Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

    บทที่ 102 พบเจอโดยบังเอิญ

    พบเจอโดยบังเอิญ

     

                รายชื่อสองชุดปรากฎขึ้นที่เบื้องหน้าสายตาของกัสก็กวาดมองไปอย่างรวดเร็วรอบหนึ่งโดยหวังว่าจะได้เจอชื่อที่โดดเด่นสักชื่อหนึ่ง

                ทว่าเขาก็ต้องผิดหวังเพราะสิ่งที่เขาเคยได้ยินได้ฟังมาจากชีวิตที่แล้วนั้นมีเพียงข่าวลือที่น้อยนิดหากไม่ใช่คนที่โดดเด่นมากๆ หรือมีความสามารถที่น่าตระหนกจริงๆก็เป็นไปแทบไม่ได้เลยที่ข่าวลือจะลือมาถึงตัวเขาที่เป็นราชาอันเดธอยู่

                และถ้าไม่ได้โดดเด่นมากพอหรือมีเอกลักษณ์เพียงพอก็มีความเป็นไปได้ที่ข่าวลือจะผิดเพี้ยนไปตามธรรมชาติของข่าวลือจนความหมายเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ก็เหตุการณ์สำคัญๆ ที่ทำให้ตระกูลจำต้องเคลื่อนไหวแบบนั้นก็พอจะกลายเป็นข่าวลือที่โดดเด่นได้ในระดับหนึ่ง

                เช่นข่าวการตายของโกลเด้นในชีวิตก่อนของเขาที่ทำให้ตระกูลพิโรธจนถึงกับกวาดล้างกลุ่มคนที่บังอาจลงมือสังหารทายาทบุรุษของตระกูลจนพินาศในค่ำคืนเดียว

                หากไม่ใช่เหตุการณ์ที่ใหญ่โตระดับนั้นแล้วละก็มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีข่าวลือมาถึงตัวเขาได้ หรือต่อให้มีมาได้จริงๆก็ไม่อาจใช้ข่าวลือที่เปลี่ยนแปลงไปจนไม่อาจคาดเดาได้มามองหาเจ้าของข่าวลือที่ว่าได้

                การได้มิโดริมาก็ทำให้กัสพึงพอใจมากแล้วเขาจึงไม่หวังว่าจะได้ข้ารับใช้ที่มีพรสวรรค์สุดล้ำเลิศแบบเธออีก

                แต่ถึงจะคิดแบบนั้นภายในใจของเขาก็ไม่อาจไม่คาดหวังจนต้องมองดูสักหลายๆ รอบอยู่ดี

                “ตัดรายชื่อของปรมาจารย์ช่างฝีมือออกด้วยครับ”

                หลังจากอ่านผ่านตาอยู่นานสองนานกัสก็รองขอออกมาคำหนึ่ง หญิงสาววัยกลางคนตอบรับด้วยการกระทำอึดใจเดียวรายชื่อก็ลดลงไปราว 1 ส่วนรายชื่อของข้ารับใช้และทายาทของตระกูลที่สูงวัยถูกตัดออกไปจนหมด

                ค่าคะแนนความดีที่ต้องใช้ในกลุ่มของข้ารับใช้จึงเหลือเพียง10 – 125 แต้ม ส่วนทางด้านทายาทตระกูลก็เหลือเพียง 5 – 50 แต้ม

                ความแตกต่างของค่าความดีความชอบที่ต้องจ่ายนี้ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดทว่าสองส่วนนี้ก็มีข้อดีข้อเสียที่ต่างกันอย่างชัดเจนเช่นเดียวกัน

                ข้ารับใช้ต้องจ่ายค่าความดีความชอบที่มากทว่าเขาไม่จำเป็นต้องให้ส่วนแบ่งแก่ข้ารับใช้หากแต่จ่ายด้วยค่าความดีความชอบเป็นหลัก

                ในขณะที่เหล่าทายาทของตระกูลนั้นนอกจากค่าทำสัญญาที่ว่าแล้วยังต้องมีส่วนแบ่งตั้งแต่ 1 – 5 ส่วนซึ่งถือเป็นรายจ่ายที่สูงพอสมควรในสายตาของกัส

