จักรพรรดิผีดิบ

    ตอนที่ 102 ต่อรองฐานะผู้อาวุโส

    ตอนที่ 102 ต่อรองฐานะผู้อาวุโส ในขณะที่แทบบริเวณของตำหนักหลักกำลังเต็มไปด้วยบรรยากาศอึกทึกครึกโครม เสียงของเหล่านักเรียนขานตะโกนดังขึ้นไม่ขาดสาย บริเวณโดยรอบปรากฏเหล่านักเรียนเกือบร้อยชีวิตรายล้อมแท่นประลองสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่ บนแท่นประลองนั้นปรากฏคนสองคนซึ่งกำลังและวรยุทธ์กันอย่างดุเดือด  ในขณะนี้เองที่กาติรัสเดินผ่านฝูงชนด้วยท่าทางสบายๆ โดยที่มีนิสเวมเดินอยู่เคียงข้างไม่ห่างกาย แววตาของจักรพรรดิไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ เขากวาดมองบริเวณโดยรอบพลางพินิจตริตรองบางอย่าง ในขณะที่กำลังกวาดตามอง สายตาของจักรพรรดิกลับเคลื่อนหยุดลงตรงป้ายร้านแห่งหนึ่ง “สมาคมบัญชามังกร” กาติรัสลอบแสยะยิ้มเล็กน้อย… นิสเวมซึ่งกำลังจับจ้องไปทางแท่นประลองด้วยแววตาเป็นประกาย “ที่นี่สู้กันบ่อยจัง…” สาวน้อยกล่าวเสียงใส ข้างนอกก็ต่อสู้ ข้างในก็ต่อสู้ มีบ้างไหมที่จะไม่เห็นคนต่อสู้กัน? นิสเวมแค่ไม่ชินตาก็เท่านั้น สาวน้อยเคยอยู่ในสถานที่ที่เงียบสงบกว่านี้ “ไปกันเถอะ” กาติรัสกล่าวเสียงเรียบ นิสเวมเคลื่อนสายตาออกจากแท่นประลองก่อนจะเดินตามชายหนุ่มไปอย่างเงียบๆ ในขณะที่ชายหญิงทั้งสองกำลังเดินผ่านฝูงชนนับร้อย สายตาหลายสิบคู่จับจ้องมาทางพวกเขาไร้ซุ่มเสียง ส่วนใหญ่ล้วนมองไปที่นิสเวมซึ่งปรากฏเผ้าผมสีแดงฉานเป็นประกายดึงดูดสายตาของผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รอยอักขระสีแดงสดดุจโลหิตที่กอปรกันเป็นรูปนกเพลิงบริเวณหางคิ้ว สิ่งนี้ทำให้ผู้คนมิอาจละสายตาไปจากความงามอันเป็นเอกลักษณ์ หากไม่นับเสื้อผ้าที่ดูสกปรกแล้ว นางนับว่าเป็นสาวงามผู้หนึ่ง งามล้ำไร้ที่เปรียบปาน… กาติรัสเดินตรงไปทางสมาคมบัญชามังกร ทั้งที่ ยังมีร้านค้าแห่งหนึ่งที่ปรากฏผู้คนมากมายอยู่เต็มร้าน ร้านนั้นมีนามว่า “ร้านค้าตำหนักหลัก” เห็นได้ชัดเลยว่ามีบางสิ่งที่แตกต่างออกไป แม้ผู้คนจะนิยมเข้าร้านค้าตำหนักหลักมากกว่า แต่ทว่า… ร้านค้าบัญชามังกรมิได้มีดีแค่ชื่อ มันคือร้านค้าที่ถูกก่อตั้งโดยเผ่าพันธุ์มังกร… ซึ่งทุกอาณาจักรไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ใดล้วนจะมีสมาคมบัญชามังกรอยู่ไม่มากก็น้อย ทันใดนั้นเองที่นิสเวมสังเกตเห็นเส้นทางที่ตนกำลังเดินไป สาวน้อยเอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือ “บะ---บัญชามังกร…” นางเคยมีประสบการณ์การเข้าสมาคมบัญชามังกรมาก่อน มันไม่ใช่สิ่งที่น่าจดจำเท่าไหร่นัก นางอยากจะเอ่ยถามกับกาติรัสอย่างยิ่งยวด แต่หลังจากได้เห็นสีหน้าสงบนิ่งไร้ซึ่งความหวาดหวั่น นางจำต้องเก็บกลืนคำพูดลงไป นางเริ่มหวาดกลัว… สาวน้อยเดินเข้าไปใกล้กาติรัสมากขึ้นอย่างไม่รู้ตัว นิสเวมพยายามไม่ทิ้งระยะห่างจากกาติรัสจนไกลเกินไป แอ๊ด… เสียงของประตูไม้ทรุดโทรมปรากฏรอยผุพังตามกาลเวลาถูกเปิดออก ภายในร้านค้าบัญชามังกรแห่งนี้กลับดูเก่ากึ๊กส่งกลิ่นอายโบราณปกคลุมห้อง ฝุ่นและหยากไย่ปรากฏทั่วทุกบริเวณ ห้องแห่งนี้กลับว่างเปล่าทุกตารางนิ้ว มีเพียงพรมทอดยาวจนสุดปลายซึ่งมีโต๊ะที่ถูกออกแบบไว้เหมือนที่สำหรับการจ่ายเงินหรือจับจ่ายซื้อออกดั่งพวกร้านค้าทั่วไป สถานที่แห่งนี้ดูไม่เหมือนร้านค้าที่มักจะทำความสะอาดอยู่เสมอ บ่งบอกถึงความไม่สนใจใยดีเลยแม้แต่น้อย แต่ผู้คนหารู้ไม่ว่านอกดินแดนนั้น ร้านค้าบัญชามังกรเปรียบดั่งเพชรอันเลอค่า มีเผ่าพันธุ์ใดที่สามารถต่อกรกับเผ่าพันธุ์มังกร? เผ่าพันธุ์มังกรที่ขึ้นครองอันดับหนึ่งของเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกต้นกำเนิด สินค้าที่ถูกขายโดยมังกรย่อมมีค่าเกินกว่าจะจินตนาการได้!! และมันเป็นสิ่งที่มนุษย์ในดินแดนเทพมนุษย์มองข้ามกันทั้งหมด!! เหตุบางส่วนนั้นอาจเป็นเพราะว่า… ข้อแลกเปลี่ยนในการซื้อขายมันยากจนเกินไป… “นั่นใคร…” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาจากบริเวณสุดปลายพรมซึ่งมีโต๊ะตั้งอยู่ เสียงนั้นดังขึ้นมาแม้ว่าภาพเบื้องหน้าจะไม่มีใครอยู่เลยก็ตาม กาติรัสจับจ้องโต๊ะตรงนั้นไม่ไหวติง ในขณะที่นิสเวมกวาดตามองบริเวณโดยรอบอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าหวาดกลัว นางกำลังมองหาต้นกำเนิดของเสียงนั้น เพียงสามลมหายใจ ตึก… หนึ่งฝ่ามือปรากฏเกล็ดสีเขียวปกคลุมพลันคว้าจับขอบโต๊ะไม้ตัวนั้นก่อนจะพยุงร่างของตนเองขึ้นมา เผยเรือนร่างสูงใหญ่ราวสี่เมตรห้าเมตรยืนตระหง่านอยู่หลังโต๊ะตัวนั้น ร่างกายดูคล้ายคลึงกับมนุษย์ทุกประการแตกต่างเสียเพียงเกล็ดสีเขียวที่ปกคลุมร่างกายเสียส่วนใหญ่ เหลือเพียงบางส่วนเท่านั้นที่เผยผิวหนังดั่งมนุษย์ปกติ มันมีหางยาวสีเขียวมรกตซึ่งสุดปลายแหลมคมดุจใบมีด ดวงตาคมกริบทำให้มันดูน่าเกรงขามเป็นเท่าตัว ปีกใหญ่กว้างราวกับว่าหากมันกางปีกทั้งสองออกมันอาจมีขนาดยาวได้ถึงสิบเมตร… ไม่ทราบว่าตั้งแต่ตอนไหนที่กาติรัสสวมหน้ากากทมิฬปรากฏอักขระสีทองอร่าม