ลิขิตฟ้าภรรยาสลับร่าง

    บทที่ 27 จดหมายข่าวนกกระจิบ

                “เห็นทีพวกเขาคงไม่ได้มาดูลาดเลาเพื่อทำเรื่องเลวร้ายหรอกขอรับ”         ไป๋ซิงซวี่มองตามเด็กหญิงที่เดินเข้าไปในร้านหนังสือ

                จินวั่งซูผงกศีรษะสองสามครั้ง “เหมือนมาหาคนมากกว่าเจ้าลองไปถามหลงจู๊ร้านหนังสือทีสิว่านางซื้อหนังสืออะไรไป?”

                เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นเด็กหญิงถือหนังสือสองเล่มออกจากร้านเด็กหญิงที่ตัวเล็กแค่นั้นไม่น่าจะสนใจอ่านตำราโดยทั่วไปเด็กอายุขนาดนี้มิได้สนใจจะซื้อหาตำราเองอย่างนาง

                ไป๋ซิงซวี่เดินมายังหัวมุมร้านที่คุณชายจินยืนอยู่เมื่อบอกชื่อตำราทั้งสองแล้ว พวกเขาก็สบตากันด้วยความงุนงง

                “ดูท่าศิษย์พี่ของนางก็ไม่ใช่ผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียนนักพรตทั้งสองนั่นยิ่งไม่น่าจะใช่เข้าไปใหญ่อย่าว่าเด็กคนนี้จะซื้อตำราไปอ่านเองเถอะ แปลกเกินไปแล้วหากเป็นเด็กผู้ชายข้าก็ยังพอจะเชื่อได้แต่นี่เป็นเด็กผู้หญิง”

                จินวั่งซูในฐานะพระญาติฝ่ายมารดาขององค์ชายได้เข้าไปเล่าเรียนเขียนอ่านในวังตั้งแต่ยังเด็กเขาเคยเห็นเพียงเหล่าองค์ชายเท่านั้นที่คร่ำเคร่งตั้งแต่อายุน้อยๆส่วนคนข้างนอกที่อายุขนาดนางก็มักจะเป็นลูกหลานฝ่ายชายของขุนนางหรือบัณฑิต

              ...นักพรตน้อยผู้นี้อยู่กับกลุ่มนอกรีต เหตุใดนางจึงฉลาดนัก?

                สัญชาตญาณของคนสอดรู้สอดเห็นอย่างจินวั่งซูทำให้เขารู้สึกเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องธรรดาที่ควรจะมองข้ามเขามองตามคนทั้งสองที่ถือน้ำตาลปั้นจากไป

                “พวกเขาพักที่ตรอกในย่านจี้ฮุยหรือ?”

                ย่านจี้ฮุยที่จินวั่งซูเอ่ยถึงคือแหล่งที่พักที่พ่อค้าต่างถิ่นชอบไปพักเพราะพวกเขาจะได้นั่งร่ำสุราซักถามเรื่องการเดินทางและสภาพแต่ละเมืองที่ต่างฝ่ายต่างเดินทางผ่านมานับได้ว่าเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการค้าที่สำคัญของเมืองหลวง

                ถนนจี้ฮุยเป็นถนนใหญ่ริมถนนมีซอยและตรอกจำนวนมาก

                “ขอรับ สองตรอกท้ายมีบ้านเช่าหลายหลังที่สภาพดีและราคาถูก”

                “เราคงต้องไปเยือนย่านนั้นสักหน่อยแล้ว”

     

              ณคฤหาสน์ตระกูลจิน

                เช้าวันนี้อากาศแจ่มใสคหบดีจินกับฮูหยินผู้เฒ่าจูงมือกันขึ้นรถม้าไปยังเจดีย์วัดหยกสวรรค์นานหลายเดือนที่ไม่มีโอกาสได้ไหว้พระฮูหยินผู้เฒ่าส่วนใหญ่ก็สวดมนต์อยู่ในหอสงบใจด้านหลังคฤหาสน์

                “เจ้ายิ่งแก่ก็ยิ่งชักช้าข้าบอกแล้วว่าอย่าให้สาย นี่มันวันหยุด ประเดี๋ยวรถม้าแถวถนนหน้าวัดก็ติดอีก”

                การเดินทางในเมืองหลวงช่วงนี้มีความวุ่นวายมากขึ้นถนนหลายสายไม่อาจจะขับขี่รถม้าได้ดังใจเพราะมีพ่อค้าและผู้คนหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก

                “เป็นเพราะกำลังจะถึงเทศกาลหรือเจ้าคะ?”

