กลัวผีจะตาย...แล้วไหงถึงได้กลายเป็นผู้อัญเชิญ..

    ตนที่ 4 องค์กรลงทัณฑ์จิตวิญญาณอสูร..

    ตนที่ 4 องค์กรลงทัณฑ์จิต๥ิญญา๸อสูร..


    เช้าวันรุ่งขึ้น..

    เช้าวันรุ่งขึ้นอันแสนสดใส หลังจากที่คุณลากอสตื่นขึ้นมา พวกเราก็เริ่มที่จะออกเดินทางกัน ส่วนจุดหมายก็คงจะเป็๲เมืองที่อยู่ใกล้กับป่าแซนเดรียแห่งนี้มากที่สุด

    ในระหว่างการเดินทางผมและคุณอากอสก็พูดคุยกันเกี่ยวกับเ๱ื่๵๹ของจิต๥ิญญา๸อัญเชิญ และก็เ๱ื่๵๹พื้นฐานอื่นๆ พอคุยกันได้สักพักก็ทำให้ผมรู้ว่าแท้จริงแล้วคุณลากอสเป็๲คนจากเมืองหลวงของอาณาจักรเฟริคแห่งนี้ 

    ส่วนสาเหตุที่ทำให้คุณลากอสต้องออกเดินทางมายังป่าแซนเดรีย เป็๲เพราะได้รับหมอบหมายภารกิจจากหน่วยงานของเขา ให้มากำจัดหมีเพลิงคำรามที่พักนี้จะโจมตีผู้คนหรือรถขนสินค้าที่มักใช้เส้นทางนี้ในการลำเลียงสินค้าเพื่อไปส่งยังจุดหมาย

    "ขอบคุณนะครับ.."ผมที่พูดกับคุณลากอส หลังจากที่ได้รับรู้ข้อมูลของโลกแห่งนี้มามากอยู่พอสมควร ในเวลานี้ผมกำลังเดินอยู่ข้างๆกับคุณลากอส ส่วนเชเนียสไม่เห็นเจอมา๻ั้๹แ๻่ตอนที่ตื่น ถ้าให้เดารู้สึกว่าจะกลับเข้าไปอยู่ภายในร่างของคุณลากอสแล้ว

    "ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ใหญ่อะไร.."ลากอสที่พูดกับผมด้วยรอยยิ้ม ในระหว่างนั้นเขาก็ยื่นมือเข้ามาหาผม และรู้สึกเหมือน๻้๵๹๠า๱ที่จะลูบหัว

    เพี๊ยะ..!!!

    "หะ..เห๊ะ.."ลากอสที่หน้าเจือนไปในทันที เมื่อผมสบัดแขนปัดฝ่ามือของเขา..

    "ขะ..ขอโทษด้วยครับ ผะ..ผมไม่ค่อยชอบให้ใครมาจับหรือลูบหัว.."ผมที่พูดกับคุณลากอสด้วยสีหน้าที่จริงจัง

    "ฉะ..ฉันต่างหากที่ต้องเป็๲ฝ่ายขอโทษ พอดีเห็นเ๽้าแล้ว มันทำให้นึกถึงลูกชายที่ตายไป.."ลากอสที่ตอบกลับและโค้งศรีษะลงเพียงเล็กน้อย แต่ผมก็แอบที่จะสังเกตุเห็นถึงความเศร้าใจในแววตาคู่นั้น

    "ถ้าเป็๲บ่าผมก็พอที่จะให้จับได้อยู่.."

    เมื่อผมเปิดโอกาสให้ อีกฝ่ายก็เอื้อมมือมาตบที่บ่าของผมถึงสองสามครั้ง ถ้ามันช่วยบรรเทาความทุกข์ในใจของเขาได้แล้วล่ะก็ มันก็ถือว่าเป็๲เ๱ื่๵๹ที่ดี หลังจากนั้นผมและคุณอากอสก็เริ่มที่จะออกเดินทางกันต่อไป

    จากข้อมูลคร่าวๆที่ได้รับฟังมา ในโลกที่มีชื่อว่ากาลันแห่งนี้เป็๲โลกของผู้อัญเชิญไม่ผิดแน่ จิต๥ิญญา๸อัญเชิญนั้นจะมีดาวเป็๲ตัวบ่งชี้ถึงระดับความแข็งแกร่ง ดาวจะมีระดับอยู่ที่ 1-10 ดาวด้วยกัน

    และในแต่ล่ะระดับจะมีออร่าสีเฉพาะของตัวมันเอง ยิ่งพัฒนาจิต๥ิญญา๸อัญเชิญให้มีดาวมากขึ้น จิต๥ิญญา๸อัญเชิญตัวนั้นก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น 

    มาถึงวิธีการจะอัพดาวไปในระดับต่อไป จำเป็๲จะต้องผ่านเงื่อนไขสำคัญคือต้องมีไพ่ที่จะหาได้จากจิต๥ิญญา๸มอนเตอร์ และที่สำคัญไพ่ที่มีไว้ใช้ในการเลื่อนระดับดาว จะต้องเป็๲ไพ่ที่ดรอปจากบอสของเท่านั้น ถึงจะสามารถใช้เลื่อนระดับได้

