"ท่านพ่อ !! ข้าถามท่านเหตุใดมิตอบข้า ท่านเหม่อลอยอะไรอยู่รึท่านพ่อ ?"
เสียงกล่าวอย่างกังวลถึงความปลอดภัยต่อชายหนุ่มและเสียงเรียกของบุตรสาวได้กระตุ้นให้ชายกลางคนชุดทองตื่นจากภวังค์การครุ่นคิด พูดกับบุตรสาวว่า
"อา..พ่อครุ่นคิดถึงรอยยิ้มของชายหนุ่มคนนี้ได้แล้ว !! ..ช่างคล้ายคลึงกับเพื่อนร่วมสาบานของพ่อที่เคยจากกันมานานนับสิบกว่าปีแล้ว มิทราบตอนนี้เขาจะเป็นอย่างไรบ้าง ..."
"ส่วนที่เจ้าถามว่า เจ้าควรไปช่วยเจ้าหนุ่มนั่นรึไม่ ดูเจ้าร้อนรนเป็นห่วงเขามาก...ฮ่า ฮ่า... เจ้าหนุ่มนี่ก็ดูไม่เลวจริง ๆ แม้จะมีพลังปราณยุทธที่ต่ำต้อยแต่ความสามารถด้านโอสถกลับสูงล้ำ อนาคตด้านโอสถต้องก้าวไกลยิ่ง รูปร่างหน้าตาก็ดูหล่อเหลาพอเป็นที่ลุ่มหลงของสตรีได้ .หากเจ้าเป็นห่วงเจ้าหนุ่มนี่เป็นพิเศษ พ่อก็มิห้ามปรามเจ้าหรอก"
ชายกลางคนชุดทองกล่าวแย้มยิ้มหยอกล้อจนหยางเสี่ยวเอ๋อร์เขินอายหน้าแดงระเรื่อชวนลุ่มหลง กล่าวปฏิเสธพัลวัน
"ท่านพ่อ !! ท่านเพ้อเจ้ออะไรกัน ข้าแค่ไม่อยากให้อาณาจักรเนตรอสูรเราต้องสูญเสียอัจฉริยะด้านโอสถที่ยากจะพบพานไปต่างหาก"
สายตารักและเอ็นดูพร้อมเสียงหัวร่อเบา ๆ อย่างมีความสุขเกิดขึ้นกับชายกลางคนชุดทอง ที่เห็นอาการเขินอายของบุตรสายที่เกิดจากการหยอกล้อของตน พร้อมกล่าวต่อ
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้ามิต้องกังวลใจแทนเจ้าหนุ่มนั่นไปหรอกเสี่ยวเอ๋อร์ เจ้ามิสังเกตุรึ เจ้าหนุ่มนั่นยังยืนแย้มยิ้ม คล้ายเหตุการณ์ตรงหน้ามิมีผลกดดันอันใดต่อเขาเลย มิเห็นอาการแตกตื่นหวาดหลัวใดเกิดขึ้นบนใบหน้าเจ้าหนุ่มนั่นแม้แต่น้อย สายตาสงบนิ่ง คล้ายสิ่งที่เกิดเบื้องหน้ามิอยู่ในสายตาของเขาแม้แต่น้อยกระนั้น พลังกดดันที่ทหารรับจ้างผู้นั้นแผ่ออกมาเจ้าคิดว่าผู้ที่มีระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งจะสามารถทนทานได้อย่างสบายแบบนั้นรึ ควรเป็นห่วงเจ้าน้องชายจอมเหลวไหลของเจ้าจะดีกว่า จนบัดนี้บิดายังมิเห็นหัวมันแม้แต่น้อย มิทราบจะไปก่อเรื่องราวใดขึ้นมาอีกบ้าง"
แม้ได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ แต่เหวินต้าหัวหาสนใจไม่ เมื่อสำแดงพลังปราณทั้งหมดออกมาก็พุ่งทะยานเงื้อดาบฟาดฟันไปในแนวขวางหวังรีบจัดการสังหารชายหนุ่มเบื้องหน้าในการโจมตีเพียงครั้งเดียว เพื่อกำจัดเป้าหมายที่นายเหนือสั่งมาและเพื่อกำจัดผู้ที่ริคิดมาแตะต้องอาวุธที่ตนครอบครอง
"ดาบมังกรตัดบรรพต"
"ตาย !!"
