สุดยอดนักผจญภัย

    สารภาพ

    หลายชั่วโมงต่อมา กริมรีปเปอร์ก็ออกจากท่าและมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายของพวกเขา ซึ่งก็คือเกาะลอยฟ้าและเมืองลอยฟ้าเฮฟเว่นฮาว

    ตอนนี้เหลืออีกครึ่งทางเท่านั้นก่อนที่จะถึงเป้าหมาย

    หลายวันต่อมา

    ไลท์นอนอยู่ที่ประจำพร้อมกับอ่านหนังสือท่องเที่ยวที่เขาซื้อมาจากเมืองซาวน์เลียน่า 

    หนังสือเล่มนี้บอกถึงสถานที่เที่ยวต่างๆภายในเขตตะวันออกของแผนที่

    พื้นที่ของมนุษย์ถูกแบ่งออกเป็นห้าเขตได้แก่ เขตเหนือ เขตใต้ เขตตะวันออก เขตตะวันตก เขตกลาง 

    เมืองแสงจันทร์ที่ไลท์เข้ามาตอนแรกอยู่เขตใต้ ตอนนี้พวกไลท์อยู่ทางเขตตะวันออก ส่วนเมืองลอยฟ้าเฮฟเว่นฮาวอยู่ทางเหนือของเขตกลาง 

    หลังจากที่อ่านหนังสือท่องเที่ยวอยู่ครู่หนึ่งไลท์ก็หยุดอยู่ที่หน้าหนึ่ง

    “ ที่นี้ไม่เลวเลยแหะลองไปดูดีกว่า ” ไลท์พูดขึ้นก่อนที่จะเดินไปหาเวโรนิก้า

    “ หัวหน้าจะไปที่นี้ใช่ไหม ” เวโรนิก้าพูดขึ้นพร้อมกับมองสถานที่แห่งหนึ่งในหนังสือ

    “ ใช่แล้วล่ะ ” ไลท์พยักหน้า

    “ เข้าใจแล้วหัวหน้า ” เวโรนิก้าตอบรับพร้อมกับมุ่งหน้าไปยังสถานที่ตามในหนังสือทันที

    สถานที่ที่ไลท์จะไปก็คือ หมู่บ้านดอกไม้ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงมากในการปลูกดอกไม้และก็มีสวนดอกไม้สวยงามทั่วทั้งหมู่บ้าน หมู่บ้านดอกไม้จึงถูกนับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่ถูกแนะนำภายในหนังสือท่องเที่ยว และนอกจากนี้ยังอยู่ในเส้นทางที่พวกไลท์จะผ่านอีกด้วย เพราะฉะนั้นไลท์จึงตัดสินใจที่จะแวะหมู่บ้านแห่งนี้ 

    โชคดีที่หมู่บ้านดอกไม้อยู่ไม่ไกลจากจุดที่พวกเขาอยู่ เพียงแค่สองวันก็เดินทางมาถึงที่หมู่บ้านดอกไม้แล้ว 

    หมู่บ้านดอกไม้เป็นหมู่บ้านขนาดไม่ใหญ่มาก มีประชากรอยู่ประมาณห้าพันคน 

    บ้านทุกหลังในหมู่บ้านดอกไม้ต่างก็ปลูกดอกไม้หลากสีสันเอาไว้ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยสีสันสวยงามและมีผีเสื้อบินไปมาทั่วหมู่บ้าน ทำให้มันดูสวยงามเหมาะแก่การเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวจริงๆ

    เนื่องจากหมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวทำให้เรือยนต์จำนวนมากต่างก็จอดอยู่ด้านนอกห่างจากหมู่บ้านประมาณสามกิโลเมตร แน่นอนว่าต้องมีคนของหมู่บ้านดอกไม้มาดูแลที่จอดเรือยนต์ไม่อย่างนั้นอาจจะมีการขโมยของกันเกิดขึ้น 

    และถ้าหากจะเดินทางไปที่หมู่บ้านดอกไม้ทางหมู่บ้านก็จะมีรถม้ามาคอยรอรับตลอดเวลาและอีกอย่างราคาก็ไม่แพงด้วย 

    หลังจากที่จอดกริมรีปเปอร์แล้วพวกไลท์ก็เดินชมดอกไม้รอบๆที่ท่าจอดเรือยนต์ด้วยความสนใจ 

