อภินิหารศาสตราวุธ

    ตอนที่ 64 ชื่อเสียง (ภาค 2)

    ​

    ตอนที่ 64 ชื่อเสียง (ภาค 2)

    เวลาผ่านไปหลายวัน

    ข่าวคราวที่สำนักมังกรสุริยันได้กลายเป็น สำนักอันดับ 1 ต่างแผ่กระจายไปทั่วทั้งทวีป จนมีศิษย์ต่างแห่กันมาสมัครเข้าสำนักกันอย่างไม่ขาดสาย

    บางคนมาเพื่ออยากพบกับรุ่นเยาว์ที่แกร่งสุด ที่โค่นเอี้ยก้วย อดีตรุ่นเยาว์ที่แกร่งสุดได้

    หยางหลง ที่ไม่ต้องการเจอหน้าผู้คน จึงให้คนอื่นปฏิเสธไป

    ทำให้หลายๆคนต่างผิดหวังกัน แต่เป็นธรรมดาเมื่อมีชื่อเสียง แล้วกลายเป็นสำนักอันดับ 1 ย่อมไม่มีใครกล้าเถียง หรือสร้างความไม่พอใจเด็ดขาด

    "หยางหลง เป็นยังไงบ้าง" หยางเจี่ยน ที่เข้ามาหาหยางหลง เมื่อตั้งแต่หลังจากชนะเลิศการแข่ง หยางหลงที่ต้องการเลื่อนระดับ แล้วฝึกฝนตนเองให้แกร่งขึ้นมากกว่านี้ เมื่อเจอเอี้ยก้วยอีกครั้ง จะได้ไม่ต้องลำบากในการเอาชนะมากนัก

    แม้จะมีศิษย์ หรืออาวุโสบางคนที่ต้องการให้หยางหลง กับ หยางเฟิ่ง ที่ได้รับฝึกฝนทักษะปราณจิตขั้น 4 อันหายาก ถ่ายทอดให้คนอื่นๆด้วย แต่หยางเจี่ยนกลับปฏิเสธเรื่องนี้ทันที เพราะทั้งคู่ต่างได้รับมาด้วยตนเอง แล้วเป็นทักษะที่หาได้ยากยิ่ง หากมีการเปิดเผย หรือเผยแพร่ออกไป จะกลายเป็นว่าเปิดเผยความสามารถของ หยางหลง กับ หยางเฟิ่ง ให้คนอื่นรู้จักทันที

    "ตอนนี้ข้ากำลังจะพยายามจะทำความเข้าใจความสามารถของปราณจิตขั้น 4 ที่ข้าได้รับมาให้เข้าใจถ่องแท้มากยิ่งขึ้นท่านพ่อ" หยางหลง ที่ตอบท่านพ่อกลับ ตัวเองเชื่อว่า ความสามารถของปราณจิัตขั้น 4 ต้องมีอานุภาพมากกว่านี้

    แต่ตัวเองกลับดึงออกมาใช้ได้บางส่วน แล้วเป็นเพียงเวลาไม่นาน จึงทำให้ไม่สามารถใช้ออกได้อย่างเต็มประสิทธิ์ภาพ หากตัวเองฝึกฝนจนเชี่ยวชาญแล้วใช้ออกมาได้เต็มที่ จัดเป็นความสามารถที่น่ากลัวอย่างแน่นอน ซึ่งหากได้ดวลกันหนึ่งต่อหนึ่ง ความสามารถของหยางหลงยากที่จะมีคนรับมือได้

    ส่วนของหยางเฟิ่ง แม้จะดูเหมือนเป็นความสามารถที่สุดยอด แต่หยางหลงเชื่อว่า หากหยางเฟิ่งเข้าใจความสามารถปราณจิตขั้น 4 มากกว่านี้ จะช่วยให้ใช้ปราณจิตขั้น 4 ได้อย่างสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น แล้วหากมีปราณที่เพิ่มขึ้นมา หรือสามารถเพิ่มจำนวนการใช้ได้มากกว่านี้ ก็จะเป็นความสามารถที่น่ากลัวอย่างมากในการเล่นงานคู่ต่อสู้จำนวนเยอะในคราวเดียว

    "ดีแล้ว แต่เจ้าอย่าฝืนตัวเองมากจนเกินไปนัก" หยางเจี่ยน กล่าวออกมาเตือนบุตรชาย ที่หมกมุ่นกับทักษะ ความสามารถมากจนเกินไป จนลืมสนใจอย่างดี ซึ่งมันจะไม่ดีนักต่อการฝึกฝนในอนาคต

    ตอนนี้แม้แต่อาวุโสที่ได้ยินข่าวว่าสำนักมังกรสุริยัน ได้เป็นสำนักอันดับ 1 ก็มีความต้องการที่จะกลับเข้ามาอยู่ที่สำนักมังกรสุริยันอีกครั้ง หยางเจี่ยนที่ตอบปฏิเสธอาวุโสคนเก่าอย่างไม่มีเยื่อใยลงทันที

    เพราะด้วยเวลาที่สำนักเผชิญความลำบาก อาวุโสเหล่านี้ล้วนทิ้งสำนักเพื่อจะเอาตัวรอดไปอยู่ที่ดีกว่า แต่ในเมื่อสำนักรอดพ้นวิกฤติจนกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง จะกลับมาช่วงรุ่งโรจน์เช่นนี้ ถือว่าเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจยิ่งนัก

    หากรับเข้ามาอีกครั้ง แล้วต่อไปสำนักเผชิญหน้าวิกฤติขึ้นมาอีกรอบ เมื่อนั้นคนเหล่านี้ย่อมต้องจากไปอย่างไม่ใยดีเช่นเดิม จึงไม่มีประโยชน์ใดที่จะต้องรับคนเหล่านี้ไว้อีก

    หยางเจี่ยน ที่เปิดโอกาสให้คนเก่าได้รับสิ่งตอบแทนแล้วตำแหน่งที่สูงขึ้น จนอาวุโสต่างพอใจ แล้วยินดีอย่างมาก ที่ตนเองตัดสินใจไม่ผิด

    จากนั้นจึงมีการรับอาวุโสคนใหม่ ที่ไม่เคยอยู่สำนักมังกรสุริยันมาก่อน เพื่อขยายสำนักให้ยิ่งใหญ่อีกครั้ง ช่วงเวลาที่ต้องกอบกู้ในระยะเวลา 3 ปีนี้ ต้องใช้ให้เต็มที่ คุ้มค่ามากที่สุด เพื่อจะได้วางรากฐานให้สำนักยิ่งใหญ่อีกครั้ง

    เวลาผ่านไปเป็นเดือน

    ณ.สำนักเอราวัณ

    "ตกลง เจ้าจะให้ข้าส่งคนเข้าไปในสถานที่แห่งนั้นงั้นรึ" เจ้าสำนักเอราวัณ ที่มีนามว่า เหยี่ยนฉี กล่าวออกมากับบุคคลตรงหน้า

    "รึว่าท่านไม่อยากได้ทักษะ ความสามารถหายากเช่นนั้น เหมือนกับบุตรของเจ้าสำนักมังกรสุริยันกัน" บุคคลตรงหน้าคนนี้ คือ อาวุโสหลิวที่ย้ายมาอยู่กับสำนักเอราวัณได้สักพักแล้ว