จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    ตอนที่ 38 : ตระกูลให้การยอมรับ

    “ซูฮัว ระหว่างเจ้าและลูกชายไว้ค่อยคุยกันทีหลัง!! เรามีเรื่องสำคัญที่ต้องถามจาก ชงเอ๋อ!! อีกทั้งเรายังต้องอธิบายเกี่ยวกับตระกูล เหยา และท่านอ๋อง ซ่ง ให้เขาฟัง!!”

     

    ทันใดนั้น เสียงที่ดุดันก็ดังผ่านเข้ามาในหูของ หวัง ชง เขาเงยหน้าขึ้นพร้อมกับมองไปยังกลางห้องโถง ซึ่งมีชายอายุราวสี่สิบนั่งอยู่

     

    เสียงของเขาทรงพลัง และเข้มงวดอย่างมาก อีกทั้งกลิ่นอายที่แผ่นขยายออกมาจากร่างกายของเขานั้น มันยังดูเหมือนว่าเขาเป็นขุนนางระดับสูงภายในราชสำนักก็ว่าได้

     

    และในความเป็นจริงแล้ว เขาก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

     

    “ท่านลุงใหญ่!!”

     

    คนคนนี้ก็คือลุงใหญ่ของ หวัง ชง , หวัง เกิ่น ในช่วงชีวิตที่แล้วของเขาตั้งแต่ที่ได้ก้าวเดินบนโลกใบนี้ เขาไม่เคยกลัวสิ่งใดเลย ยกเว้นเพียงแค่ลุงใหญ่ของเขาเท่านั้น

     

    คนบนโลกใบนี้สามารถสร้างความหวาดกลัวต่อผู้อื่นด้วยความโกรธของตน แต่ก็ยังมีบางคนที่มีบุคลิกทางธรรมชาติที่ก่อให้เกิดความหวาดกลัวต่อคนอื่นๆ ได้เช่นกัน

     

    คนประเภทหลังนั้นดูเหมือนจะไม่ใช่คนที่มีอารมณ์ขันมากนัก และดูเหมือนว่าจะไม่สามารถหัวเราะออกมาได้ด้วยซ้ำ แต่หากว่าพวกเขาหัวเราะออกมาแล้วนั้น มันจะกลายเป็นภาพที่น่าหวาดกลัวมากกว่า

     

    ลุงใหญ่ของ หวัง ชง เป็นคนประเภทนั้น

     

    ความจริงแล้วมันไม่น่าสงสัยแต่อย่างใด ที่เขาจะหวาดกลัวต่อลูกพี่ลูกน้องของเขา เพราะนางคงได้รับสืบทอดยีนเด่นนี้มาจากบิดาของนางอย่างเต็มที่

     

    “หากท่านลุงใหญ่พูดเช่นนั้นก็เริ่มกันเถอะ!!”

     

    จ้าว ซูฮัว ปล่อยมือจาก หวัง ชง ด้วยความสั่นเครือ เห็นได้ชัดว่านางก็หวาดกลัวต่อลุงใหญ่ของ หวัง ชง เช่นกัน ในยุคที่ยังแบ่งชนชั้นกันเช่นนี้ พี่คนโตของตระกูลจะมีสถานะเทียบได้กับบิดาของครอบครัว คำกล่าวของเขาทรงพลังยิ่งกว่าคนอื่นๆ มาก และมันก็ยังใช้ได้กับลุง และป้าคนอื่นๆ ของ หวัง ชง เช่นกัน

     

    ไม่มีใครกล้าปฏิเสธคำกล่าวของ หวัง เหว่ย มีเพียง หวัง จูเหยียน ที่กะพริบตาเล็กน้อยด้วยความซุกซน พร้อมกับลอบยกนิ้วหัวแม่มือเป็นกำลังใจให้กับ หวัง ชง

     

    “หวัง ชง ข้าจะถามคำถามกับเจ้า การที่ท่านพ่อของเจ้าถอนกำลังกลับมาห้าสิบลี้ จนสามารถเลี่ยงจากการตกหลุมพรางของ เหยา กวงยี่ ได้นั้น พ่อของเจ้าบอกว่านั่นเป็นคำแนะนำของเจ้า จริงหรือไม่!?”

