บทที่ 10 การฝึกฝนที่ท้าทายขีดจำกัด
ภายใต้ความตื่นเต้นยินดีที่เกิดจากรางวัลที่ได้รับความสงสัยก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของยูเมะมันเป็ความสงสัยที่มีต่อสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด
‘เื่บังเอิญงั้นหรือ..ช่างเถอะไม่จำเป็ต้องเสียเวลาคิดแล้ว ยังไงเราก็ไม่มีทางรู้อยู่แล้วว่ามันเป็เื่บังเอิญหรือเป็เพราะเจตนาของใครบางคนหรือบางสิ่งที่อยู่เื้ัหน้าต่างระบบนี้’
สิ้นความคิดยูเมะก็กลับมาเป็ปกติอีกครั้งเขาสลัดความสงสัยทิ้งไปเพราะรู้ดีว่าคงไม่มีทางได้คำตอบ อย่างน้อยก็ใน่เวลานี้ใน่เวลาที่เขายังไม่เข้าใจหน้าต่างระบบนี้ดีพอ
หลังจากนั้นกิจวัตรประจำวันก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็เช่นเดียวกับวันก่อนๆมื้อเช้าที่แสนอร่อยถูกปรุงขึ้นด้วยความตั้งใจทำให้แม่และน้องสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
โดยเฉพาะน้องสาวที่ดูเหมือนจะมีความสุขเป็พิเศษเนื่องจากวันนี้เป็วันหยุดเธอจึงไม่จำเป็ต้องรีบกินมื้อเช้า ทำให้เด็กสาวเสพสุขกับมื้ออาหารได้นานกว่าเดิม
เช่นเดียวกับแม่ที่ทานมื้อเช้าด้วยสีหน้าที่ผ่อนคลายกว่าทุกวันเพราะวันนี้เองก็เป็วันหยุดในตารางงานของเธอเช่นกัน
แม้ว่าเธอจะไม่สามารถหยุดพักได้ตลอดทั้งวันเหมือนกับลูกๆแต่เธอก็มีเวลาว่างมากกว่าวันปกติทำให้บรรยากาศภายในบ้านเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของแม่ลูก
ยูเมะเองก็เป็ส่วนหนึ่งในบรรยากาศนี้ด้วยเช่นกันเขาพูดคุยกับแม่และน้องสาวอย่างมีความสุข เสพสุขกับ่เวลาที่แสนผ่อนคลายจนกระทั่งเริ่มสาย ยูเมะก็เริ่มเตรียมตัวเพื่อไปยังโรงฝึก
“ได้เวลาแล้วหรอคะพี่”
“อืม วันนี้ตอนเย็นอยากกินอะไรเป็พิเศษไหม พี่จะได้ซื้อของเข้ามาเลย”
เด็กสาวนิ่งคิดไปเล็กน้อย ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วส่ายหน้า ทั้งนี้ก็เพราะเธอมีของที่อยากกินมากเกินไปทำให้เลือกไม่ถูก
“หนูคิดไม่ออกอะ ให้พี่เลือกก็แล้วกันถ้าเป็ฝีมือพี่ละก็ หนูชอบทุกอย่างเลย!”
“คุณแม่ก็ด้วยค่ะยูเมะจัง คุณแม่ทานได้ทุกอย่างเลยค่ะ!!”
