ตอนที่ 31
เรื่อง ชายผู้มีพลังในการปฏิเสธทุกสิ่งไม่เว้นแม้แต่โชคชะตา (รีไรท์)
นีโร่ : " ตื่นเต้นวะ .............. ซ้อมมาแล้วแต่ก็ยังกลัวอยู่ดี "
เม็ก : " ใจเย็นอย่าตื่นเต้น เดี๋ยวคุมพลังไม่ได้ "
ไมเด้น : " ทำไมปีนี้ไม่มีคนดูกันนะ "
ทั้งสามกำลังเตรียมตัวอยู่ในห้องพักสำหรับนักกีฬา ส่วนโทรุก็รออยู่ที่นั่งของตัวสำรองข้างสนาม
ในปีนี้ไม่มีผู้คนทั่วไปเข้ามาดูการแข่ง เพราะมีการร้องขอจากผู้มีอำนาจด้วยเหตุผลบางอย่าง
คนที่เข้ามาดูการแข่งมีในปีนี้เป็น นักวิจัยเรื่องพลัง Fate , นายทหารและเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง
โทรุ : " อะไรวะเนี่ย ไม่เหมือนตอนแข่งเดียวของไอ้เม็กเลย ..................... พ่อแม่ก็มาด้วยเหรอ "
สนามแข่งตั้งอยู่ในโดมขนาดใหญ่ พื้นที่แข่งจะเป็นวงกลมและสามารถขยายเข้าออกได้ตามจำนวนนักกีฬา
ภายในสนามแข่งของรอบนี้ถูกจัดขึ้นให้เป็นของลักษณะป่ารกทึบ มีพื้นว่างโล่งตรงกลาง
ส่วนสภาพอากาศคือสภาพอากาศโปร่งใส
เม็ก : " สนามใหญ่กว่าที่คิด รัศมี 30 เมตร เท่ากับขอบเขตพลังของกูเลย "
นีโร่ : " อย่างน้อยสภาพของสนามก็เหมาะมากสำหรับการซุ่มโจมตี"
ไมเด้น : " พวกนายอย่าพึ่งตื่นเต้น จนลืมทำตามแผนละ "
ทั้งสามเข้าสู่สนามแข่ง ฝั่งคู่แข่งเองก็เข้าสู่สนามแล้ว ก่อนหน้าการแข่งเริ่มจะมีประวัติของนักกีฬาทุกคน
ส่งไปให้ทุกทีมเพื่อให้ทีมต่างๆ เตรียมรับมือกับทีมของคู่แข่ง
ในประวัติจะบอกรายละเอียดเกี่ยวกับพลัง , ความสามารถ และรายละเอียดปลีกย่อย
เม็ก : " อีกฝั่งมี 10 คน ต้องส่งลงมาแข่ง 3 คน พอจะเดาได้เลยว่าใครจะลงแข่ง "
หนึ่งในทีมของอีกฝั่งคือคนที่เม็กสู้ด้วยในการแข่งแบบเดียวและแพ้
เขาเป็นผู้ใช้พลังสายสร้างสรรค์และพลังของเขาคือการสร้างและควบคุมน้ำที่สร้าง
ณ ลานโล่งกลางสนามแข่งที่ถูกล้อมไปด้วยป่าทึบ
ผู้ใช้น้ำ : " ดวงซวยหน่อยนะที่เจอฉันอีกครั้ง "
เม็ก : " เออ "
กรรมการ : " ถ้าเห็นหน้าตากันแล้วก็กลับไปที่จุดเริ่มต้นของแต่ละทีม และรอสัญญาณเริ่มการแข่ง "
ทั้งสามคนในขณะที่เดินกลับก็คุยถึงเรื่องคู่แข่งที่พึ่งเจอมา พวกเขากังวลเรื่องชายอีกคน
เพราะในประวัติเขียนเอาไว้ว่า ชายคนนั้นมีพลังรูปแบบกลายพันธุ์ รุ่นที่ 2
ผู้คนในประเทศ Fate รู้ว่ามีรูปแบบกลายพันธุ์อยู่ด้วย แต่ทั้งสามพึ่งเคยได้ยินว่ามีรุ่นที่ 2 ด้วย
ไมเด้น : " ก็ไม่ใช่ว่าพึ่งเคยได้ยินนะ ฉันเคยแอบอ่านเอกสารของพ่ออยู่บ้าง "