     

    หวัง เหว่ย จ้องเขม็งไปที่ หวัง ชง ขณะที่เขากล่าวถามออกมาเช่นนั้น ขณะเดียวกันนั้น สายตาของทุกคนภายในห้องต่างก็มองมายัง หวัง ชง เช่นกัน

     

    ทุกคนต่างอยากรู้ว่า หวัง ชง จะตอบคำถามนี้ออกมาเช่นไร

     

    แม้ว่ามารดาของ หวัง ชง จะอธิบายเรื่องนี้ให้กับทุกคนได้ฟังไปแล้วก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังไม่เชื่อเช่นนั้น ความจริงแล้วแม้แต่ หวัง จูเหยียน ก็ยังเกิดความสงสัยอยู่มากเช่นกัน

     

    เพราะอย่างไรแล้วการกระทำของเขาในคราวนี้ มันแตกต่างจากการกระทำที่ผ่านๆ มาของเขาอย่างสิ้นเชิง

     

    “เป็นข้าที่ให้ทำเช่นนั้น!!”

     

    หวัง ชง เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นกล่าวตอบพร้อมกับสบตากับทุกคนอย่างจริงจัง

     

    คำกล่าวที่เรียบง่ายของเขา กลับก่อให้เกิดพายุใหญ่ขึ้นในใจของผู้ฟังอย่างรุนแรง แม้ว่าบิดาของเขาจะเขียนอธิบายทุกอย่างไว้ในจดหมายที่พวกเขาได้อ่านแล้วก็ตาม แต่นั่นก็ยังเป็นคำอธิบายที่น่าเหลือเชื่อเกินไป

     

    และมันยิ่งน่าตกตะลึงมากขึ้น เมื่อพวกเขาได้ฟังจากปากของ หวัง ชง เช่นนี้

     

    “ข้าขอถามเจ้าหน่อยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!?”

     

    ใบหน้าของลุงใหญ่ยังคงนิ่งสงบ ขณะที่เขากล่าวถามขึ้นมาอีกครั้งด้วยเสียงเย็น

     

    “หวัง ชง ไม่ต้องกังวล ท่านลุงใหญ่เพียงแค่ถามเท่านั้น!!”

     

    ขณะนั้น ด้านข้างของ หวัง ชง ป้าของเขา หวัง รู่วซวง ก็กล่าวขึ้น

     

    “เจ้าอาจจะยังไม่รู้ แต่ว่าเรื่องที่ชายแดนทำให้เกิดความวุ่นวายภายในเมืองหลวงมากเกินไป ไม่กี่วันที่ผ่านมา เหยา กวงยี่ ได้เคลื่อนทัพของเขาไปที่ค่ายของท่านพ่อของเจ้า เพื่อแสร้งทำเป็นว่าตระกูล เหยา และตระกูล หวัง ของเราร่วมมือกัน!!”

     

    “โชคดีที่ท่านพ่อของเจ้าเชื่อคำแนะนำของเจ้า และถอนกำลังกลับมาห้าสิบลี้ ไม่เพียงแต่นั่นจะสร้างความประหลาดใจให้กับ เหยา กวงยี่ ได้เท่านั้น แต่ยังสร้างความสงสัยแก่ผู้คนทั้งหมดได้อีกด้วย ท่านพ่อของเจ้าได้อธิบายทั้งหมดไว้แล้วในจดหมาย และบอกว่านี่เป็นเพราะเจ้า มันทำให้ตระกูล หวัง ของเราไม่ต้องเผชิญข้อครหาจากแผนของตระกูล เหยา!!”

     

    “หวัง ชง เจ้าช่วยตระกูล หวัง ของเราเอาไว้มากจริงๆ!!”