    “ ที่นี้หอมจริงๆ ” เบเรียลพูดขึ้นเพราะกลิ่นหอมของดอกไม้ทำให้บรรยากาศสดชื่น 

    “ นั้นสิ บรรยากาศดีมากๆเลย ” เดซี่เห็นด้วย สายตาของเธอมองดูผีเสื้อที่บินไปมา 

    ไม่นานพวกไลท์ก็นั่งรถม้าไปยังหมู่บ้านดอกไม้

    ใช้เวลาประมาณสิบนาทีก็ถึงหมู่บ้านดอกไม้

    ภาพที่ทุกคนเห็นคือหมู่บ้านที่มีแต่ดอกไม้ทั่วทุกมุมของหมู่บ้าน นอกจากนี้ยังมีต้นไม้จำนวนมากทำให้บรรยากาศในหมู่บ้านร่มเย็นแถมหมู่บ้านยังสะอาดอีกด้วย

    “ เอาเป็นว่าพวกเราก็พักที่หมู่บ้านดอกไม้สักวันสองวันแล้วกันถือว่าเปลื่ยนบรรยากาศบ้าง ” ไลท์พูดขึ้น

    หลังจากนั้นพวกไลท์ก็ไปเช่าห้องพักเป็นเวลาสองวันก่อนที่จะแยกย้ายกันไปเดินเล่น

    ไลท์และเบเรียลเดินชมดอกไม้ด้วยกัน 

    “ สวยไหม? ” ไลท์ถามขึ้น

    “ สวยสิแถมบรรยากาศก็ดีมากๆด้วย ” เบเรียลพูดขึ้น

    “ ดีแล้วฉันเลือกที่นี้ก็เพราะคิดว่าเธอต้องชอบแน่ๆ ”ไลท์พูดขึ้น

    เบเรียลที่ได้ยินก็ยิ้มอย่างมีความสุข

    หลังจากนั้นทั้งสองคนก็เดินเล่นรอบหมู่บ้านจนกระทั้งทั้งสองมาหยุดอยู่ที่กลางทุ่งดอกไม้

    “ เบเรียลฉันคิดว่าตอนนี้มันถึงเวลาแล้ว ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับหันมามองเบเรียลด้วยสีหน้าจริงจัง

    เบเรียลสงสัย “ ถึงเวลาอะไรของนาย? ” 

    “ ก็ถึงเวลาแล้วที่ฉันจะขอเธอเป็นแฟนยังไงล่ะ ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับจับมือของเบเรียล

    “ เบเรียลเป็นแฟนกับฉันนะ ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับจูบไปที่มือของเบเรียล

    “ นายไม่รังเกียจใช่ไหมที่ฉันอายุมากกว่านายหลายปี? ” เบเรียลพูดขึ้นด้วยความลังเล เพราะเธออายุมากกว่าไลท์มากทำให้เธอไม่รู้ว่าไลท์คิดยังไงกับเธอ 

    “ ไม่เลย ฉันชอบที่เธอเป็นเธอ อีกอย่างนะฉันจะบอกความลับอะไรให้อย่างนึง ” ไลท์พูดจบเขาก็กระซิบอะไรบางอย่างกับเบเรียล

    แววตาของเบเรียลเปร่งประกายขึ้นก่อนที่จะถามออกมาด้วยความตื่นเต้นว่า “ ที่นายพูดมาเป็นความจริงใช่ไหม? ” 

    “ แน่นอน…แล้วคำตอบของเธอล่ะ ” ไลท์ยิ้ม ตอนนี้ไลท์เองก็รู้สึกตื่นเต้นที่สุดเท่าที่เขาจะเคยตื่นเต้นมา การสารภาพรักกับเบเรียลทำให้เขาต้องรวบรวมความกล้าอย่างมากที่จะพูดมันออกมา

    “ ตกลงไลท์ จากนี้ไปนายเป็นแฟนของฉันแล้วนะ ” เบเรียลพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข

    “ ขอบคุณนะเบเรียล ” ไลท์พูดจบเขาก็จูบเบเรียลทันที

    ทั้งสองจูบกันครู่หนึ่งก่อนที่จะแยกกัน

    หลังจากนั้นทั้งสองก็จูงมือกันเดินเล่น รอบๆตัวมีออร่าสีชมพูกระจายไปทั่ว

    เช้าวันต่อมา ไลท์และเบเรียลก็ออกมาจากห้องนอนของไลท์

    หลังจากที่ทุกคนกินข้าวเช้าเสร็จแล้วไลท์และเบเรียลก็เดินควงแขนกันออกไปเหมือนกับคู่ข้าวใหม่ปลามัน

