(จบแล้ว) ทำสวน? ใครว่าง่าย | Its not easy to be a farmer

    บทที่ 34 โรงงานนรก เอ้ย! สวรรค์

    บทที่ 34

    โรงงานนรก เอ๊ย! สวรรค์



    ความเร็วในการพัฒนาและจัดการที่ดินว่างเปล่าของหมู่บ้านทั้งสาม เป็นไปอย่างรวดเร็วนับจากนั้น


    ทหารสองร้อยนายหมุนเวียนกันคุมงานก่อสร้างหรือพาทาสชายออกไปฝึกฝนร่างกาย แรงงานทาสที่มีฝีมือในการทำอาหารต้องเดินทางไปศึกษาการปรุงอาหารแปรรูปหลายชนิดจากทางโบสถ์เรดวู้ด ทาสชายหลายคนที่ได้รับพรแห่งความแข็งแกร่งคอยทำหน้าที่ขนส่งภายในเมือง ทำให้กิจการต่าง ๆ เข้าถึงวัตถุดิบได้รวดเร็วมากขึ้น

    ถนนหนทางถูกปรับปรุงให้ดูสะอาดสะอ้านสวยงาม ทางสัญจรยังได้รับการพัฒนาให้รถขนของเคลื่อนที่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยการใช้กรวดละเอียดและทรายทับซ้อนกันเป็นชั้นจนอัดแน่นเป็นพื้นที่ราบเรียบและแข็งแรง อาหารการกินยังอุดมสมบูรณ์ดี แถมทุกคนยังมีความสุขมากกว่าเก่า

    ที่ดินว่างเปล่าแถบเชิงเขาถูกโบสถ์เรดวู้ดจับจองหมดแล้ว หนังสือคำร้องอย่างเป็นทางการได้รับการอนุมัติอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นสิ่งก่อสร้างจากไม้ซันวู้ดที่เหลืองอร่ามจึงเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา สีของมันตัดกับกำแพงโกดังสูงใหญ่เบื้องบนแต่ก็งดงามแปลกตาไม่น้อย


    อาคารแห่งนั้น จะกลายเป็นโรงหมักสุราชั้นเยี่ยม เพื่อใช้จัดทำเครื่องดื่มแสนอร่อยให้กับชุมชน คุณภาพของเครื่องดื่มอาจจะต่ำกว่าที่ถวายทวยเทพอยู่บ้าง แต่พวกเขาแค่ลดจำนวนครั้งในการกลั่นและปริมาณสมุนไพรลงบางส่วน กลิ่นอายและรสชาติยังคงใกล้เคียงกันอยู่มาก มีแค่สีสันเท่านั้นที่แตกต่างออกไป

    เหล่าทาสหญิงและทาสชายที่มีความสามารถในการผลิตเครื่องดื่ม ถูกคัดแยกออกมาเพื่อลงทะเบียนทำงานประจำ ณ ที่แห่งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทุก ๆ วัน พวกเขาจะต้องปอกมันหวาน ทำความสะอาด ต้มเคี่ยวจนสุก แล้วบรรจุใส่ถังไม้ซันวู้ดเก็บไว้จนกว่าจะพร้อมรับหัวเชื้อตัวสำคัญที่ทางโบสถ์กะส่วนผสมมาให้ จากนั้นก็ต้องรอเวลาขั้นต่ำหนึ่งเดือน เพื่อให้ของเหลวภายในมีแอลกอฮอล์มากพอจะนำมากลั่นร่วมกับสมุนไพรรสขมกลิ่นหอม

    โรงงานขนาดใหญ่แห่งนี้ต้องใช้คนถึงหนึ่งร้อย พวกเขาต้องอดทนทำงานท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวเหมือนเตาอบแถมยังมีกลิ่นลอยฟุ้งแสบจมูกเกือบทั้งวัน มีเพียงห้องบ่มเท่านั้นที่มีอากาศเย็นเนื่องจากถูกขุดเข้าไปในชั้นดินของภูเขา ตลอดหนึ่งเดือนแรกที่โรงหมักเหล้าเปิดทำการ ทาสทั้งหลายรวมไปถึงทหารที่คอยคุมงานพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ที่แห่งนี้เป็นโรงงานที่โหดที่สุด