สองแม่ลูกตอบรับเป็เสียงเดียวกัน ทำให้ยูเมะยิ้มออกมาพลางพยักหน้ารับจากนั้นจึงกลับเข้าไปในห้องจัดการเปลี่ยนชุดสำหรับออกไปนอกบ้านและจัดชุดสำหรับออกกำลังกายใส่ไว้ในกระเป๋าเป้ใบเล็ก
ยูเมะเตรียมตัวอย่างรวดเร็วก่อนจะออกมาจากห้อง บอกลาแม่กับน้องสาวครั้งหนึ่งแล้วออกไปในทันที
หลังจากออกมาจากบ้านพร้อมกับกระเป๋าเป้ใบเล็กเขาก็ได้รับคำทักทายจากเพื่อนบ้านที่น่ารักหลายคนและมีบางคนที่เดินไปพร้อมกับยูเมะโดยมีกระเป๋าเป้ใบเล็กติดตัวไปคล้ายๆ กัน
“วันนี้ก็ยังขยันเหมือนเดิมนะยูเมะ”
“ครับ ก็เหมือนทุกทีนั่นล่ะครับ มันช่วยไม่ได้จริงๆ ถ้าไม่ขยันให้มากหน่อย น้ำหนักคงขึ้นเร็วน่าดู”
พูดไปยูเมะก็หัวเราะไปทำให้ชายหนุ่มร่างกำยำที่เป็เพื่อนบ้านมานานหลายปีจนรู้ว่าเขามีโรคประจำตัวที่ทำให้อ้วนง่ายหัวเราะออกมาเบาๆอย่างคนที่เข้าใจ
“นั่นสินะช่วยไม่ได้จริงๆ! ยังไงก็สู้ๆละ”
“ครับ!”
ชายหนุ่มตบไหล่ยูเมะเบาๆ เป็การให้กำลังใจแล้วเดินลงบันไดไปอย่างรวดเร็วโดยมียูเมะตามลงไปติดๆ ทั้งสองเดินลงไปได้ชั้นเดียวก็เจอกับพี่สาวในชุดออกกำลังกายที่เดินออกมาพอดีพวกเขาทักทายกันเล็กน้อยก็เดินลงไปเป็กลุ่ม
เดินลงมาอีกสองชั้นจำนวนคนก็เพิ่มเป็ 5 ซึ่งแต่ละครั้งที่พบเจอก็มีการทักทายกันเล็กน้อยตามประสาคนคุ้นเคยที่รู้จักกันมานานและมีกิจวัตรในวันหยุดที่คล้ายๆ กัน
จนกระทั่งออกมาจากอพาร์ทเม้นท์ที่มีความสูง5 ชั้น ทั้ง 5 ก็เดินตรงไปยังท่ารถพร้อมกัน ซึ่งรอไม่นานนักรถประจำทางก็มาถึงพวกเขาทั้ง 5 ก็ขึ้นไปพร้อมกัน แต่ละคนเลือกที่นั่งตามความเคยชิน
ยูเมะเองก็เหมือนกันเขาเลือกที่นั่งติดกับกระจกเหมือนทุกครั้งแล้วมองออกไปภายนอกมองดูวิวทิวทัศน์ตลอดทางตามความเคยชิน
ภาพวิวทิวทัศน์ที่น่าจะคุ้นเคยแต่กลับดูแปลกตานี้ทำให้ยูเมะเกิดความรู้สึกสับสนในใจเล็กๆก่อนจะสลัดความสับสนทิ้งไปแล้วมองดูรถที่วิ่งสวนไปมา มองดูอาคารสิ่งก่อสร้างข้างทางที่มีรูปแบบที่เรียบง่ายทั้งโครงสร้างและสีสัน
อาคารส่วนใหญ่ที่มองเห็นนั้นเป็ที่อยู่อาศัยซึ่งโดยมากนั้นก็เป็อพาร์ทเม้นท์แบบเดียวกับที่ยูเมะอยู่ซึ่งมีจำนวนชั้นแตกต่างกันไปตามระดับความหรูหรายิ่งหรูหรามากก็ยิ่งมีจำนวนชั้นน้อย
สภาพแวดล้อมที่แปลกประหลาดนี้เป็สิ่งที่ยูเมะคุ้นเคยมานานแล้ว มันเป็สภาพแวดล้อมที่มีอยู่ใน ‘เมืองแห่งการศึกษา’ เท่านั้น
ไม่ว่าจะเป็แผนผังเมืองที่เป็ระเบียบถึงขีดสุดสิ่งก่อสร้างที่เป็ที่อยู่อาศัยเสียเป็ส่วนใหญ่ ขณะที่สถานบริการและร้านค้ากลับมีน้อยจนแทบจะหาไม่เจอหากไม่ใช่ว่ารูปแบบสิ่งก่อสร้างของสถานบริการและร้านค้านั้นแตกต่างจากที่อยู่อาศัยเป็อย่างมากแล้ว