    ขอยกตัวอย่าง ถ้า๻้๵๹๠า๱ที่จะอัพจิต๥ิญญา๸อัญเชิญจาก 1 ดาวให้เป็๲ 2 ดาว จำเป็๲จะต้องใช้ไพ่บอสของระดับ 1 ดาวในการอัพ อีกทั้งยังมีเงื่อนไขที่ค่อนข้างยุ่งยาก ซึ่งมันก็คือไพ่บอสใบดังกล่าวจะต้องเป็๲ธาตุเดียวกันกับจิต๥ิญญา๸อัญเชิญที่เรามีอยู่ด้วยถึงจะสามารถอัพได้ ถือว่ายุ่งยากอยู่พอสมควร

    ส่วนเ๱ื่๵๹ของการต่อสู้ จิต๥ิญญา๸อัญเชิญแต่ละตัวจะมีการโจมตีหรือเอกลักษณ์เฉพาะที่แตกต่างกันออกไป หรือจะพูดให้เข้าใจได้ง่ายๆก็คือท่าไม้ตายนั่นแหละ แต่ในโลกแห่งนี้จะเรียกท่าไม้ตายเ๮๣่า๲ั้๲ว่า รูปแบบ 

    รูปแบบของจิต๥ิญญา๸อัญเชิญจะมีกี่รูปแบบก็ขึ้นอยู่กับระดับดาวอีกนั่นแหละ แต่ในบางกรณี 1 ดาวอาจจะมีสองรูปแบบก็มีมาให้เห็น ถึงแม้ว่าจะเป็๲ส่วนน้อยและหาพบได้ยากก็ตาม


    แต่ก็ดูเหมือนว่าระดับดาวของจิต๥ิญญา๸อัญเชิญจะไม่ใช่ตัวชี้ถึงความแข็งแกร่งเสมอไป สิ่งที่เป็๲ตัวชี้วัดและตัดสินจริงๆคือรูปแบบของจิต๥ิญญา๸อัญเชิญ ยิ่งมีมากกว่า 1 รูปแบบก็ยิ่งได้เปรียบในการต่อสู้ ส่วนระดับดาวคือกุญแจที่มีเอาไว้ใช้เพื่อเพิ่มรูปแบบเพียงเท่านั้น..


    และที่ถือว่าเป็นจุดหน้าสนใจมากที่สุด ดูเหมือนจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องของจิตวิญญาณอัญเชิญ มนุษย์คนนึ่งจะมีจิตวิญญาณอัญเชิญเพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครที่มีมากกว่านั้น

    จากที่ผมฟังๆคุณลากอสนั้นเล่ามา มีคนที่ครอบครองจิตวิญญาณอัญเชิญที่มากกว่าหนึ่งตัวอยู่หลายคน คนเหล่านั้นจะถูกจัดให้อยู่ในหมวดหมู่คนพิเศษที่หน่วยงานหรือองค์กรณ์ลับต่างๆนั้นต้องการตัว ถือว่าเป็นสิ่งที่หาพบได้ยาก..

    และจากข้อมูลทั้งหมดที่ผมได้ฟังมา จะขอสรุปเลยว่าโลกแห่งนี้มันไม่ค่อยจะต่างอะไรกับเกมแนวเก็บเวลอัพดาว ต่างกันตรงเพียงแค่มันยุ่งยากที่จะหาไพ่ที่ดรอปได้จากบอสมาใช้ในการอัพดาวจิตวิญญาณอัญเชิญเพียงเท่านั้น และขึ้นชื่อว่าเป็นบอสมันก็คงจะไม่ใช่ลูกแมวตัวน้อยๆหน้าตาน่ารักหรอกจริงมั้ย..

    "เฮ้อ..~ ถ้ามีหน้าต่างสเตตัส ก็คงจะสะดวกไม่เบา.."ผมที่สบถออกมาอย่างเซงๆ เพราะตัวผมนั้นไม่สามารถสัมผัสถึงจิตวิญญาณอัญเชิญของตัวเองได้ และก็ไม่รับรู้ข้อมูลอะไรของมันเลย สาเหตุเป็นเพราะว่าไม่มีพลังเวทย์ อย่างดีก็แค่เรียกมันออกมา 

    แต่หลังจากที่รู้ว่าจิตวิญญาณอัญเชิญของผมเป็นตัวอะไร ถึงต่อจะให้ตายก็ไม่มีวันเรียกมันออกมาอีกเป็นครั้งที่สองอย่างแน่นอน 

    ติ๊ง..~

    "เฮ้ย..!!! เอาจริงดิ.."ในขณะที่ผมกำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จู่ในช่วงจังหวะที่ผมกระพริบตาก็มีภาพของจอสี่เหลี่ยมปรากฏขึ้นมาอยู่ภายในหัว มันจึงทำให้ผมต้องหยุดชะงักไปชั่วขณะ และลองหลับตาลงอีกครั้ง

    ข้อมูลสเตตัสของผู้อัญเชิญ..

    ชื่อ-หมื่นกรินณ์ คชสาร (ช้าง)

    เผ่าพันธุ์-มนุษย์ อายุ-19 ปี 

    อาชีพ-ผู้อัญเชิญจิตวิญญาณอัญเชิญประเภทวิญญาณ (หมอผี)

    สกิล-เป็นความลับ

    จิตวิญญาณอัญเชิญ- 1 ตน..

    เงื่อนไขในการปลดล็อคจิตวิญญาณอัญเชิญ-เป็นความลับ.


