บทที่ 33
ย้อนกลับ
ฉับ!
สายสีแดงนั้นหลุดล่วงปล่อยนิ้วนางข้างซ้ายเป็อิสระ รอยยิ้มของนางผุดขึ้นเมื่อคิดว่าตนนั้นเลือกทางเดินที่ถูกต้องเหมาะสมแล้ว หากเป็ท่านพ่อกับท่านแม่ก็คงทำเช่นเดียวกับนาง
“เ้าทำอะไร!”
ท่าทางของซือเหยียนใไม่น้อย เขาไม่คิดว่าจิ่วเหรินจะเลือกแบบนี้ และมันก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดมาก่อนเลย ทว่าหญิงสาวสายเืวิหคสีชาดนั้นกลับส่งยิ้มตอบกลับทั้งน้ำตา
“ท่านบอกให้ข้าตัดพันธะนี้มิใช่หรือ? ข้าก็ทำอย่างที่ท่าน้าแล้วอย่างไร”
“จ..จะเ้าตัดของตนเอง..”
“วาสนาของข้านั้นน้อยนักซือเหยียน แลกกับการที่ข้ายังได้เห็นท่านอยู่แม้จะลืมเลือนไป ก็นับว่าข้านั้นสมความปรารถนาแล้ว”
“ยะ..อย่าทำเช่นนี้จิ่วเหริน เ้าเลิกเสียสละสักที!”
“...”
“หากไม่มีเ้าข้าจะอยู่ต่อเพื่อสิ่งใด เ้ามันเป็คนใจร้าย เ้าทอดทิ้งข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า!!!” ซือเหยียนทรุดลงนั่งกับพื้นหญ้าสีเขียว เขายกมือกุมขมับและร้องไห้ออกมา น้ำตาลูกผู้ชายชาตินักรบมันไหลให้กับจิ่วเหรินเพียงผู้เดียว เขาเกลียดที่ต้องอยู่กับความโดดเดี่ยว เขาเกลียดมันมาโดยตลอด
“ซือเหยียน..”
“ฮึก..!”
“ข้าอยากให้ท่านอยู่เพื่อเรา อยู่เพื่อความรักที่ข้ามีต่อท่าน”
นางมองตรงไปเมื่อเห็นหอคอยสูงเสียดฟ้าตั้งอยู่บนูเาน้ำแข็ง ก่อนหน้านี้มันยังไม่มีเลยนี่นา พลันสิ่งที่ซูลี่เคยพูดก็ผุดขึ้นในหัวของนาง ครั้นจะถามซือเหยียนเขาก็เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้ นางปัดสายสีแดงที่ค่อยปลิวกลายเป็ละอองให้ออกไปจากอาภรณ์ ปล่อยซือเหยียนให้นั่งสงบจิตใจ สองขานางมุ่งตรงไปยังที่แห่งนั้นโดยไม่ลังเล
‘สูงสุดของหอสัตบรรณ’
เป็ถ้อยคำที่บิดาย้ำตอนส่งกุญแจให้กับนาง จิ่วเหรินหยิบกุญแจออกมาและไขที่บานประตูไม้ทันที
“จงหยุดเดี๋ยวนี้!”
ด้านหลังมีเซียนผู้หนึ่งวิ่งเข้ามาห้ามนาง เพ่งมองใบหน้าแล้วก็จำได้ว่าคนผู้นี้คือเซียนาุโ ที่เคยมีเื่มีราวกับไป๋หลี่ ที่แท้ท่านพ่อก็มอบหน้าที่เฝ้าประตูแห่งนี้ให้แก่เขา
“ท่านไม่ควรห้ามข้าหรอกนะ”
“เ้าเป็ใคร? เหตุใดจึงเข้ามายังห้วงสีชาดแห่งนี้ได้”
“ลองทายสิ” จิ่วเหรินยกยิ้มเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าทางนึกคิด ไวกว่าที่เขาจะทันสังเกตนางก็เข้าไปด้านในเสียแล้ว ประตูปิดสนิทไม่ยอมให้เสี่ยวชุนตามเข้าไป เขาทำได้เพียงทุบประตูอยู่ด้านหน้าด้วยความหงุดหงิด นางเ้าเล่ห์เหมือนไป๋หลี่ไม่มีผิด สมแล้วที่เป็สหายกัน ทว่าเขาก็กลับเอะใจขึ้นมาที่จิ่วเหรินมีกุญแจ
ภาพในอดีตลอยมาเมื่อผู้เป็เ้าของหอคอยนี้สั่งเขาให้เฝ้าดูแลประตูแห่งนี้ให้ดี มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่จะเข้ามายังที่แห่งนี้ได้ก็คือสายเืของจิ่วหรูเฟิ่ง ซ้ำยังกำชับไม่ให้เขาปริปากกับผู้ใดเป็อันขาด
“ร..หรือว่านาง! นางจะเป็!”