การจะมองหาสถานบริการหรือร้านค้าภายในเมืองแห่งการศึกษาก็คงยากลำบากอยู่บ้าง
ยูเมะตอนที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ เองก็สับสนน่าดูเขายังเคยหลงเสียด้วยซ้ำ ทั้งที่มีมายด์เบรนเป็แผนที่แต่ก็ยังหลงไปขึ้นอพาร์ทเม้นท์ที่อยู่ข้างๆตั้งหลายครั้ง
ยังดีที่ระบบรักษาความปลอดภัยของเมืองแห่งนี้มีประสิทธิภาพมากเขาเลยไม่เคยขึ้นไปสำเร็จสักครั้งเพราะทันทีที่ก้าวขึ้นไปโดยไม่มีหลักฐานยืนยันของผู้อยู่อาศัยหรือแขกประตูของอพาร์ทเม้นท์ก็จะปิดลงทันที ทำให้เขารู้ตัวว่าขึ้นผิดที่เขาจึงต้องเดินกลับไปอยู่หลายครั้ง
แต่หลังจากคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมที่เป็ระเบียบแล้วเขาก็ไม่เคยขึ้นผิดอีกเลย
ขณะที่คิดถึงอดีตที่ไม่ได้คิดถึงมานานยูเมะก็ยิ้มออกมาขำๆ ก่อนจะััได้ถึงสายตาของใครบางคนที่มองมาเขาจึงหันกลับไปมอง จนสบเข้ากับดวงตาของหญิงสาวร่างบางที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
พอเห็นว่าเป็ใครยูเมะก็ยิ้มน้อยๆ เป็การทักทาย ซึ่งฝ่ายหญิงก็พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มบางๆ
ทว่าพวกเขาก็ไม่ได้ส่งเสียงทักทายกันแม้ว่าจะเห็นหน้ากันหลายต่อหลายครั้งจนคุ้นเคยกันในระดับหนึ่งแล้วก็ตามทั้งนี้ก็เพราะพวกเขาไม่ได้รู้จักกัน
แต่ดูจากรูปร่างและนิสัยใจคอที่เคยสังเกตแล้วยูเมะก็พอจะเดาได้ว่าหญิงสาวคนนี้น่าจะอยู่ในระดับชั้นเรียนเดียวกับเขาเพียงแต่อยู่ต่างโรงเรียนเท่านั้น
ส่วนสาเหตุที่ทำให้เขารู้ก็เพราะเธอมักจะนั่งรถประจำทางสายเดียวกับเขาอีกทั้งยังมีจุดหมายปลายทางเดียวกัน ทำให้หลายครั้งที่เขาพบเธอทั้งตอนที่ไปและกลับทำให้เขารู้ว่าเธออยู่ไม่ไกลจากบ้านของเขามากนัก
แต่ทั้งที่เป็แบบนั้นเขากลับไม่เคยเห็นเธอในโรงเรียนมัธยมที่3 เลย เขาจึงเดาได้ว่าเธออยู่โรงเรียนอื่นซึ่งน่าจะเป็โรงเรียนมัธยมที่ 2
เหตุผลที่ยูเมะเดาว่าเป็โรงเรียนมัธยมที่2 นั้นก็เพราะแผนผังเมืองของเมืองแห่งการศึกษานั้นมีระเบียบมาก ด้วยรูปทรง 5เหลี่ยมที่สมบูรณ์ ทำให้พื้นที่อยู่อาศัยถูกแบ่งออกเป็ 5 เขตด้วยกัน
ซึ่งผู้ที่อาศัยอยู่ในแต่ละเขตก็จะได้เข้าเรียนในโรงเรียนที่อยู่ในเขตของตน
แม้จะไม่ใช่ทุกคนที่เป็แบบนั้นแต่ส่วนใหญ่แล้วเป็แบบนั้น ยูเมะจึงเดาได้ว่าเธอน่าจะอยู่ในเขตที่ 2 ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับเขต 3 ที่ยูเมะอาศัยอยู่