    ข้อมูลสเตตัสจิตวิญญาณอัญเชิญ

    ชื่อ-ชบา เผ่าพันธุ์-กระสือ อายุ 19 ปี

    เลเวล 1 

    ประเภทการโจมตี-โจมตีสองระยะ (ระยะประชิด/ระยะไกล)

    ธาตุ- ?

    ระดับ ☆

    เงื่อนไขการเลื่อนระดับดาว-เมื่อเลเวลครบตามจำนวนและตรงกับเงื่อนไข ใช้ไพ่จิตวิญญาณมอนเตอร์ระดับบอสธาตุอะไรก็ได้จำนวน 1 ใบ ในการเลื่อนระดับสู่ดาวต่อไป หรือใช้วิธีเลื่อนระดับดาวแบบพิเศษโดยการปลดล็อคเงื่อนไขที่เป็นความลับ..

    รูปแบบการโจมตีเฉพาะตัว-รูปแบบที่ 1 คมไส้มรณะ..

    สกิล-ลอยไปในอากาศ ส่องแสงวูบๆวาบๆ กระดิ๊กหางเพื่อออดอ้อนอย่างน่ารัก..

    ถุ้ย..!!! เกือบจะดีอยู่แล้ว ถ้าไม่มาติดไอ้สกิลตอนจบของยัยบ้านั่น แต่ก็ช่างมันเถอะ สุดยอดไม้สอยไปเลยแห๊ะ มีหน้าต่างสเตตัสให้ด้วย แต่เอ๊ะ..เราก็มีสกิลกับเขาด้วยงั้นเหรอ..? แต่ทำไมถึงเป็นความลับกันล่ะ..? แล้วไอ้เงื่อนไขปลดล็อคจิตวิญญาณคืออะไร..?

    "เฮ้..เจ้าหนู..~"

    ในขณะที่ผมกำลังตื่นเต้นอยู่กับหน้าต่างสเตตัส เสียงของคุณลากอสก็ดังขึ้น ทันทีที่พบลืมตาก็พบว่าเขานั้นเดินรุกหน้าไปไกลแล้ว แต่ก็เอาเถอะเดี๋ยววางๆค่อยมาลองตรวจสอบดูอีกครั้งล่ะกัน

    "ขอโทษครับ..จะไปเดี๋ยวนี้แหละครับ.."ผมที่วิ่งตามคุณลากอสไป แต่ทำไมมันถึงรู้สึกเงียบๆผิดปกติ ยัยชบาคงจะตัดใจแล้วสินะ..

    'ฟี้~ ฟี๊~'

    อ้าวหลับอยู่นี่เอง คงจะเหนื่อยล่ะสิท่า ก็แหงล่ะสิเล่นตะโกนโหวกเหวกทั้งคืน พาลให้ผมนอนไม่หลับไปด้วย 

    ครึ่งชั่วโมงต่อมา..

    ผมและคุณลากอสที่ออกเดินทางมาเป็นเวลากว่า 30 นาที ในตอนนี้ท้องของผมมันก็เริ่มที่จะร้องครวญครางจากความหิวโหย เพราะตั้งแต่มาที่โลกใบนี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย

    โครก..!!!!!!!

    "โอยย..!!!"ผมที่เดินกุมท้องสีหน้าแสดงให้เห็นถึงความย่ำแย่

    "คงจะหิวล่ะสิ..อ่ะนี้..ถึงมันจะเป็นของที่ฉันกินเหลือเอาไว้ แต่ก็คงจะช่วยบรรเทาความหิวได้อยู่.."คุณลากอสที่หวังดีหยิบขนมปังในเสื้อคลุมออกมายื่นให้ผม

    "ขอบคุณสำหรับน้ำใจครับ แต่ไม่เป็นไรผมยังไหว.."

    โครก..!!!

    ผมที่ตอบปฏิเสธแต่เสียงท้องก็ยังคงร้องครวญคราง โดยที่คุณลากอสถึงแม้จะเห็นแบบนั้น แต่เขาก็ไม่ได้บังคับ ก่อนจะเก็บขนมปังกลับเข้าเสื้อคลุมไป..

    "ถ้าอย่างงั้นไปกินในเมืองเดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง.."

    "ถ้าเป็นแบบนั้นก็ขอขอบคุณครับ แต่อีกไกลมั้ยครับกว่าจะถึงเมือง..?"ผมที่หันหน้าไปถามคุณลากอส เป็นเวลาเดียวกันกับที่เขาจะหยุดเดิน ในเวลานี้ผมกับคุณลากอสได้เดินมาหยุดอยู่ที่ตรงบริเวณขอบของหน้าผา..

    "ถึงพอดี..เมืองแห่งการค้าทางตอนเหนือ เมืองแห่งนี้มีชื่อว่า.."

    ผมที่หันไปมองสิ่งที่ปรากฏอยู่ทางเบื้องหน้า ทันใดนั้นดวงตาของผมก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง จากภาพของเมืองขนาดใหญ่อันแสนงดงาม 

    "ฟาเซีย.."คุณลากอสที่บอกชื่อเมืองให้ผมฟัง โดยที่มันเป็นเมืองขนาดใหญ่และตั้งอยู่ติดกับริมทะเล

    "ไปกันเถอะ.."

