“มานี่เลยมานี่ทำอะไรไม่คิดถ้าเกิดรถมันตกลงที่ป้อมยามจะทำยังไงยามเป็นแค่คนธรรมดานะ ถึงตายเลยนะสตีฟ” ซาร่าเดินเข้ามาก่อนจะใช้มือดึงหูสตีฟ
“โอ๊ยที่รักผมผิดไปแล้วที่สำคัญผมกะแรงถูกหรอกน่า” สตีฟแกล้งร้องโอดโอยทั้งๆที่ไม่ได้เจ็บอะไร
“ยังจะมาพูดแบบนี้อีก” ซาร่ามองสตีฟด้วยสายตาเขียวปั๊ด
“แฮ่ะๆขอโทษ” สตีฟหัวเราะแห้งๆก่อนจะเหลือบมองดูอาจารย์ที่ชื่อสมิธซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของเจ้าแดนเวอร์
ชี่ !! สมิธกำลังใช้มือเปล่าๆละลายประตูรถที่เป็นเหล็ก
โหถึงกับละลายเหล็กได้ความร้อนต้องมากกว่าหนึ่งพันองศาเลยนะนั่นฉายาซาลามันเดอร์งั้นเหรอไม่ธรรมดาเลย สตีฟคิดในใจหลังจากเห็นสิ่งที่สมิธทำ
“อ่ะแฮ่ม” อิจิยะแกล้งกระแอมเบาๆทำให้สตีฟพึ่งจะรู้ว่ามีคนอยู่อีกคน
“สวัสดีครับคุณสตีฟผมอิจิยะยินดีที่ได้รู้จักครับ” อิจิยะกล่าวทักทายสตีฟพลางยื่นมือออกมา
“เอ่อครับ” สตีฟพยักหน้าแบบงงๆก่อนจะยื่นมือไปจับมือกับอิจิยะ
หลังจากปล่อยมือด้วยความสงสัยว่าชายคนที่ชื่ออิจิยะเป็นใครสตีฟจึงรีบใช้ระบบตรวจสอบทันที
“หือหนึ่งในสิบผู้ก่อตั้ง !!” สตีฟอุทานเบาๆ
“ใช่ครับผมเป็นหนึ่งในสิบผู้ก่อตั้งโค้ดเนมวัน !!” อิจิยะยิ้มออกมา
“ผมต้องเรียกคุณด้วยโค้ดเนมเหมือนคุณโฟว์หรือเปล่า” สตีฟถาม
“เรียกอิจิยะเฉยๆก็ได้ครับผมไม่ถือ” อิจิยะว่ายหน้า
“ครับคุณอิจิยะ” สตีฟพยักหน้าตอนนั้นเองสมิธที่ช่วยหลานชายเสร็จแล้วก็หิ้วปีกหลานชายเข้ามาหาสตีฟ
“คุณคือสามีของอาจารย์ซาร่าสินะ ช่วยบอกผมทีนี่มันเรื่องอะไรกันคุณที่เป็นผู้ใหญ่ทำไมถึงมารังแกเด็กๆอย่างหลานผม นี่คุณคิดว่าคุณเลเวลสูงแล้วจะรังแกใครก้ได้งั้นเหรอครับ” สมิธพูดด้วยท่าทางใจเย็นและสุภาพแต่สำหรับสตีฟแล้วเหมือนกับสมิธกำลังด่าเขาว่าผู้ใหญ่รังแกเด็กมากกว่า
“ก่อนคุณจะถามผมคุณไม่ถามหลานชายคุณก่อนงั้นเหรอว่าทำไมผมถึงทำแบบนั้น ผมคิดว่าตัวผมเองเป็นคนมีเหตุผลนะและผมเองก็ไม่เคยไปหาเรื่องใครก่อนด้วย ว่าแต่หลานคุณไม่เป็นอะไรมากใช่มั้ย” สตีฟพูดพลางมองดูหน้าผากของแดนเวอร์ที่มีเลือดไหลออกมา