เขายกมืออุดปากของตัวเองราวกับคนที่ตื่นเต้นจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ หมดมาดของเซียนาุโที่มักเคร่งขรึมมีคนเดินตามนับสิบ
ภายในตกแต่งด้วยกลไกบางอย่างสมกับเป็ท่านพ่อ มันคือห้องเก็บตำราชั้นดีที่์ก็ยังมีไม่เท่า จิ่วเหรินเดินขึ้นบันไดไปเรื่อย สูงสุดของหอคอยนี้จะเป็ที่เก็บตำราโลหิตวิหคสีชาด มือของนางกำกุญแจเอาไว้แน่น ภายในใจเต้นระรัวจนได้ยินออกมาถึงด้านนอก
สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านางนั้นคือหีบไม้สลักลายงดงาม ถูกล็อคด้วยกุญแจและกลไกที่ท่านพ่อสร้างขึ้น เมื่อใดก็ตามที่มีผู้คิดนำมันออกไป ก็จะถูกพลังป้องกันสะท้อนกลับอย่างรุนแรง แต่หากเป็ทายาทที่เขารอคอยก็จงเปิดด้วยโลหิตวิหคสีชาด
จิ่วเหรินลูบไล้กล่องไม้นี้ไปมาอยู่หลายรอบ ก่อนที่นางจะนำกุญแจออกมาไข ฝากล่องเด้งขึ้นมาพร้อมกับปลายแหลมของเข็มที่ซ่อนอยู่ใต้ฝา นางจึงเอานิ้วไปแตะกับเข็มเล่นนั้นจนโลหิตหยดลงมา แผ่นไม้ที่ปิดอยู่อีกชั้นก็เลื่อนเปิดออก พบตำราเล่มเก่าซีดที่ผ่านเวลามาอย่างเนิ่นนาน นางเอื้อมมือสั่นเทาของตนเองหยิบมันขึ้นมา แววตามีความดีใจปนกับความโล่งอกที่มันยังไม่สูญหายไป
จิ่วเหรินไม่รอช้านางรีบเปิดตำราเคล็ดวิชาโลหิตสีชาดทันที วิธีการใช้โลหิตและการแก้ไขเมื่อสละโลหิตแล้วผลออกมาไม่เป็อย่างที่คิด จิ่วเหรินเปิดอ่านไปเรื่อยโดยไม่รู้ว่าควรจะเริ่มที่ตรงไหน ด้านนอกเกิดเสียงดังพร้อมกับพื้นที่สั่นะเื เสียงโหวกเหวกโวยวายดังแว่วมาจนนางต้องวิ่งออกไปดู
คล้ายกระจกแก้วที่กำลังแตกร้าว ห้วงสีชาดนี้จะทำลายตนเองหลังส่งเคล็ดวิชาถึงมือของจิ่วเหรินแล้ว
“อ..ออกมา! เ้าต้องรีบกลับไปยังร่างของเ้า”
“ร่าง?”
“ตอนนี้เ้ามาด้วยดวงจิต คิดให้ออกว่าก่อนหน้านั้นเ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่” เสี่ยวชุนะโบอกคนที่อยู่ด้านในหอคอยสูงเสียดฟ้าที่อีกสักพักต้องพังทลายแน่นอน จิ่วเหรินนึกถึงเื่ที่ตนทำอยู่ก่อนจะมาพบที่นี่ พบซือเหยียน พบเคล็ดวิชาของท่านพ่อ นางกำลัง... นางกำลังฝึกควบคุมพลังอยู่กับท่านตา!