    "คะ..ครับ..แต่จะไปกันยังไง..? ต้องเดินลัดหรอครับ..?"ผมที่ถามกับคุณลากอส ถึงแม้ว่าจะเห็นเมืองอยู่ต่อหน้า แต่การที่จะไปมีแต่ต้องเดินลัดลงเนินผาเท่านั้น และก็ดูเหมือนว่าระยะทางจะไม่ใช่ใกล้ๆ

    ฟุบ..~

    "จับที่แขนของฉันเอาไว้.."คุณลากอสที่หยิบก้อนหินปริศนาขนาดเท่าฝ่ามือออกมา พร้อมกับยื่นแขนมาให้ผมจับ ซึ่งผมก็ยอมทำตาม ก่อนที่หลังจากนั้นบริเวณใต้ร่างของผมและคุณลากอสจะมีวงเวทย์สีฟ้าปรากฏออกมา

    วิ๊ง..~

    ฟุบ..!!!!

    "สะ..สุดยอด.."

    ผมที่อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา เพราะในเวลานี้ผมและคุณลากอสได้วาปมาอยู่ภายในเมืองเป็นที่เรียบร้อย

    "มะ..เมื่อกี้นี้มันคืออะไรหรอครับ..?"ผมที่เอ่ยถามกับคุณลากอสด้วยความตื่นเต้น

    "หื้ม..? นี่เจ้าไม่รู้จักหินเคลื่อนย้ายอย่างนั้..เอ่อจริงสิ..ขอโทษทีฉันลืมไปเกี่ยวกับเรื่องความทรงจำของเจ้า..หินเมื่อครู่มีชื่อว่าหินเคลื่อนย้าย สามารถใช้วาปกลับมายังเมืองเพียงแค่ใส่พลังเวทย์เข้าไป แต่มีเงื่อนไขอยู่ว่าต้องอยู่ใกล้เมืองในระยะที่กำหนดถึงจะสามารถใช้มันได้.."คุณลากอสที่อธิบายให้ฟัง ในระหว่างนั้นเขาก็หยิบหินเคลื่อนย้ายอีกก้อนส่งมาให้ผมดู 

    มันเป็นแบบนี้เองสินะ ใช้พลังเวทย์ใส่เข้าไปภายในหินที่เป็นสื่อกลาง หลังจากนั้นมันจะทำงานและเคลื่อนย้ายพากลับมายังเมือง..

    "ถ้าอย่างนั้นเราไปหาอะไรกินกันเถอะ..แต่ก่อนหน้านั้นขอฉันไปทำธุระสักเดี๋ยว.."คุณลากอสที่พูดกับผม ซึ่งผมก็พยักหน้ารับ ก่อนจะส่งหินเคลื่อนย้ายคืนให้เขาไป

    ในระหว่างที่เดินอยู่ภายในเมือง ผมนั้นรู้สึกตื่นตาตื่นใจอยู่ไม่ใช่น้อย มีทั้งตลาด และแผงขายของมากมายอยู่เต็มไปหมด มีอะไรแปลกใหม่ให้ดูเพียบ อาคารบ้านเรือนต่างๆจะออกแนวไปทางยุโรปยุคกลาง ผู้คนส่วนใหญ่ต่างเดินสัญจรสวนกันไปมาแต่ก็ไม่ถึงกับแออัด และจากที่ผมลองสังเกตุดูจะเห็นว่าในเมืองนี้มีเพียงแค่มนุษย์ ไม่มีพวกหูสัตว์หรือเอล์ฟหรือเผ่าพันธุ์อื่นๆให้ได้เห็นเลย

    "คุณลากอสครับ..?"

    "หื้ม..? ว่ายังไง..?"

    "ที่นี่มีแต่มนุษย์หรอครับ..? ไม่มีเผ่าพันธุ์อื่นเลยหรอ..?"ผมที่อดใจไม่ไหวถามออกไปแบบตรงๆ และหลังจากที่อีกฝ่ายได้ยินในคำถาม จู่ๆก็ขมวดคิ้วชิดติดกัน

    "ไม่มีหรอก ถ้าเจ้ากำลังหมายถึงพวกบีทหรือเผ่าพันธุ์อื่นๆจะพบเจอได้แค่ในเมืองหลวงหรือเมืองทางทิศใต้เท่านั้น น้อยครั้งที่ในเมืองทางตอนเหนือแห่งนี้จะมีมาให้ได้เห็น.."

    "เป็นแบบนี้นี่เอง.."

    "ถึงแล้ว.."

    ผมที่เอามือชายคางและหลับตาพยักหน้าเข้าใจ แต่ในขณะนั้นคุณลากอสก็หยุดเดินและพูดขึ้น

    "ทะ..ที่นี่คือ..?"

    ในเวลานี้ผมและคุณลากอสเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าอาคารหลังใหญ่แห่งนึ่ง ตัวอาคารจะถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม ข้างบนหลังคาจะมีป้ายขนาดใหญ่และมีตัวอักษรที่ผมอ่านไม่ออกสลักเอาไว้อยู่ อีกทั้งยังมีรูปสลักเป็นสัญลักษณ์รูปมังกรที่มีดาบไขว้คฑาแปะทับเอาไว้อีกชั้น

    "อย่าบอกนะว่าที่นี่คือกิลนักผจญภัย..?"ผมที่สบถออกมาสั้นๆ

    "ไม่เข้าใจหรอกนะว่าเจ้ากำลังหมายถึงอะไร แต่สถานที่แห่งนี้คือหนึ่งในสาขาย่อยขององค์กรณ์จิตวิญญาณลงทัณฑ์อสูร.."