พ่อของไมเด้นเป็นนายทหารระดับสูง ไม่กี่ปีก่อนเธอเคยเข้าไปเล่นในห้องทำงานของพ่อเธอ
และคุ้ยเอกสารต่างๆ ออกมาอ่านเล่น ไมเด้นอธิบายกับเม็กและนีโร่ว่า
รุ่นที่ 2 น่าจะหมายถึงคนที่มีพลังรูปแบบกลายพันธุ์ที่ได้รับการผ่าตัดเสริมหรือได้รับอะไรบางอย่าง
ไมเด้นรู้แค่นี้เพราะว่ามันเป็นเอกสารเก่าและข้อมูลก็มีไม่มาก
เม็ก : " สร้างสรรค์ 2 (ช1สร้างสรรค์1) กลายพันธุ์ 1 ดูจากพลังแล้วไอ้พวกนี้สู้กันซึ่งๆ หน้าแน่ "
นีโร่ : " แล้วจะเอายังไงต่อ ทำตามแผนเดิม? "
เม็ก : " ไมเด้นทำตามแผนเดิม เป็นหูเป็นตา ฉันจะเข้าไปปะทะซึ่งหน้ากับพวกมัน "
นีโร่ : " แล้วกูละ "
ไมเด้น : " ไม่เสี่ยงไปหน่อยเหรอ "
เม็ก : " ส่วนมึง ปีนต้นไม้ขึ้นที่สูง รอจังหวะช่วยเหลือกูจากด้านหลัง ............... ไม่เสี่ยงหรอก "
แผนเดิมของทั้งสามคือหลีกเลี่ยงการปะทะให้มากที่สุด ให้ไมเด้นใช้พลังในการค้นหาศัตรู
และเม็กจะไล่เก็บอีกฝั่งไปทีละคน ส่วนนีโร่จะแอบไม่ให้ศัตรูเห็นและค่อยช่วยเหลือเพื่อนหากเพื่อนถูกโจมตี
นีโร่จะไม่โจมตีก่อนหากยังไม่ถูกพบตัวหรือเพื่อนไม่อยู่ในสถานการณ์อันตราย
เม็กจะเป็นคนจัดการอีกฝั่งทั้งหมด เพราะถ้าเกิดการปะทะรุนแรงจะทำให้มีคนเจ็บหนักได้
คนคิดแผนนี้คือเม็ก เพราะเม็กรู้ว่าหากมีคนเจ็บหนัก โทรุต้องลงแข่งแทน
รวมถึงเรื่องที่ต้องไม่ให้นีโร่ใช้พลังมากเกินไปจนเป็นที่น่าสงสัย
เมื่อทั้งสองทีมถึงจุดเริ่มต้น การแข่งก็เริ่มต้นขึ้น
ไมเด้นเริ่มด้วยการใช้พลังสร้างนกพิเศษขึ้นมาหนึ่งตัวและให้มันบินขึ้นไปด้านบนของโดม
เพื่อสำรวจและค้นหาศัตรู และสร้างแมลงขนาดเล็ก 2 ตัว ไปเกาะกับเม็กและนีโร่คนละตัว
ไมเด้นสามารถมองเห็น ได้ยิน และสื่อสารผ่านแมลงที่เกาะอยู่กับเม็กและนีโร่ได้
ส่วนอีกฝั่งก็เริ่มด้วยการปิดบังทัศนวิสัย โดยผู้หญิงสายสร้างสรรค์สร้างกลุ่มฝุ่นทรายจำนวนมาก
ทำให้ทั้งสนามและภายในโดมเต็มไปด้วยฝุ่นทรายจนทำให้ทัศนวิสัยแย่ลงมาก
พวกเขารู้อยู่แล้วว่าไมเด้นต้องเป็นหูเป็นตาให้กับทีม พวกเขาจึงทำการปิดบังทัศนวิสัย
แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ ไมเด้นสามารถดัดแปลงสิ่งมีชีวิตที่เธอสร้างได้
โดยดวงตานกที่ไมเด้นสร้างขึ้นสามารถตรวจจับความร้อน
และมีอวัยวะรับส่งคลื่นเสียงอัลตราโซนิกเหมือนกับค้างคาว
ทำให้ไมเด้นยังสามารถมองเห็นผ่านกลุ่มฝุ่นหนาได้
