หลังจากการกวาดล้างเจ้าเมืองผ่านไป1เดือนชาวบ้านได้ช่วยกันซ่อมแซมวังเจ้าเมืองขึ้นมาใหม่เดิมทีชาวบ้านตั้งใจจะสร้างให้ใหญ่กว่าเดิมแต่หัวหน้าตระกูลทมิฬได้ห้ามไว้เพราะเปลืองเงินและในบางครั้งหัวหน้าตระกูลทมิฬจะมาหามิคาเอลบ้างหลังจากรู้ที่อยู่ของมิคาเอลครั้งแรกมันมาพร้อมกับสมบัติทั้งหมดของเจ้าเมืองคนก่อนโดยตั้งใจยกให้มิคาเอลทั้งหมดแต่มิคาเอลปฎิเสธและรับไว้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้นครั้งที่2มันนำหินแห่งพลังที่ขุดได้มาส่งและเป็นแบบนี้อยู่อีก2-3ครั้งจนตอนนี้ผ่านไปอีก10วันหัวหน้าตระกูลทมิฬก็ไม่ได้มาหามิคาเอลอีก แต่ในระหว่างรอมิคาเอลก็ไม่ได้อยู่เฉยๆมันได้กลั่นหินแห่งพลังทั้งหมดที่มีเพื่อจะได้ไม่เสียเวลาภายหลัง
''ในที่สุดเจ้าก็มาซักที ข้าเบื่อกับการรอมาก''มิคาเอลพูดออกมาหลังเห็นหัวหน้าตระกูลทมิฬเดินเข้ามา
''ข้าขอโทษ พอดีครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายพวกข้าจึงเร่งมือสุดๆตอนนี้หินทั้งหมดถูกขุดออกมาแล้ว''หัวหน้าตระกูลทมิฬพูดเสร็จก็ยื่นแหวนมิติที่เก็บหินแห่งพลังให้มิคาเอล
''ดีมาก ขอบใจพวกเจ้ามากสำหรับความลำบากในครั้งนี้ ในอนาคตข้าจะส่งคนมาทำข้อตกลงใหม่กับเจ้าอืม...พรุ่งนี้ข้าจะไปที่เมืองแห่งการค้าเจ้าช่วยจัดคนไปส่งข้าหน่อยแล้วกัน''ถึงมิคาเอลจะสามารถใช้เฟรมมิ่งเฮลนำทางได้แต่มันก็ไม่อยากทำ เพราะมิคาเอลต้องการให้เหล่าลูกศิษย์ใช้เวลาฝึกให้คุ้มค่ามากที่สุด
''ตกลง พรุ่งนี้ข้าจะส่งคนและสัตว์อสูรที่ใช้ในการเดินทางมารับท่านที่นี่''พูดจบหัวหน้าตระกูลทมิฬก็ออกไปเพื่อเตรียมการให้มิคาเอลทันทีพอตอนเช้าได้มาถึงคนที่นำทางมิคาเอลและสัตว์อสูรที่ใช้ในการเดินทางก็มาถึงมิคาเอลได้พูดคุยกับหัวหน้าตระกูลทมิฬอยู่ไม่นานจากนั้นมันก็กระโดดไปนอนอยู่บนหลังสัตว์อสูรคนนำทางก็รู้ได้ทันทีว่ามิคาเอลพร้อมแล้วมันจึงเดินออกเดินทางทันทีเพียง3วันคนนำทางก็พามิคาเอลมาถึงเมืองแห่งการค้า มิคาเอลได้กระโดดลงมาจากหลังสัตว์อสูรแต่ในขณะที่เดินเข้าเมืองกลับถูกหยุดเอาไว้เพราะต้องจ่ายค่าผ่านทาง มิคาเอลเองก็ไม่ใส่ใจและได้จ่ายไปเมื่อมันก้นเข้าไปในเมืองมันก็เจอกับชายชรา1คนนั่งอยู่เมื่อทั้งคู่สบตากันชายชราก็ลุกขึ้นมาหามิคาเอล