                ทั้งนี้มันก็มีข้อดีที่แตกต่างกันหากเขามีทรัพยากรที่ยังใช้งานได้ไม่เต็มที่ การว่าจ้างทายาทของตระกูลก็ดูจะดีกว่า

                แต่ถ้าเขาเพียงต้องการคนงานมาทำหน้าที่ที่ไม่ได้สำคัญมากหากแต่ต้องการแรงงานที่มีกำลังแล้วละก็ การยืนตัวข้ารับใช้จะดีที่สุด

                ‘ที่ต้องการที่สุดในตอนนี้ก็คือ..คนขุดดินต้องหาใครสักคนมาขุดดินในดินแดนรกร้างและขนย้ายมันเข้าไปในดินแดนหลัก..’

                ในขณะที่คิดกัสก็พิจารณาถึงคุณสมบัติหลักๆ ที่ต้องการ พละกำลังที่มากความอดทนที่สูง ที่สำคัญคือเชื่อฟังคำสั่งและขยันขันแข็ง

                หัวใจสำคัญของข้ารับใช้ส่วนใหญ่จะโดดเด่นในด้านของการเชื่อฟังอยู่แล้วแต่ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ใช่ว่าทุกคนจะทำตามคำสั่งอย่างขยันขันแข็ง

                ไม่ว่ายังไงข้ารับใช้ก็เป็นคนเหมือนกันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้อีกฝ่ายทำงานให้กับเขาอย่างสุดชีวิตหากไม่มีปัจจัยที่เหมาะสม

                อิจิโกะกับน้องนั้นเป็นเพราะถูกซื้อตัวมาแล้วทำให้พวกเธอเป็นคนของเขาแล้ว ทั้งยังมีสถานะของเจ้านายและสามีกลายๆพวกเธอจึงทำงานให้เขาอย่างเต็มที่

                ในส่วนนี้ที่เกิดขึ้นง่ายก็เพราะลักษณะเด่นของเผ่าแมลงส่วนมิโดรินั้นเป็นเพราะเขาตอบสนองต่อความปรารถนาสูงสุดของเธอได้และให้ความเอ็นดูเธอมากเธอจึงตอบแทนเขาอย่างสุดชีวิตแบบนี้

                ทว่าข้ารับใช้คนอื่นๆหากไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของพวกเธอได้และทำให้พวกเธอซาบซึ้งในพระคุณจนถึงที่สุดแล้วละก็การจะทำให้เหล่าข้ารับใช้ทำงานแบบถวายหัวก็ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ

                ในส่วนนี้กัสเลยต้องพิจารณาให้มากขึ้นเพื่อมองหาแนวทางในการเลือกข้ารับใช้ที่เหมาะสม

                ขณะที่มองหาอยู่นั้นกัสก็เหลือบไปเห็นรายชื่อหนึ่งของข้ารับใช้ตรงช่องของฝ่ายที่มีคำกำกับว่า ฝ่ายทรัพยากรและสัญลักษณ์รูปอีเตอร์ที่แสดงถึงหน้าที่ของฝ่ายขุดค้นที่ทำงานเกี่ยวกับการขุดหาทรัพยากรในดิน

                กัสหยุดมองรายชื่อนี้ชั่วครู่พลางอ่านรายละเอียดต่างๆก่อนจะยิ้มออกมา

                “เผ่าแมลง หนอนโลหะสินะ ดีเลย ค่าความดีความชอบ..30คะแนน ไม่แพงๆ แต่มีเงื่อนไข..อันนี้ก็รับได้อยู่”

                เผ่าแมลงหนอนโลหะ คือหนึ่งในสามเผ่าพันธุ์แมลงที่บรรพชนของตระกูลหามาได้ถือได้ว่าเป็นสายเผ่าพันธุ์แมลงที่มีลำดับชั้นสูงที่สุดในกลุ่มเผ่าพันธุ์แมลงของตระกูลอันดูวเดธ

                ไม่ว่าจะเป็นลำดับชั้นที่มาจากสถานะของนางพญาที่เป็นข้ารับใช้ของบรรพชนหรือความแข็งแกร่งของพวกนางที่บรรลุถึงระดับครึ่งเทพก็ล้วนแล้วแต่ทำให้นางพญาทั้งสามมีลำดับชั้นที่สูงส่ง

