ตอนที่ 57.5 ภาคผนวกการยึดเมือง .. ภาพรวมเมืองในแอ่ง8แคว้นซงหนาน
หมายเหตุ บุคคลสามคนที่เป็นหัวใจสำคัญในการยึดเมืองเฟิงหัวโดยง่าย คือ
*แม่ทัพเซียงจ้าว นามเซียงจ้าว แซ่ซุน แม่ทัพคุมกองทหาร1,000คน รักษาการณ์ประจำประตูเมืองทิศใต้ เมืองเฟิงหัว , อายุ 50ปี พลังยุทธระดับ3ขั้นต้น เป็นขุนนางทหารตงฉิน เป็นสหายกับผู้นำตระกูลตงฟาง และเจ้าเมืองคนก่อนที่ถูกปลดจากตำแหน่งด้วยข้อหากบฎเมื่อ2ปีก่อน //
ตามกฏการแต่งตั้งของแคว้น นายทหารผู้จะดำรงตำแหน่งแม่ทัพ หรือเป็นนายพันคุมกองทหาร1พันนายได้ อย่างน้อยต้องเป็นจอมยุทธระดับ3 ณ ปัจจุบัน
แคว้นฉิ่งมีแม่ทัพจำนวน 155คน เป็นจอมยุทธระดับ4 จำนวน4คน และแม่ทัพอันเป็นจอมยุทธระดับ3 จำนวน151คน (ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลเท็จหลอกลวงประชาชนแคว้นฉิ่ง จะได้อธิบายในภายหน้า)
*นามไผฟาง แซ่ตงฟาง หัวหน้าหมู่2 หน่วยเสือขาว ก่อนการจัดตั้งหน่วยผู้พิทักษ์ ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าใหญ่หน่วยผู้ปกป้องตระกูลตงฟาง , อายุ40ปี พลังยุทธระดับ3ขั้นต้น (เพิ่งบรรลุระดับ3ได้พร้อมกับเปาซง เจ๊ใหญ่ และอีกบางคน ในช่วงเตรียมการรบของตระกูล) เป็นผู้มีทักษะยุทธ์และความเป็นผู้นำรองลงมาจากซงหาน แต่ก็มักได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำผู้ปกป้องบ่อยครั้งจากซงหาน และไผฟางเป็นผู้น่าเชื่อถืออย่างยิ่งของชาวตระกูลตงฟาง ไผฟางมีนิสัยเป็นคนเงียบขรึมจริงจัง ..
*นามจางฟ่ง แซ่ตงฟาง ผู้อาวุโส6 หัวหน้าฝ่ายวิจัยตระกูลตงฟาง อายุ80ปี เป็นผู้ใช้ปราณเกษตรระดับ3 .. หลายสิบปีมีนี้ มิค่อยได้แสดงตัวต่อคนในตระกูลตงฟาง แม้แต่การประชุมตระกูล ก็มิได้เข้าร่วมทุกครั้ง .. แต่กำลังจะเปิดเผยอีกฐานะหนึ่ง ที่น้อยคนในตระกูลจะรู้ รวมทั้งเบื้องหลังบางส่วนของตระกูลตงฟาง และราชวงศ์แคว้นฉิ่งด้วย .. โปรดติดต่อรับชมต่อไป
*ลักษณะทั่วไปของเมือง
*แต่ละหัวเมืองในแอ่ง8แคว้นซงหนาน (หรือแอ่ง8แคว้นโซเซ .. จะอธิบายชื่อนี้ในภายหลัง) จะสร้างเมืองใหญ่ในพื้นที่ราบที่มาภูเขาสูงชันล้อมรอบ โดยแต่ละเมืองมักจะเปิดเส้นทางเข้าออกไว้ทางเดียว โดยทำกำแพงเมืองสูงราว10-40เมตรไว้
เป้าหมายหลักของเมือง ที่ก่อตั้งขึ้นคือป้องกันการบุกรุกของสัตว์อสูร ไม่ใช่การบุกเมืองของทหาร เพราะ8แคว้นซงหนานนี้ ได้สถาปนาขึ้นโดยราชาของทุกแคว้นต่างสาบานเป็นพี่น้องกัน ทั้ง8แคว้นเป็นเสมือนครอบครัวใหญ่ ตั้งแต่ที่เริ่มอพยพกันเข้ามาตั้งรกรากกันที่นี้ กำแพงเมืองหรือทหาร จึงสร้างขึ้นเพื่อความปลอดภัยจากเหล่าสัตว์อสูร มิใช่จากมนุษย์ด้วยกันเอง ..