แม้กระทั่งผ้าอาภรณ์ยังกลับกลายเป็นอาภรณ์สีดำตัวใหญ่ มันไม่ใช่เครื่องแบบของสถาบันมังกร มันคืออาภรณ์แบบเดียวกันกับที่เซียนอาภรณ์ดำสวมใส่ นอกจากกาติรัสแล้ว นิสเวมกลับสวมหน้ากากสีขาวบริุสทธิ์ไร้มลทิน หน้ากากที่สาวน้อยสวมไม่มีรอยใดๆปรากฏ มีเพียงสีขาวบริสุทธิ์ในทุกตารางนิ้ว นิสเวมคิ้วเลิกขึ้นสูงด้วยความประหลาดใจ จู่ๆสาวน้อยก็รู้สึกมีบางอย่างครอบหน้าของเธอเอาไว้ แต่น้ำหนักของมันกลับเบาบางอย่างถึงที่สุด เบาบางยิ่งดุจขนนกราวกับมิได้สวมใส่เอาไว้ ภายใต้หน้ากากสีขาวโพลนใบนั้น เธอกลับสามารถมองภาพเบื้องหน้าได้ราวกับไม่ได้สวมมัน ผิวของหน้ากากไม่ได้ขัดขวางการมองเห็นของเธอเลย ทุกอย่างมันชัดเจนราวกับยามปกติ ฝ่ามือของหญิงสาวแตะต้องหน้ากากบนใบหน้าด้วยความสับสน ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่นางสวมมันเอาไว้? ทันใดนั้น กาติรัสลูบศีรษะของนิสเวมอย่างอ่อนโยน แต่ทว่า… นิสเวมไม่ใช่พวกโง่นางกลับฉลาดล้ำดั่งอัจฉริยะ สาวน้อยสัมผัสได้ถึงเจตนาบางอย่างที่กาติรัสต้องการจะสื่อ เมื่อเธอตระหนักได้ถึงหน้ากากที่โผล่ออกมาในฉับพลัน นิสเวมจึงตัดสินใจไม่ถอดมันออกและเล่นบทตามน้ำไป เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามังกรเบื้องหน้าเป็นมังกรวายุ เกล็ดสีเขียวมรกตอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของพวกมัน “เจ้าเป็นใคร?” มังกรวายุกล่าวเสียงเรียบ นานแค่ไหนแล้วที่มันไม่ได้เจอหน้าผู้คน หนึ่งเดือน? หนึ่งปี? หรือสิบปี? แม้กระทั่งตัวมันเองก็ลืมนับวันเวลาแล้วเช่นกัน คู่สายตาทรนงทอดมองกาติรัสและนิสเวมราวกับผู้สูงส่ง ภายใต้หน้ากากทมิฬกาติรัสลอบแสยะยิ้มเล็กน้อย หนึ่งในสิ่งที่เขาอยากจะยืนยันก่อนเริ่มแผนการ “สมาคมบัญชามังกร” สมาคมการค้าบัญชามังกรแต่ละที่จะมีมังกรหนึ่งตนเป็นผู้ดูแล เป็นร้านค้าที่มีอยู่ทั่วทุกบริเวณของโลกต้นกำเนิด แน่นอน ขึ้นชื่อว่ามังกร ความแข็งแกร่งของมันย่อมเหนือล้ำเกินกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นเกินจะต้านทาน จักรพรรดิมาเพื่อตรวจสอบความแข็งแกร่งนั้นและอีกเหตุผลหนึ่ง… “ผู้คนเรียกขานข้าว่าเซียนอาภรณ์ดำ” กาติรัสเอ่ยขึ้นเสียงราบเรียบ มังกรวายุเปรยมองบุคคลทั้งสองอย่างพินิจตริตรอง มันคือมังกรอย่างแท้จริง นอกจากด้านพละกำลังอันเลิศล้ำ สติปัญญายังนับว่าฉลาดหลักแหลมยิ่ง อาจเป็นเพราะชาติกำเนิดของมันคือมังกร