    เจ้าของความคิดสร้างโรงงานนรกจึงรู้สึกถึงความผิดพลาดจากการออกแบบของตนเองหลายส่วน จึงได้มีความคิดปรึกษากับผู้อาวุโสทั้งหลายว่าจะตอบแทนคนงานพวกนั้นเพื่อสร้างแรงจูงใจบ้าง เมื่อใกล้สิ้นเดือนที่สอง เหล่าทาสทั้งหลายพร้อมทหารที่ทำงานหนักมาตลอดก็ได้รับเหล้าซัมเมอร์ดีไลท์รุ่นที่สองเป็นของตอบแทนให้กับความทุ่มเท... ทุกคนจึงได้รับรู้ว่า เครื่องดื่มจากโรงงานนรกที่ตนเองอดทนสร้างขึ้นมาตลอดเดือนมีรสชาติเช่นไร


    สุราที่แม้แต่ทวยเทพชื่นชอบ จะมีรสชาติย่ำแย่ได้อย่างไร? ทุกคนได้แต่เพ้อถึงความยอดเยี่ยม ไม่ก็ออกปากชื่นชมไม่หยุด มันคือเครื่องดื่มที่ให้ความสุขกับจิตใจจนพวกเขานึกถึงดินแดนในอุดมคติ


    ความคิดในหัวคนงานทาสทั้งหลายล้วนเป็นไปในทางเดียวกัน

    อา... ต้องลงนรกในโรงงานโหดเสียก่อนจึงจะได้ขึ้นสวรรค์เช่นนี้


    หลังจากนั้นจึงไม่มีเสียงบ่นอีก ตัวโรงงานเองก็ได้รับการปรับปรุงให้มีช่องเปิดปิดระบายอากาศตามความเหมาะสมของสิ่งแวดล้อมภายนอก คุณภาพชีวิตของคนงานจึงดีมากยิ่งขึ้น มันหวานจำนวนมากที่ทุกคนเพาะปลูกไว้ จึงเริ่มกลายสภาพเป็นของเหลวล้ำค่าเก็บไว้ในโรงหมักสุราที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ


    กิจกรรมมากมายของสามหมู่บ้าน ณ ขอบชายแดนรัสเซล ยังคงดำเนินต่อไปจนถึงเดือนสุดท้ายของฤดูร้อนอันแสนทรหด อากาศเริ่มมีอุณหภูมิต่ำลง พร้อมกับเมฆที่ปกคลุมท้องฟ้ามากขึ้นแล้ว การตรวจสอบเสบียงคงคลังครั้งสุดท้ายได้รับคำตอบเป็นที่น่าพอใจ พวกเขายังมีอาหารเหลือเฟือตามคาด แม้ว่าจะไม่ได้ทำการเพาะปลูกเป็นครั้งที่ 4 ของปี ตามที่เคยเป็นเช่นในอดีต


    ในที่สุด... ฝนแรก ที่บอกจุดสิ้นสุดของฤดูร้อนก็โปรยปรายลงมาบนผืนดินที่แห้งผาก มันเป็นวันที่น่ายินดีจนชาวบ้านและทาสหลายคนเก็บความรู้สึกไว้ไม่อยู่ พวกเขาวิ่งออกไปเล่นละอองฝนจนหนำใจ พฤติกรรมเป็นเช่นเดียวกับเด็กทั้งหลาย หลังจากนั้นท้องฟ้ามืดครึ้มก็มีให้เห็นบ่อยครั้ง แผ่นดินเริ่มชุ่มฉ่ำ สายน้ำเริ่มหลั่งไหล ลำธารเต็มไปด้วยปลาที่แหวกว่ายทวนกระแสน้ำมาวางไข่