     

    หวังชง เป็นเพียงเด็กอายุสิบห้าปีเท่านั้น และในตระกูล หวัง นั้นไม่มีใครไม่กลัว หวัง เกิ่น ดังนั้น หวัง รู่วซวง จึงกล่าวชื่นชม หวัง ชง ออกมาเพื่อทำให้บรรยากาศที่อึดอัดเบาบางลงไปบ้าง

     

    “นอกจากนี้ยังเป็นความตั้งใจของท่านปู่ที่ให้พวกเราทุกคนมารวมตัวกันที่ เพื่อทำความเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจากเจ้า เจ้าเองก็เป็นคนของตระกูล หวัง ดังนั้นเจ้าไม่ต้องกังวล!!”

     

    เมื่อได้ยินคำกล่าวของท่านป้าเช่นนั้น หัวใจของ หวัง ชง ก็สั่นสะท้านขึ้นมาอีกครั้ง หากเขาจำไม่ผิดแล้วนั้น ท่านปู่ของเขาน่าจะประจำอยู่ที่ตำหนักสี่ฤดูเพื่อคอยให้คำปรึกษาต่อองค์จักรพรรดิ โดยปกติแล้วท่านปู่ของเขาจะไม่ให้ความสนใจต่อเรื่องของลูกหลานมากนัก

     

    เห็นได้ชัดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่ชายแดนดึงดูดความสนใจของเขาไม่น้อย และหากกล่าวอย่างชัดเจนแล้วนั้น หวัง ชง คงได้ดึงดูดความสนใจของเขาได้มากทีเดียว

     

    ในบรรดาลูกหลานของตระกูล หวัง นั้น มีเพียงลูกพี่ลูกน้องคนโต และลูกพี่ลูกน้องคนรอง ซึ่งเป็นบุตรชาย และบุตรสาวของลุงใหญ่เท่านั้น ที่สามารถสร้างความสนใจให้กับท่านปู่ของเขาได้

     

    หวัง ชง เหลือบมองไปยังใบหน้าของมารดาเล็กน้อย ซึ่งตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นสีแดงอ่อนๆ เห็นได้ชัดว่านางรู้เรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว

     

    “นี่มันเยี่ยมไปเลย!!”

     

    หวัง ชง ร่ำร้องในใจของเขาขณะที่กำหมัดแน่น นี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาไม่ได้คาดคิดมาก่อน แม้ว่าท่านปู่ของเขาจะมีอายุมากแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังเป็นคนที่มีอำนาจสูงที่สุดในตระกูล หวัง

     

    อำนาจบารมีของตระกูล หวัง ที่มีอยู่ทุกวันนี้ล้วนแล้วแต่มาจากท่านปู่ของเขาที่รับใช้ข้างกายองค์จักรพรรดิตั้งแต่ที่ขึ้นครองราชย์ และแม้แต่ในราชสำนักเองอิทธิพลของท่านปู่ของเขาก็ยังกว้างขวางอย่างมาก

     

    เหตุผลที่ท่านพ่อของเขา และลุงใหญ่ของเขามีอำนาจเช่นนี้ ก็เป็นเพราะบารมีจากท่านปู่ของเขาเช่นกัน

     

    เหตุผลที่ เหยา กวงยี่ , บรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา และอ๋อง ฉี หวาดกลัวต่อตระกูล หวัง และพยายามทำให้บาดหมางต่ออ๋อง ซ่ง นั้น ก็เป็นเพราะท่านปู่ของเขาเช่นกัน แม้ว่าท่านปู่ของเขาจะเก็บตัวอยู่ภายในตำหนักสี่ฤดูตลอดเวลาก็ตาม แต่ก็ยังสามารถสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับฝ่ายตรงข้ามได้อยู่ดี

     

    อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ หวัง ชง เป็นกังวลไม่ใช่เรื่องนี้แต่อย่างใด

     

    “ข้าขออ่านจดหมายบนโต๊ะก่อนได้ไหม!?”

     

    หวัง ชง กล่าวพลางชี้ไปที่จดหมายสีขาวที่วางอยู่บนโต๊ะ

     

    “ย่อมได้ นี่เป็นจดหมายที่เขียนถึงเจ้า!!”