                “นั่นก็ส่วนหนึ่งแต่ที่สำคัญหลังจากที่หมิงฮ่องเต้ทรงปรับปรุงขยายเส้นทางในแคว้นใหม่พ่อค้าต่างถิ่นก็เดินทางผ่านแคว้นเรากันมากเจ้าอย่าลืมสิว่าแคว้นเราเป็นทางผ่านเพื่อออกแคว้นเหลียนส่วนแคว้นเหลียนก็มีท่าเรือขนาดใหญ่ที่ติดต่อกับดินแดนโพ้นทะเลได้แล้วทางเดินทางไปทางตะวันตกตอนนี้ยังมีเส้นทางอ้อมทะเลทรายไปติดต่อดินแดนที่ลึกเข้าไปโน่นได้แล้ว”

                คหบดีจินอายุเจ็ดสิบกว่าปีแล้วแต่เพราะความเป็นคนค้าขายจึงมีความคล่องแคล่วสนใจใคร่รู้เรื่องราวรอบด้านอยู่ตลอดเวลาทำให้เป็นคนฉับไวไม่ตกยุค

                “ท่านพี่ท่านได้นัดกับเสี่ยวซูไว้หรือไม่เจ้าคะ?”

                “นัดแล้วป่านนี้คงไปรอที่หน้าวัดแล้วกระมัง?”

                จินวั่งซูเป็นหลานรักของท่านปู่ทรัพย์สินในตระกูลแม้ว่าส่วนใหญ่จะอยู่ในกงสีที่บิดาของเขาดูแลอยู่ ทว่าท่านปู่จินเจาผู้นี้ก็เคยประกาศก้องว่าจะมอบส่วนของตนทั้งหมดให้กับเสี่ยวซูด้วยเหตุนี้คนทั้งตระกูลจินจึงรู้ว่าไม่ควรจะวุ่นวายกับปู่และหลานคู่นี้

                รถม้าคันใหญ่หรูหราของตระกูลจินวิ่งออกจากคฤหาสน์รถม้าคันนี้แม้จะไม่ดูงดงามวิจิตรบรรจง แต่กลับดูสง่างามและน่าเกรงขามแค่เพียงชาวบ้านเห็นตราประจำสกุลจินที่เป็นไม้แกะสลักอยู่ข้างตัวรถก็ล้วนแต่ต้องหลีกทาง

                ครู่ใหญ่รถม้าคันนั้นก็จอดหน้าประตูเจดีย์วัดหยกสวรรค์กงเชากับ        เสี่ยวหยี่ชะเง้อมองด้วยความสนใจ

                “นั่นมันรถม้าผู้ใดกันดูเหมือนจะเป็นคนใหญ่คนโตในเมืองหลวง”

                 “ตรารูปตำลึงทองเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลจิน หนึ่งในสิบสกุลที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวงเจ้าค่ะ”

                กงเชาหันมามองพลางเลิกคิ้วถาม “เจ้ารู้ได้อย่างไร?”

                “ตำราเล่มเมื่อวานที่ข้าซื้อไปได้กล่าวไว้เจ้าค่ะ”

                “ตระกูลนี้เหตุใดจึงร่ำรวยนัก?”