“หลานผมไม่เป็นอะไรมากแค่หน้าผากแตกนิดหน่อยส่วนที่หมดสติไปเพราะช็อคมากกว่า ถ้าอย่างนั้นผมขอพาหลานผมไปห้องพยาบาลหน่อยแล้วกันเอาไว้ผมถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากหลานผมเรียบร้อยแล้วเราค่อยมาคุยกัน ถ้ารู้ว่าคุณรังแกหลานผมล่ะก็ต่อให้คุณเลเวลสูงเกือบสองร้อยห้าสิบผมก็ไม่กลัวหรอกนะ” สมิธพูดก่อนจะหิ้วแดนเวอร์ไปทันที
“เหอะๆถามให้ตายตรูก็ไม่ผิดหรอกเฟ้ย” สตีฟพูดเบาๆไล่หลังสมิธไป
“สตีฟสรุปนายทำแบบนั้นทำไมมันเกิดเรื่องอะไรขึ้น” ซาร่าที่เห็นว่าสมิธไปแล้วจึงถามสตีฟแทน
“คือเรื่องมันเป็นแบบนี้หลังจากผมเอายำวุ้นเส้นส่งให้ยามที่หน้าป้อมเสร็จผมก็ว่าจะขับรถเข้าไปในเมือง แต่ผมยังขับไปได้ไม่ถึงไหนเลยจู่ๆก็เจอรถปอเช่นั่นตรงทางโค้กที่สำคัญเจ้ารถนั่นดันขับอยู่เลนผมอ่ะดิด้วยความตกใจผมและปอเช่ก็เลยหักหลบทั้งคู่ รถผมที่หักหลบไปชนเข้ากับข้างทางจนล้อเบี้ยวเป็นเลขแปดเลย ส่วนปอเช่นั่นก็ไปชนกับป้ายบอกทางที่ริมถนนเป็นรอยนิดหน่อย ตอนนั้นเองคนขับปอเช่เจ้าแดนเวอร์นั่นก็ลงมาหาเรื่องผมเรียกค่าเสียหายห้าล้าน ตอนแรกผมก็ว่าจะจ่ายๆให้จบไปอยู่หรอกแต่เจ้าแดนเวอร์บ้านั่นดันปากดีผมเลยสั่งสอนนิดหน่อย” สตีฟเล่าเรื่องคร่าวๆให้ซาร่าฟัง
“อย่างนี้นี่เองฉันก็พอจะได้ยินเรื่องของหลานอาจารย์สมิธมาเหมือนกันดูเหมือนว่าจะย้ายมาอาศัยอยู่กับสมิธที่ย้ายมาทำงานที่นี่ เห็นได้ยินข่าวว่าหลานของอาจารย์สมิธนั้นชอบใช้ชื่อเสียงของสมิธข่มขู่คนธรรมดากับพวกฮีโร่เลเวลต่ำๆเสมอ” ซาร่าพูด
“เจ้าสมิธอะไรนั่นเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ” สตีฟถาม
“เก่งสิ สมิธนั้นเป็นฮีโร่แนวหน้าติดหนึ่งในร้อยของสมาคมฮีโร่ในอเมริกาเลยนะ” ซาร่าบอก
“เหอะๆหนึ่งในร้อยงั้นเหรอพวกคนป่าที่อเมซอนยังเก่งกว่าเลยมั้ง” สตีฟพูดลอยๆ
“อเมซอน ?? คนป่า ???” อิจิยะที่ยืนเงียบๆอุทานหลังจากได้ยินสิ่งที่สตีฟพูด
“ว่าแต่ที่รักไม่รีบกินยำวุ้นเส้นจะดีเหรอเดี๋ยวอืดนะ” สตีฟมองดูกล่องยำวุ้นเส้นในมือซาร่าที่เธอถือติดมือมาด้วย
“ว้ายลืมไปเลย !!” ซาร่าอุทานออกมาเธอเองก็ลืมเลยว่ายังไม่ได้เก็บมันเข้ากระเป๋ามิติ
“ถ้ายังไงเราไปทานอาหารกลางวันให้เรียบร้อยกันก่อนมั้ยครับ ผมจะได้คุยธุระต่อด้วย” อิจิยะพูด
“ได้ค่ะ” ซาร่าพยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะที่รัก” สตีฟพูดพลางจะเดินกลับบ้านวันนี้เขาไม่มีอารมณ์เข้าเมืองแล้ว