     

    ทุกคนในห้องต่างพยักหน้ารับเบาๆ

     

    หวัง ชง หยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมา พร้อมกับสังเกตเห็นตราประทับขี้ผึ้งที่ถูกลบออกไป ดูเหมือนว่าทุกๆ คนจะได้อ่านจดหมายฉบับนี้แล้ว

     

    หวัง ชง ไม่ได้แปลกใจต่อสิ่งนี้แต่อย่างใด

     

    อ๋อง ซ่ง และอ๋อง ฉี เป็นอ๋องที่มีชื่อเสียงอย่างมากในต้าถัง เหล่าผู้ใต้อาณัติของพวกเขาล้วนแล้วแต่มีความแข็งแกร่ง และกำลังพลที่ยากเกินจะหยั่งถึง

     

    สงครามภายในเป็นสิ่งที่อันตรายมากที่สุด การเข้าไปมีส่วนพัวพันกับเรื่องนี้ไม่ต่างอะไรไปจากการก้าวเดินไปบนแผ่นน้ำแข็งบางๆ

     

    แม้แต่ตระกูล หวัง ก็ไม่มีข้อยกเว้นเช่นกัน ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ศักดิ์ศรี และความมั่งคั่งทั้งหมดของพวกเขาต้องมลายหายไปเพียงชั่วข้ามคืน

     

    เนื่องจากแผนการของ เหยา กวงยี่ นั้นสร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่คนของตระกูล หวัง ทุกคนจะไม่ได้รับผลกระทบ

     

    เมื่อเปิดซองจดหมาย และหยิบจดหมายที่อยู่ด้านในออกมา หวัง ชง มองเห็นถ้อยคำมากมายที่อัดแน่นไปด้วยพลังเรียงรายอยู่บนหน้ากระดาษ อีกทั้งเขายังสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นผ่านตัวอักษรเหล่านั้นได้อีกด้วย

     

    “เป็นลายมือท่านพ่อจริงๆ!!”

     

    ในจดหมายฉบับนี้ หวัง หยาน ได้เขียนอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเอาไว้อย่างครบถ้วน เขาเชื่อคำกล่าวของ หวัง ชง และถอนกำลังกลับเข้ามาห้าสิบลี้ตามคำแนะนำ

     

    เนื้อความในจดหมายกล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนใหญ่แล้วมันเป็นความสงสัยของ หวัง หยาน ที่มีต่อบุตรชายของเขา อีกทั้งหวัง ชง ยังสัมผัสได้ถึงความสับสนของบิดาผ่านจดหมายฉบับนี้ได้อีกด้วย

     

    เห็นได้ชัดว่ามีหลายสิ่งที่ หวัง หยาน ไม่อาจเข้าใจได้!! หวัง ชง รู้ได้เช่นไรว่า เหยา กวงยี่ จะทำร้ายเขาในโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาล!? เขารู้ได้เช่นไรว่าอ๋อง ซ่ง จะส่งทูตมาเชิญเขาไปเข้าเฝ้า!? เขารู้เช่นไรว่าชนเผ่าหูจะรุกล้ำผ่านชายแดนเข้ามา และ เหยา กวงยี่ จะเคลื่อนทัพไปยังที่ตั้งค่ายของเขา จึงขอให้เขาถอนกำลังกลับมาห้าสิบลี้เช่นนั้น!?

     

    หาก หวัง ชง มีลักษณะที่โดดเด่น เฉลียวฉลาดเป็นทุนเดิมอยู่ก่อนแล้ว หวัง หยาน อาจไม่กระวนกระวายเช่นนี้ก็ได้ แต่ทว่า หวัง ชง กลับสร้างแต่ปัญหาให้กับเขาเสมอมา

     

    ที่จริงแล้วไม่นานมานี้ยังมีข่าวว่าเขาไปข่มเหงผู้หญิงแพร่กระจายออกมา ด้วยเรื่องนี้แม้แต่เขาก็ไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป

     

    หากว่า หวัง ชง มีความสุขุม และมีสติปัญญาเฉียบแหลม ย่อมไม่มีใครสงสัยเขาในเรื่องนี้

     

    หวัง ชง เงยหน้าขึ้นพร้อมกับกวาดตามองไปยังทุกคนที่อยู่ในห้อง แม้ว่าจะไม่มีใครกล่าวอะไรออกมาในตอนนี้ก็ตาม แต่สายตาของทุกคนก็ยังคงจ้องมองมาที่เขาแน่น