                เสี่ยวหยี่จึงเริ่มไล่เรียงเรื่องราวของคหบดิจินเจาที่เดินทางมาจากแคว้นจินเพื่อทำการค้าในแคว้นหมิงกระทั่งกิจการของสกุลจินมั่งคั่งอย่างยิ่งในปัจจุบัน

                “ถ้าเช่นนั้นเจ้าของโรงน้ำชาและสำนักข่าวนกกระจิบนั่นก็คือคุณชายในสกุลนี้น่ะสิ”

                “ใช่แล้วเจ้าค่ะ! คุณชายจินวั่งซูเป็นพระญาติขององค์ชายสิบสองหรือจวิ้นอ๋องที่ตอนนี้เป็นราชบุตรเขยของแคว้นจินส่วนน้องสาวคนที่สามของเขาก็ยังเป็นฮูหยินของท่านแม่ทัพใหญ่แคว้นจินที่เป็นท่านน้าของท่านอ๋องใหญ่ด้วย”

                กงเชาฟังจบก็ทำตาโต“คนผู้นี้เห็นทีคนทั่วไปคงไม่กล้าล่วงเกินแล้ว”

                “ยังมีเรื่องเล่าอีกว่าคุณชายจินผู้นี้เข้านอกออกในวังหลวงเพื่อเข้าเฝ้าหมิงฮ่องเต้กับฮองเฮาได้อย่างสะดวกสบายเพราะเคยถวายงานกับทั้งสองพระองค์จนเป็นที่พอพระทัยมาก่อน”

                “ยิ่งฟังข้าก็ยิ่งรู้สึกว่าพวกเราไม่เกี่ยวข้องกับเขาได้เป็นดี”

                “แต่ข้ายังอยากไปดูโรงน้ำชากับสำนักข่าวนกกระจิบนะเจ้าคะ”

                กงเชาตบบ่าศิษย์น้องเบาๆ “ไปดูก็ได้แต่เราคงต้องระวังให้มากอย่าให้เขาสนใจพวกเราก็แล้วกัน ข้ากลัวว่าเขาจะมาจับผิดท่านอาจารย์”

                “ข้าก็คิดเหมือนท่าน ศิษย์พี่รองครั้งก่อนที่เราช่วยเรื่องคดีคุณชายสือ หวังว่าคงไม่เป็นที่เอิกเกริกหรอกนะข้ากลัวว่าคนของสำนักข่าวนกระจิบจะเอาไปเขียนข่าวน่ะสิ”

                “เจ้ายังไม่ได้อ่านจดหมายข่าวของพวกเขาหรือ?”

                เสี่ยวหยี่ส่ายหน้า“เมื่อวานข้าได้ยินว่าขายหมดแล้วเลยไม่ได้ซื้อ”

                “เราไปร้านแถวนี้ดู เผื่อจะเหลือบ้าง”

                ร้านขายหนังสือใกล้วัดไม่ค่อยมีผู้มาซื้อหาบ่อยนักจึงเหลือจดหมายข่าวตกค้างทั้งฉบับเดิมด้วยเสี่ยวหยี่รีบหยิบทุกฉบับออกมาแล้วล้วงเงินจ่ายร้านนี้มีโต๊ะหน้าร้านตั้งไว้ให้นั่งอ่านด้วยเด็กหญิงจึงรีบไปนั่งแล้วกางจดหมายข่าวออกดู แต่ละฉบับมีจำนวนสิบแผ่น

                “ท่าทางคุณชายจินจะขายข่าวได้เงินแต่ละเดือนไม่น้อยเชียวเจ้าดูสิแค่สิบหน้าก็เท่ากับราคาก๋วยเตี๋ยวสองชามแล้วซ้ำยังมีการแนะนำร้านค้าในเมืองหลวงแทรกเข้ามาอีก”

                “เขาคงจะได้เงินจากการรับจ้างเขียนแนะนำร้านค้าน่ะได้ทั้งค่าขายข่าว ได้ทั้งเงินจากร้านค้า นับว่าคุ้มค่ายิ่งนัก”เสี่ยวหยี่ตอบอย่างไม่ค่อยใส่ใจขณะกวาดตามองไปตามหัวข้อข่าวในเล่ม

                “นี่ๆ เล่มล่าสุดเขียนเรื่องการรื้อคดีของคุณชายสือและคำสารภาพของคนร้ายด้วย”

     

    ***************************

             

     

     

    นิยายแนะนำ

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    195K 399
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226