มันจึงไม่มีความรู้สึกหวั่นเกรงต่อสิ่งมีชีวิตใดบนโลกและในขณะนี้สายตาเหยียดหยามกำลังจับจ้องคนผู้หนึ่งซึ่งถูกผู้คนเรียกขานว่า “เซียนอาภรณ์ดำ” เมื่อมังกรวายุตรวจค่าสเตตัสของเขา ทันใดนั้นเองที่หางตาของมันพลันบิดกระตุกอย่างรุนแรง ว่างเปล่า… ถูกต้อง… มันว่างเปล่า… ในชั่วพริบตาเดียว มังกรวายุจึงกลับคืนสู่ความสงบได้อีกครั้ง ทันทีที่ความทรงจำของเสียงมนุษย์บางคนวาบผ่านเข้ามา มันจึงได้สติกลับคืน พวกมนุษย์แห่งนี้อวดอ้างว่าตนเองสามารถสร้างวัตถุชิ้นหนึ่งซึ่งมีคุณสมบัติในการปกปิดค่าสเตตัสของตนเอง แต่ทว่า มังกรวายุไม่คิดว่ามันจะทรงพลังถึงเพียงนี้ มีประสิทธิภาพมากขึ้นถึงปกปิดค่าพลังจากมังกร!! “เซียนอาภรณ์ดำ? เซียนรึ?!” มังกรวายุเอ่ยชื่ออีกฝ่ายขึ้นก่อนจะบังเกิดหัวเราะลั่นสะท้านห้องตามติดมา “เจ้าคิดว่าตนเองคู่ควรแก่คำว่าเซียนรึ!! ฮะฮ่าฮ่าฮ่า” ตัวตนของเซียนนั้นเปรียบได้ดั่งตำนานตั้งแต่โบราณกาล มันเป็นคำที่ถูกกล่าวกันตั้งแต่โบราณ… เหล่ามนุษย์อาจจะไม่รู้ที่มา แต่มังกรเยี่ยงมันย่อมรู้และเข้าใจได้เป็นอย่างดี!! ตัวตนที่แข็งแกร่งทัดเทียมต้นตระกูลราชามังกร “เซียน” “หาญกล้า…” เซียนอาภรณ์ดำกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก บรรยากาศโดยรอบราวกับถูกลมน้ำแข็งหนาวจัดปกคลุมในพริบตา ความรู้สึกหนาวเหน็บเสียดแทงกระดูกส่งผลให้มังกรวายุร่างสั่นสะท้าน “โอ้!?” มังกรวายุกล่าวอย่างประหลาดใจ มันแสยะยิ้มกว้างราวกับบรรยากาศดุจถูกคมมีดทิ่มแทงไม่ได้ทำให้ตัวมันรู้สึกหวาดกลัวเลยสักนิดเดียว “เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า เจ้ามีธุระอะไร” มังกรวายุกล่าวในขณะที่ปีกสองข้างสั่นกระเพื่อมเล็กน้อย แววตาของมันเผยความสนุกออกมาอย่างไม่ปิดบัง มันไม่ได้พูดคุยกับคนอื่นมานานมากเกินไป เกือบจะลืมวิธีการพูดแล้วเสียด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม จุดประสงค์ที่เทพมังกรมอบหมายไว้ล้วนติดตรึงถึงสุดขั้ววิญญาณ “ข้ามาเพื่อขายข้อมูล” เซียนอาภรณ์ดำกล่าว โดยที่สาวน้อยข้างกายไม่ได้ขยับหรือเอื้อนเอ่ยวาจาใดๆออกมา “ข้อมูลรึ?!” มังกรวายุโพล่งคำออกอย่างหักห้ามไม่อยู่ สีหน้าของมันเต็มไปด้วยความเย้นหยัยมากกว่าจะประหลาดใจ สายตามองเหยียดมาทางมนุษย์เบื้องหน้า “ข้าละอยากรู้เสียจริงว่าเป็นข้อมูลอันใด…” นานกว่าสิบปีแล้วที่ไม่มีใครย่างกรายเข้าสมาคมการค้าบัญชามังกรสาขาดินแดนมนุษย์ แต่เมื่อมีใครสักคนรวบรวมความกล้าเผชิญหน้าเข้ามา