                แม้ว่านอกจากนางพญาทั้งสามที่ได้แก่เผ่าผึ้งทองคำ เผ่าหนอนโลหะ และผีเสื้อหิมะมายา จะมีนางพญาแมลงอื่นๆที่เกิดขึ้นในรุ่นหลังอยู่อีกแต่ก็ไม่มีนางพญาแมลงตนไหนสามารถเทียบชั้นกับนางพญาทั้งสามได้เลยแม้แต่น้อย

                ด้วยเหตุนี้ทำให้ข้ารับใช้ที่มาจากเผ่าพันธุ์ทั้งสามนี้มีสถานะที่สูงกว่าข้ารับใช้เผ่าแมลงคนอื่นๆบ้างเล็กน้อย

                อาจจะเว้นไว้เพียงเผ่าผึ้งทองคำของอิจิโกะที่มีจำนวนมากไปบ้างทำให้ลำดับชั้นลดหลั่นลงไปบ้างเล็กน้อยแต่โดยรวมก็ยังถือว่ามีลำดับที่สูงอยู่

                กัสอ่านข้อมูลของข้ารับใช้เผ่าหนอนโลหะอย่างตั้งใจอ่านค่ายืมตัวที่สูงถึง 30 แต้มความดีความชอบและค่าซื้อตัวที่สูงถึง 300แต้มอย่างใจเย็นจากนั้นตัดสินใจเลือกข้ารับใช้รายนี้มา

                “รับทราบค่ะ เผ่าหนอนโลหะนะคะไม่ทราบว่าท่านกัสโทนีย่าสามารถทำตามเงื่อนไขของข้ารับใช้คนนี้ได้หรือไม่คะ”

                “คิดว่าได้นะ ถ้านางไม่เรียกร้องมากจนเกินไปแร่ธาตุจำพวกดินหินทรายพอจะตอบสนองได้ไหมล่ะ”

                สีหน้าของหญิงสาววัยกลางคนเปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอหันมามองหน้ากัสชั่วครู่ก่อนจะหันไปมองอะไรสักอย่างที่กัสมองไม่เห็นซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของหน้าจอ

                “เท่าที่ข้าทราบ..เผ่าหนอนโลหะนิยมกินโลหะเป็นอาหารไม่ทราบว่าท่านกัสโทนีย่ามีแหล่งแร่ให้เธอกินหรือไม่คะ”

                “แหล่งแร่..หมายถึงแร่โลหะงั้นหรือ”

                “ค่ะ แม้ว่าในรายละเอียดจะไม่ได้บอกไว้แต่แร่ธาตุที่เขียนบอกไว้นั้นหมายถึงแร่จำพวกโลหะนะคะ ไม่ใช่แร่ธาตุในดิน”

                กัสนิ่งไปเล็กน้อย เขาขมวดคิ้วด้วยท่าทางที่เคร่งเครียดพลางคิดถึงรายละเอียดของเผ่าหนอนโลหะที่เขาเคยอ่านเจอในบันทึกโลกวิญญาณ

                หากคิดถึงคนที่จะมาทำหน้าที่ขุดดินให้เขาแล้วละก็ไม่มีเผ่าไหนที่จะดีได้เท่ากับเผ่าหนอนโลหะอีกแล้วไม่ว่าจะเป็นพรสวรรค์ทางธรรมชาติของเผ่าพันธุ์ที่เป็นนักขุดค้นชั้นยอดหรือลักษณะทางกายภาพที่มีพละกำลังมากล้นที่สุดในสามเผ่าพันธุ์แมลงระดับสูงของตระกูล

                ไม่ว่าจะส่วนไหนก็เหมาะที่จะใช้ในการขุดดินมากที่สุด

                ทว่าอาหารของพวกเธอนั้นมันก็แพงมากเช่นกันทำให้กัสต้องคิดหนักเพราะเขาเข้าใจผิดคิดว่าสิ่งที่พวกเธอกินนั้นเป็นเพียงแร่ธาตุต่างๆที่หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ ก็ให้พวกเธอกินดินในดินแดนรกร้างได้

