และเมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ ประตูด้านข้างคนขับก็ถูกเปิดออกด้วยฝีมือของคนข้างใน เด็กสาวรีบก้าวเข้าไปนั่งก่อนจัดการปิดประตูแล้วรถคันนั้นก็แล่นออกไปภายในเวลาไม่กี่วินาที
“รอนานไหมครับ”
คิรากรหันไปถามคนที่เขาพึ่งรับขึ้นรถมาหยกๆด้วยความอาทร
“ไม่เป็ไรค่ะ เริ่มชินแล้ว”
เด็กสาวตอบ เธอไม่สนใจอะไรเลยแค่ได้อยู่ใกล้ๆเขาเท่านั้นจริงๆ
“รู้สึกว่าลำบากไหมที่มาคบกับพี่”
เขาละมือข้างหนึ่งจากพวงมาลัยมากุมมือเธอไว้
“ตั้งใจขับรถให้ดีก่อนเถอะค่ะ”
เด็กสาวบอกอย่างเก้อเขินและไม่อยากให้เขาต้องกังวลใจ ชายหนุ่มยิ้มอ่อนโยนมีความสุขกับความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วพลางหันไปตั้งใจขับรถตามที่เธอบอก
รถวิ่งมาไกลจนถึงริมทะเลสาบแห่งหนึ่งที่มีบรรยากาศเงียบสงบห่างไกลบ้านเรือนผู้คน ชายหนุ่มจึงจอดรถแล้วพาเด็กสาวลงไปนั่งเล่นที่ทุ่งหญ้าเขียวขจีที่ดอกสีเหลืองเล็กๆของมันแต้มอยู่พราวไปหมดทั้งทุ่ง ลมพัดค่อนข้างแรงอยู่ตลอดเวลาไล่ไอแดดยามบ่ายไม่ให้ร้อนอย่างที่ควรจะเป็
“คราวนี้จะตอบได้หรือยังว่ารู้สึกลำบากไหมที่ต้องมาคบกับคนอย่างพี่”
เขาถามเธอถึงเื่คุยกันค้างไว้ตอนอยู่ในรถ
“ใครไปคบกับพี่ั้แ่เมื่อไหร่ค่ะ”
วนิศราทำตาวาวๆเหมือนจะค้อนเขา
“ อ้าว อย่าบอกน่ะว่าที่ทำให้พี่ฝันถึงอยู่ทุกคืนนี้เป็แค่การหลอกลวง”
ชายหนุ่มทำท่าตัดพ้อต่อว่าทั้งๆที่รู้ใจเธอดีอยู่แล้วเต็มอก
“พี่คิวค่ะ...”
เด็กสาวไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ชายหนุ่มจึงรวบเอามือบางทั้งสองข้างของเธอไปกุมไว้
“นิดรู้ไหมว่าชีวิตของพี่มีความหมายขึ้นมากั้แ่ได้รู้จักกับนิด พี่มีความสุขมากมายแค่ได้อยู่ใกล้ๆนิด”
เขากล่าวจริงจังพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยซึ้งของเธออย่างมีความหมาย
“นิดก็เหมือนกันค่ะ”
เด็กสาวตอบเบาๆพลางหลบตาเขาอย่างเขินอาย ส่วนในหัวใจนั้นเหล่าก็เป็สุขเหลือล้นกับความรักที่ท่วมท้นหัวใจ
+ + + + + + + + + + + + + +
“หมู่นี้ได้ข่าวว่ากำลังอินเลิฟจัดอยู่นี่จ๊ะ”
จันทนีย์เอ่ยแซวเพื่อนรักในเวลาหลังเลิกเรียนแล้วกำลังจะแยกย้ายกันกลับบ้าน
“ใครบอกไม่ทราบจ๊ะ”
วนิศราถามกลับ สองพวงแก้มก็แดงปลั่งด้วยความสุขอย่างปิดไม่มิด
“พี่พงษ์ไง เขาบอกว่าพี่คิวแอบมาหาเธอบ่อยๆ”