"เปรี้ยง"
"บึ้ม !!"
กระแสดาบรูปพระจันทร์เสี้ยวจากกระบวนท่าดาบมังกรตัดบรรพต ขนาดหนึ่งวาสีขาวพุ่งเป็นแนวขวางกวาดตัดไปยังตำแหน่งที่กังหลงยืนจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายจนมิอาจเห็นอันใดไปชั่วขณะ
"อา...กระบวนท่าที่ใช้ออกโดยอาวุธระดับราชันย์นั้นช่างเป็นกระบวนท่าที่รุนแรงยิ่ง"
"เจ้าไม่รู้รึว่าระดับของอาวุธสามารถเพิ่งพลังขั่วคราวให้แก่ผู้ที่ครอบครองอาวุธนั้นขึ้นถึงระดับขั้นต้นของระดับอาวุธนั้นเลย"
"โอ..ถ้าเช่นนั้นพลังโจมตีที่เจ้าคนที่คล้ายทหารรับจ้างผู้นั้นยามใช้ออกใยมิมีพลังเทียบเท่าการโจมตีของจอมยุทธปราณราชันย์ระดับหนึ่งขั้นต้นนะสิ...!! ถ้าเช่นนั้นเจ้าหนุ่มนั่นคงต้องจบสิ้นแล้วช่างน่าเสียดายนักอัจฉริยะเยาวว์วัยที่เพิ่งกำเนิดขึ้นกลับต้องมาด่วนจากไปด้วยวัยเพียงแค่นี้"
"อาณาจักรเนตรอสูรต้องสูญเสียอัจฉริยะด้านโอสถในรอบหนึ่งพันปีไปอย่างน่าเสียดายนัก"
"เห้อ..ระดับปราณยุทธและพลังโจมตีของบุคคลที่คล้ายทหารรับจ้างผู้นั้นสูงส่งเกินไปใครจะสามารถต่อกรเพื่อช่วยเหลือเจ้าหนุ่มนั่นกันหล่ะ"
"ผู้ที่จะต่อกรและช่วยเจ้าหนุ่มนั่นได้อาจมีอยู่คนนึงคือนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะ หากนางลงมือช่วยก่อนหน้านี้"
"แต่สายไปเสียแล้วโอ...ครานี้นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของอาณาจักรเนตรอสูรของเราโดยแท้"
หลายสุ้มเสียงทอดถอนใจและเสียงเศร้าสร้อยที่บ่งบอกถึงความเสียดายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น..หลายสายตาต่างจ้องมองไปยังตำแหน่งที่ชายหนุ่มโดนโจมตีด้วยความเห็นใจในชะตาที่อาภัพของบุรุษเยาวว์วัยที่เพิ่งจรัสแสงไปเมื่อตอนเย็นผ่านไปเพียงไม่นาน พอตอนพลบค่ำก็ต้องมาดับแสงไปเสียแล้ว
หลังเสียงระเบิดผ่านไปสิบลมหายใจฝุ่นจางหายไปสิ้นเหลือเพียงหลุมอันกว้างใหญ่เกิดขึ้น ทุกคนต่างต้องการดูว่าบุรุษหนุ่มผู้น่าสงสารจะตกตายด้วยสภาพใดแต่ทันใดนั้นได้เกิดเสียงดังระงมขึ้น
"นั่นๆ ข้ามิได้ตาฝาดไปใช่รึไม่ด้านหลังหลุมนั้นสิบก้าวยังคงยืนไว้ด้วยบุรุษหนุ่มคนนั้น"
"โอเขายังไม่ตาย คราแรกเพราะข้าลังเลตัดสินใจช้านึกว่าจะสูญเสียอัจฉริยะผู้หนึ่งไปเสียแล้ว แต่เอ๊ะ!! ด้วยการโจมตีที่รุนแรงปานนั้นเขารอดพ้นและถอยห่างไปสิบก้าวในพริบตาโดยไม่มีแม้รอยขีดข่วนได้อย่างไร"
เสียงรำพันของสตรีผู้หนึ่งดังขึ้นเมื่อมองไปตามเสียงจึงพบว่าผู้ที่กล่าวก็คือนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะนั่นเองเสียงนี้กระตุ้นเตือนให้หลายคนได้คิดเช่นกัน
"โอ๊ะ!! นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะก็อยู่ที่นี่เช่นกันมิทราบก่อนหน้านี้นางชมดูอยู่ที่ใดแต่ที่นางกล่าวมาแสดงว่านางตั้งใจจะช่วยแต่ตัดสินใจช้าไป "
"ถ้านางไม่ได้เป็นคนช่วยเจ้าหนุ่มนั่นแล้วใครเป็นคนช่วย !!"