“เดี๋ยวก่อนสตีฟนายก็ต้องไปด้วยเพราะธุระของคุณอิจิยะนั้นมันเกี่ยวกับนายโดยตรง” ซาร่ารั้งสตีฟเอาไว้
“เกี่ยวกับผม !!” สตีฟชี้หน้าตัวเองพลางรู้สึกถึงลางที่ตนจะต้องเหนื่อย
“ใช่ครับเรื่องนี้มันเกี่ยวกับคุณสตีฟและชีวิตคนนับแสน” อิจิยะพูด
“ชีวิตคนนั้นแสน !!!” สตีฟอุทานเสียงดัง
“ชู่ว !! อย่าเอะอะไปครับคุณสตีฟเดี๋ยวมีใครได้ยินจะเป็นเรื่อง” อิจิยะพูด
“ยังไงก็ไปที่ห้องรับรองก่อนแล้วกันอ่ะนี่สตีฟบัตรผ่านเข้าโรงเรียนชั่วคราวติดตัวเอาไว้” ซาร่าหยิบบัตรผ่านที่อาจารย์ทุกคนมีคนละหนึ่งใบออกมาให้สตีฟ
“ถ้าอย่างนั้นไปกันเถอะครับ” อิจิยะเมื่อเห็นว่าเรียบร้อยแล้วก็ออกเดินนำกลับไปที่ห้องรับรองก่อนหน้าที่เขาใช้นั่งคุยกับซาร่าทันที
ที่ห้องรับรอง
หลังจากสตีฟ ซาร่าและอิจิยะมาถึงห้องรับรองที่ว่าซาร่าก็ปล่อยให้สตีฟคุยกับอิจิยะเองทันทีส่วนตัวเธอนั้นรีบกลับไปที่ห้องพักครูเพื่อไปนั่งกินยำวุ้นเส้นของเธออยู่เพียงคนเดียวเงียบๆ
“เอ่อ...กินด้วยกันมั้ยครับ” สตีฟหยิบอาหารที่มีติดกระเป๋าออกมาตอนนี้บรรยากาศในห้องทำให้สตีฟรู้สึกอึดอัดไปหมดเพราะอิจิยะไม่เริ่มพูดสักทีว่ามันมีเรื่องอะไรเกี่ยวกับตัวเขากันแน่
“ก็ดีครับเอาไว้อิ่มแล้วค่อยคุยกันเพราะเรื่องที่จะคุยเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเครียดพอสมควร” อิจิยะพยักหน้าจากนั้นสตีฟก็เอาอาหารและอุปกรณ์ในการกินออกมา
“สมกับฉายาสุดยอดพ่อบ้านเลยนะครับเนี่ยมีทุกอย่างพร้อมเลย” อิจิยะพูดอย่างชื่นชม
“ฮ่ะๆก็แค่ติดเป็นนิสัยน่ะครับก็นะผมทำแบบนี้มาเกือบสิบปีนี่นา” สตีฟหัวเราะ
“อ๊ะจริงสิผมยังไม่ได้ขอบคุณ คุณเรื่องที่เม็กซิโกเลย ผมในฐานะตัวแทนภาครัฐขอขอบคุณคุณสตีฟมากเลยนะครับที่ช่วยจัดการเจ้ากาเมร่านั่นให้ ถ้ามีเรื่องอะไรที่ผมสามารถช่วยได้ล่ะก็บอกมาได้เลยนะครับ เพราะผมเองก็ไม่รู้จะให้รางวัลอะไรตอบแทนคุณดีเหมือนกันเพราะผมไม่รู้ว่าคุณต้องการอะไร” อิจิยะพูดก่อนจะลองชิมอาหารของสตีฟ
“อร่อย !!” อิจิยะเผลออุทานออกมา
“ไม่เป็นไรหรอกครับว่าแต่เม็กซิโกเมื่อไหร่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมเหรอครับ” สตีฟถามพลางกินอาหารเข้าไปบ้าง