    เมื่อพูดจบคุณลากอสก็เดินเปิดประตูเข้าไปภายในอาคาร เสียงกระดิ่งของประตูก็ดังขึ้นในทันใด พร้อมกับเสียงใสๆที่ดังมาจากอีกฟากนึ่งของบานประตู..

    กริ๊ง..~

    "ยินดีต้อนรับเจ้าค่า..อ้าว ท่านลากอส~"

    เฮ้ย..!!~ เสียงเมื่อกี้นี้มัน พนักงานต้อนรับในตำนานนิ..เสียงโครตน่ารัก จะเป็นสาวในชุดเมดหรือเปล่านะ..? เมื่อความคิดนั้นเริ่มที่จะฟุ้งซ่านผมจึงไม่รีรออีกต่อไป รีบเดินเปิดประตูตามคุณลากอสเข้าไปในทันที

    กริ๊ง..~

    5 นาทีต่อมา..~

    "แหม๋ๆ ที่แท้หนุ่มน้อยคนนี้ก็คือลูกชายของคุณลากอสนี่เอง ถ้าอย่างนั้นเดี๊ยนจะถือว่าทำเป็นมองไม่เห็นละกัน.."

    ในเวลานี้ข้าพเจ้ากำลังนั่งทำหน้าบึ้งอยู่บนเก้าอี้หน้าแคชเชียร์ โดยที่ทางเบื้องหลังของแคชเชียร์คือผู้ชายกล้ามโต หุ่นล่ำบึ้ก ผิวสีแทนในชุดเมดสุดแสนจะโมเอะ เฮ้อ..คืนนี้คงจะนอนฝันร้ายอย่างไม่ต้องสงสัย

    "ก็ตามนั้นแหละ.."คุณลากอสที่ตอบกลับพี่ชายกล้ามโตที่รู้สึกว่าจะชื่อเลสซี่

    ส่วนสาเหตุที่ทำให้เลสซี่เข้าใจผิดว่าผมเป็นลูกชายของคุณลากอส เป็นเพราะว่าคุณลากอสได้ไปโกหกเขา อันเนื่องมาจากสถานที่แห่งนี้ไม่อนุญาติให้คนนอกเข้ามาโดยเด็ดขาด ยกเว้นเพียงแต่จะเป็นคนในเครือญาติอะไรทำนองนั้น

    "อ่ะนี่..ไพ่ของหมีเพลิงคำราม.."คุณลากอสที่หยิบไพ่ของหมีเพลิงคำรามออกมา ก่อนจะสไลด์มันลงบนโต๊ะส่งให้กับเลสซี่

    "เหนื่อยหน่อยนะ จู่ๆก็ถูกสาขาหลักส่งตัวมา คงจะลำบากแย่.."เลสซี่ที่พูดขึ้น พลางหยิบไพ่ของหมีเพลิงคำรามขึ้นมาตรวจสอบ ก่อนที่จะยื่นมันส่งคืนกลับมาให้คุณลากอสในภายหลัง

    "ตรวจสอบเรียบร้อย ส่วนอันนี้คือเงินค่าตอบแทน 10 เหรียญเงิน.."เลสซี่ที่หันกลับไปหยิบถุงเงิน ก่อนจะนำมันมาวางลงบนโต๊ะส่งให้กับคุณลากอส

    "ขอบใจ..ถ้าอย่างนั้นฉันไปก่อนนะ..ช้างไปกันเถอะ..~"

    "ครับ.."

    คุณลากอสที่หยิบถุงเงินและเตรียมตัวที่จะออกจากสถานที่แห่งนี้ ซึ่งผมก็เดินตามหลังของเขาไปแบบติดๆ แต่ในระหว่างที่กำลังจะเดินออกจากสถานที่แห่งนี้ไป ผมพึ่งจะสังเกตุเห็นว่าภายในสถานที่แห่งนี้มันช่างเงียบเหงา ไม่มีใครที่อยู่ในนี้เลยนอกจากผม คุณลากอส และก็เลสซี่

    กริ๊ง..~

    "นี่..เจ้าหนู"

    ในขณะที่คุณลากอสเปิดประตูและกำลังจะเดินออกไป จู่ๆเลสซี่ก็ส่งเสียงเรียกผม 

    "คะ..ครับ..?"

    "สนใจมาเป็นผู้อัญเชิญขององค์กรณ์ลงทัณฑ์จิตวิญญาณอสูรหรือเปล่า..รอบคัดเลือกก็ใกล้ที่จะมาถึงแล้วด้ว..?"

    "เลสซี่..อย่าพูดอะไรที่ไม่เข้าเรื่องจะดีกว่า.."