แต่แนวคิดพี่น้องร่วมแคว้นทั้ง8 ที่ยืนยาวมาเกือบ1,000ปีนี้ในสายตาของประชาชนทั่วไป มันได้เปลี่ยนแปลงไปในเวลาหลายร้อยปีมาแล้ว จนเริ่มชัดเจนขึ้นมากในช่วง100ปีมานี้ จนการเสริมกำลังทหาร ยุทโธปกรณ์ และกำแพงเมือง เริ่มพัฒนาขึ้น
ทั้งกำแพงเมือง จะยอดเขาที่ล้อมรอบเมือง จะมีป้อมสำหรับเป็นฐานยิงปืนใหญ่ปราณ หรือหน้าไม้ขนาดใหญ่ เพื่อโจมตีผู้บุกรุก! ตัวอย่างเช่น เมืองเฟิงหัวนี้ บนยอดเขาสูงจากระดับกำแพงเกือบ200เมตร จะมีป้อมปืนใหญ่ปราณระดับ4 (สามารถทำร้ายผู้ใช้ปราณระดับ4ได้) อยู่ทั้งสิ้น4กระบอก เพื่อจะยิงได้ระยะไกลกว่าปืนใหญ่ของศัตรูที่มาโจมตีเมือง ..
บนกำแพงเมืองสูง20เมตรนี้ จะมีป้อมยิงหน้าไม้ขนาดใหญ่ระดับ3 (สามารถทำร้ายผู้ใช้ปราณระดับ3ได้) อยู่ห่างกันทุกๆ ระยะ50เมตร
ในแต่ละเมืองจะแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนๆ สำหรับรองรับคนในเมืองได้สูงถึง300,000คน ซึ่ง5ปีก่อนหน้านี้ แคว้นฉิ่งที่อัตราคนอยู่ในเมืองทั้ง17หัวเมือง เฉลี่ยอยู่ที่เมืองละ100,000คน (ยังไม่นับรวมประชากรที่กระจายอยู่ตามหมู่บ้านรอบๆ นอกกำแพงเมือง) โดยมีทหารประจำเมือง เมืองละ 10,000คน แต่ปัจจุบันมีผู้คนหลบหนีออกนอกเมืองจำนวนมาก เช่นในช่วงกลางเดือน3 ปีดาราที่3018นี้ ก็มีผู้อพยพไปอยู่เชิงเขาตระกูลตงฟางเกือบ30,000คน ยังไม่รวมสถานที่ต่างๆ นี่นับเป็นกลียุคของแคว้นฉิ่งเลยทีเดียว+
ในแต่ละเมืองจะแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนๆ โดยบริเวณติดกำแพงเมือง จะเป็นค่ายทหาร เปิดช่องถนนใหญ่ไว้เฉพาะทางที่ใช้สัญจรผ่านเข้าออกประตูเมือง ถัดจากค่ายทหาร จะเป็นพื้นที่ลานกว้าง ก่อนจะเข้าสู่เขตตลาดชั้นนอก สำหรับค้าขายสินค้าของชนชนต่ำ และไพร่ทั่วไป ถัดมาจากเป็นเขตที่อยู่อาศัยของชนชั้นต่ำ ก่อนจะเข้าสู่เขตสาธารณูปโภคชั้นกลาง ..
โดยที่ทางผ่านถนนสายหลัก จากต้องเป็นบริเวณที่มีความสะอาดสูง และจัดระเบียบที่สวยงาม ..
ส่วนสลัม หรือเขตชุมชนสกปรกนั้น จะอยู่ถัดออกไปจากถนนสายหลัก กระจายเป็นบริเวณกว้าง..
จะมีลานประชุมพลขนาดมาตรฐาน12.5ไร่ แบบพื้นที่เปล่าๆ อยู่อย่างน้อย2แห่ง
ถัดจากพื้นที่ส่วนกลาง จะเข้าสู่ตัวเมืองชั้นใน ซึ่งนิยมทำเป็นคลองน้ำไหลผ่าน แน่นอนว่าสะพานที่ข้ามโดยเป็นถนนหลัก จะต้องสวยงาม ส่วนที่เป็นสะพานของชนชั้นต่ำ หรือแรงงาน ก็จะอยู่ห่างจากทางสายหลักมากๆ และสภาพไม่ดีนัก เฉพาะบางเมืองที่เจ้าเมืองห่วงใยทุกชนชั้น จึงจะอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้ ..
ตัวเมืองชั้นใน จะเริ่มจากตลาดของชนชั้นกลาง ที่อยู่อาศัยของชนชั้นกลาง และจะมีลาน จะมีลานประชุมพลขนาดมาตรฐาน12.5ไร่ แบบเป็นสวนสาธารณะ (มีการปลูกต้นไม้ดอกไม้บ้าง) อยู่อย่างน้อยอยู่2แห่ง
ถัดมาจะเป็นจวนเมือง ซึ่งรวมศูนย์ขุนนางสำคัญของเมืองเอาไว้ ถอดแบบแปลนมาจากแบบวังหลวง แล้วลดทอนให้เหลือสิ่งปลูกสร้างให้เหมาะสมกับสถานที่ทำงาน และอยู่อาศัยของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ จะมีลานประชุมเมือง ที่เป็นขนาด4เท่าของลานมาตรฐาน (50ไร่) มีค่ายทหารเล็ก และคลังอาวุธระดับสูง ..