''นายท่านช่วยซื้อป้ายนี้ได้หรือไม่นี่คือป้ายระดับสูงสุดของสำนักหมื่นพิษ ป้ายนี้ใช้ขออะไรก็ได้1อย่าง''มิคาเอลตกใจอย่างหนักไม่ใช่เพราะป้ายแต่เป็นเพราะชายชราคนนั้นมีพลังอยู่ที่ระดับ10ต้านแรงดึงดูดแต่ดูเหมือนชายชราจะปกปิดพลังเอาไว้แต่ก็ไม่สามารถปกปิดมิคาเอลได้
''เท่าไหร่ล่ะ''มิคาเอลถามราคาของอีกฝ่ายเพราะเรื่องนี้น่าสนใจไม่น้อย
''10เหรียญทองเท่านั้น''ชายชราตอบและยิ้มแย้มออกมา เมื่อเอลได้ยินก็นำเงินออกมา10เหรียญทองและยื่นให้ชายชราจากนั้นจึงเดินจากไป
''ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุดเจ้าแก่นั่นก็หลอกคนโง่ได้สำเร็จ''คนที่เฝ้าประตูเมืองพูดขึ้นหลังมิคาเอลจากไป
''เจ้าพูดแบบนั้นก็ไม่ถูก เด็กคนนั้นอาจจะมาครั้งแรกก็ได้เลยไม่รู้ว่าเจ้าแก่นั่นมันพวกหลอกลวง''คนเฝ้าประตูอีกคนพูดขึ้น
หลังมิคาเอลเดินออกมามันก็ยังไร้ที่พักเนื่องจากมันคิดจะใช้ที่นี่เป็นรากฐานมันจึงควรจะซื้อพื้นที่เอาไว้เพื่อเป็นที่อยู่และเปิดกิจการต่างๆ
''ท่านป้า ข้าอยากรู้ว่าถ้าหากข้าต้องการซื้อที่หรือบ้านข้าต้องไปที่ไหนท่านพอจะบอกข้าได้มั้ย''มิคาเอลเดินเข้าไปถามป้าคนหนึ่งที่กำลังยืนซื้อของอยู่
''หนุ่มน้อยเดินตรงไปเรื่อยๆเลย จากนั้นเจ้าจะเจอโรงประมูลใบหยกที่นั่นน่าจะช่วยเจ้าได้''ป้าคนนั้นพูดออกมาพร้อมบอกทางเรียบร้อย มิคาเอลก็ยิ้มด้วยความพึงพอใจก่อนจะยัดเงิน5เหรียญทองใส่มือป้าคนนั้นแล้วเดินจากไปมิคาเอลเดินมาเรื่อยๆระหว่างทางก็ดูรอบๆไปด้วยพบว่าเมืองนี้มีขนาดใหญ่จริงๆและมีคนเดินพลุกพล่านเต็มไปหมด และในที่สุดมันก็เดินมาถึงโรงประมูลใบหยกเพราะโดนห้ามเข้า
''หยุดก่อนเจ้ามาเที่ยวเล่นที่นี่ไม่ได้ออกไปซะ''คนที่เฝ้าทางเข้าไว้ตะโกนออกมา มิคาเอลก็รู้สึกเบื่อกับเรื่องแบบนี้แล้วมันจึงนำเงินออกมา10เหรียญทองและโยนไปที่คนเฝ้าทางคนนั้น
''หุบปากซะเป็นแค่คนเฝ้าทางเข้า อย่าทำตัวให้มันดูยิ่งใหญ่นัก''หลังพูดจบมิคาเอลก็เดินเข้าไปด้านในทันทีทิ้งให้คนเฝ้าทางเข้ายืนอึ้งอยู่กับที่พอมิคาเอลเข้ามาด้านในแล้วมันพึงพอใจอย่างมากเพราะที่นี่มีด้วยกันทั้งหมด4ชั้นโดยแบ่งเป็นระดับต่างๆชั้นแรกสามารถเข้าได้ทุกคนส่วนชั้นที่เหลือจำเป็นต้องมีบัตรผ่านเข้าไป
''แค่ชั้นแรกก็มีของที่ดีวางขายมากมายจริงๆ ไม่เสียเวลาที่มา''มิคาเอลยืนบ่นพึมพัมหลังจากสำรวจโดยรอบแต่แล้วเสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นและเสียงนั่นเป็นเสียงที่เย่อหยิ่งอย่างมาก