    เดซี่และคนอื่นๆพากันอึ้งเมื่อเห็นฉากนี้

    “ พวกนายคิดว่าอาจารย์กับพี่เบเรียลเขาไปถึงขั้นไหนกันแล้ว? ” เดซี่ถามขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

    “ ฉันว่าลูกพี่น่าจะสารภาพกับพี่เบเรียลแล้ว ” ไลก้าทำท่าทางราวกับผู้เชี่ยวชาญ

    “ ฉันเองก็เห็นด้วยกับไลก้านะ ฉันคิดว่าหัวหน้ากับเบเรียลน่าจะตกลงคบกันแล้วไม่งั้นทั้งสองคนไม่หวานกันขนาดนี้หรอก ดูอย่างเมื่อก่อนสิแม้ว่าทั้งสองคนจะรู้สึกดีต่อกันแต่ตอนนี้ท่าทีของทั้งสองมันเปลื่ยนไปแล้วดูเหมือนกับคู่รักกันมากกว่า ” เวโรนิก้าพูดขึ้น

    “ อย่างนั้นพวกเราก็ต้องยินดีกับหัวหน้าแล้ว ” คอลรุยยิ้ม

    “ นั้นสิๆ งั้นไปซื้อดอกไม้มาตกแต่งกริมรีปเปอร์กันดีกว่า ” เดซี่เสนอความคิดก่อนที่ทุกคนจะเห็นด้วย

    วันต่อมา ตอนที่ไลท์และเบเรียลกลับมาที่กริมรีปเปอร์ก็พบว่ากริมรีปเปอร์มีแปลงดอกไม้เล็กๆอยู่ด้านหลัง แถมยังมีดอกไม้หลากหลายชนิดทำให้แปลงดอกไม้มีสีสันสดใส 

    หลังจากนั้นทุกๆคนก็พากันมาแสดงความยินดีกับไลท์และเบเรียล 

    “ ขอบคุณทุกคนมาก ” ไลท์และเบรียลขอบคุณทุกคน ก่อนที่ไลท์จะบอกให้เดินทางต่อ 

    การเดินทางครั้งนี้ก็ยิงยาวไปถึงเกาะลอยฟ้า

    แม้ว่าจะใช้เวลากว่าหนึ่งเดือนก็ตามแต่ทว่าพวกไลท์ก็อยากที่จะไปถึงเกาะลอยฟ้าเร็วๆแล้ว

    พริบตาเดียวก็ผ่านไปหนึ่งเดือน

    ในที่สุดพวกไลท์ก็อยู่ไม่ไกลจากเกาะลอยฟ้าและคาดว่าอีกสองวันก็จะถึงเกาะลอยฟ้าแล้ว เพียงแต่การที่จะไปเกาะลอยฟ้าได้จะต้องนั่งเรือบินไปที่เมืองลอยฟ้าเท่านั้นและสถานที่มีเรือบินก็จะอยู่ที่เมืองดามูก้า 

    เมืองดามูก้าเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่มีท่าเรือบินตั้งอยู่และอยู่ห่างจากเมืองลอยฟ้าเพียงแค่แปดชั่วโมงเท่านั้น โดยที่ทุกวันจะมีเรือบินบินไปที่เกาะลอยฟ้าสามครั้งเท่านั้นและก็มีสามครั้งเท่านั้นที่กลับมาจากเกาะลอยฟ้า 

    หลังจากที่จอดกริมรีปเปอร์แล้วพวกไลท์ก็เดินเล่นที่เมืองดามูก้าก่อน เนื่องจากอยู่กันคนละเขตทำให้วิถีชีวิตของชาวเมืองจึงได้เปลื่ยนไปมาก ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกินและแนวทางการใช้ชีวิต รวมไปถึงสิ่งก่อสร้างก็เปลื่ยนไปด้วยเช่นกัน

    ที่ภัตตาคารระดับสูงของเมืองดามูก้า

    อาหารบนโต๊ะต่างก็มีสีสันน่ารับประทานแถมยังมีกลิ่นของเครื่องเทศลอยออกมา

    “ อาหารของที่นี้รสชาติจัดจ้านมากไม่เหมือนกับที่อื่นๆเลยแถมเครื่องเทศก็ยังฉุนจนออกมาจากอาหารอีกด้วย ” ไลก้าพูดขึ้น