ไมเด้นตรวจจับการเคลื่อนไหวและระบุตัวบุคคลได้ว่าเป็น ผู้ใช้น้ำและคนที่มีรูปแบบกลายพันธุ์
ส่วนผู้หญิงที่เป็นสายสร้างสรรค์ ไมเด้นยังหาเธอไม่เจอ ไมเด้นแจ้งให้เม็กรู้ถึงที่อยู่ของศัตรู
เม็กจึงเดินเข้าไปหาศัตรูโดยใช้ป่าทึบให้เป็นประโยชน์ เม็กใช้ต้นไม้เป็นที่บังสายตา
บวกกับกลุ่มฝุ่นจำนวนมหาศาล ทำให้เม็กคิดว่าศัตรูน่าจะมองไม่เห็น
แต่เม็กประเมินความสามารถของรูปแบบกลายพันธุ์มากเกินไป
เพราะคนที่มีรูปแบบกลายพันธุ์สามารถระบุตำแหน่งของเม็กได้เพียงเงาที่ขยับไปมา
คนที่มีรูปแบบกลายพันธุ์ของฝั่งศัตรูพุ่งเข้ามาใช้แขนที่มีเกล็ด มือที่เป็นกรงเล็บตัดต้นไม้ที่เม็กหลบอยู่
ต้นไม้ใหญ่ล้มลงทำให้ฝุ่นบางส่วนที่อยู่รอบๆ ทั้งสามคนถูกพัดปลิวออกไป
ทำให้รอบๆ ทั้งสามคนกลับมามีทัศนวิสัยที่ดีขึ้น เม็กได้เผชิญหน้ากับผู้ใช้น้ำและคนที่มีรูปแบบกลายพันธุ์
เม็ก : " รุ่นที่ 2 หมายถึงอะไรแบบนี้เหรอ "
เม็กได้เห็นคนที่มีรูปแบบกลายพันธุ์รุ่นที่ 2 ใช้พลังเป็นครั้งแรก ทำเอาเม็กตกใจมาก
ที่เห็นแขนคนมีเกล็ดเหมือนกับสัตว์เลื้อยคลานและมือที่กลายเป็นกรงเล็บ
ผู้ใช้น้ำ : " พึ่งเคยเห็นละสิ จะตกใจก็ไม่แปลกหรอก "
คนที่มีรูปแบบกลายพันธุ์ : " ไม่คิดว่าจะกล้าเข้ามาสู้ซึ่งๆ หน้าเลยนะ "
คนที่มีรูปแบบกลายพันธุ์ตั้งท่าพร้อมเข้าจู่โจมเม็กอีกครั้งหลังจากพึ่งตัดต้นไม้ล้มไป
แต่เมื่อเขาตั้งท่าพร้อมโจมตี ร่างกายของเขาก็เริ่มเซ่ไปเซ่มา
คนที่มีรูปแบบกลายพันธุ์ : " บ้าน่า!! อาการหน้ามืดมีผลเร็วขนาดนี้ได้ยังไง " ทรงตัวไม่อยู่และกำลังจะล้มลง
อีกฝั่งรู้จักเม็กเป็นอย่างดีพวกเขาเตรียมพร้อมเรื่องการหายใจมาแล้ว
และได้รับการฝึกเรื่องการกลั้นหายใจมาอย่างดี พวกเขาสามารถกลั้นหายใจพร้อมกับต่อสู้ได้
เพราะเป็นนักเรียนจาก Fate military marine ที่รับการฝึกหฤโหดมา
และยิ่งเป็นพลังรูปแบบกลายพันธุ์จะมีร่างกายแข็งแกร่งทนทานกว่าคนทั่วไป
'คนที่มีรูปแบบกลายพันธุ์ ' กลับถูกจัดการได้อย่างง่ายดาย
เม็กเปลี่ยนน้ำในร่างกายให้เป็นอากาศและดึงมันออกมา ทำให้มีสภาวะโลหิตจาง
บวกกับการดึง ออกซิเจนและธาตุอื่นๆ ที่เม็กควบคุมได้ ออกจากร่างกาย
ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง จนถึงขั้นหมดสติในเวลาไม่กี่วินาที
ผู้ใช้น้ำ : " ได้ไงวะ!! "สร้างน้ำขึ้นมาโจมตีเม็กเพื่อช่วยเพื่อน
ผู้ใช้น้ำสร้างมวลน้ำอันมหาศาลขึ้นมาและกำลังจะโยนมันใส่เม็ก