คนผู้นั้นกลับเสนอเรื่องน่าตลกอย่างการขายข้อมูล… ช่างน่าหัวร่อ!! มังกรวายุอยากจะหัวเราะให้ลั่น ขึ้นชื่อว่ามังกรและยังเป็นเผ่าพันธุ์ที่ทรงอำนาจที่สุดในโลกต้นกำเนิด หน่วยข่าวกรองของพวกเขาย่อมเหนือล้ำกว่าสิ่งมีชีวิตใดๆบนโลก นี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหน่วยข่าวกรองของสมาคมการค้าบัญชามังกรเลย… ไม่มีสิ่งใดที่พวกมันไม่รู้!!! “ข้าต้องการสิทธิ์พิเศษระดับผู้อาวุโสจากสมาคมการค้าบัญชาการมังกรในตอนนี้ทันที” ฉับพลันนั้นเอง แววตาของมังกรวายุบิดกระตุกเล็กน้อย สายตาเย้ยหยันปรากฏความประหลาดใจบางส่วน “เจ้ากล้ากล่าวอะไรออกมา…” แม้กระทั่งตัวมันเองยังยากจะเชื่อ สิทธิ์พิเศษระดับผู้อาวุโสของสมาคมการค้าบัญชาการมังกรเปรียบประดุจขึ้นฐานะเป็นผู้อาวุโสของเผ่ามังกรทั้งปวง ความจริงแล้วตำแหน่งนี้จะถูกมอบให้กับแขกผู้มีเกียรติเท่านั้น นอกจากเผ่าพันธุ์มังกรแล้ว สิ่งมีชีวิตที่ถือครองฐานะผู้อาวุโสของเผ่ามังกร สามารถนับได้ด้วยนิ้วมือ และแต่ละคนคือจุดสูงสุดของสิ่งมีชีวิตบนโลกต้นกำเนิด  แต่นี่มันอะไร… มนุษย์เบื้องหน้ามันยังไม่รู้เลยว่าเป็นใครมาจากไหนแล้วจะให้มอบตำแหน่งผู้อาวุโสได้ยังไง!? และที่สำคัญ ตำแหน่งสำคัญระดับผู้อาวุโสของเผ่ามังกรจะต้องผ่านความคิดเห็นของแปดราชามังกรเสียก่อน มันไม่ใช่สิ่งที่จะแต่งตั้งกันได้ง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือ “ข้อมูลของข้าเหมาะสมกับตำแหน่งผู้อาวุโสของเผ่ามังกรทุกประการ” เซียนอาภรณ์ดำเอ่ยซ้ำอีกครั้ง “เจ้าลองพูดข้อมูลของเจ้ามาก่อน และข้าจะพิจารณาอีกทีว่าสมควรหรือไม่” มังกรวายุกล่าวเสียงสั่น ในช่วงเวลานี้ มังกรวายุราวกับถูกขุนเขากดทับร่าง “ข้อตกลงของข้าเห็นสมควรแล้วทุกประการ ถ้าเจ้าไม่พอใจข้าจะได้ไปที่อื่น” เซียนอาภณ์ดำกล่าวในขณะที่หันกายกลับไปทาง ทางออกจากร้าน ภายใต้หน้ากากของสาวน้อยมากเสน่ห์นางดูสับสนเล็กน้อยแต่ก็หันกายตามเขาไป ภายใต้การบีบคั้นของเซียนอาภรณ์ดำ มังกรวายุจำต้องตัดสินใจขั้นเด็ดขาด ไม่ทราบว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ความน่าเชื่อถือของบุคคลเบื้องหน้าเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ อาจเป็นเพราะบุคคลิกลึกลับและกลิ่นอายดุจราชัน และหากคำกล่าวของมันเป็นจริงดังว่า ข้อมูลที่สำคัญถึงขั้นสามารถนั่งเป็นผู้อาวุโสของเผ่ามังกร… หากมันพลาดข้อมูลนี้ไป