     

    นี่เป็นครั้งแรกที่ หวัง ชง ได้รับการยอมรับจากคนในตระกูลของเขา ความคิดมากมายพวยพุ่งขึ้นมาห้วงความคิดของเขา แต่ทว่า หวัง ชง ก็สงบอารมณ์ของเขาเอาไว้ พร้อมกับครุ่นคิดสิ่งต่างๆ อย่างรอบคอบ

     

    ในช่วงชีวิตที่แล้วของเขานั้น แม้กระทั่งวันที่ตระกูล หวัง ต้องพังพินาศลง เขาก็ไม่เคยได้รับการยอมรับจากตระกูล ทุกสายตาต่างมองมาที่เขาราวกับว่าเขาจะไม่สามารถประสบความสำเร็จในด้านใดได้เลย

     

    ตระกูล หวัง ไม่ใช่ตระกูลทั่วๆ ไป ทั้งทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์นั้นมีเพียงไม่กี่ตระกูลเท่านั้น ที่จะสามารถเทียบเคียงได้

     

    หวัง ชง รู้ดีว่าหากเขาได้รับการยอมรับจากคนในตระกูลนั้น มันมีความหมายสำหรับเขามากเพียงใด หากเป็นเช่นนั้นมันจะเป็นประโยชน์ต่อแผนการในอนาคตของเขาอย่างมาก เขาจะสามารถใช้ทรัพยากรของตระกูลได้ อีกทั้งอำนาจของท่านปู่ , ท่านลุงใหญ่ , ท่านพ่อ และท่านลุง รวมถึงท่าน และลูกพี่ลูกน้อง หรือพี่ชายทั้งสองของเขานั้น หากสามารถรวมทุกคนเข้าด้วยกันจะมีอำนาจมหาศาลภายในมือของเขา

     

    ความแข็งแกร่งของ หวัง ชง เพียงลำพังไม่อาจเทียบได้แม้แต่นิดเดียว

     

    แต่ก่อนนั้นเขาจำเป็นต้องเอาชนะความไว้วางใจจากทุกคนในตระกูลให้ได้เสียก่อน แผนแรกในการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของตระกูล หวัง ได้สำเร็จลงแล้ว!! สิ่งที่เขาต้องทำต่อไปก็คือการเข้าสู่ใจกลางของตระกูลผ่านการยอมรับของทุกๆ คน และตอนนี้มันก็เวลาที่เหมาะสมในการทำเช่นนั้น

     

    ท่านปู่ของเขาเก็บตัวอยู่ภายในตำหนักสี่ฤดู และมักจะไม่กล่าวถามถึงลูกหลานนัก แม้ว่าคนที่มาที่นี่ในวันนี้จะเป็นคนอื่นก็ตาม แต่ หวัง ชง ก็ตระหนักดีว่าคนที่อยู่เบื้องหลังของทุกๆ คนนั้นก็คือท่านปู่ของเขา

     

    ผลกระทบที่เกิดจากเรื่องที่เกิดขึ้นที่ชายแดนนั้นกว้างเกินไป การถอนกำลังรบของบิดาเขาทำให้ตระกูล หวัง รอดพ้นจากหายนะที่จะเกิดจากแผนการของ เหยา กวงยี่ มาได้

     

    ความสามารถในการไตร่ตรองเช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่คนในวัยเดียวกับเขาสามารถทำได้

     

    ตอนนี้อาจจะไม่ใช่เพียงแค่ท่านปู่ของเขาคนเดียวเท่านั้น แต่ทุกๆ คนต่างก็อยากรู้ว่าเขาสามารถทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้กลายเป็นไปได้ได้เช่นไร!?