แต่เม็กใช้พลังของตัวเอง แยกส่วนน้ำที่ผู้ใช้น้ำโยนใส่ให้กลายเป็นอากาศทั้งหมด
เมื่อมีมวลอากาศมากขึ้นทำให้ดันฝุ่นที่อยู่รอบๆ สนามแข่งให้ไปติดกับกำแพงโดม
นักวิจัยพลัง Fate : " เรื่องนี้มันเป็นไปได้เหรอ!!?? "
สิ่งที่เม็กทำให้ นักวิจัยพลัง Fate และผู้ชมทั้งหมดนั่งไม่ติดเก้าอี้
เพราะสิ่งที่เม็กทำพึ่งทำลายสามัญสำนึกของพวกนักวิจัยไปทั้งหมด
นักวิจัยพลัง Fate มีความคิดที่ว่าพลังน่าจะต้องอยู่ในขอบเขตของพลังที่มี
แต่เม็กกลับใช้พลังเกิดขอบเขตความสามารถของตัวเองไป
ผู้ใช้น้ำ : " เป็นไปไม่ได้!! "
เม็ก : " พึ่งเคยเห็นละสิ จะตกใจก็ไม่แปลกหรอก " (ล้อคำพูดที่ผู้ใช้น้ำเคยพูดใส่เม็ก)
'คนที่มีรูปแบบกลายพันธุ์ ' ล้มลงไปแล้วเพราะหมดสติ ส่วนผู้ใช้น้ำเองก็ล้มตามลงไป
ตอนนี้เหลือผู้หญิงที่เป็นสายสร้างสรรค์เพียงคนเดียวของศัตรูที่สามารถต่อสู้ได้
และไมเด้นก็รู้ตำแหน่งของผู้หญิงคนนั้นแล้ว
ไมเด้น : " เจอตำแหน่งของคนสุดท้ายแล้ว เหลือเชื่อจริงที่นายทำแบบนั้นได้ "
ไมเด้นเองก็ตกใจมาก เพราะเธอพึ่งรู้เรื่องนี้ ในตอนที่ซ้อมทีมกันเม็กไม่ได้ใช้พลังแบบนี้เลย
ตำแหน่งของคนสุดท้ายอยู่ไม่ไกลจากนีโร่ เธอกำลังซ่อนตัวเพื่อรอสัญญาณจากเพื่อนรวมทีม
แต่เธอไม่รู้ว่าเพื่อนรวมทีมถูกจัดการไปแล้ว เนื่องจากกฎการแข่งไม่อนุญาตให้เอาอุปกรณ์อะไรเข้าแข่ง
โดยเฉพาะเครื่องมือสื่อสาร ทำให้การสื่อสารระหว่างเพื่อนร่วมทีมสำคัญมากในการแข่ง ยิ่งสนามแข่งใหญ่การสื่อสารก็จะเป็นปัญหา
นีโร่เข้าไปใกล้เพื่อใช้พลังให้ใช้พลังได้อย่างแม่นยำ นีโร่ยกมือขึ้นเพื่อใช้พลัง
ประวัติของนีโร่ที่คุณเจ้าหน้าที่รัฐสร้างขึ้นเขียนเอาไว้ว่า พลังของนีโร่เป็นรูปแบบปลดปล่อย
นีโร่จึงยกมือขึ้นเพื่อใช้พลัง ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็ยกมือสวนขึ้นมาเหมือนกัน
แม้เธอจะยกมือช้ากว่า แต่เธอปล่อยพลังออกมาได้ก่อน
ฝุ่นจำนวนมากพุ่งเข้าปะทะร่างของนีโร่และได้หยุดลงเพราะนีโร่ได้ใช้พลังของตัวเอง
หากนีโร่ใช้พลังไม่ทัน นีโร่อาจจะโดนฝุ่นจำนวนมหาศาลพัดลอยขึ้นฟ้าและตกลงมากระแทกพื้น
นีโร่ใช้พลังชะลอเวลาใส่เธอ ทำให้เธอเคลื่อนไหวช้าลงราวกับหยุดนิ่ง
แม้แต่พลังที่ถูกปลดปล่อยออกมาก็โดนชะลอเวลาไปด้วย
เพราะนีโร่ใช้พลังครอบบริเวณรอบๆ ที่เธออยู่ไปด้วยเลย เพราะยังคุมพลังตัวเองได้ไม่ค่อยดี
แม้เธอยังสามารถสู้ได้หลังจากหลุดจากพลังของนีโร่ แต่กรรมการเห็นว่า 3ต่อ1