    ฤดูหาปลาของแบล็ควู้ดจึงเกิดขึ้น ชาวบ้านใช้โอกาสนี้เพื่อกักตุนอาหารเอาไว้ พวกเขามักรอเก็บปลาที่วางไข่เสร็จจนอ่อนแรงเพื่อให้ฤดูถัดไปยังมีพวกมันเหลือรอดมากที่สุด หลังจากนั้น... เนื้อปลาจำนวนมากก็จะถูกหมักเกลือแล้วตากแห้งเก็บไว้แจกจ่ายช่วงฤดูหนาว

    ทางด้านซันวู้ดเองก็ไม่รีรอให้ระยะเวลาเพาะปลูกแสนสั้นต้องเสียเปล่า พวกเขาทำตามข้อเสนอของคิทที่ร้องขอให้ปลูกฟักทองและบัตเตอร์นัทสควอชจำนวนมาก เมล็ดพันธุ์มหาศาลที่คิทแอบเก็บไว้เองก็ถูกเอามาแจกจ่ายให้ทุกคนอย่างทั่วถึง โบสถ์เรดวู้ดดำเนินการเปลี่ยนที่ทำกินของตนสำหรับการปลูกพืชฤดูใบไม้ร่วงชนิดนี้เช่นกัน อากาศที่มีอุณหภูมิกำลังพอดีและความชื้นเหมาะสมทำให้เมล็ดพันธุ์ออกรากและแทงยอดอ่อนอย่างรวดเร็ว ท้องทุ่งทั้งที่ซันวู้ดและเรดวู้ดจึงเต็มไปด้วยเถาสีเขียวเลื้อยคลุมเต็มแปลงดิน

    เด็ก ๆ และนักบวชที่ได้รับพรจากองค์แลนด์บรูห์ออกทำหน้าที่และฝึกฝนพลังอย่างขยันขันแข็ง ดูจากสภาพแล้ว โกดังใหญ่ของทุกแห่งที่มีธัญพืชร่อยหรอลง คงจะอัดแน่นไปด้วยผลไม้เนื้อหวานหอมสีเหลืองเหล่านี้ในอนาคต



    ขณะเดียวกัน...

    ท่ามกลางชีวิตอันสงบสุขของทุกคนในหมู่บ้าน ยังมีเด็กน้อยยืนขมวดคิ้วอยู่ในห้องครัวของโบสถ์...


    “อืม... องค์ไมเทียสบอกว่าอยากกินกระต่ายย่างเกลือหรืออบน้ำผึ้งกันนะ? ...” คิท กำลังเตรียมอาหารเพื่อถวายทวยเทพเป็นครั้งที่สี่


    หลายเดือนที่ผ่านมาเขาต้องใช้เวลาว่างส่วนมากในการจดบันทึกเมนูใหม่ ๆ ที่ตนเองทดลอง พร้อมทั้งสรรหาวัตถุดิบหลายชนิดมาปรุงของหวานไม่ซ้ำชนิดตามที่เทพีฟอริสร้องขอ... การทำของหวานไม่ซ้ำชนิดตลอดปีเป็นคำร้องที่ยากที่สุดสำหรับทุก ๆ เดือนจนเขาเริ่มจะหมดไอเดียทำขนมแล้ว เนื่องจากทรัพยากรที่มีล้วนน้อยเกินไป ไม่มีน้ำตาลกรวด ไม่มีน้ำตาลทรายหรือน้ำตาลทำขนมอย่างฟรอสติ้ง ไม่มีวานิลลา ไม่มีช็อกโกแลต แถมยังหานมและไข่ไม่ได้ โรงโม่แป้งละเอียดจากข้าวสาลีก็กำลังอยู่ระหว่างการออกแบบและก่อสร้างในปีถัดไป


    ทุกอย่างจึงติดขัดไปหมด


    ระหว่างทำกระต่ายย่างตัวเขื่องที่ครึ่งบนทาน้ำผึ้ง ครึ่งล่างทาเกลือ เจ้าหนุ่มก็นึกถึงคำขอที่ฝากฝังผ่านฟาเธอร์จาคอบและแมทธิวไปเมื่อครั้งนั้น รวมไปถึงเหล่าพ่อค้าจากบอราล ที่จากไปพร้อมคำสั่งจองซื้อไก่ แกะและวัวหลายตัว คิทได้แต่ภาวนาให้คนพวกนั้นส่งข่าวคราวความคืบหน้ามาบ้าง ภารกิจทำขนมสำหรับเทพีคนสวยจะได้มีความตื่นเต้นมากขึ้นเสียที

