Gashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ

    บทที่ 45

    ในที่สุดพิธีกรรมส่งวิญญาณเจ้ากุชชี่ก็จบลงอย่างงดงาม และเรียบง่าย คุณนายเรวดีพึงพอใจกับงานในวันนี้มาก ซึ่งเธอก็ได้บริจาคเงินให้กับทางโบสถ์เป็นจำนวนมากเช่นกัน แน่นอนว่าคนที่ดีใจจนยิ้มไม่หุบเลยก็คือถังลู่ผู้ดูแลโบสถ์แห่งนี้นั่นเอง“ฮ่าๆๆ ทำได้ดีมากครับคุณกร คุณเดวิด นานแล้วนะเนี่ยที่โบสถ์ของเราไม่ได้พบเจอผู้สนับสนุนที่กระเป๋าหนักแบบนี้” ถังลู่กล่าวขึ้นมาด้วยความดีใจขณะมองดูยอดเงินเข้าในสมาร์ทโฟน“เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นเองครับคุณถัง แหะๆ” กรตอบกลับไปตามมารยาท“ไม่หรอกๆ คุณทำได้ดีกว่าที่ผมคาดไว้เยอะเลยนะ เปิดดูหน้าจอเควสย่อยของคุณดูสิ” ถังลู่บอกกับกามเทพฝึกหัดพร้อมกับกดไปสมาร์ทโฟนไปด้วย“หน้าเควสเหรอครับ? เอ๋!...นี่มัน สำเร็จสองเควสย่อยแล้ว! ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังไม่เสร็จสักเควสเลยนี่ครับ แล้วมันเพราะ...เอิ่ม...ผมได้จัดพิธีส่งวิญญาณงั้นเหรอ?” กรที่ดูหน้าจอเควสตามที่หัวหน้าบอกก็อดแปลกใจไม่ได้จริงๆ กับผลสำเร็จที่เกิดขึ้น ‘Rank F -เผยแผ่ความศรัทธา No. 1/5,031/1เงื่อนไข : ต้องเป็นเทพที่มีแต้มติดลบข้อมูลเป้าหมาย :สำเร็จเควสย่อยของโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งไลเทน่า 6 เควสความสำเร็จปัจจุบัน : 2/6 เควสกำหนดเวลา : 5 เดือน 15 วัน 16 ชั่วโมง’ เมื่อกรได้เห็นว่าตัวเองสำเร็จ 2 ใน 6 เควสแล้วก็ดีใจเป็นอย่างมาก เพราะเพียงแค่ไม่กี่วันที่เขาได้มาอยู่ในโลกมนุษย์ในฐานะบาทหลวงฝึกหัด เขาก็สามารถทำเควสย่อยได้สำเร็จอย่างรวดเร็วเกินคาด สิ่งนี้เรียกได้ว่าเป็นกำลังใจที่ดีในการผลักดันกรบรรลุเป้าหมายต่อไปในอนาคต แต่ก็มีบางสิ่งที่น่าสงสัยอยู่เล็กน้อย“คุณถังครับ ที่ผมสำเร็จสองเควสนี่เพราะผมทำอะไรอีกเหรอครับ นอกจากจัดพิธีในครั้งนี้” หลังจากที่หายตื่นเต้นแล้ว กามเทพฝึกหัดก็ตระหนักได้ถึงสิ่งนี้“อย่างนั้นผมจะบอกทีละข้อก็แล้วกันนะ อย่างแรกคือพิธีส่งวิญญาณนี้นอกจากจะช่วยเยียวยาจิตใจของคุณนายคนนั้นแล้ว เงินบริจาคที่โบสถ์ได้รับนั้นเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนกิจกรรมของพวกเราด้วย ผมถึงให้ผ่าน 1 เควส ส่วนอีกเควสนั้นก็มาจากที่คุณช่วยเหลือผู้ที่กำลังเดือดร้อนในงานแสดงสินค้านั่นไง” ผู้ดูแลโบสถ์อธิบายความสำคัญของผลงานที่สมควรจะได้รับการยอมรับออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งเหตุการณ์ทั้งสองนี้ก็เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของทุกคนแล้วว่าผลลัพธ์มันออกมาดีเพียงใด“อ้อ...เป็นแบบนี้นี่เอง ว่าแต่ทำไมคุณถังถึงไม่ให้ผมผ่านเควสแรกตั้งแต่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วล่ะครับ?” จู่ๆกรก็มีความสงสัยเกิดขึ้นมาอีกแล้ว“เรื่องนั้น...