                “พอบอกได้ไหมว่าในหนึ่งวันพวกเธอต้องกินโลหะมากขนาดไหน”

                “ไม่ทราบค่ะเพราะมันขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ของข้ารับใช้คนนั้นแต่โดยมากจะไม่เกิน 10 กิโลกรัมต่อวันหรอกค่ะสำหรับเด็กวัยนี้”

                เมื่อได้ยินคำว่าสิบกิโลกรัมสีหน้าของกัสก็เปลี่ยนไปเขาคิดหนักขึ้นเล็กน้อยพลางคิดคำนวณในใจว่าเหล็ก 10กิโลกรัมนั้น มีราคาเท่าไหร่

                ‘ราวๆ 200 DP ต่อวันสินะ แบบนี้จะรับไหวไหมเนี่ย’

                กัสอ่านรายละเอียดของข้ารับใช้ในเผ่าหนอนกินแร่อีกครั้งพลางอ่านข้อมูลที่บอกเอาไว้ในระบบอย่างละเอียดแต่เขาก็ไม่สามารถหาอะไรเพิ่มเติมได้อีกนอกจากอายุที่น้อยสุดๆ ของข้ารับใช้คนนี้

                ’15 ปี ระดับจบการฝึกฝนพอดีสินะ แต่ก็ยังแพงได้ขนาดนี้’

                คิดแล้วกัสก็ถอนหายใจออกมาพลางยืนยันคำขอของเขาอีกครั้งหญิงสาววัยกลางคนก็ตอบรับทำให้รายชื่อของเด็กสาวเผ่าหนอนโลหะหายไปพร้อมกับค่าความดีความชอบที่ถูกหักไป 30คะแนน

                กัสมองดูค่าความดีความชอบที่เหลือจากนั้นมองไปยังรายการอื่นๆ แล้วเลือกเอาข้ารับใช้จากเผ่าแมงมุมขาวมาอีก 3 คนและเผ่าผีเสื้อมายาอีก 1 คน

                เผ่าแมงมุมขาวนั้นมีพรสวรรค์ในการถักทอและมีทักษะทางด้านพิษที่เป็นเลิศกัสเลยอยากได้พวกเธอมาช่วยปรับปรุงสวนผลไม้และทำหน้าที่เย็บเสื้อผ้าในอนาคตเพราะอีกไม่นานเขาจะเริ่มเลี้ยงแกะแล้ว

                ถึงตอนนั้นขนแกะที่ตัดออกมาได้จะต้องนำไปทำเป็นเส้นด้ายและทอเป็นชุดหรือเสื้อผ้าต่างๆที่ต้องใช้คนที่มีทักษะในด้านนี้

                ส่วนผีเสื้อมายานั้นเผ่านี้มีทักษะในด้านของเวทมนตร์มายากัสคิดว่าน่าจะเอาไว้สนับสนุนสวนผลไม้ของเขาได้ดีอีกทางหนึ่งจึงเลือกมาอีกคน

                ราคาของเผ่าแมงมุมขาวนั้นไม่แพงมากนักอยู่ที่ 30 คะแนนเช่นเดียวกับเผ่าหนอนโลหะทั้งนี้สามสาวเผ่าแมงมุมนี้ไม่ใช่เด็กสาวที่ไม่มีทักษะแต่เป็นหญิงสาวที่ผ่านการฝึกฝนการตัดเย็บมาแล้วและมีประสบการณ์ที่นานกว่า 5 ปีแล้ว

                เมื่อมองดูดีๆกัสก็แอบประหลาดใจที่ยังเหลือสาวเผ่าแมงมุมขาวตั้งหลายคนที่ยังไม่มีใครว่าจ้างต่อจากนั้นก็หันไปมองเผ่าผีเสื้อมายาที่มีอายุมากที่สุด มากถึง 30 ปีซึ่งต้องใช้ค่าความดีความชอบถึง 40 คะแนนถึงจะยืมตัวได้

                หลังจากเลือกข้ารับใช้มาได้5 คนกัสก็ต้องหยุดดูค่าความดีความชอบของเขาที่เหลือเพียง 10 คะแนน

                รอยยิ้มฝืนๆก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าก่อนจะมองไปยังรายชื่ออีกด้านหนึ่งที่ใช้คะแนนน้อยกว่า

                “ดูเหมือนรายชื่อจะเปลี่ยนไปเยอะเลยสินะ..”