    ยังดีที่ความคืบหน้าเกี่ยวกับการพัฒนาสุราช่วยเยียวยาความน่าเบื่อบนโต๊ะกินเลี้ยงของทวยเทพได้บ้าง คิทได้เสนอซัมเมอร์ดีไลท์รุ่นที่สองซึ่งปรับเปลี่ยนสมุนไพรให้หอมอร่อยขึ้นในเมนูเดือนที่สอง และถวายเบียร์ซ่าฟองขาวรสขมในเดือนที่สาม สำหรับเดือนที่สี่นี้... เขาจะถวายเหล้าสีม่วงแดงที่หมักจากผลเบอร์รี่หวานหอมหลากชนิดที่แม้แต่ตนเองก็ยังชื่นชอบ เหล่าทวยเทพคงจะมีการตอบรับที่ดีเช่นกัน

    เมื่ออาหารคาวหวานเต็มโต๊ะไม้ในครัว พวกมันก็ถูกขนย้ายไปหน้าแท่นบูชากลางโบสถ์ใหญ่ แม้จะไม่ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการก็ตามบาทหลวงและแม่ชีทุกคนก็ยังมาสวดภาวนาร่วมกับชาวบ้านที่แน่นขนัดเช่นเคย เด็ก ๆ ที่นั่งอยู่แถวหน้าสุด ดวงตาของเจ้าตัวเล็กทั้งหลายกำลังมองอาหารอร่อยเป็นประกายระยิบระยับ


    (พี่คิทขี้เมา! ทำเหล้าใหม่ออกมาถวายอีกแล้ว!) น้องชายตัวแสบที่สายตาดีเป็นพิเศษบ่นอุบในใจ อายุของอีธานยังไม่ถึงวัยดื่มสุราได้ เจ้าตัวจึงได้แต่งอแงน้อยใจที่ไม่ได้ชิมของอร่อย


    พิธีกรรมเสร็จสิ้นพร้อมแสงศักดิ์สิทธิ์ที่สาดส่องลงมาเช่นเคย อาหารที่ปรุงมาหลายชั่วโมงหายไปในพริบตาจนพ่อครัวตัวน้อยสะเทือนใจ ยังดีที่เขาได้กินอะไรรองท้องในมิติเทพบ้าง จึงไม่มีเสียงท้องร้องโครกครากให้น่าอับอายเหมือนเหตุการณ์ถวายครั้งที่สอง

    แสงสว่างจากทวยเทพยังคงแผ่ทะลุออกไปถึงภายนอกโบสถ์ ทำให้ชาวบ้านและทาสทั้งหลายที่มาร่วมภาวนาได้รับพรไปด้วย แม้ความยิ่งใหญ่จะน้อยกว่าหนแรกที่พิธีกรรมถูกจัดขึ้น แต่เพียงแค่ได้เห็นและได้สัมผัสก็เป็นเกียรติและกำลังใจมากแล้ว


    ทุกคนมีความคิดเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน...ดินแดนแห่งนี้ ช่างยอดเยี่ยมและยิ่งใหญ่กว่าที่ใด


    .....



    ฤดูใบไม้ร่วงยังมีอากาศเย็นที่น่าหดหู่เหมือนเคย ใบไม้เปลี่ยนสีโรยราลงพื้นไปแล้ว เหลือเพียงทิวต้นสนเท่านั้นที่ยังคงความเขียวเอาไว้แถมยังมียอดอ่อนให้ได้เห็น ใบไม้แห้งกองใหญ่ถูกสุมรวมกันเพื่อเก็บเอาไว้ทำกิจกรรมเฉลิมฉลองครั้งสำคัญ โบสถ์และที่พักถูกบุด้วยฟางแห้งเหมือนปีก่อนหน้า เพื่อกันความหนาว