"มันผิดปกติแล้วหรือเจ้าหนุ่มนั่นจะสามารถช่วยเหลือตัวเองจนรอดพ้นจากการโจมตีเมื่อสักครู่ได้"
"หรือยังมีผู้เยี่ยมยุทธท่านใดที่แอบช่วยเหลือเจ้าหนุ่มคนนี้อยู่"
"มีปาฏิหาริย์ใดเกิดขึ้นกับเจ้าหนุ่มนั่นกัน"
หลายคนกล่าวขึ้นจนต่างกล่าวด้วยความสงสัยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหวินต้าหัวก็ตกตะลึงไปกับภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าไม่แพ้กันด้วยพลังโจมตีบวกกับพลังอาวุธระดับราชันย์ที่ตนทุ่มเททั้งหมดมันหวังรวบรัดจัดการในคราเดียวเมื่อสำเร็จแล้วจะได้รีบปลีกตัวไปทันทีไม่อยากให้มีปัญหามาพัวพันแต่เมื่อได้เห็นการโจมตีนี้กลับไม่สามารถสร้างอันตรายใด ๆ แก่เจ้าหนุ่มเบื้องหน้าได้แม้แต่น้อยก็ตื่นตกใจขึ้นวูบหนึ่ง หลังจากตั้งสติได้จึงแค่นหัวร่อกล่าวขึ้น
"หึหึนับว่าเจ้าเป็นผู้ที่โชคดีโดยแท้ที่ปราณยุทธระดับขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดบังเอิญรอดพ้นจากการโจมตีระดับนี้ของข้าไปได้อีกครั้งครานี้นับเป็นครั้งที่สามที่เจ้ารอดพ้นการโจมตี แต่จะไม่มีครั้งที่สี่อีกต่อไป"
กังหลงได้ฟังเช่นนั้นจึงกล่าวถามด้วยเสียงราบเรียบด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มเย็นชาเกิดขึ้น
"จำได้ว่าข้ากับท่านมิเคยรู้จักกันมาก่อนและมิเคยมีเรื่องบาดหมางใดเหตุใดท่านจึงพยายามสังหารข้าถึงสามครา ท่านบอกข้าได้รึไม่"
"ฮ่าฮ่า ฮ่า มิเคยมีเรื่องบาดหมางใดหรอกแต่ความสามารถด้านโอสถของเจ้าเป็นที่กังวลของอาณาจักรของข้าและข้าเพิ่งได้ทราบมาว่าเจ้าเพิ่งได้ครอบครองพลังของสายฟ้าวายุซึ่งอาจจะมีสิ่งที่ตำนานบอกไว้ข้าจึงจำเป็นต้องกำจัดเจ้าทิ้งไปซะและอาจจะได้พบเจอของสิ่งนั้นเมื่อเจ้าทราบเหตุผลแล้ว ครานี้เจ้าคงตายตาหลับได้แล้วกระมัง "
เหวินต้าหัวกล่าวจบโคจรปราณยุทธทั้งหมดที่มีพุ่งทะยานเข้าโจมตีกังหลงอย่างรวดเร็ว
"เก้ามังกรทะลายปฐพี"
"โอ๊ะ!!"
ทันทีที่เหวินต้าหัวโจมตีหลายคนได้ยินเสียงนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะอุทานขึ้นปีกยุทธกลางหลังนางบังเกิดขึ้นพร้อมขยับกายวูบทะยานกายออกไปหวังช่วยเหลือหนุ่มเยาว์วัยนามกังหลงแต่ทุกคนเห็นนางเพียงขยับวูบแล้วชะงักชั่วครู่ก่อนรีบทะยานกายวกกลับมายังที่เดิมสร้างความสงสัยแก่ผู้คนว่าเหตุใดนางถึงเปลี่ยนใจหรือปราณยุทธระดับราชันย์เช่นนางก็มิอาจต้านรับท่าโจมตีอันรุนแรงจากบุรุษคล้ายทหารรับจ้างผู้นั้นได้..!!