เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

    ตอนที่ 48 ห้องสมบัติในชั้นใต้ดิน

    ตอนที่48 ห้องสมบัติในชั้นใต้ดิน

            ช่องลิฟต์ที่เจียน่าชี้ไปนั้นด้านในเต็มไปด้วยกลิ่นแปลกๆ รอบ ๆ มีเศษผ้าอยู่จำนวนมากห้อยย้อยลงไปด้านล่างช่องลิฟต์ที่มืดมิดฮอร์เก้รีบแบกไฟสปอตไลต์ส่องไปทางช่องลิฟต์ทำให้เห็นว่ามันเป็นทางที่พุ่งลงไปด้านล่างชั้นใต้ดินของตึก

            “ตรงนั้นมีของตกอยู่ต้องเป็นของคนที่โดนจับไปแน่นอน เรา...เราควรรีบลงไปช่วยพวกเขาถ้านานกว่านี้ไม่รู้พวกมัมมี่จะทำอะไรพวกเขาก็ได้”ฮอร์เก้พูดอย่างร้อนใจและกระตุ้นให้พวกเขาลงไป

            “นี่อันตรายมากแต่ถ้ามีคนรอดก็ควรจะลองดู...” อาร์มันโด้พูดออกมา ก่อนจะมองไปรอบ ๆ ช่องลิฟต์

            ลูอิสที่ยืนอยู่หลังสุดกำลังหรี่ตามองฮอร์เก้ก่อนจะเดินไปสะกิดเจียน่าที่อยู่หลังคนทั้งสอง “เราจะลงไป แต่ไปตรงชั้นแรกแทน”

            เจียน่าได้ยินก็มีสีหน้าแปลกใจตอนนี้เธอมั่นใจว่าฮอร์เก้นั้นไม่น่าไว้ใจและก็รู้ว่าท่านลูอิสก็ต้องรู้แน่นอนแต่ทำไมถึงยังอยากจะลงไป เจียน่าเก็บความสงสัยไว้ ก่อนจะเดินไปบอกกับทั้งสองคน

            “เราจะลงไป...”เด็กสาวพูดออกมาด้วยสีหน้าปกติ

            “ลงไปด้านล่าง...?”อาร์มันโด้กล่าวมาถึงตรงนี้ก็เข้าใจว่านี่คือการตัดสินใจของลูอิสเขาไม่ได้มีท่าทีคัดค้านอะไร ยังไงอาร์มันโด้ใจหนึ่งก็ยากจะลงไปช่วยคนอยู่แล้ว

            “ถ้าอย่างนั้นเราลงไปกันเลยเถอะ”ฮอร์เก้ได้ยินว่าทั้งสองตกลงที่จะลงไปก็ตาเป็นประกายและกระตือรือร้นมากเป็นพิเศษแต่ก็ยังมากล้าจะปีนลงไปเป็นคนแรกอยู่ดี

            “ไม่จากตรงนี้เหมือนเราต้องปีนลงไปตั้ง5 ชั้น ที่ชั้นแรกก็มีช่องลิฟต์ไปลงจากตรงนั้นก็ได้” เจียน่ากล่าว

            อาร์มันโด้และฮอร์เก้ได้ยินก็เหมือนจะฉุกคิดขึ้นได้

            “จริงด้วยยังไงชั้นแรกกับชั้น5 ของตึกก็มีช่องลิฟต์เดียวกัน”

            ขณะที่เดินกลับลงไปชั้นแรกของตึกลูอิสก็ใช้หางตาฮอร์เก้ที่กำลังถือไฟสปอตไลต์พร้อมกับเช็ดเหงื่อไปด้วยเพราะความหนักของแบตเตอรี่ แต่ท่าทีของฮอร์เก้นั้นเหมือนจะใจร้อนอยู่หน่อย ๆ

            การที่ลูอิสตัดสินใจเลือกจะลงไปดูด้านล่างชั้นใต้ดินนั้นไม่ใช่เพราะเชื่อคำพูดของฮอร์เก้และอยากจะช่วยคนแต่เป็นเพราะมั่นใจว่าฮอร์เก้ปิดบังบางอย่างจริง ๆ แบบที่เจียน่าสงสัย

            ‘จากที่สังเกตดูฮอร์เก้มักจะเดินไปดูศพทุกๆ คน แต่ไม่ใช่เข้าไปดูศพเฉย ๆ แน่นอน เขากำลังหาอะไรบางอย่างที่ไม่น่าจะใช่คนด้วย’

            ‘อยากรู้แล้วสิว่ามันคืออะไรของที่ชายคนนี้ถึงเลือกจะเสี่ยงมาตามหาและยอมจ่ายเงินมากถึง 15,000เบลเพื่อให้พวกฉันต้องลงไปสู้กับซอมบี้เพื่อมันแถมยังทำเหมือนเก็บของที่ระลึกจากศพของสหายอีก คงคิดว่าเจอของชิ้นนั้นก็จะทำเป็นเก็บขึ้นมาไม่ใช้คนสงสัยสินะหึ!’