                กัสยิ้มออกมาเล็กน้อยพลางมองดูรายชื่อของลูกหลานที่มีสัญญาว่าจ้างอยู่ในระบบเขามองไปยังสัญญาว่าจ้างที่ใช้ค่าทำสัญญาน้อยที่สุดก่อน

                เพราะค่าความดีความชอบเหลือแค่10 คะแนน อย่างมากสุดเขาก็จ้างได้อีกคนเดียวทว่ารายชื่อที่ปรากฏอยู่ในหน้าจอนั้นไม่มีรายชื่อไหนที่ตรงกับที่เขาต้องการเลยสักคนท้ายที่สุดเขาก็จำต้องวางมือ

                “พอแค่นี้ละครับ”

                “ทราบแล้วค่ะ ทั้งหมด 5 คนนะคะ ทางตระกูลรับเรื่องเอาไว้แล้วค่ะการตอบรับอาจจะต้องรอสักครู่นะคะแต่คิดว่าไม่น่าจะเกินพรุ่งนี้หากท่านกัสไม่รีบละก็ ทางนี้สามารถเตรียมให้ท่านได้ภายใน3 วันค่ะ จะใช้วิธีเดิมไหมคะ”

                วิธีเดิมที่ว่าก็คือการฝากบัตรผ่านเอาไว้ให้วิหารเทพจริงแท้ละให้ทางวิหารนำส่งในตอนที่เหล่าข้ารับใช้มาถึงแบบเดียวกับวิธีที่กัสใช้ในตอนที่ขอให้ซีต้ากับมิซ่ามาตรวจสุขภาพและยืมตัวมิโดริมานั่นเอง

                “ครับ รบกวนด้วย ขอบคุณมาก”

                “ด้วยความยินดีค่ะท่านกัสโทนีย่า”

                หลังจากกล่าวขอบคุณกันเบา กัสกับน้องก็บอกลาสั้นๆแล้วเดินออกไปจากห้องและเตรียมที่จะเดินทางกลับ

                ทว่าทันทีที่กัสเดินออกมาเขาก็ได้เจอกับคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจออีกครั้งบลูอาย เด็กสาวที่เขาเคยสนิทสนมและพูดคุยด้วยอย่างไม่ต้องคิดอะไรคนที่เหมือนพี่น้องของเขา น้องสาวของบลูไซต์ที่บัดนี้แค้นเขาจับใจที่ทำให้พี่ชายของเธอต้องตาย

                การพบเจอที่ไม่คาดคิดนี้ทำให้กัสตกตะลึงไปชั่วขณะเช่นเดียวกับเด็กสาวที่เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะสงบลงในพริบตาเดียวและเมินผ่านเข้าไปราวกับธาตุอากาศ

                รอยยิ้มของกัสกลายเป็นรอยยิ้มที่เต็มฝืนแตกต่างกับสีหน้าของน้องสาวที่ดูไม่พอใจอยู่บ้าง

                “ไม่ได้พบกันนานนะคะท่านพี่บลูอาย”

                คำทักทายของน้องสาวคนโตของกัสทำให้บลูอายหยุดชะงักไปชั่วขณะสายตาของเธอไหววูบขึ้นมาชั่วครู่ก่อนจะหันกลับมามองเด็กสาวและยิ้มให้แบบฝืนๆ

                “ไม่ได้พบกันนาน..เจ้า สบายดีสินะ”

                “ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะท่านพี่บลูอาย ข้าและท่านพี่สบายดีค่ะ”

                มุมปากของบลูอายสั่นกระตุกขึ้นมาเบาๆเธอมองดูเด็กสาวที่เหมือนกับน้องสาวแล้วมองไปยังกัสที่ก้มหน้ามองพื้นอีกด้านหนึ่งก่อนจะหันกลับไปโดยไม่พูดอะไร

                กัสเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรเขาทำได้เพียงเงยหน้าขึ้นเพื่อมองดูแผ่นหลังของเด็กสาวตรงหน้าจนกระทั่งประตูห้องปิดลงกัสถึงได้ถอนหายใจออกมาเบาๆ

                “ท่านพี่..ขออภัยด้วยค่ะที่น้องทำให้ท่านพี่ลำบากใจ”

                “ไม่หรอก..ต้องขอบคุณเจ้าเลยที่พยายามช่วยข้าแต่ข้า..ข้ายังสู้หน้านางไม่ได้จริงๆ”

                พูดจบกัสก็เดินออกไปแต่แล้วก็ต้องหยุดเท้าอีกครั้งเมื่อเจอหน้าของคนคุ้นหน้าอีกคนอย่างโกลเด้น

                “หืม! กัสโทนีย่าเจ้าก็มาด้วยหรือนี่ บังเอิญจริงๆ แต่ก็ดีแล้วข้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลารอ”

                “หมายความว่าไงกัน เจ้า..อยากเจอข้างั้นหรือ”

                สีหน้าของกัสดูแปลกไปพอสมควรเพราะไม่คิดว่าเขาจะเจอทั้งบลูอายและโกลเด้นพร้อมๆกัน จนอดคิดไม่ได้ว่าทั้งสองนั้นร่วมมือกันจริงๆ งั้นหรือแต่เมื่อมองดูคนของโกลเด้นและบลูอายที่ยืนแยกกันเป็นสองกลุ่มกัสก็ต้องคิดใหม่อีกครั้ง

                “ไม่หรอก ข้าไม่ได้อยากเจอเจ้านักหรอกแต่พวกผู้อาวุโสนะสิ..ท่านบอกว่าไหนๆ ก็มีทายาทของตระกูลมากันเยอะแล้วเลยอยากจัดให้มีการประชุมประจำเดือน ลำบากแย่เลยละ”

                แม้จะบอกว่าลำบากแย่ แต่สีหน้าของโกลเด้นดูไม่ลำบากอย่างที่พูดสักนิดมันดูตื่นเต้นและภาคภูมิใจไม่น้อยราวกับกำลังตื่นเต้นยินดีที่จะได้ประกาศความสำเร็จของตนเองให้ทุกคนรู้

                กัสเองพอได้ยินแบบนั้นก็ประหลาดใจแต่พอคิดได้อึดใจหนึ่งก็เข้าใจ

                หากเป็นชีวิตก่อนของเขาที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่อยู่ในดันเจี้ยนแห่งนี้ทางตระกูลคงไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษเพราะนี่คือการลงโทษของเขา

                ทว่าตอนนี้มีทายาทหลายกลุ่มเดินทางมายังดันเจี้ยนแห่งนี้จึงไม่น่าแปลกที่ทางตระกูลจะมีการจัดให้เกิดการประชุมประจำเดือนเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างเหล่าทายาท

                สิ่งนี้นอกจากจะเป็นการช่วยกันแก้ปัญหาที่แต่ละฝ่ายพบเจอแล้วยังเป็นเหมือนการรายงานความสำเร็จของตัวเองให้ทางตระกูลทราบด้วย

                หากทำได้ดีในด้านไหนด้านหนึ่งเป็นพิเศษแล้วละก็ไม่แน่ว่าทางตระกูลอาจจะให้ค่าความดีความชอบเป็นรางวัลก็ได้

                รูปแบบนี้ไม่ใช่ว่าไม่เคยเกิดหากแต่มีอยู่ในทุกเมืองแห่งดันเจี้ยน ยกเว้นเพียงดันเจี้ยนแห่งนี้ที่ไม่ได้รับความนิยมจากเหล่าทายาทในตระกูลเท่าไหร่

                ถ้าไม่มีประกาศฉบับนั้นที่ให้ค่าความดีความชอบเพิ่มสำหรับผลผลิตชนิดวิเศษแล้วละก็เกรงว่าคนที่จะมายังดันเจี้ยนแห่งนี้คงมีไม่ถึง 3 คน