แต่ทั้งนี้เหตุผลที่ทำให้เขาคิดแบบนี้ก็ไม่ได้มาจากเื่นี้เสียทีเดียวมันยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้คิดแบบนั้น ไม่ว่าจะเป็่เวลาเดินทางหรือจุดหมายปลายทางทั้งหมดนี้ล้วนนำไปสู่ความเป็ไปได้นี้ทั้งสิ้น
ทว่ายูเมะก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับเื่นี้มากนักเขาเพียงแค่คาดเดาง่ายๆ แต่ไม่มีความคิดที่จะยืนยันการคาดเดาของตัวเองมาก่อน
ยูเมะกับหญิงสาวร่างบางที่คุ้นหน้าจึงไม่เคยมีความคิดที่จะทำความรู้จักกันมาก่อนเลย
วันนี้ก็เป็เหมือนครั้งก่อนๆรถประจำทางเคลื่อนตัวไปตามเส้นทาง มีการหยุดแวะส่งและรับผู้โดยสารในท่ารถตลอดเส้นทางซึ่งไม่นานนักเพื่อนบ้านที่มาพร้อมกับเขาก็ลงไปจากรถจนหมด จนเหลือเพียงยูเมะคนเดียวที่ยังไปต่อ
ทั้งนี้ก็เพราะจุดหมายของเขากับเพื่อนบ้านนั้นไม่เหมือนกันแม้จุดประสงค์จะเป็การออกกำลังกายเหมือนกัน ทว่าสถานที่ที่ยูเมะไปนั้น ไม่ใช่ ‘โรงยิม’ ของรัฐบาลที่เปิดให้ประชาชนในเขตเข้ามาใช้ออกกำลังกายได้ตลอดเวลา
หากแต่เป็ศูนย์ฝึกที่ทันสมัยซึ่งเขาเป็สมาชิกอยู่ซึ่งถ้าเทียบกับโรงยิมที่มีเครื่องออกกำลังกายที่เพียบพร้อมแล้ว ศูนย์ฝึกแห่งนี้ยังเพียบพร้อมยิ่งกว่า
ไม่ว่าจะเป็เครื่องออกกำลังกายเทคโนโลยีด้านสุขภาพ ผู้เชี่ยวญาณที่คอยให้คำปรึกษา ไปจนถึงทีมแพทย์ประจำที่คอยดูแลทั้งหมดนี้มีความเพียบพร้อมเหนือกว่าโรงยิมอย่างเทียบไม่ติด
แต่ในขณะเดียวกันความเพียบพร้อมนี้ก็มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่สูงลิบ ทำให้มีน้อยคนที่จะเข้ามาใช้บริการศูนย์ฝึกแห่งนี้
ส่วนที่ยูเมะสามารถเป็สมาชิกของศูนย์ฝึกแห่งนี้ได้นั่นก็เป็เพราะ ‘รางวัล’ ที่เขาได้รับตอนเป็แชมป์เปี้ยนโลกของเกมต่อสู้เมื่อหลายปีก่อนทำให้เขาได้บัตรกำนัลและบัตรสมาชิกตลอดชีพของศูนย์ฝึกซึ่งเป็ของบริษัทที่เป็ผู้สนับสนุนการแข่งขันในครั้งนั้น
บัตรกำนัลนั้นยูเมะขายไปเพราะเขาไม่้าใช้เป้าหมายของเขาในการออกกำลังกายคือการสร้างกล้ามเนื้อและการลดน้ำหนัก บัตรกำนัลที่ใช้สำหรับซื้ออาหารเสริมจึงไม่ใช่สิ่งที่จำเป็สำหรับเขา
ส่วนบัตรสมาชิกนั้นยูเมะเห็นว่าการออกกำลังกายในศูนย์ฝึกน่าจะดีกว่า จึงเก็บเอาไว้และมาใช้บริการที่ศูนย์ฝึกแห่งนี้มานับั้แ่นั้น
จนถึงตอนนี้ยูเมะก็เป็สมาชิกของศูนย์ฝึกแห่งนี้มานานแต่เขาก็มีคนรู้จักเพียงไม่กี่คน