“คงอีกสองสามปีน่ะครับผมไม่อยากให้ฮีโร่แนวหน้าเข้าไปกวาดล้างพวกสัตว์กลายพันธ์เพราะถ้าทำแบบนั้นฮีโร่เลเวลต่ำๆจะไม่มีสถานที่เก็บเลเวลเอาเพราะที่เม็กซิโกนั้นเป็นสถานที่เก็บเลเวลของเหล่าฮีโร่ที่เลเวลหนึ่งร้อยถึงหนึ่งร้อยห้าสิบ ส่วนแคนนาดานั้นเป็นสถานที่ของพวกเลเวลหนึ่งร้อยห้าสิบขึ้นไป” อิจิยะพูด
มองการไกลมาก แถมไม่เห็นแก่ตัวเพราะการที่ฮีโร่ระดับสูงๆจะลุยล้างบางสัตว์กลายพันธ์ทึ่นั่นด้วยตัวคนเดียวใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ แต่คนๆนี้กลับคิดถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตน สตีฟที่ได้ยินสิ่งที่อิจิยะพูดก็ชื่นชมเขาอยู่ในใจ
“ว่าแต่ก่อนหน้านี้ได้ยินคุณพูดเรื่องอเมซอน กับคนป่า ผมค่อนข้างสนใจเรื่องนั้นมากเลยพอจะเล่าให้ฟังได้มั้ยครับ” อิจิยะถามสตีฟ
“ได้สิครับจริงๆก็ไม่มีอะไรมากหรอกแค่สองสัปดาห์ก่อนผมเดินทางไปที่อเมซอนมา” สตีฟพูด
“เดินทางไปอเมซอนบ้าน่า คุณเดินเท้าไปงั้นเหรอ” อิจิยะอุทานออกมา
“เปล่าครับผมขับเฮลิคอปเตอร์ไป” สตีฟส่ายหน้า
“เฮลิคอปเตอร์คุณมีมันได้ยังไงกันมันเป็นพาหนะควบคุมโดยรัฐบาลนะ” อิจิยะสงสัย
“ผมไม่ได้เอามาจากรัฐบาลหรอกครับพอดีคนรู้จักผมสร้างให้ มันเป็นเครื่องส่วนตัว” สตีฟพูด
คนที่มีกำลังและความสามารถจะสร้างเครื่องบินได้ในตอนนี้นอกจากรัฐบาลแล้ว ถ้าเดาไม่ผิดน่าจะเป็นบริษัทสตาร์คอินดัสทรี่ อิจิยะลองเดาดูในใจ
“แล้วที่นั่นเป็นไงบ้างเหรอครับ สัตว์กลายพันธ์เลเวลเท่าไหร่พอจะบอกให้ผมได้ทราบได้มั้ย” อิจิยะถามด้วยความสนใจเป็นอย่างมาก
“ได้สิครับ” สตีฟพยักหน้าก่อนจะเริ่มเล่าทุกอย่างให้ฟังสตีฟเล่าเรื่องทั้งหมดอยู่เกือบสิบนาทีจนอาหารในจานของทั้งคู่หมดไปนานแล้วก็ยังไม่เลิกเล่า
“เหลือเชื่อมาก ยังมีมนุษย์อาศัยอยู่ที่นั่นได้อีกงั้นเหรอเนี่ย ที่สำคัญมนุษย์พวกนั้นไม่ได้รับระบบช่วยเหลือด้วยที่สำคัญเลเวลของพวกนั้นยังเกินสองร้อย” อิจิยะเมื่อได้รู้ว่ายังมีพวกคนป่าอาศัยอยู่ที่นั่นก็อดทึ่งไม่ได้
“ใช่ครับพวกนั้นเลเวลเกินสองร้อยทุกคนเลย น่าเสียดายพวกนั้นไม่มีระบบเลยไม่รู้ว่าตัวเองนั้นมีสกิลอะไร แต่ก็มีบางคนนะครับที่สามารถใช้สกิลได้ แถมพวกนั้นยังรู้จักอยู่ร่วมกับธรรมชาติ” สตีฟพูด