ผมลืมให้คะแนนคุณน่ะ แต่วันนี้ผมก็เลยให้ผ่านสองเควสพร้อมกันเลย ยังไงเควสคุณก็ยังทำไม่ครบเพิ่งให้ตอนนี้มันก็ไม่สายไปสักหน่อย ฮ่าๆๆๆ” ถังลู่กล่าวยอมรับตามตรงโดยไม่อายสักนิด แถมยังหัวเราะกลบเกลื่อนเหมือนเป็นแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆเท่านั้น“เอ๋!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” กรถึงกับร้องออกมาสุดเสียงด้วยความตกใจกับความสะเพร่าของผู้ดูแลโบสถ์อายุสามร้อยกว่าปีคนนี้ แต่สุดท้ายแล้วกรก็ไม่สามารถทำอะไรไปได้มากกว่ายอมรับชะตากรรม ที่ต้องทำงานภายใต้หัวหน้าที่ขาดๆเกินๆแบบนี้ อย่างไรก็ตามเขาก็รู้สึกว่าการอยู่ที่นี่มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ถึงจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอยู่บ้างก็ตาม หลังจากที่ถังลู่จากไปด้วยความอารมณ์ดี กรก็จัดการทำความสะอาดสนามหญ้าหลังโบสถ์ต่อ แต่ก็ทำต่อไปได้ไม่นานหญิงสาวผมดำยาวในเสื้อโค้ทสีดำก็เดินตรงเข้ามาหากามเทพหนุ่ม ในขณะที่เขากำลังเช็ดถูกแท่นพิธีกรรม“ที่นายจัดงานศพนี่ก็เพื่อหาผู้สนับสนุนโบสถ์อย่างนั้นเหรอ?” เหมยพูดออกมาเสียงดังจากด้านหลังของกรอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยฮะ? ว่าไงนะครับ?” กามเทพหนุ่มหันไปถามหญิงสาวอีกครั้ง เพราะไม่ทันได้ตั้งใจฟัง ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาชะงักไปเมื่อเห็นสาวสวยในชุดสีดำที่เส้นผมกำลังปลิวไสวไปตามสายลมอย่างงดงาม พร้อมฉากหลังเป็นใบไม้ที่ร่วงโรยให้บรรยากาศแรกพบอันโรแมนติก และด้วยออร่าของหญิงสาวกรจึงรับรู้ได้ว่าเธอก็เป็นเทพเช่นกัน“หึ! ฉันถามว่า...นายจัดงานส่งวิญญาณนี่ก็เพื่อหาผู้สนับสนุนโบสถ์อย่างนั้นใช่ไหม!?” เหมยขึ้นเสียงอีกเล็กน้อยเพื่อให้อีกฝ่ายได้ยินชัดเจน รวมทั้งในตอนนี้เธอเริ่มจะอารมณ์ไม่ดีมากขึ้น เพราะท่าทางของกรเหมือนจะไม่ได้ตั้งใจฟังเธอ“...ไม่ใช่หรอกครับ ผมรับปากเธอเพราะว่าผมสงสารเธอต่างหาก และมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เกินกว่าที่พวกเราผู้เผยแผ่ความศรัทธาแห่งไลเทน่าจะทำได้ เพื่อเยียวยาจิตใจของเธอให้ดีขึ้น อีกอย่างเพราะเธอมาขอความช่วยเหลือพวกเราที่ไปออกบูธให้คำปรึกษา มันก็เป็นหน้าที่ที่จะต้องช่วยอยู่แล้ว” กรเรียบเรียงคำพูดสักครู่ก่อนที่จะอธิบายออกไปตามตรงด้วยน้ำเสียงจริงจัง แม้ว่าหญิงสาวตรงหน้าเขาจะสวยน่ารักก็ตาม แต่เมื่อมาตั้งคำถามที่ฟังดูเหมือนจะเป็นการดูหมิ่นความจริงใจของเขา กรก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้แม้แต่น้อย ด้านเหมยเองเมื่อได้เห็นสีหน้าของกร และได้ยินคำตอบของเขาเธอก็ชะงักไปเช่นกัน เพราะหญิงสาวไม่คิดว่ากามเทพฝึกหัดซื่อบื้อในวันนั้น จะลงทุนจัดพิธีกรรมที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในคัมภีร์ เพราะต้องการช่วยเหลือเศรษฐีณีด้วยใจจริง แต่เมื่อกรได้ยืนยันอย่างหนักแน่นแล้วเธอจึงรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย เมื่อกรเห็นว่าผู้หญิงตรงหน้าเขานิ่งเงียบไปก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เขาจึงได้แต่จ้องมองหน้าเธอต่อไปด้วยความสงสัย ซึ่งมันก็นานพอที่เขาจะพิจารณารูปร่างหน้าตาของอีกฝ่ายจนครบถ้วนตั้งแต่หัวจรดเท้า และทำให้กามเทพฝึกหัดรู้สึกสะกิดใจบางอย่างขึ้นมา“เอ่อ...