            ลูอิสมองฮอร์เก้อย่างเย็นชาที่ชายคนนี้กล้าหลอกพวกเขา

            ...

            ทุกคนลงมาจนถึงชั้นแรกเหมือนเดิมทางบันไดลงไปชั้นใต้ดินนั้นถูกซากตึกบางส่วนถล่มใส่ปิดตายไปแล้วดังนั้นจึงเหลือทางลงที่ช่องลิฟต์ อาร์มันโด้ออกแรงพังประตูลิฟต์ผุ ๆ ซึ่งก็เป็นอย่างที่พวกเขาคิดช่องลิฟต์มันเชื่อมต่อกัน

            “ส่งไฟมาหน่อย”อาร์มันโด้หันไปรับไฟสปอตไลต์จากฮอร์เก้ ก่อนจะกระโดดลงไปชั้นแรกและชั้นใต้ดินนั้นห่างกันไม่ถึงสองสามเมตรเสียงเท้าอาร์มันโด้ลงไปกระแทกพื้น ก่อนที่ชายตัวโตจะบอกกับคนด้านบนว่า “ด้านล่างปลอดภัย”

            เจียน่าได้ยินดังนั้นก็อุ้มลูอิสและกระโดดตามลงไปส่วนฮอร์เก้นั้นตอนนี้ยืนอยู่คนเดียวมืด ๆ ในชั้นแรก เขากลืนน้ำลายด้วยความกลัวก่อนจะหาทางปีนลงไป

            แต่พอลงไปเกือบถึงฮอร์เก้ก็พลาดท่าหล่นลงพื้นเสียงเหมือนกระสอบทรายตกจากที่สูงทำเอาฝุ่นกระจายยังดีที่เขาตกลงมาไม่สูงมาก จึงไม่เป็นอะไร

            “แค่กๆ” ฮอร์เก้สำลักฝุ่น ก่อนจะมองไปยังทางด้านหน้าจากแสงของไฟสปอตไลต์ที่วางอยู่ข้างๆ เท้าของอาร์มันโด้ ฮอร์เก้ถามขึ้น “ไปทางไหนต่อดี”

            “มีป้ายอยู่ด้วย”เจียน่าเดินเข้าไป ก่อนจะใช้มือปัด ๆ ฝุ่นออกมา ซึ่งป้ายนี้บอกถึงชั้นใต้ดิน

            “ตึกนี้มีชั้นใต้ดินสามชั้นสินะเจียน่าฝากด้วยนะ” อาร์มันโด้เดินเข้ามาดูเช่นกัน ก่อนจะบอกกับเจียน่า

            เจียน่าใช้ทักษะตามรอยไฟอีกครั้งในสายตาของเธอเห็นรอยเท้ามัมมี่ที่เริ่มจากเธอและมันก็มุ่งหน้าไปทางเดียวกัน

            “ทางนั้น”เจียน่าชี้ไปทางเดินด้านหน้า

            อาร์มันโด้พยักหน้าบอกว่ารู้แล้วก่อนจะเดินทำไปเจียน่าและลูอิสรีบตามไปทันที ส่วนฮอร์เก้นั้นมองไปที่ไฟสปอตไลต์ที่อยู่บนพื้นก่อนจะพ่นลมหายใจออกมา เขารู้ว่าตนนั้นต้องถือไฟสปอตไลต์และแบตเตอรี่หนัก ๆ ของมัน

            “มีทางแยก”อาร์มันโด้หยุดลง

            เจียน่าหันมองซ้ายขวาก่อนจะพูดกับอาร์มันโด้ “ไปทางซ้าย ทางขวาไม่มีร่องรอยของมันเลย”

            “เดี๋ยวอย่าพึ่งเดินไปได้ยินเสียงอะไรไหม”เจียน่าที่สัมผัสได้ถึงบางสิ่งพูดออกมา

            อาร์มันโด้ยื่นหน้าออกไปดูแต่ด้านหน้านั้นมืดมาก สุดท้ายเขาจึงหันไปบอกให้ฮอร์เก้ส่งไฟฉายกระบอกเล็กมาซึ่งเป็นไฟฉายที่ฮอร์เก้เคยใช้ส่องหนีมัมมี่ออกมาที่นอกอาคาร

