ไป๋เหยียนเมื่อรู้ว่าลูกสาวคนเล็กหายตัวไปจึงพาลี่หยางมาส่งที่บ้านพัก พร้อมกำชับห้ามไปไหน ไป๋เหยียนแจ้งข่าวให้ศิษย์พี่ทั้งสามมาช่วยตามหา คาดว่าน่าจะหลงเข้าไปในป่าชั้นใน
สาเหตุที่ไป๋เหยียนและลี่หยางไม่เห็นตอนที่ลี่หลินพลัดหลงเพราะกำลังตั้งใจขุดบางอย่างอยู่ ลี่หลินก็เล่นอยู่ใกล้ จู่ ๆ เสียงก็เงียบไป คนก็หายตัวไปด้วย ไป๋เหยียนใมากจึงพาลี่หยางเดินตามหารอบ ๆ ป่าชั้นนอกแล้วแต่ก็ไม่พบ จึงต้องไปขอความช่วยเหลือจากศิษย์พี่
“ไปเหยียนเ้าอย่าร้อนใจไปลี่หลินเป็เด็กฉลาด นางหนูน้อยนั้นจะต้องเอาตัวรอดได้อย่างแน่นอน”
จิ้นซื่อปลอบ เขาก็ร้อนใจไม่แพ้กัน
“นี่ก็ดึกมากแล้ว ไปตอนนี้ก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด ไว้รุ่งเช้าเราค่อยช่วยกันออกตามหา”
ฟูหลิวเห็นด้วยกับจิ้นซื่อ
“ศิษย์พี่ไปนอนเถอะ ข้าคงนอนไม่หลับ”
“เช่นนั้นก็อยู่ด้วยกันที่นี่ ยามอิ๋น (ตี3-ตี4) พวกเราค่อยออกตามหากัน”
จิ้นซื่อจึงตัดสินใจนั่งอยู่เป็เพื่อน ลี่หยางก็นอนไม่หลับเช่นกันเพราะเป็ห่วงน้องสาว ชาติก่อนเคยปฏิบัติภารกิจเสี่ยงเป็เสี่ยงตายร่วมกันมา ทั้งสองจึงผูกพันกันดังพี่น้องแท้ ๆ เขาและลี่หลินเป็หน่วยเก็บกู้ะเิ วันนั้นเกิดเหตุวางะเิขึ้นเขาทั้งสองไปถึงก็เหลือเวลาไม่มากแล้ว สุดท้ายก็ตาย รู้สึกตัวอีกทีเขาก็มาเป็ทารกฝาแฝด เขาและลี่หลินกว่าจะคุยและสื่อสารกันรู้เื่ก็ 3 ขวบปีตอนนั้นก็ไม่แน่ใจว่าเป็ลี่หลินหรือเปล่า จู่ ๆ ลี่หลินก็พูดถึง..ะเิ..ตาย..เขาจึงรู้ว่าคือลี่หลินชาติก่อนเธอชื่อมี่ลี่ เขาดีใจมากอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้มาโดดเดี่ยวคนเดียว ยังพอมีคนคุยได้ปรึกษากันได้ ตอนนี้ลี่หลินหายตัวไปเขาจะอยู่อย่างไร
ลี่หยางคิดวนไปวนมาน้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ไป๋เหยียนเห็นก็กอดปลอบต่างคนต่างพูดไม่ออก ได้แต่ภาวนาให้เด็กน้อยปลอดภัย
ยามอิ๋น
“หลินอวี้อยู่ที่นี่ดูแลลี่หยางให้ดี ข้าจะไปตามหาลี่หลิน”
“เ้าค่ะอาจารย์”
“ท่านพ่อให้ข้าไปด้วยเถิดขอรับ ข้ากับลี่หลินทำสัญลักษณ์พิเศษ ข้าเท่านั้นที่รู้จักสัญลักษณ์นั่น”
“ไม่ได้ ป่าชั้นในอันตรายมาก พ่อไม่อยากเสียเ้าไปอีกคน”
“ท่านพ่อ ให้ข้าไปเถอะนะท่านลุงใหญ่ ลุงรอง ลุงสามก็ไป ข้าจะเดินไม่ห่างพวกท่าน อีกอย่างข้าก็จะได้ฝึกฝนวรยุทธ์ไปในตัวด้วย หากข้ามัวแต่หลบอยู่ที่นี่แล้วจะรู้ได้เช่นไรว่าข้าก้าวหน้าหรือไม่”
“เช่นนั้นก็ได้ เ้าห้ามห่างพ่อแม้แต่ก้าวเดียว หลินอวี้เ้าไปด้วยดูแลลี่หยางอย่าให้คลาดสายตา”
“เ้าค่ะ”
ทุกคนไปเริ่มต้นจุดที่ลี่หลินหายตัวไป ไป๋เหยียนให้ทุกคนห้อยถุงผ้าที่ใส่พืชไล่อสูรไว้ แล้วเดินเข้าป่าชั้นในทันที