คุณครับ พวกเราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่า?” นี่ไม่ใช่มุขจีบสาว แต่กรรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาผู้หญิงคนนี้จริงๆ“นะ...นาย! กามเทพตัวซวย! ฉัน...ฉันยังไม่ยอมรับหรอกว่าที่นายทำนั้นมาจากใจจริง นายต้องการผลประโยชน์แอบแฝงแน่ๆ ที่ทำไปก็เพราะต้องการผ่านเควสเผยแผ่ความศรัทธาสินะ เทพตกสวรรค์อย่างนายก็ดีแต่ทำเควสเพื่อเอาตัวรอดให้พ้นจากความลำบากบนโลกเท่านั้น!” เหมยตะโกนออกมาอย่างไม่ยินยอม เพราะภาพจำของเธอที่มีต่อกรในวันวาน ซึ่งเป็นต้นเหตุให้เควสของผิดพลาด เธอจึงไม่อาจยอมรับการกระทำ และคำพูดของเขาแม้แต่น้อย“นี่! สิ่งที่คุณพูดมามันก็เป็นแค่ความคิดของคุณฝ่ายเดียว ซึ่งมันไม่ใช่ความจริงแม้แต่น้อย และถึงผมจะแก้ตัวยังไงมันก็ไม่มีความหมายอยู่แล้ว เพราะดูเหมือนว่าคุณจะไม่เชื่อใจผมสักนิด แต่สำหรับผมแล้วมันก็ไม่สำคัญหรอกว่าคุณจะคิดยังไง เพราะความจริง มีเพียงหนึ่งเดียว!” กรประกาศยืนยันความจริงใจของตัวเองอย่างเข้มแข็ง และก็ไม่ใส่ใจว่าใครจะมองว่าเขาช่วยคนเพื่อเอาหน้า หรือเพื่อเควสก็ตาม“เป็นแค่เทพตกสวรรค์แท้ๆ แต่นายกล้าดียังไงมาว่าฉันไม่มีตาแบบนี้!” หญิงสาวโกรธจัดแล้ว ตอนนี้ออร่าพลังงานสีม่วงรอบตัวของเธอเริ่มแผ่ออกมา และมีสีที่เข้มขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเส้นผมที่ค่อยๆลอยขึ้นมาด้วยตัวของมันเอง กามเทพหนุ่มที่เห็นเช่นนั้นก็ตกใจ เขาไม่คิดเลยว่าแค่การผิดใจกันด้วยเรื่องแค่นี้ อีกฝ่ายถึงกับปลดปล่อยพลังออกมา เขารู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้เป็นเทพในร่างทิพย์ ซึ่งมีพลังมากกว่าครึ่งเทพแบบเขาแน่นอน และไม่เพียงแค่นั้นเพราะเธอน่าจะมีระดับที่สูงบกว่าเขาอีกเช่นกัน“มั่วแล้ว! ฉันไม่ได้บอกสักคำว่าเธอตาถั่วดูคนไม่เป็นน่ะ” กรรีบโพล่งขึ้นปฏิเสธความเข้าใจผิดของอีกฝ่ายอย่างร้อนรน เพราะเขาแน่ใจว่าสู้เธอไม่ได้แน่นอน“ตาถั่วอย่างงั้นเหรอ! แกกล้ามาก อวดดี จองหองเกินไปแล้ว! วันนี้เราจะได้เห็นดีกัน! ฉันขอท้าสู้กับแกตรงนี้เดี๋ยวนี้ ไม่ว่ายังไงวันนี้เลือดชั่วๆของแกจะต้องหลั่งออกมา เพื่อสังเวยต่อความโง่เขลาของตัวเอง นามของข้าคือเหมย ยมทูตระดับ 3 แห่งโซลแลนด์! เตรียมตัวรับความโกรธเกรี้ยวแห่งคมเขี้ยวมรณะเสียเถอะ! จงออกมาเทพศาสตราคร่าวิญญาณ เดธแฟงค์!”

    คล้ายกับเรื่องGashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ ที่คุณอ่าน