            ไฟฉายในมือของอาร์มันโด้ส่งไปดูทางด้านหน้าทำให้เห็นมัมมี่สามตัวยืนอยู่ในทางเดินแคบๆ

            “มีมัมมี่สามตัวด้านหลังพวกมันน่าจะเป็นทางลงไปชั้นใต้ดินชั้นสอง” อาร์มันโด้บอกก่อนจะเริ่มเปิดฉากโจมตีในทันที

            อาร์มันโด้เริ่มด้วยทักษะอย่างผู้เชี่ยวชาญดาบและผู้เชี่ยวชาญขวานทำให้อาวุธในมือทั้งสองของเขานั้นโจมตีได้เร็วขึ้นและความเสียหายก็มากขึ้นด้วยอาร์มันโด้จัดการตัดผ้าพันแผลของมัมมี่ที่พุ่งเข้ามาจนหมด

            มัมมี่ดูแปลกใจเล็กน้อยที่มันทำอะไรอาร์มันโด้ไม่ได้ในตอนนั้นเองเจียน่าก็อาศัยจังหวะที่ไม่มีผ้าพันแผลกระโดดข้ามศีรษะอาร์มันโด้ไปและใช้แรงส่งนี้แทงหอกใส่หัวใจของมัมมี่จนตาย

            อาร์มันโด้เองก็จัดการสังหารมัมมี่ตัวใกล้ๆ อีกหนึ่งตัวทิ้งในทันที

            ตอนนี้เหลือมัมมี่เพียงตัวเดียวมันมองศัตรูทั้งสอง ก่อนจะร้องออกมาและจู่โจมทันที พวกอันเดดไม่กลัวตายโดยเฉพาะพวกสติปัญญาที่ไม่มาก ดังนั้นมันจึงไม่เลือกจะหนีแต่ลงมือจู่โจมตามสัญชาตญาณ

            ...

            หลังจากจัดการทั้งสามตัวพวกเขาก็เดินลงมาที่ชั้นสอง กว่าครึ่งของชั้นสองนั้นถูกดินถล่มไปแล้วพวกเขาจึงไม่เสียเวลามาก แค่จัดการมัมมี่ที่มีอยู่ 4 ตัวจนหมด

            “พักกันก่อนเถอะ”อาร์มันโด้บอกเพราะตอนนี้พวกเขาสู้ติดต่อกันมาสักพักแล้วตั้งแต่ด้านบนจนลงมาชั้นใต้ดิน

            “อือ...”เจียน่าเองก็เห็นด้วย พลังงานในร่างของพวกเขานั้นหมดเร็วมากเพราะเวลาสู้กับมัมมี่ก็ต้องใช้ทักษะออกมาสู้เสมอ

            ฮอร์เก้นั้นดูจะร้อนใจแต่เขาก็ไม่กล้าลงไปที่ทางเดินลงไปชั้นสาม ซึ่งเป็นชั้นใต้ดินสุดท้ายแล้วฮอร์เก้มองไปยังบันไดทางเดินที่เต็มไปด้วยเศษผ้าพันแผลยาว ๆกองตามพื้นและยังมีฝุ่นทรายอีกจำนวนมาก

            แถมยังมีประตูเหล็กกั้นอยู่อีกบานซึ่งทำให้มันรู้สึกหวั่น ๆ ใจมาก ราวกับว่าด้านหลังประตูนั้นมีบางอย่างอยู่ที่จริงแล้ว เพราะไม่รู้ฮอร์เก้จึงรู้สึกกลัว

            “ไปต่อกันเถอะ”ตอนนั้นเองอาร์มันโด้ก็พูดขึ้นและหยิบดาบกับขวานเตรียมลุยต่อ

            “เออ...ไม่ใช่บอกว่าจะพักกันก่อนอย่างนั้นเหรอ”ฮอร์เก้หันไปถามด้วยความสงสัย

            อันที่จริงแล้วจังหวะที่ฮอร์เก้สนใจทางเดินลงชั้นใต้ดินชั้น 3 อาร์มันโด้และเจียน่าก็หยิบโพชั่นพลังงานขึ้นมาดื่มไปคนละสองขวดแล้วด้วยเลเวลที่พัฒนามาถึง 8โพชั่นเพียงขวดเล็กขวดเดียวนั้นไม่พอให้พลังงานของพวกเขาฟื้นฟูจนเต็มได้