    ปีนี้ไม่มีฟางแห้งเหลือทิ้งเหมือนเคย... ทั้งโรงนอนของทหารและทาส รวมถึงชาวบ้านทั้งหลาย เริ่มใช้วิธีเดียวกันเพื่อเตรียมรับมือกับอากาศอันเลวร้ายในอีกสี่ห้าเดือนข้างหน้า โชคดีที่วัตถุดิบดังกล่าวมีให้ใช้สอยอย่างทั่วถึง จึงไม่มีบ้านใดต้องเผชิญกับความหนาวเย็นจนน่าเป็นห่วงอีก

    ชุมชนยังคงครึกครื้นและเต็มไปด้วยผู้คนออกมารับประทานร้านอาหารที่ตนชื่นชอบ เมื่อไม่กี่วันก่อนมีขบวนพ่อค้าต่างถิ่นมาเยือนหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว พวกเขาได้ฟังเรื่องเล่ามาจากคาราวานแห่งบอราล จึงตัดสินใจเดินทางมาติดต่อขอซื้อมันหวานถึงที่ หลังจากนั้นก็มีกลุ่มพ่อค้าหน้าใหม่มาถึงหมู่บ้านอีกหลายกลุ่ม ทุกคนอยู่ในอาการตื่นตะลึงเหมือนกัน เมื่อได้เห็นหมู่บ้านเรดวู้ดด้วยตาตนเอง


    ถนนหนทางดียิ่งกว่าในเมืองใหญ่ บ้านเรือนสะอาดสะอ้าน ไม่มีสิ่งปฏิกูลกองสะเปะสะปะคอยส่งกลิ่นน่าพะอืดพะอมเหมือนชุมชนแห่งอื่น ย่านการค้าคึกคัก แถมยังมีที่ทางให้กลุ่มพ่อค้าต่างถิ่นปักหลักเป็นสัดส่วน อาหารการกินมีมากมายตามคำเล่าลือ


    เมื่อพ่อค้าหลายรายมาถึงหมู่บ้านและจับจองเต็มพื้นที่ การเจรจาธุรกิจสำคัญก็เริ่มต้นขึ้น…

    การติดต่อซื้อขายกับทางหมู่บ้านไปเป็นตามข้อกำหนดที่ส่วนกลางวางไว้ พ่อค้าทุกคนเข้าใจดีว่าทำไมทางหมู่บ้านจึงแบ่งขายของที่พวกเขาต้องการได้อย่างจำกัด การประมูลซื้อขายผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดจึงเกิดขึ้นอย่างดุเดือด

    สุราสองชนิดได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเช่นกัน พวกมันคือซัมเมอร์ดีไลท์รุ่นที่หนึ่งและสอง และเพราะมีวางจำหน่ายแค่ชนิดละสิบถังไม้เท่านั้น เหล่าพ่อค้าที่มองการณ์ไกลจึงทุ่มหมดหน้าตัก ท้ายที่สุดมีแต่กองคาราวานขนาดใหญ่เงินหนาไม่กี่กลุ่มเท่านั้นที่ได้ไปครอบครองแบบเฉลี่ยกันไป


    ผู้คนจากต่างแดนยังคงแวะเวียนมาเที่ยวชมหมู่บ้านเรดวู้ดตามคำเล่าลืออย่างต่อเนื่องจนถนนหนทางเริ่มติดขัด จุดปักหลักของพ่อค้าจากต่างถิ่นที่ได้รับจัดสรรเอาไว้แน่นขนัดไปแล้ว จนผู้ที่มาทีหลังถึงกับต้องปักกระโจมนอกกำแพงหมู่บ้าน

    หมู่บ้านแห่งนี้กำลังประสบกับปัญหาที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน...

    พวกเขามีพื้นที่ไม่พอรองรับผู้คนที่หลั่งไหลมาอย่างไม่หยุดหย่อน

    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว) ทำสวน? ใครว่าง่าย | Its not easy to be a farmer ที่คุณอ่าน