                ทว่าตอนนี้เท่าที่กัสทราบน่าจะมีมากกว่า5กลุ่มเข้าไปแล้วจึงไม่น่าแปลกที่จะมีการประชุมเกิดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลรวมไปถึงการเปิดเผยความสำเร็จของตนเองออกมา

                “แบบนี้เอง การประชุมประจำเดือนสินะ ลำบากแย่จริงๆ”

                กัสเองก็เห็นด้วย ทว่าคำพูดของเขานั้นสื่ออารมณ์ออกมาตรงกับคำพูดไม่เหมือนกับโกลเด้นที่เพียงพูดออกไปเพื่อให้ตัวเองดูโดดเด่นขึ้นเท่านั้น

                เมื่อรู้ว่ามีการประชุมประจำเดือนอยู่กัสก็จำต้องรออย่างเสียไม่ได้รอจนกระทั่งบลูอายกลับออกมาและโกลเด้นเป็นฝ่ายเดินเข้าไปบ้าง

                เมื่อไม่มีเสียงพูดคุยระหว่างทายาทผู้นำกลุ่มบรรยากาศภายในห้องโถงก็ดูอึดอัดไปบ้างเล็กน้อยกัสนั้นไม่ได้พยายามที่จะพูดคุยกับใครหากแต่ยืนหลับตาอยู่เงียบๆด้วยท่าทีที่สำรวมจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นสิ่งที่เด็กหนุ่มอย่างเขาสามารถแสดงออกมาได้

                ในขณะเดียวกันนั้นบลูอายก็เริ่มขมวดคิ้วเธอมองดูกัส มองดูน้องสาวของเขาและหันกลับไปมองกัสอีกครั้งด้วยดวงตาที่สับสน

                เพราะว่าบลูอายมองมาด้วยท่าทีที่เคร่งเครียดเกินไปใส่อารมณ์เกินไปทำให้กัสที่หลับตาทำสมาธิอยู่นั้นรู้สึกถึงสายตาที่มองมาเลยลืมตาขึ้น

                พริบตานั้นทั้งสองก็สบตากันความรู้สึกที่หลากหลายไหลผ่านดวงตาของทั้งคู่ก่อนที่บลูอายจะเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตระหนกราวกับพบเจอสิ่งที่ไม่น่าจะเจอในดวงตาของกัส

                “ท่านพี่!!”

                เสียงเรียกที่ดังขึ้นด้วยความตระหนกนี้ทำให้ทุกคนตกใจไปตามๆกันโดยเฉพาะน้องสาวของบลูอายที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอซึ่งตื่นตระหนกจนเบิกตากว้าง

                พวกเธอหันมามองกัสด้วยความตระหนกก่อนจะหันกลับไปมองพี่สาวของพวกเธอแล้วเขย่าแขนเบาๆ ราวกับต้องการเรียกสติ

                กัสเองก็ตกใจเพราะคำเรียกขานนี้เป็นสิ่งที่เขาคุ้นเคยมากไม่ว่าจำเป็นคำที่ใช้เรียก น้ำเสียง หรืออารมณ์ความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายใน

                หัวใจของกัสบีบรัดด้วยความรู้สึกผิดก่อนจะยิ้มออกมาฝืนๆ

                “เสียใจด้วย..ข้า ไม่ใช่บลูไซต์หรอกนะ”

                คำพูดนี้แม้จะรู้ว่าไม่ควรพูดออกมาแต่เพราะเขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกต่างๆที่ซ่อนอยู่ในคำพูดนี้จึงไม่สามารถเก็บคำความคิดของตัวเขาได้และพูดออกมาด้วยความรู้สึกผิด

                ทันทีที่บลูอายได้ยินคำพูดนี้เด็กสาวก็ราวกับได้สติกลับคืนมาเธอเบิกตากว้างด้วยความตระหนก สับสนและโศกเศร้าจนน้ำตาไหลรินออกมาเป็นสาย

                ทั้งที่เป็นแบบนั้นดวงตาของเด็กสาวก็ยังจ้องมองกัสไม่วางตาจ้องมองราวกับต้องการมองเขาให้ทะลุทำให้กัสยิ่งรู้สึกไม่ดีเข้าไปอีก