ทั้งนี้ก็เพราะศูนย์ฝึกแห่งนี้โด่งดังในเื่ของ‘ศิลปะการต่อสู้’ ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของศูนย์ฝึกถูกใช้ไปกับการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้
ยูเมะที่ใช้ศูนย์ฝึกเพื่อออกกำลังกายย่อมไม่ได้พบกับผู้คนมากนักคนรู้จักของเขาจึงมีน้อยเป็ธรรมดา
หญิงสาวร่างบางที่คุ้นหน้าคุ้นตาคนนี้เองก็เป็หนึ่งในสมาชิกในเขต‘ต่อสู้’ ของศูนย์ฝึกเธอจึงไม่ได้สนใจที่จะทำความรู้จักกับยูเมะ ทั้งนี้ก็เพราะพวกเขามีความสนใจที่ต่างกัน
เมื่อรถประจำทางมาถึงท่ารถหน้าศูนย์ฝึกรถก็หยุดลง ยูเมะลุกขึ้นอย่างช้าๆ และหยุดรอชั่วขณะ รอให้หญิงสาวร่างบางเดินออกไปก่อนจากนั้นเขาจึงตามไปโดยเว้นระยะห่างเล็กน้อยเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด
ยูเมะทำแบบนี้มาหลายครั้งแล้วเขาจึงทำออกไปตามความเคยชิน เช่นเดียวกับหญิงสาวร่างบางที่พยักหน้าเล็กน้อยเป็เชิงขอบคุณขณะที่เดินผ่านไป
ทั้งสองเข้าไปในศูนย์เหมือนทุกครั้งเว้นระยะห่างจากกันและกันเหมือนกับคนแปลกหน้า ยูเมะผ่านประตูเข้าไป เขาก็ผ่านไปทางห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของผู้ชายส่วนหญิงสาวร่างบางนั้นเขาไปทางห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของผู้หญิง
จากนั้นทั้งสองก็แยกจากกันไปตามทางของตัวเองยูเมะเปลี่ยนเสื้อผ้าและเก็บของใช้ส่วนตัวลงในตู้เก็บ ก่อนจะออกมาเริ่มต้นการฝึกฝนร่างกายในเขต‘ออกกำลังกาย’ ที่มีเครื่องออกกำลังกายหลากหลายชนิด
จุดที่ทำให้ศูนย์ฝึกแห่งนี้โดดเด่นกว่าโรงยิมของรัฐบาลก็คือเครื่องออกกำลังกายเฉพาะส่วนที่ใช้สำหรับฝึกฝนกล้ามเนื้อสำหรับการต่อสู้โดยเฉพาะ
เครื่องออกกำลังกายชนิดนี้เป็เครื่องออกกำลังกายที่ถูกออกแบบมาเป็พิเศษซึ่งมีเฉพาะในศูนย์ฝึกในเครือของบริษัทเท่านั้น
ทว่าเครื่องออกกำลังกายพวกนี้ไม่ได้อยู่ในความสนใจของยูเมะเท่าไหร่เขาเคยใช้มันบ้าง แต่ก็ไม่ได้จริงจังนัก
หลังจากเข้ามาเขตออกกำลังกายยูเมะก็พบกับคนรู้จักคนหนึ่ง พวกเขาจึงโบกมือทักทายกันอย่างเป็มิตร จากนั้นเขาก็เริ่มอบอุ่นร่างกายตามโปรแกรมจากนั้นจึงเริ่มต้นการฝึกฝนร่างกายตามภารกิจ
การฝึกฝนนั้นเริ่มต้นอย่างช้าๆด้วยการฝึกทีละชุดสลับไปทีละส่วนๆ เพื่อให้ร่างกายได้มีเวลาพัก
แต่หลังจากฝึกจนครบทุกหัวข้อไป1 ชุด ยูเมะก็เริ่มหอบ เขารู้สึกว่าการออกกำลังกายแบบนี้หนักหนาสาหัสไม่ใช่น้อย
ทว่ามันก็ช่วยกระตุ้นความท้าทายของยูเมะไม่น้อยเขาจึงฝึกต่อไปอย่างช้าๆ เป็จังหวะ โดยอาศัยประสบการณ์การออกกำลังกายมาหลายปีมาช่วยในการควบคุม