ถัดจากจวนเจ้าเมือง จะเป็นพื้นที่ขนาดเล็กของเมือง แต่มั่งคั่งที่สุด! คือ เขตตลาด และเขตที่อยู่อาศัยของชนชั้นสูง
ในแต่ละเมืองจะมีหอกระจายเสียง เป็นหอสูง15เมตร มีลำโพง2ด้าน ติดตั้งกระจายไปทั่วทั้งเมืองสำหรับกระจายและแจ้งข่าวสารต่างๆ .. ในเมืองมีจุดรับน้ำบริโภค หรือผู้ทำธุรกิจส่งขายน้ำ ควบคุมโดยทหาร .. รายละเอียดระบบสาธารณูปโภคอื่นๆ ในเมือง จะบรรยายให้ภายหน้า
ประการสำคัญอีกหนึ่งเรื่อง ที่อินทราต้องส่งกำลังส่วนหนึ่งมาแฝงตัว คือ ป้องกันการหลบหนีจากทางใต้ดินของเจ้าเมือง .. ทุกเมืองในแคว้นฉิ่ง จะมีทางหลบหนีใต้ดินเพื่อแอบออกนอกเมือง โดยจะมีเส้นทางถึง6เส้นทาง คล้ายว่านำหลักการกระต่ายสามโพรง แล้วนำมาเพิ่มอีกเท่าตัว ..
อินทราจึงต้องระวังพวกเจ้าเมืองจะหลบหนีไปได้ อันอาจจะทำให้การยึดอำนาจปกครองเมืองยากขึ้น หากไม่มีคำสั่งยินยอมให้ทุกคนยอมจำนนต่อลุงเปาซง .. การต่อสู้อาจจะยืดเยื้อต่อไป ซึ่งทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นได้
**รายละเอียดของหมู่บ้านนอกเมือง ในเมือง จะบรรยายให้ภายหน้า
เมืองเฟิงหัวสร้างขึ้นในหุบเขาที่มีภูเขาหินสูงชันรอบด้าน มีเพียงทิศตะวันออกเฉียงใต้ที่เป็นที่ราบ สำหรับเดินทางเข้าออกโดยสะดวก .. เนื่องจากการก่อสร้างแนวกำแพงความยาวเกือบ1กิโลเมตรนี้ มีการจัดแนวหักมุมอยู่ จึงแยกว่ากำแพงเมืองมี2ทิศ คือ ทิศตะวันออก และทิศใต้ ..
จากสภาพของเมืองเฟิงหัว มีกำแพงเมืองสูง20เมตร ที่เน้นการป้องกันการโจมตีของฝูงสัตว์อสูรตั้งแต่เมื่อ100ปีก่อน (ไม่ใช่กำแพงไว้ป้องกันทหารศัตรูมาโจมตีโดยเฉพาะ) ประตูเมืองมีความกว้าง10เมตร สูง5เมตร อยู่จำนวน4ประตู คือ กำแพงตะวันออก มี2ประตู , กำแพงใต้ มี2ประตู .. จะกล่าวถึงรายละเอียดของเมืองแต่ละเมืองต่อไปให้ภายหน้า
บนยอดเขาสูงมุมกำแพงเมือง สูงจากระดับกำแพงเกือบ200เมตรมีป้อมปืนใหญ่ปราณระดับ4 อยู่4กระบอก พร้อมลูกกระสุนปราณจำนวน 40 ลูก ..
บนกำแพงเมืองสูง20เมตรนี้ จะมีป้อมยิงหน้าไม้ขนาดใหญ่ระดับ3 อยู่ห่างกันทุกๆ ระยะ50เมตร จำนวน40อัน ก็คือ บนป้อมธนูใหญ่ จำนวน50ป้อม บนกำแพงยาว1กิโลเมตร จะมีป้อมว่าง หรือใช้ธนูธรรมดาอยู่ 10 ป้อม พร้อมด้วยลูกศรที่มีขนาดยาว5เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำศร 20 เซนติเมตร จำนวน 400 ดอก .. แต่ดูคล้ายแท่งเสียบขนาดใหญ่ มากกว่าจะเป็นลูกศรนะ
สุดท้าย ขอความแสดงความยินดีกับชาวตระกูลตงฟางอีกครั้ง ซึ่งยึดเมืองได้โดยไม่มีผู้เสียชีวิต (ไม่มีความเสียหายใดๆ เลย) ทั้งที่คิดว่าจะพากันมาตายกว่าครึ่งนึง ^_^