    ไลท์และคนอื่นๆก็เห็นด้วยกับที่ไลก้าพูด แต่ทว่าก็ต้องยอมรับว่าอาหารของที่นี้อร่อยจริงๆ 

    หลังจากที่กินอาหารเสร็จแล้วพวกเขาก็ไปจองตั๋วเครื่องบิน เพียงแต่ต้องรอนานกว่าสามวันจึงจะถึงคิวของพวกเขา เนื่องจากเกาะลอยฟ้าและเมืองเฮฟเว่นฮาวเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามและเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆภายในหอคอยแห่งนิรันดร์ ทำให้ในทุกๆวันจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาที่แห่งนี้เป็นจำนวนมาก  

    ซึ่งมีการเก็บสถิติเอาไว้ว่าในทุกๆวันจะมีนักท่องเที่ยวมาที่เมืองดามูก้าเพื่อไปที่จะไปเมืองลอยฟ้ามากกว่าหลักหมื่นคนและในทุกๆเดือนจะมีนักท่องเที่ยวมากกว่าสองถึงสามแสนคนเลยทีเดียว

    นอกจากนี้เมืองดามูก้าก็ยังมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและมีกฏหมายของเมืองที่เคร่งคัดอีกด้วย ทำให้เมืองดามูก้ากลายเป็นเมืองที่น่าอยู่มากๆสำหรับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ภายในเมืองก็มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะมากๆไม่ว่าจะเป็นคาสิโน่ หรือ เรือบินจำลองที่ไว้ให้นักท่องเที่ยวเดินสำรวจเรือบินได้อย่างเพลิดเพลิน 

    ตั๋วเรือบินที่ไลท์จองนั้นเป็นตั๋วแบบพิเศษที่มีราคาแพงกว่าตั๋วธรรมดามาก เนื่องจากตั๋วพิเศษจะมีอยู่ทั้งหมดสามร้อยใบเท่านั้น ซึ่งจะมีห้องส่วนตัวให้และยังได้อาหารแบบหรูหรากว่าตั๋วธรรมดา

    เมื่อจองตั๋วเรือบินทุกๆคนก็แยกย้ายกันไปเที่ยวตามปกติ

    ไลท์และเบเรียลพากันไปดูเรือบินจำลอง

    เรือบินจำลองก็คือเรือบินที่สร้างขึ้นเพื่อให้กับนักท่องเที่ยวรับชม ซึ่งทุกอย่างภายในเรือบินจะเหมือนกับของจริงทุกอย่างและยังมีพนักงานยืนตามจุดต่างๆเพื่อแนะนำภายในเรือบินให้กับทุกๆคน

    เรือบินลำหนึ่งจะยาวกว่าห้าร้อยเมตรและกว้างกว่าสองร้อยกว่าเมตรสูงถึงสามสิบเมตรเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเรือบินมีขนาดใหญ่มากและสามารถจุคนได้มากกว่าห้าถึงหกพันคนได้แบบสบายๆ 

    เรือบินมีทั้งหมดสามชั้น ซึ่งชั้นบนให้สุดเป็นห้องที่สามารถมองเห็นรอบๆได้อย่างชัดเจน ซึ่งมีไว้สำหรับคนที่มีตั๋วพิเศษเท่านั้น 

    ส่วนตรงกลางมีไว้สำหรับคนที่ถือตั๋วธรรมดาเดินเล่น 

    ส่วนด้านล่างของเรือบินก็เป็นคาสิโนขนาดใหญ่เพื่อให้ทุกๆคนสามารถเล่นพนันได้ 

    ส่วนเรื่องความปลอดภัย เรือบินทุกลำก็จะมีบาเรียป้องกันการโจมตีที่ครอบคลุมเรือบินได้ทั้งหมด ส่วนความแข็งแกร่งของบาเรียก็คือสามารถรับการโจมตีของระดับAได้ถึงสิบครั้งและบนเรือบินก็จะมีปืนใหญ่เวทย์ติดตั้งเอาไว้ นอกจากนี้บนเรือบินทุกลำจะมีผู้คุ้มกันที่เป็นจอมเวทย์ระดับAถึงสามคนและระดับBอีกสิบห้าคน 

    เท่านี้ความปลอดภัยบนเรือบินก็นับว่าสูงมากแล้ว ถ้าหากไม่พบกับฝูงสัตว์เวทย์ที่บินได้หรือพวกตัวตนระดับSเข้ามาโจมตี