มันจะไม่รู้สึกผิดต่อเผ่ามังกรทั้งปวงหรอกหรือ? แน่นอน!! มังกรเปี่ยมล้นด้วยศักดิ์ศรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสายเลือดและผู้คนในเผ่าพันธุ์ พวกมันยอมเสียละตนเองได้เสมอหากสามารถช่วยเผ่าพันธุ์ทั้งหมดให้อยู่รอดต่อไปได้ “หยุดก่อน!!” มังกรวายุกู่คำรามพลางคลื่นลมต่ำพัดกระจายโดยรอบ พรมบนพื้นสั่นไหวเล็กน้อย ฝีเท้าของเซียนอาภรณ์ดำชะงักงัน ภายใต้หน้ากากทมิฬกาติรัสตระหนักถึงเรื่องนี้อยู่แล้ว เซียนอาภรณ์ดำเอ่ยขึ้นโดยที่ไม่หันกายกลับไป “ว่ามา” “ข้าให้เจ้าเสนอข้อมูลได้!! แต่ข้อมูลนี้จะถูกพิจารณาและออกความเห็นจากแปดราชามังกร!!” มังกรวายุกู่ตะโกนกลับ เสียงของมันดังสะท้านทั่วทั้งร้านค้า แต่ทว่า กลับไม่มีซุ่มเสียงใดเล็ดลอดออกไปจากร้านแม้เพียงครึ่งคำ ฉับพลันนั้นเองที่เซียนอาภรณ์ดำหันกายกลับมา เขายังเดินไปได้ไม่ไกลนัก ใช้เวลาการเดินเพียงสามก้าวช่วงก็มากพอที่จะมายืนอยู่ต่อหน้าโต๊ะไม้ซึ่งข้างหลังมีมังกรวายุยืนอยู่ นิสเวมที่เห็นดังนั้นจึงหันกายตาม สาวน้อยพยายามเล่นตามน้ำอย่างสุดความสามารถ ดูเหมือนว่าข้อเสนอของมังกรวายุจะมันมากพอจนทำให้เซียนอาภรณ์ดำหันกลับมาสนใจ “สิ่งนี้คือศิลาแปดราชา” มังกรวายุกล่าวพลางนำศิลาขาวบริสุทธิ์ ศิลาก้อนนั้นกลับส่งกลิ่นอายโบราณออกมาอย่างชัดเจน “หากข้าทำลายมันตอนนี้ แปดราชามังกรจะมาปรากฏอยู่ต่อหน้าเจ้าทันที” มังกรวายุกล่าวเสียงที่เบาบางลง  เขากำลังหวาดกลัวการเรียกหาแปดราชามังกร โชคดีนักที่ขณะนี้แปดราชามังกรกำลังประชุมหารือกันอยู่พอดี หากไม่ใช่วันนี้ยากจะสรรหาวันที่แปดราชามารวมตัวกัน สืบเนื่องมาจากความไม่ลงรอยของแปดราชามังกรแต่ละพระองค์ ทำให้การประชุมแต่ละครั้งจะถูกป่าวประกาศกันในหมู่มังกรอย่างเปิดเผย และตอนนี้แปดราชามังกรกำลังประชุมกันอยู่… สำหรับในดินแดนมังกร ผู้ปกป้องของเหล่ามังกรทั้งปวงคือเทพมังกร แต่ผู้ปกครองของเหล่ามังกรทั้งปวงคือราชามังกร ตามหลักแล้ว เทพมังกรสูงส่งและแข็งแกร่งกว่าราชามังกรอย่างเทียบไม่ติด หากแต่เทพมังกรไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปกครองบ้านเมือง… “เจ้าเข้าใจใช่หรือไม่---ถ้าหากข้อมูลของเจ้าไม่คู่ควรดั่งปากว่า ดินแดนมนุษย์ได้ถูกลบหายไปแน่…” ..สเตตัสปัจจุบัน...
    ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:11,201 พลังกาย:82,119,007 พลังเวทย์:83,201,036 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ  

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิผีดิบ ที่คุณอ่าน