''ใครปล่อยเด็กนี่เข้ามา ข้าเหม็นสาบคนจนใครก็ได้ลากมันออกไปที''มิคาเอลขมวดคิ้วอย่างหนักหลังจากโดนชายหนุ่มตรงหน้าด่าว่ามัน ฉับพลันที่มันโดนด่าคนที่ดูแลโรงประมูลทั่วไปก็รีบวิ่งเข้ามาทันที
''เกิดอะไรขึ้นครับคุณชายสมิธ อิกเนส ใครทำอะไรให้ท่านไม่พอใจ''ผู้ดูแลทั่วไปคนนั้นพูดอย่างนอบน้อมและหวาดกลัวเพราะสมิธคือลูกชายของตระกูลใหญ่อิกเนส หากทำสมิธเกิดความไม่พอใจมันจะอยู่ลำบาก
''นำเด็กที่ออกไปซะ ทำไมโรงประมูลถึงปล่อยคนไม่มีเงินเข้ามาได้''สมิธโวยวายขณะชี้ไปทางมิคาเอลแต่มีหรือที่มิคาเอลจะยอมยืนอยู่เฉยๆให้อีกฝ่ายว่ามัน
''เจ้าหาว่าข้าจน? หาว่าข้าไม่มีเงิน? เอาแบบนี้เป็นไงเจ้ากล้าพนันกับข้ามั้ยหากข้ามีเงินเกิน1ล้านเหรียญทองเจ้าต้องจ่ายให้ข้า5ล้านเหรียญทองแต่ถ้าหากข้ามีไม่ถึงเจ้าจะทำอะไรกับข้าก็ได้''มิคาเอลพูดออกมาโดยตาก็จับจ้องไปที่ฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่เป็นมิตร
''เหอะ จ้าน่ะหรือจะมีเงินถึงขนาดนั้นอย่ามาโกหกซะให้ยากรีบๆไสหัวออกไปซะ''
''เจ้าไม่กล้า? เช่นนั้นเจ้าก็ไสหัวออกไปอย่าทำให้ข้าเสียเวลา''มิคาเอลพูดโดยไม่สนใจอีกฝ่ายว่าจะเป็นใครเมื่อสมิธได้ยินแบบนั้นก็เกิดโมโหทันทีมันเป็นถึงลูกชายของตระกูลอิกเนสแต่กลับถูกเด็กน้อยมาไล่แบบนี้
''ได้ มาเลยคิดว่าข้าจะกลัวเจ้า? ไหนเงินเจ้านำออกมาให้ข้าดู''สมิธตะโกนเสียงดังจนหลายคนเกิดความสนใจและเดินเข้ามามุงดูเรื่องที่เกิดขึ้น
''เดี๋ยวก่อนนายน้อยข้าว่าเราจะไปพนันกับมันเลย ท่าทางมันมั่นใจมากข้าว่ามันต้องมีเงินแน่ๆ''ผู้ติดตามของสมิธเดินมากระซิบข้างหูของมันหลังจากเห็นท่าทางของมิคาเอล
''เงียบ หน้าอย่างมันจะมีเงินได้ยังไง มันก็แค่ทำเป็นใจเย็นเพื่อหลอกเราเท่านั้นแหละ หึ''สมิธตอนนี้ดูจะโกรธจัดมันพูดและมองไปที่มิคาเอลด้วยแววตาที่พร้อมจะบดขยี้มิคาเอลทิ้งตลอดเวลา
''เดี๋ยวก่อนสิ ก่อนที่ข้าจะนำเงินออกมาข้าอยากได้คนมาเป็นพยานขอเป็นคนที่มีเบื้องหลังใหญ่ๆหน่อยเอาเป็นคนที่นั่งดูอยู่บนชั้น4เป็นไง ท่านพอจะช่วยข้าได้หรือไม่''มิคาเอลพูดออกมาขณะจ้องมองไปที่ชั้น4
''บ้าน่า สามารถรับรู้ได้ว่าข้าแอบมองอยู่นี่จะเป็นไปได้ยังไง ข้ามีพลังถึงระดับ3ต้านแรงดึงดูดแถมยังปกปิดพลังเอาไว้อีก เจ้าเด็กนี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ได้ข้าจะเล่นกับเจ้าซักหน่อย''