    หลังจากที่เดินเล่นจนทั่วเรือบินแล้วไลท์ก็พาเบเรียลไปที่คาสิโนเพื่อเล่นพนันสักหน่อย

    คาสิโนที่เมืองดามูก้ามีอยู่สามคาสิโน และคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดและหรูหราที่สุดคือคาสิโนที่มีชื่อว่า สตาร์ไรเดนท์ 

    สตาร์ไรเดนท์เป็นสถานบันเทิงที่ครบเครื่องที่สุดและมีคุณภาพมากที่สุด 

    หลังจากที่ไลท์และเบเรียลมาที่หน้าคาสิโนแล้วทั้งสองก็เห็นว่าทุกคนต่างก็สวมชุดหรูหราและสวมหน้ากากเพื่อปิดบังใบหน้า 

    ไลท์และเบเรียลมองหน้ากันก่อนที่ทั้งสองจะไปเปลื่ยนเสื้อผ้าให้เข้ากับทุกๆคน

    หลังจากที่จ่ายค่าเข้าคาสิโนแล้วไลท์และเบเรียลก็เดินเข้าไปด้านใน 

    “ หรูหราไม่เลวเลยนะเนี้ย ” ไลท์พึมพำขึ้น 

    “ นั้นสิ แถมคนส่วนมากก็ดูเหมือนจะเป็นคนที่ร่ำรวยมากๆด้วยนะเนี้ย ” เบเรียลพูดเสริม

    คาสิโนสตาร์ไรเดท์เป็นตึกที่สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวและถูกตบแต่งด้วยทองคำจำนวนมาก ทำให้ดูสวยหรูหราและมีระดับมาก 

    ส่วนแขกจำนวนมากต่างก็มีท่าทีแบบขุนนางไม่ก็พวกคนมีเงิน 

    ไลท์และเบเรียลไปที่โต๊ะของแบล็คแจ็ค 

    “ แขกทุกท่านกรุณาสวมสร้อยคอเส้นนี้ด้วยครับ ” เจ้าหน้าที่คาสิโนเดินมาพร้อมกับถือถาดใบใหญ่มา 

    บนถาดมีสร้อยคอที่มีอัญมณีสีดำติดเอาไว้ 

    “ นี้คือสร้อยคอผนึกเวทย์สามารถผนึกพลังเวทย์ของจอมเวทย์ได้ ” เจ้าหน้าที่คาสิโนพูดขึ้น

    ไลท์และเบเรียลเข้าใจได้ทันที ไม่แปลกที่เจ้าหน้าที่จะต้องให้คนที่เล่นที่นี้จะต้องสวมสร้อยคอเส้นนี้ 

    โชคดีที่พลังของไลท์และเบเรียลไม่ใช่พลังเวทย์แต่เป็นลมปราณ ทำให้สร้อยคอเส้นนี้ไม่สามารถผนึกพลังของทั้งสองคนได้ เพียงแต่ทั้งมาท่องเที่ยวไม่ได้มาเล่นเพื่อหาเงิน เพราะฉะนั้นทั้งสองจึงเล่นตามปกติมีได้มีเสีย แต่ส่วนมากจะเสียมากกว่าได้

    พริบตาเดียวเวลาสามวัน

    ไลท์และคนอื่นๆกำลังรอขึ้นเรือบินไปที่เมืองลอยฟ้า

    ตอนนี้คนที่กำลังรอขึ้นเรือบินมีไม่ต่ำกว่าแปดพันคน

    ไลท์และคนอื่นๆนั่งอยู่ในช่องทางพิเศษที่เปิดขึ้นให้เฉพาะคนที่มีตั๋วพิเศษเท่านั้น

    หลังจากที่ขึ้นเรือบินมาแล้ว พวกไลท์ก็ไปเดินไปที่ห้องของตัวเองก่อนจากนั้นไลท์ก็ให้ทุกๆคนไปเดินเล่นตามสบาย 

    ไลท์และเบเรียลไปนั่งที่บาร์ในโซนอาหาร 

    บาร์บนเรือบินมีขนาดใหญ่มาก ภายในบาร์มีที่นั่งไม่ต่ำกว่าห้าร้อยที่นั่ง 

    ไลท์และเบเรียลนั่งอยู่ข้างหน้าต่างพร้อมกับมองออกไปด้านนอกได้ 

    เวลานี้เรือบินได้บินออกจากท่าแล้วและใช้เวลากว่าแปดชั่วโมงในการบินไปถึงเกาะลอยฟ้า