     

    หวัง ชง สามารถหาข้อแก้ตัวแบบง่ายๆ อย่างในนิยายผจญภัย เช่นว่า ผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งได้เล่าเกี่ยวแผนการของตระกูล เหยา ให้กับเขาฟัง หรือว่าเขาบังเอิญได้ยินเกี่ยวกับแผนการของตระกูล เหยา ที่จะจัดการกับตระกูล หวัง เขาจึงชิงเตือนบิดาของเขาล่วงหน้า

     

    ข้อแก้ตัวเช่นนี้จะได้รับการยอมรับทันที แต่ทว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ หวัง ชง ต้องการ

     

    เขาต้องการเข้าสู่ใจกลางของตระกูล ผ่านการยอมรับ และสร้างความประทับใจให้กับทุกคนในตระกูล ดังนั้นเขาจึงต้องแสดงความสามารถ และศักยภาพของเขาอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทุกๆ คนยอมรับในตัวเขา

     

    “ท่านลุงใหญ่ ท่านยังจำเรื่องที่ หม่า โจว ใช้ชื่อของข้าไปข่มเหงผู้หญิงได้ไหม!?”

     

    หวัง ชง เงยหน้าขึ้นพร้อมกับกล่าวถามไปยังลุงใหญ่ หวัง เกิ่น ที่นั่งอยู่กลางห้องโถงด้วยความสงบ

     

    “ข้าจำได้!!”

     

    หวัง เกิ่น กล่าวตอบด้วยใบหน้านิ่งเรียบ แต่ทว่าหัวใจของเขากลับเต้นระรัวขึ้น พร้อมกับที่ความกังวลบางอย่างแผ่ซ่านขึ้นภายในห้วงความคิดของเขา

     

    เขาเป็นบุตรชายคนโตของตระกูล หวัง บรรพบุรุษเฒ่าได้มอบอำนาจให้กับเขาทั้งหมด ภายในตระกูลไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะไม่หวาดกลัวเขา

     

    ดังนั้นจึงไม่ต้องกล่าวถึง หวัง ชง , หวัง จูเหยียน และลูกหลานคนอื่นๆ แต่อย่างใด เพราะแม้แต่ หวัง รู่วซวง , จ้าว ซูฮัว และผู้อาวุโสคนอื่นๆ ต่างก็หวาดกลัวเขา

     

    หวัง ชง เคยพบกับเขาเพียงสองถึงสามครั้งเท่านั้น และในทุกครั้ง หวัง ชง จะกลัวจนแทบไม่กล้าหายใจออกมาเสียงดังด้วยซ้ำ แต่ทว่าในครั้งนี้ หวัง ชง กลับเผชิญกับเขาโดยตรง และไม่ได้แสดงความหวาดกลัวออกมาแม้แต่นิดเดียว

     

    นี่คือสิ่งที่แม้แต่พี่ชายของ หวัง ชง ก็ยังไม่สามารถทำได้

     

    “เด็กคนนี้......!!”

     

    หวัง เกิ่น มาที่นี่เพราะไม่เชื่อคำบอกเล่าในจดหมายของ หวัง หยาน เพราะด้วยความสามารถของ หวัง ชง แล้วนั้น มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะสามารถให้คำแนะนำต่อ หวัง หยาน ได้

     

    มันมีความเป็นไปได้สูงมาก ที่ หวัง หยาน จะช่วยเหลือบุตรชายของตนเอง ให้ได้รับความสนใจจากบรรพบุรุษเฒ่า ด้วยเหตุนั้นเขาจึงใช้เรื่องนี้เป็นการเปิดตัวของบุตรชายคนนี้ของเขา

     

    เมื่อเขามองไปที่ หวัง ชง ที่สุขุม และไม่ได้แสดงความหวาดกลัวใดๆ ออกมาในเวลานี้ มันก็ทำให้เขาเริ่มเกิดความสับสนขึ้นมาอย่างมาก หลังจากที่เขาทำงานภายในราชสำนักมาหลายสิบปี เขาก็สามารถบอกได้ทันทีว่าสีหน้าแบบใดที่เป็นการแสร้งทำ หรือรู้สึกเช่นนั้นออกมาจริงๆ

     

    หวัง ชง ในเวลานี้แตกต่างจาก หวัง ชง ในความทรงจำของเขาอย่างมาก

     

    .................

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิข้ามกาลเวลา ที่คุณอ่าน