ลี่หลินตื่นนอนแล้วออกมาจากโพรงไม้เดินไปดูต้นกล้วยที่ตัดทำหลุมไว้ เปิดใบไม้ออกพบว่ามีน้ำเกือบเต็มหลุม ลี่หลินไปตัดกิ่งไผ่เล็ก ๆ เพื่อทำหลอด เจาะข้างลำต้นกล้วยให้น้ำไหลผ่านหลอด เอาขวดไปรองน้ำไว้กิน เมื่อได้น้ำเต็มขวดแล้วลี่หลินเริ่มหาอาหารเข้า นึกขึ้นได้ว่าตนมีกล้วยดิบอยู่ แล้วจะจุดไฟอย่างไรล่ะ
“ลองจุดไฟดูดีกว่า จะไหวไหมเนี้ยไม่เคยจุดไฟเลยสักครั้ง”
ลี่หลินมองหาหินได้หินก้อนเหมาะมือมา 2 ก้อน ใช้มีดขูดไม้แห้งให้เป็ขุยมือป้อม ๆ น้อย ๆ จับหินมากระเทาะกัน นานพอสมควรจนมือน้อย ๆ เริ่มบวมแดงก็ยังจุดไฟไม่ได้ ลี่หลินกลั้นใจเพิ่มความแรงกระเทาอีก4-5ทีจึงเกิดประกายไฟ มือน้อยเริ่มมีเืไหลซึมออกมา
“ติดแล้ว ไฟติดแล้ว”
ลี่หลินรีบเอาใบไม้แห้ง กิ่งไม้แห้งมาใส่ ลี่หลินรู้สึกแสบที่มือจึงใช้น้ำเปล่าล้างแผลที่มือ หยิบเอายาใส่แผลที่ติดตัวมาทาแล้วเอามีดกรีดชายเสื้อมาพันมือไว้
ลี่หลินใส่ฟืนเยอะๆ เพื่อที่จะได้มีถ่านสำหรับเผากล้วย ลี่หลินลองโยนพืชไล่สัตว์อสูรใส่กองไฟ ไม่รู้มันจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน แต่ก็ลองดู ในระหว่าวรอให้ฟืนกลายเป็ถ่ายลี่หลินก็ไปขุดโสมต่อเห็นมันแกวใกล้ๆ ก็ขุดไว้
“ทำไมมันมีเยอะอย่างนี้นะ”
เ้ากระต่ายตัวนั้นหลังจากตื่นแล้วมันะโเข้าป่าไป หายไปนานเช่นเคย ลี่หลินก็ไม่รู้ว่ามันไปไหน ไม่อยากตามมันไปอีกเพราะกลัวจะพลัดหลงกับเ้าต้นโสมตัวอวบอ้วนนี้ เ้ากระต่ายตัวนั้นกลับมันเข้ามาดม ๆ ต้นโสมแล้วมันก็มองหน้าลี่หลิน เอียงคอมองอย่างน่ารัก
“มีอะไรรึเ้ากระต่ายน้อย เออ..นี่ข้าตั้งชื่อให้เ้าดีกว่านะอืม..เอาชื่ออะไรดีน๊า เ้ามีขนสีขาวปุกปุยข้าเรียกเ้าว่าเสี่ยวไป๋นะ”
“เสี่ยวไป๋ เ้าสิ่งนี่คือโสมมีมีประโยชน์มากเลยนะ ช่วยรักษาโรคได้ดี ยิ่งอายุเยอะ ๆ ยิ่งดี นี่ถ้ามีเห็ดหลินจือนะจะดีมาก ๆ เลย”
เสี่ยวไป๋มองลี่หลินพูด จู่ๆ มันก็ะโวนไปวนมา ลี่หลินสงสัยท่าทางแปลก ๆ ของเสี่ยวไป๋จึงเดินตามมันไป ไม่ลืมทำสัญลักษณ์ไว้ ลี่หลินเดินตามไปสักพักก็เจอกับ
“เห็ด! เห็ดหลินจือ!”
เห็ดหลินจือดอกใหญ่มากมายสีอ่อนก็มีสีเข้มก็มี ลี่หลินเก็บสีเข้มใส่ถุงวัตถุส่วนสีอ่อนดอกใหญ่บ้างเล็กบ้าง ลี่หลินเอาไปปลูกไว้ในค่ายกลปรานวิญญาน
“เสี่ยวไป๋ข้ารักเ้าที่สุด”
ลี่หลินจับแก้มกระต่ายส่ายเบา ๆ ตามโคนต้นไม้แห้งกิ่งไม้แห้งมีเห็ดหลินจือขึ้นมากมาย ลี่หลินใช้วิธีหักกิ่งไปวางไว้ที่ค่ายกล ที่อยู่บนโคนต้นไม้ก็เก็บเอาดอกใส่ถุงวัตถุเลย เพราะไม่สามารถขุดโคนมันขึ้นมาได้
ขนาดกิ่งก็ใหญ่มาก กว่าลี่หลินจะเอาไปเก็บไว้ในค่ายกลได้ก็ทุลักทุเลพอสมควร โชคดีที่มันเป็ไม้แห้ง จึงไม่มีน้ำหนักมากนัก แต่สำหรับเด็กหญิง5ขวบนั้น มันก็หนักเอาเื่อยู่นะ