“นี่มันเป็นเรื่องที่บ้ามากเลยเมื่อก่อนผมเคยคิดว่าเป็นตัวผมเองที่มีเลเวลมากที่สุดในโลกจนกระทั่งคุณปรากฎตัวขึ้นมา แต่นึกไม่ถึงเลยว่ายังมีมนุษย์ที่รอดจากยุคสมัยที่เลเวลสูงขนาดนั้นอาศัยอยู่ในประเทศที่ล่มสลายไปแล้ว” อิจิยะสูดลมหายใจเข้าลึกๆพลางเงยหน้ามองเพดาน
“ว่าแต่เรื่องที่คุณต้องการคุยกับผมที่เกี่ยวกับชีวิตนับแสนมันคือเรื่องอะไรงั้นเหรอครับ” สตีฟถามอิจิยะทำให้อิจิยะมีท่าทีจริงจังขึ้นมาทันที
“มันเป็นเรื่องที่เราจะต้องขอร้องให้คุณช่วยเหลืออีกครั้งครับคุณสตีฟ....เรื่องที่ผมอยากจะขอร้องคุณก็คือผมอยากจะให้คุณช่วยจัดการมังกรดำ ที่กำลังมุ่งหน้ามาที่วอชิงตันให้ทีครับ” อิจิยะพูด
“มังกรดำ อย่าบอกนะว่าไอ้ตัวที่ตรวจสอบไม่ได้นี่คุณจะให้ผมไปตายรึไง !!” สตีฟอุทานออกมาเสียงดังหลังจากได้ยินสิ่งที่อิจิยะบอก
“เข้าใจผิดแล้วครับไม่ใช่ตัวนั้นตัวที่กำลังมุ่งหน้ามาที่วอชิงตันคือตัวที่เลเวลสามร้อยสี่สิบสี่ต่างหากล่ะครับจากข่าวที่ได้มามันกำลังมุ่งหน้าไปวอชิงตันทั้งหมดเจ็ดตัว” อิจิยะรีบแก้ไขความเข้าใจผิด
“เหอะๆตัวนั้นนี่เอง” สตีฟลืมไปว่ายังมีมังกรดำตัวเล็กๆอีกในวันนั้น
“คุณจะช่วยเราไม่สิคุณจะช่วยมนุษย์ชาติอีกครั้งมั้ยครับคุณสตีฟ” อิจิยะถามสตีฟอย่างมีความหวัง
“อืม...” สตีฟหลับตาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลืมตาออกมา
“ไอ้ช่วยผมก็อยากจะช่วยหรอกนะครับ แต่ครั้งนี้ผมคงต้องปฏิเสธผมว่าคุณอิจิยะรีบกลับไปและอพยพคนออกจากวอชิงตันแทนยังจะง่ายกว่าให้ผมไปจัดการกับมันเสียอีก” สตีฟพูดออกไปตามตรง
“ปะ ปะ ปฏิเสธ !!” อิจิยะอุทานออกมาเขานึกว่าสตีฟจะตอบตกลงเสียอีก
ถึงตรูจะเทพยังไงแต่นั่นมังกรเลเวลสามร้อยสี่สิบสี่นะ ถ้าตัวๆน่ะยังพอไหวแต่นี่มีตั้งเจ็ดแถมมันยังบินได้ ถ้าตรูเลือกสู้ล่ะก็ซาร่าก็ต้องเป็นคนพาตรูไปสู้ศึกกลางอากาศน่ะสิ ตรูไม่เอาซาร่าไปเสี่ยงหรอกเฟ้ย สตีฟคิดในใจที่เขาปฏิเสธก็เพราะเหตุนี้นั่นเองเขาไม่อยากให้ซาร่าไปเสี่ยงดังนั้นการให้อิจิยะรีบอพยพคนออกจากวอชิงตันจึงน่าจะเป็นวิธีที่ง่ายกว่าแถมถ้าให้เขาสู้จริงๆก็ไม่มีอะไรรับประกันอีกว่าเขาจะชนะ
จบ...
ตัวอย่างมังกรดำที่กำลังบุกมาวอชิงตัน