หลังจากผ่านไป5 ชุด หรือครึ่งทาง ยูเมะก็เริ่มหมดแรง เขานั่งหอบหายใจหนักๆ อยู่ในเขต ‘พัก’ ที่มีการควบคุมปริมาณออกซิเจนด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยซึ่งมีส่วนช่วยให้ผู้ออกกำลังกายฟื้นฟูพละกำลังได้เร็วขึ้น
เมื่อได้พักในพื้นที่พักยูเมะก็ััได้ถึงความแตกต่าง ค่าสถานะของปอดที่เพิ่มขึ้นมา 0.1 นั้นดูเหมือนจะมีส่วนช่วยมากกว่าที่เขาคิดเอาไว้
‘ดูเหมือนว่าความแข็งแกร่งจะไม่ได้หมายถึงพลังเพียงอย่างเดียวสินะดูเหมือนว่าจะส่งผลต่อเนื่องไปยังความสามารถอื่นๆ ด้วย’
เดิมทียูเมะคาดหวังเอาไว้เพียงแค่ว่าให้ปอดมีพลังมากขึ้นจะได้หายใจได้ดีขึ้นแต่เขาก็คิดไม่ถึงว่านอกจากพลังปอดที่เพิ่มขึ้นแล้วยังช่วยให้เขาหายใจได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมอีกด้วย
เพราะประสิทธิภาพในการหายใจที่ดีขึ้นการฟื้นตัวจึงเร็วขึ้นด้วย ยูเมะจึงสามารถฝึกฝนต่อไปได้อีกหลายรอบ
แต่ยิ่งฝึกเขาก็ยิ่งรู้สึกเหนื่อย รู้สึกล้าไปหมดทั้งตัวจนแทบจะขยับตัวไม่ไหวทว่าเขาก็ยังฝืนต่อไป
การฝืนของยูเมะนั้นดูเหมือนจะไปกระตุ้นความสนใจจากคนรู้จักเข้า ทำให้อีกฝ่ายหันมามองด้วยความประหลาดใจก่อนจะวางมือจากเครื่องออกกำลังกายแล้วเดินมาหา
“เ้าหนู วันนี้ไม่หนักเกินไปหน่อยหรอ”
“คุณสตริง”
ยูเมะส่งเสียงตอบรับด้วยความอ่อนแรง ทว่าเขาก็ไม่ได้หยุดในทันทีสตริงซึ่งเป็ชายวัยกลางคนก็ไม่ได้คิดที่จะห้ามจะมีก็เพียงความแปลกใจเพราะความมุ่งมั่นที่มันััได้จากสายตาของยูเมะนั้นมันต่างจากทุกครั้ง
สตริงจึงเฝ้ารออีกครู่ใหญ่รอจนยูเมะออกกำลังกายครบชุด ก่อนจะหยุดลงด้วยความเหนื่อยล้า ทั้งยังหอบหายใจหนักจนใบหน้าแดงก่ำ
“เกิดอะไรขึ้นเ้าหนูที่ผ่านมาไม่เห็นฝืนตัวเองแบบนี้นี่ มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า”
ความเป็ห่วงที่แฝงมากับน้ำเสียงของคนรู้จักนั้น ทำให้ยูเมะอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาด้วยความขอบคุณก่อนจะส่ายหน้าเป็การปฏิเสธ
“ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นหรอกครับ ผมก็แค่..อยากท้าทายขีดจำกัดของตัวเองเท่านั้น”
คำตอบของยูเมะสร้างความประหลาดใจให้สตริงไม่น้อย ทำให้สายตาของชายวัยกลางคนหรี่ลงก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ ด้วยความชื่นชม
“ดี! คนหนุ่มสาวรู้จักท้าทายตัวเองบ้างก็ดี!แต่อย่าฝืนจนเกินไปละ”
“ครับคุณสตริง!”
ชายวัยกลางคนพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะเดินจากไป แต่หลังจากเดินจากไปได้ไม่นานมันก็เกิดมายด์เบรนขึ้นมาแล้วติดต่อไปหาใครบางคน
“จับตาดูเ้าหนูนั่นให้ฉันหน่อย แล้วเฝ้าระวังเอาไว้ด้วยเตรียมทีมแพทย์ให้มั่นใจว่าสามารถออกมาได้ตลอดเวลา”
คนที่ปลายสายนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ คล้ายกับกำลังทำความเข้าใจกับคำสั่งที่ได้รับก่อนจะตอบรับกลับมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
“รับทราบครับคุณสตริง”
หลังจากออกคำสั่งง่ายให้กับลูกน้องของตนสตริงก็กลับไปออกกำลังกายต่อเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น จะมีก็เพียงหน้าจอที่เพิ่มเข้ามาในมุมมองสายตาซึ่งกำลังฉายภาพของยูเมะที่กำลังออกกำลังกายอย่างหนัก
อีกด้านหนึ่งยูเมะที่ไม่ทราบเลยว่าเขาทำให้คนเป็ห่วงจนทำให้คนอีกหลายคนต้องทำงานหนักกว่าเดิมก็กำลังออกกำลังกายอย่างหนัก
การท้าทายในครั้งนี้สาหัสมากสาหัสจนเขานึกอยากจะยอมแพ้ไปเสีย
แต่เมื่อคิดถึงของรางวัลที่จะได้คิดถึงบางสิ่งบางอย่างที่อาจจะซ่อนอยู่เื้ัหน้าต่างระบบ ยูเมะก็แข็งใจฝึกต่อไปอย่างช้าๆสลับกับเข้าไปพักในเขตพักและดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ที่หากเป็ตัวเขาในอดีตคงไม่คิดที่จะดื่ม
อย่างช้าๆยูเมะฝึกจนครบชุดไปทีละชุดๆ ด้วยความตั้งใจที่แน่วแน่ จนผ่านไปหลายชั่วโมงจำนวนการฝึกฝนก็ครบตามที่ภารกิจกำหนด
วินาทีที่ภารกิจเสร็จสิ้นยูเมะก็รู้สึกวูบไปชั่วขณะ ก่อนจะได้สติกลับมาในทันทีโดยไม่ได้รับาเ็ใดๆทว่าอึดใจต่อจากนั้น แพทย์ประจำศูนย์ฝึกก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างที่เขาคาดไม่ถึงและมาพร้อมกับขวดแก้วใบเล็กที่บรรจุของเหลวสีฟ้าใส
“คุณเมมโมไรซ์ ไม่เป็อะไรนะครับ”
“ค..ครับ! ผมไม่เห็นอะไรแค่พักสักครู่ก็ไม่เป็ไรแล้วครับ”
คำตอบของยูเมะเหมือนจะไม่ได้ทำให้แพทย์หนุ่มพอใจนักอีกฝ่ายยังคงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวคำขอโทษแล้วสวมกำไลข้อมือลงที่ข้อมือของยูเมะ
“ขอโทษนะครับ โปรดเข้าใจด้วยว่ามันเป็กฎระเบียบของทางเรา”
ยูเมะนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับแล้วปล่อยให้แพทย์หนุ่มสวมกำไลข้อมือซึ่งเป็อุปกรณ์ทางการแพทย์ชนิดหนึ่งซึ่งทำหน้าที่คล้ายๆ กับมายด์เบรน เพียงแต่มีความสามารถในการตรวจสอบที่สูงกว่า