            ซึ่งแน่นอนว่าฮอร์เก้นั้นไม่รู้

            “หืม...ประตูนี่เหมือนจะเปิดเข้าไปได้”ในตอนแรกอาร์มันโด้นึกว่าจะต้องพังประตูเข้าไป แต่พอจับลูกบิดก็สามารถหมุนได้แต่ถึงอย่างนั้นกูดูเหมือนว่าด้านในจะเต็มไปด้วยทรายทำให้ต้องใช้แรงในการผลักประตูเข้าไป

            “ทราย?”แม้จะรู้อยู่แล้วว่ามีทรายจำนวนมาก แต่ว่าด้านในกลับมีมากกว่าที่คิดเพราะมันมีทรายสูงกว่า 30 เซนติเมตรซะอีก

            ‘ดูเหมือนพื้นที่รอบๆ โดนขุดใหม่เลย’ ลูอิสมองอย่างสนใจ ด้านในนั้นมีพวกซากรถอยู่ด้วยแต่ที่พื้นกับเพดานนั้นดูจะสูงกว่าสองชั้นใต้ดินก่อนหน้าพอสมควร‘ถึงอย่างนั้นที่ชั้นนี้มันก็คือโรงจอดรถของตึกนี้สินะ’

            พวกเขาพากันเดินเข้าไปด้านในอย่างระวังแต่ก็ไม่เจอกับมัมมี่สักตัว พอมาถึงกลางชั้นที่มีทรายมากกว่าจุดอื่น ๆ จำนวนมากตรงกลางชั้นยังมีของแปลก ๆ อยู่ด้วย

            “กล่องปูน”

            ทุกคนคิดเหมือนกันกลางห้องมีกล่องปูนรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่ไม่ได้มีกล่องเดียว ยังมีอีก 3กล่องวางเรียงกันเป็นตัว C โดนระหว่างกลางของพวกกล่องปูนก็มีพวกเศษผ้าพันแผลอาวุธดาบหรือไม่ก็มีดของพวกนักล่าที่ทำคล้าย ๆ ของอาร์มันโด้ นอกจากนั้นยังมีเหรียญเงินเบลกระจายเกลื่อนอยู่ทั่วพื้นทรายพร้อมทั้งพวกเครื่องประดับหล่นอยู่ด้วยอีกจำนวนหนึ่ง

            ‘นี่มันห้องสมบัติชัดๆ เหมือนกับในหนังสินะ ถ้าอย่างนั้นชั้นสามนี้ก็เป็นหัวใจของสุสานมัมมี่นี่เหรอ’ทารกน้อยลูอิสไตร่ตรอง แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะมีเวลาขบคิดมากนัก เพราะอยู่ ๆฮอร์เก้ที่ถือไฟสปอตไลต์ก็ทิ้งไปลงก่อนจะรีบวิ่งไปที่กองสิ่งของข้าง ๆ กล่องปูน

            ฮอร์เก้คุกเขาลงกับพื้นก่อนจะคุ้ยเอาหีบเล็ก ๆ ที่จมลงไปในทรายครึ่งหนึ่งขึ้นมา สายตาของฮอร์เก้นั้นเต็มไปด้วยความโลภและยินดีที่ได้กล่องใบเล็กๆ นี่มาครอบครอง

            “ได้มาแล้ว”ฮอร์เก้พูดด้วยเสียงสั่นเบา ๆ จากความตื่นเต้นแต่ยังไม่ทันดีใจในตอนนั้นก็มีผ้าพันแผลพุ่งออกมาจากกล่องปูนสองข้างและพันตัวของฮอร์เก้

            “อ้า...ช่วย...ด้วย”ฮอร์เก้ร้องด้วยความตกใจและดิ้นไปมา ก่อนที่ผ้าพันแผลจะห่อร่างของเขาไว้จนหมด

            “มัมมี่!!!”

            ลูอิสเจียน่าและอาร์มันโด้ก็ตกใจเช่นกันที่อยู่ ๆ ก็มีผ้าพันแผลโผล่มาแต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะเข้าไปช่วยฮอร์เก้ผ้าพันแผลที่รัดตัวของฮอร์เก้อยู่ก็บิดตัวหักกระดูกทั้งร่างของฮอร์เก้เสียงดังไม่หยุดเล่นเอาทั้งสามนั้นขนลุกและจินตนาการได้เลยว่าโดนหักกระดูกทั้งร่างนั้นเป็นยังไง

            เสียงของฮอร์เก้ร้องดังยิ่งกว่าเก่าก่อนที่ต่อมาจะเงียบลงเพราะว่าคอของฮอร์เก้ถูกผ้าพันแผลพวกนั้นรัดจนหัดบิดรูป

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว ที่คุณอ่าน