    ยังไม่ทันทีที่เลสซี่จะได้พูดอะไรมากไปกว่านี้ เขาก็ต้องถูกคุณลากอสที่เข้ามาขัดคอเอาไว้เสียก่อน อีกทั้งสีหน้าของคุณลากอสที่เหลี่ยวกลับไปมองเลสซี่ ยังแสดงออกให้ได้เห็นถึงความแข็งกร้าว

    "ขะ..ขอโทษด้วย ตะ..ต่อไปจะระวัง.."เลสซี่ที่หน้าเสียไปในทันที ก่อนที่คุณลากอสและผมจะเดินออกจากสถานที่แห่งนี้ไป

    หลังจากที่ผมและคุณลากอสออกจากสถานที่ๆถูกเรียกว่าสาขาย่อยขององค์กรณ์ลงทัณฑ์จิตวิญญาณอสูร ชื่อมันจะยาวไปไหน.. ผมและเขาก็มุ่งหน้ามายังร้านอาหารที่ใกล้ที่สุด โดยที่มื้อนี้คุณลากอสอาสาจะเป็นเจ้ามือให้

    ร้านอาหารที่คุณลากอสพาผมมา มันจะออกไปในแนวบาร์เหล้าเสียมากกว่า ผู้คนมากมายต่างแวะเวียนมาดื่มกินกันยังสถานที่แห่งนี้ หลังจากที่เลิกงานหรือเสร็จภารกิจของตัวเอง

    ระหว่างรออาหารมาถึง ผมก็หาเรื่องคุยกับคุณลากอสไปพลางๆ จนได้รับรู้ข้อมูลต่างๆมาอีกเพียบ ยกตัวอย่างเช่นที่โลกแห่งนี้ไม่มีกิลนักผจญภัย การว่าจ้างงานส่วนใหญ่หรือภารกิจ จะมีนายหน้าของแต่ล่ะงานหรือภารกิจนั้นๆเป็นคนว่าจ้าง โดยจะมีทหารรับจ้างหรือนักสู้ทั่วไปที่จะคอยสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมารับงาน

    ส่วนเรื่องงานหรือภารกิจก็จะมีข้อมูลติดอยู่ที่บรอดตรงบริเวณใจกลางของเมือง พูดง่ายๆเป็นงานที่ไม่จำเป็นจะต้องมีกิลด์นักผจญภัยเป็นสื่อกลาง คนที่ต้องการรับงานหรือทำภารกิจจะต้องไปพบกับผู้ว่าจ้างเป็นการส่วนตัว ก่อนจะทำสัญญาและเริ่มทำภารกิจ ในเรื่องของค่าตอบแทนก็จะได้รับหลังจากที่ภารกิจสำเร็จลุล่วง

    ส่วนเรื่องที่ผมสงสัยมากที่สุดก็คงจะเป็นเรื่องขององค์กรณ์ลงทัณฑ์จิตวิญญาณอสูร ตอนแรกลองถามคุณลากอส แต่เขาก็เหมือนจะเบี่ยงเบนประเด็นและไม่ยอมเล่าให้ฟัง ผมจึงใช้เวลาเซ้าซี้คุณลากอสอยู่นานจนในที่สุดก็ยอมใจอ่อน

    และก็ได้รู้มาว่า..องค์กรณ์ลงทัณฑ์จิตวิญญาณอสูรคือองค์กรณ์ที่จะเป็นสื่อกลาง และคอยรับภารกิจใหญ่ๆที่ไม่มีทหารรับจ้างคนไหนกล้ารับหรือรับแล้วทำไม่สำเร็จ องค์กรณ์นี้ก็จะส่งคนที่มีฝีมือมาสะสางและทำภารกิจให้ พอมาลองๆฟังดูแล้วมันก็คือกิลด์นักผจญภัยดีๆนี่เองไม่ใช่หรอฟ่ะ..!! 

    แต่ถึงจะบอกว่าเป็นสื่อกลางและคอยรับทำภารกิจ แต่นั่นก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเพียงแค่งานย่อยๆขององค์กรณ์นี้ เหมือนรับมาทำเล่นๆเพื่อฆ่าเวลา ส่วนงานหลักและจุดประสงค์ขององค์กรณ์อันนี้ไม่ว่าจะเซ้าซี้สักแค่ไหน คุณลากอสก็ไม่ยอมที่จะเล่าให้ผมฟัง แล้วจะพูดขึ้นมาให้อยากรู้ทำไมฟ่ะ..!!

    หลังจากนั้นไม่นานนัก ทันทีที่อาหารมาถึง ผมและคุณลากอสก็จัดการบรรเลงพวกมันจนราบคาบ ก่อนที่จะเดินทางออกจากร้านอาหารแห่งนี้กัน

    คุณลากอสที่ใช้เวลากว่าหลายชั่วโมงพาผมเดินชมรอบๆเมืองและแนะนำสถานที่สำคัญๆให้ผมรู้จัก การพูดคุยเป็นไปอย่างราบรื่น สำหรับผมแล้วคุณลากอสถือว่าเป็นคนที่ดีมากๆ ขนาดพึ่งจะรู้จักกันก็ให้ความช่วยเหลือตั้งมากมาย

    ณ ทะเลสาปแห่งนึ่งภายในเมืองฟาเซีย..

    คงจะไม่ต้องอธิบายว่าเมืองฟาเซียแห่งนี้มีความกว้างขว้างมากแค่ไหน ถึงขนาดมีทะเลสาปที่ตั้งอยู่ภายในเมือง ในเวลานี้คุณลากอสได้พาผมมานั่งพักผ่อนอยู่ที่ริมทะเลสาป หลังจากที่เดินชมรอบๆเมืองกันมานาน..

    "ต่อจากนี้ฉันจะต้องเดินทางไปทำภารกิจต่อ แล้วเจ้าจะเอายังไงต่อไปล่ะ ช้าง..?"คุณลากอสที่เริ่มเปิดประเด็นถามผม และดูเหมือนจะเป็นห่วงผมอยู่นิดๆ จากสีหน้าที่เขากำลังแสดงออกมา

    "ยังไม่รู้เลยครับ.."