และนีโร่สามารถใช้พลังซ้ำได้อีกหลายครั้ง กรรมการจึงให้ทีมของเม็ก นีโร่ และ ไมเด้นชนะไป
_______________________________จบตอน__________________________________
ทีมของฝั่งคู่แข่ง มีทั้งหมด 10 คน แต่ต้องลงแข่งแค่ 3 คน เพราะทีมของเม็ก มี แค่ 3คน
พวกเขาได้เลือกคนที่น่าจะมีพลังชนะทางเข้าแข่ง
ผู้ใช้น้ำสายสร้างสรรค์ ถูกมองว่าน่าจะเอาชนะเม็กได้ไม่ยาก เนื่องจากเคยเอาชนะมาได้แล้วในการต่อสู้เดียว
ผู้หญิงสายสร้างสรรค์ ความสามารถในการสร้างฝุ่น ถูกเลือกเพื่อลดความสามารถในการสอดแนมของไมเด้น
เนื่องจากพวกเขารู้พลังของไมเด้นแล้ว และคาดการว่าไมเด้นน่าจะสร้างสิ่งมีชีวิตที่บินได้ขึ้นมาบินรอบสนาม
เพื่อระบุตำแหน่งของศัตรู ซึ่งความสามารถของเธอสามารถปิดกันการมองเห็นได้ทั้งสนาม
'คนที่มีรูปแบบกลายพันธุ์' รุ่นที่ 2 ตัวทดลองของศูนย์วิจัยระดับประเทศ
เขามีพลังรูปแบบกลายพันธุ์ตั้งแต่ได้รับพลังมา แต่พลังนั้นยังไม่สามารถเปลี่ยนร่างกายได้
นักวิจัยได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับรูปแบบกลายพันธุ์มาตั้งแต่มันถูกค้นพบครั้งแรก
กลุ่มนักวิจัยได้พยายามทำให้ร่างกายผู้ใช้พลังรูปแบบกลายพันธุ์ผสานเข้ากับพลังได้อย่างเต็มที่
พวกเขาเชื่อว่าหากทำได้ผู้ใช้พลังรูปแบบกลายพันธุ์ที่ผสานเข้ากับพลังได้แล้ว
จะสามารถถึงพลังตั้งต้นของตัวเองออกมาได้ แต่การทดลองนี้ก็ไม่เคยสำเร็จแม้แต่ครั้งเดียว
จนกระทั่งได้มีการค้นพบสิ่งที่เรียกว่า Artifact (อาร์'ทิแฟคทฺ) ในโบราณสถานใต้ดิน
นักวิจัยได้ใช้ Artifact ที่พึ่งถูกค้นพบในการทดลอง
ผสานร่างกายของผู้ใช้รูปแบบกลายพันธุ์กับพลังที่พวกเขามี
จนกระทั่งสามารถทำให้ ร่างกายของผู้ใช้รูปแบบกลายพันธุ์สามารถเปลี่ยนรูปร่างไปตามพลังของตัวเองได้
'คนที่มีรูปแบบกลายพันธุ์' มีความสามารถคล้ายกับประเภทสัตว์เลื้อยคลาน
ก่อนหน้าที่จะเริ่มการทดลอง พลังของเขาก็แค่เหมือนกับพวกสัตว์เลื้อยคลานทั่วไป
มีร่างกายทนทานกว่าคนปกติ รักษาตัวเองได้เร็วกว่ารูปแบบกลายพันธุ์คนอื่น
แต่หลังจากการทดลอง เขาก็สามารถเปลี่ยนแขนทั้งสองข้างให้มีเกล็ดหุ้ม
เปลี่ยนมือทั้งสองข้างให้เป็นกรงเล็บ และมีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่ารูปแบบกลายพันธุ์คนอื่นอย่างมาก
ในตอนนี้ยังทำได้แค่บางส่วนของร่างกาย
แต่พวกนักวิจัยคาดว่าในอนาคตเขาจะสามารถใช้พลังได้ทั้งร่างกาย