอยู่ฝ่ายเดียวกับมนุษย์แล้วจะมาทำลายเผ่าพันธุ์เอลฟ์สินะครับ”
“ใช่เเล้วละ ถ้าเ้าเป็ศัตรูกับพวกเราละก็ พวกเราในตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้เลย”
ฝ่าาเอลเซียรอคำตอบจากผมด้วยสีหน้าที่จริงจรัง เเฝงความกังวลเอาไว้เล็กน้อย
“คำตอบของผมคือ— ผมจะไม่ทำอันตรายต่อเผ่าพันธุ์เอลฟ์เเละก็รวมไปถึงเผ่าพันธุ์อื่นๆด้วย ผมไม่มีทางที่จะทำร้ายใครเพียงเพราะว่าไม่ใช่มนุษย์ สำหรับผมทุกเผ่าพันธุ์เท่าเทียมกัน ผมจะทำสิ่งที่อยากทำ ไม่ฟังคำสั่งของใครทั้งนั้น เเล้วก็—ตั้งเเต่มาที่โลกนี้ผมก็ตัดสินใจที่จะช่วยผู้คนของโลกนี้อยู่เเล้วครับ”
(เพื่อตอบเเทนที่พาเรามายังโลกใบนี้ ไม่ว่ายังไงเราก็ต้องปกป้องให้ได้)
ผมพูดด้วยเสียงที่จริงจรังดุดันจากตอนปกติ พร้อมส่งสายที่เเสดงถึงความตั้งใจอันเเรงกล้าว่าที่ผมพูดออกไปนั้นคือมาจากหัวใจจริงๆไม่มีการโกหกเเม้เเต่นิดเดียว หวังว่าจะสื่อไปถึฝ่าาเอลเซีย เมื่อเธอได้ยินดังนั้นไม่รู้ทำไมเธอยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยที่มุมปาก เเตกต่างกับคุณเอลสัน เมลเเละทาเนีย ที่อึ้งกับคำพูดของผมไปเลย
“ทุกเผ่าพันธุ์เท่าเทียมกันงั้นหรอ ฮุฮุ”
ปฎิกิริยาต่างจากปกติ ตอนปกติจะดูเป็คนที่สวยเ็าเอาจริงเอาจรัง เเต่เมื่อกี้ดูเป็สาวน้อยน่ารักเลย
“ถึงตอนนี้จะไม่มีอะไรมายืนยันสิ่งที่ผมพูดเลยก็เถอะ”
“ตอนนี้ ข้าจะเชื่อใจเ้าก่อนเเล้วกัน”
ฝ่าาเอลเซียเผยรอยยิ้มเล็กน้อย ทำให้ใจผมสั่นแรงขึ้นมาทันที ยิ้มแบบเมื่อกี้มันผิดกฎหนิ!
“ข้าได้คำตอบที่้ามาเเล้ว ส่วนเื่ที่เ้าจะขอร้องคือเื่อะไรละ”
“ผมอยากจะขอให้สอนสิ่งต่างๆเกี่ยวกับโลกนี้ เเล้วก็ขออาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้สักพักหนะครับ”
เรายังรู้เกี่ยวกับโลกนี้เเค่นิดเดียวเพราะงั้นข่าวสารเลยสำคัญอย่างมาก ว่ากันว่า ‘รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง’
ส่วนเื่ที่ขออยู่ที่หมู่บ้านนี้ต่อเพราะอยากลองเรียนรู้การควบคุมพลังนี้สักหน่อย ตอนนี้เหมือนมีเเค่พลังเเต่เื่ควบคุมนี้ไม่ได้เื่
ถ้าไม่รู้ความสามารถของพลังของตัวเองจะเป็ภัยร้ายในอนาคตได้
(ไม่ใช่อยากอยู่ที่นี้เพราะมีเอลฟ์สวยๆมากมายหรอกนะ....ไม่เคยคิดเลยจริงๆนะ)