    ฟุบ..~

    "หื้ม..?"ผมที่ส่งเสียงร้องด้วยความงุนงง เมื่อจู่ๆคุณลากอสก็หยิบถุงเงินที่พึ่งจะได้รับจากเลสซี่เมื่อเช้ายื่นส่งมาให้

    "เก็บเอาไว้ใช้..เงินจำนวนนี้คงจะใช้ชีวิตอยู่ในเมืองได้ประมาณ 2 เดือน.."

    "มะ..ไม่เป็นไ.."

    ฟุบ..~

    ผมที่ยังไม่ทันจะได้ตอบปฏิเสธ คุณลากอสก็จับถุงเงินยัดใส่เข้ามาภายในมือของผม

    "รับไปเถอะ.."แววตาที่จริงจังกำลังสบตากับผม มันไม่ใช่เพราะความสงสารหรือเห็นใจ แต่กลับกำลังแสดงถึงความเป็นห่วง เมื่อเห็นดังนั่นผมจึงจับถุงเงินในมืออย่างแนบแน่น ก่อนจะส่งรอยยิ้มและพยักหน้ารับให้คนตรงหน้า

    "ผมจะรับเอาไว้ ขอบคุณมากๆครับ.."

    ตุบๆ

    คุณลากอสที่ตบบ่าของผมถึงสองครั้ง ก่อนจะค่อยๆชันตัวลุกขึ้นยืน

    "ถ้าอย่างนั้นดูแลตัวด้วยล่ะ.."

    "จะไปแล้วหรอครับ..?"

    "อืม..เรื่องที่พักกับเรื่องอาหารการกิน คงจะจำได้สินะว่าต้องไปที่ไหน..?"

    "จำได้ครับ.."

    "ถ้าอย่างนั้นฉันไปก่อนนะ หวังว่าวันข้างหน้าจะได้พบกับเจ้าอีก.."คุณลากอสกล่าวอำลากับผมด้วยรอยยิ้ม..

    "ครับ..หวังว่าเราจะได้เจอกันอีก ถึงวันนั้นให้ผมเป็นเจ้ามือเลี้ยงคุณเองนะครับ.."ผมที่กล่าวอำลาคุณลากอส

    "ฮ่าๆ ๆ ได้สิ..แล้วฉันจะรอให้ถึงวันนั้น.."เมื่อคุณลากอสพูดจบ เขาก็เดินออกจากสถานที่แห่งนี้ ก่อนจะลับหายจากสายตาของผมไป

    ฟุบ..!!!~

    "เฮ้อ..ดูเหมือนว่ามันจะไม่ง่ายเลย..~"ผมที่เอนกายลงนอนบนพื้นหญ้า สายตาเหม่อลอยมองออกไปบนท้องฟ้าอย่างไร้ซึ่งจุดหมาย ภายในหัวก็พลางครุ่นคิดถึงชีวิตของตัวเองต่อจากนี้

    'ง่ำๆ แจ๊บๆ หาววว..~ 'จู่ๆก็มีเสียงเคี้ยวน้ำลายและเสียงหาวยาวที่ดังอยู่ภายในหัวของผม เป็นสัญญาณบ่งบอกว่ายัยชบานั้นตื่นขึ้นแล้ว ในเมื่อตื่นมาแล้วก็หวังว่าคงจะไม่..

    'ไอ้หมอผีบ้า..!!! พาฉันกลับโลกเดิมเดี๋ยวนี้เลยนะ..'เฮ้อ..คิดยังไม่ทันขาดตอน ยัยบ้าชบาก็แสดงอิทธิฤทธิ์อีกแล้ว

    'เสียใจด้วย อยากจะกลับเหมือนกัน แต่ก็ดูเหมือนว่าจะกลับไม่ได้..'ผมที่ตอบยัยชบาอย่างเซงๆ ตอนแรกๆที่มายังโลกนี้ ผมก็รู้สึกตื่นเต้นอยู่หรอก แต่พอมารู้ว่าอะไรๆมันไม่ได้ง่ายเหมือนอย่างที่เคยจิตนาการเอาไว้ ตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกอยากที่จะกลับโลกเดิมขึ้นมาตะหงิดๆ แต่ก็นะ..คงจะเป็นไปไม่ได้

    'มะ..ไม่จริงน้า ถะ..ถ้าอย่างนั้น อย่างน้อยๆก็ปล่อยให้ฉันออกไปข้างนอกทีเถอะ..'

    'ขอปฏิเสธ..'ผมที่ตอบปฏิเสธแบบทันควัน

    'ไอ้หมอผีบ้า..!!! อย่าให้ฉันออกไปได้นะ แกโดนฉันบีบคอแน่ กรรซ..!!!!'

    หู้ย..กลัวจนตัวสั่นเลยล่ะ เพราะฉะนั้นอย่าได้หวังที่จะได้ออกมาอีกเลย

    'ฮึก..ข้างในนี้มันหนาว แล้วก็มืดมากๆด้วย ทะ..ทรมาน..'

    อะไรกันอยู่ๆก็เปลี่ยนมาดราม่าใส่ ตามอารมณ์ไม่ทันจริงๆ แต่จากที่ฟังน้ำเสียงของยัยชบาแล้ว มันกำลังสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้ เห็นแล้วก็อดที่จะสงสารไม่ได้ เฮ้อ..