อุปกรณ์ชิ้นนี้มีไว้เพื่อตรวจสุขภาพซึ่งเป็อุปกรณ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัทเ้าของศูนย์ฝึกแห่งนี้เช่นกัน
ประสิทธิภาพของมันเป็ยังไงนั้นยูเมะเองก็ไม่ทราบเพราะเขาไม่เคยใช้เ้าเครื่องนี้มาก่อน ส่วนหนึ่งเป็เพราะเขาไม่เคยฝืนตัวเองแบบนี้
สีหน้าของแพทย์หนุ่มดูเคร่งเครียดเล็กน้อยแต่หลังจากตรวจสอบอยู่หลายอึดใจ แพทย์หนุ่มก็พยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะมองดูยูเมะอีกครั้งด้วยท่าทางลังเลใจจากนั้นจึงยื่นขวดแก้วให้เขา
“นี่คือยาของทางศูนย์ฝึกครับ มันจะช่วยกระตุ้นการฟื้นฟูเซลล์กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อต่างๆได้ กรุณาดื่มให้หมดด้วยครับ”
“นี่! ผมเกรงว่าผมจะจ่ายไม่ไหวนะครับ”
สีหน้าของแพทย์หนุ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจก่อนจะสังเกตเห็นข้อความชุดหนึ่งที่ปรากฏขึ้นในมุมมองสายตา แพทย์หนุ่มจึงยิ้มออกมาอย่างเป็มิตร
“ไม่ต้องห่วงครับคุณเมมโมไรซ์ ทางศูนย์ของเราให้สิทธิ์การเบิกยารักษาบางส่วนฟรีสำหรับสมาชิกตลอดชีพอยู่แล้วซึ่งทางคุณเมมโมไรซ์ไม่เคยเบิกยามาก่อน ดังนั้นคุณสามารถรับได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายครับไม่ทราบจะรับหรือไม่ครับ”
ยูเมะเลิกคิ้วน้อยๆ ด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะมองดูยาในขวดแก้วที่มีสีฟ้าใสที่ดูไม่เหมือนยาสักเท่าไหร่
แต่ยูเมะก็ไม่ได้คิดนานนักแม้จะมีความสงสัยอยู่บ้าง แต่เขาก็ยินดีรับของฟรีอยู่แล้วหากมันเป็สิทธิ์ที่เขาควรจะได้รับ
“ครับ! ต้องขอบคุณมากจริงๆ ที่อุตส่าห์ออกมาช่วยแบบนี้”
“ด้วยความยินดีครับคุณเมมโมไรซ์ ทั้งหมดนี้เป็บริการของทางศูนย์อยู่แล้วครับแล้วก็ ครั้งหน้ากรุณาอย่างหักโหมแบบนี้อีกนะครับ หรือถ้าจะฝึกจริงๆกรุณาลดจำนวนลงด้วยครับ”
ความเป็ห่วงเป็ใยของแพทย์หนุ่มนั้นทำให้ยูเมะนึกขอบคุณในใจ ความรู้สึกดีๆต่อศูนย์ฝึกแห่งนี้ก็เพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
จากนั้นก็รับขวดยาไปเปิดออกแล้วดื่มลงไปต่อหน้าของแพทย์หนุ่ม ก่อนจะคืนขวดแก้วกลับไปให้ซึ่งแพทย์หนุ่มก็รับกลับไปด้วยความยินดี