    "จงออกมาจิตวิญญาณอัญเชิญ ชบา..!!"ผมที่หลับตา พร้อมทั้งกางฝ่ามือออกไปข้างหน้า หลังจากนั้นก็รีบหันหลังหนีในทันที เพราะไม่อยากที่จะช็อคจนหมดสติไปอีกรอบ

    วิ๊ง..!!!~

    "หึๆ..ไอ้หมอผีบ้า ฉันจะฆ่าแก..!!!"

    ตุบ..!!!

    อ้าว..เวรล่ะไง ไม่น่าไปสงสารเลย นี่สินะที่เขาเรียกว่าโดนผีหลอก แต่เอ๊ะ..ทำไมถึงรู้สึกเหมือนว่าใครบางคน กำลังเอามือมาแตะที่ไหล่ของผมจากทางด้านหลังกันล่ะ

    "อ๊อก..!!!! "ผมที่ถูกฝ่ามือปริศนาเลื่อนจากไหล่ขึ้นมาบีบคอจากทางด้านหลัง ทำให้เริ่มที่จะหายใจไม่ออก แต่เดี๋ยวสิมันเป็นมือของใครกัน คนที่อยู่ข้างหลังก็คือยัยชบาไม่ใช่หรอ หระ..หรือว่า..?

    ฟุบ..!!!

    "อ๊ะ..!!"

    "อึก..!!~"

    ผมที่จับฝ่ามือที่เข้ามาบีบคอ ก่อนจะออกแรงบิดข้อมือของเป้าหมาย พลันหมุนตัวหันหลังกลับอย่างรวดเร็ว มันเป็นพื้นฐานของการป้องกันตัวที่ผมเคยดูมาจากในเน็ต 

    แต่ทันทีที่ผมหมุนตัวกลับไปเห็นร่างที่ยืนอยู่ทางเบื้องหลัง ผมก็ถึงกับต้องหยุดชะงัก ตาค้างด้วยความตกตะลึง จากภาพของหญิงสาวหน้าตาน่ารักที่อยู่ในชุดเสื้อยืดบางๆสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีดำ 

    "ชะ..ชบา..?"

    "ก็เออสิย้ะ..!!!"

    เพี๊ยะ..!!!


    ตัดมาที่ทางด้านของลากอส..

    'ดูเจ้าจะใจดีกับเจ้าหนูนั่นจังนะ..'เชเนียสที่จู่ๆก็พูดขึ้น

    'อืม..ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน แต่พออยู่ใกล้ๆเจ้าหนูนั่น ทำไมฉันถึงรู้สึกเอ็นดูเขาถึงขนาดนั้นก็ไม่รู้..'ลากอสที่ตอบกลับอย่างไม่เข้าใจตัวเอง

    'แต่ที่แน่ๆ..เจ้าหนูนั่นจะต้องซ่อนพลังอะไรสักอย่างเอาไว้ แรงระเบิดที่เป้าร่างของหมีเพลิงคำรามเมื่อวาน มันไม่น่าจะใช่เรื่องบังเอิญ ข้าว่ากลับไปพาเจ้าหนูนั่นไปที่สาขาหลักกันเถอะ..'เชเนียสที่คิดอะไรดีๆได้กล่าวเสนอกับลากอส มันจึงทำให้ร่างของลากอสต้องหยุดชะงักอยู่กับที่ไปชั่วขณะ

    'เชเนียส..เลิกพูดเถอะ อย่างเจ้าหนูนั่นน่ะ ข้าอยากจะให้เขามีชีวิตที่สดใส ไม่อยากที่จะให้เขาต้องเข้ามาเผชิญกับโลกอันแสนโหดร้าย..'

    'เข้าใจแล้ว..'เชเนียสที่ตอบกลับ หลังจากนั้นลากอสก็ก้าวขาเดินต่อไป






    นิยายแนะนำ

    ทะลุมิติกลับมาเป็นภรรยาค่าตัวน้อยนิด

    ทะลุมิติกลับมาเป็นภรรยาค่าตัวน้อยนิด

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2K 60
    ทะลุมิติมาก็ได้แต่งงาน

    ทะลุมิติมาก็ได้แต่งงาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1K 64
    ปกรฌัมตำนานวีรบุรุษ MLH Online

    ปกรฌัมตำนานวีรบุรุษ MLH Online

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    10K 29
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ซูเมี่ยวจิน

    ซูเมี่ยวจิน

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    3K 250
    บันทึกผู้พลิกสามภพ

    บันทึกผู้พลิกสามภพ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364 38
    จอมมารบังคับรัก ( เรณุกา / ตะวันเปรมปรีดิ์ )

    จอมมารบังคับรัก ( เรณุกา / ตะวันเปรมปรีดิ์ )

    นิยาย รัก
    907 2
    เมื่อต้องสวมบทบาทเป็นภรรยา ของท่านราชเลขาธิการ

    เมื่อต้องสวมบทบาทเป็นภรรยา ของท่านราชเลขาธิการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2K 20
    เธอนะใจร้าย heartless

    เธอนะใจร้าย heartless

    นิยาย Y (Yaoi)
    5K 48
    น้ำหวานรสแซ่บ

    น้ำหวานรสแซ่บ

    นิยาย อีโรติก
    471 59