พลันร่างของนางก็ถูกดึงดูดกลับคืนสู่ร่างจริงที่นั่งอยู่บนศิลาใต้ต้นไม้ เสียงอึกทึกครึกโครมแว่วเข้ามาในโสตประสาท จนนางค่อยลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง บัดนี้ทุกที่นั้นกลายเป็สนามรบไปเสียแล้ว
“จิ่วเหริน!!! หนีไป!!!”
นั่นคือสิ่งที่เซียนเฒ่าพยายามบอกแก่นาง ส่วนไป๋หลี่ก็ตวัดดาบแกว่งไกวใส่พวกปีศาจ ผู้ที่คุมกองทัพครั้งนี้ก็คือซือเจิ้ง ประมุขเผ่าปีศาจจอมอ่อนแอขี้โรค
“พี่จิ่วเ้าคะ”
“หย่งฉี เ้าพาซูลี่หนีออกไปก่อน ข้าจะรั้งท้ายคอยกันพวกนั้นเอง”
“ไม่เอา! ข้าไม่ไปจากท่าน” ซูลี่ยังร้องไห้ตัวสั่นด้วยความใ ที่อยู่ๆพวกปีศาจก็บุกมาถึงป่าเค่ออี้ทางใต้ ปากก็เอ่ยขู่ให้ส่งตัววิหคสีชาดให้แก่เขา
“เชื่อข้าสิ! ตอนนี้ข้าได้เคล็ดวิชากลับมาแล้ว ย่อมต้องจัดการได้อย่างแน่นอน”
สุดท้ายซูลี่กับหย่งฉีก็ต้องจำใจหนีออกไปก่อนตามที่จิ่วเหรินสั่ง นางเห็นเปลวเพลิงและการต่อสู้ที่โหดร้าย ภาพในวันนั้นกลับคืนมาอีกครั้ง ซือเจิ้งเห็นจิ่วเหรินยืนนิ่งมองทุกสรรพชีวิตนองเื เขาตรงมาที่นางพร้อมกับหอกในมือหวังโลหิตที่อยู่ในตัวของนาง
ฉึก!
ปลายหอกนั้นแหลมคมนั้นแทงทะลุหัวใจอย่างแน่นอน จิ่วเหรินลืมตาอีกครั้งและพบว่าตนเองไม่รู้สึกเจ็บส่วนไหนของร่างกาย โลหิตวิหคสีชาดไหลกลับคืนสู่ผู้เป็เ้าของ ซือเหยียนมาทันเวลาและได้ปกป้องนางอย่างที่เคยสาบานเอาไว้อีกครั้ง
“ซือเหยียน!!!”
“อึก!”
“ไม่นะ! ไม่เอาแล้ว ซือเหยียนอย่างหลับตานะ!!!”
นางย่อกายรับศีรษะของเขามากอดแนบอก ซือเหยียนยกยิ้มอย่างมีความสุขที่ตนนั้นสละเพื่อจิ่วเหริน เขาไม่อาจทนมองสตรีผู้นี้จากไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้อีก หลังจากที่ได้พบเจอจิ่วเหรินในห้วงนิมิต เขาก็รู้แล้วว่านางเลือกที่จะสละตนเองเพื่อให้สรรพชีวิตรวมถึงตัวของเขาได้อยู่ต่อ
“ฮึก..! ไม่!!!”
“จ..จะจิ่ว..อึก เหริน ข้าไม่..เป็อะไรเลย”
ยิ่งนางได้ยินเขาพูดหยาดน้ำตาก็พรั่งพรูทะลักออกมา หัวใจของนางเสมือนกำลังแตกสลาย นางเห็นทวยเทพที่ภักดีต่อเซิ่นหลางจวิ้นกำลังทำร้ายเซียนที่ไม่รู้เื่ราว ความสกปรกพวกนี้พรากทุกสิ่งไปจากนาง ลมหายใจของซือเหยียนค่อยเบาลง ดวงตาเขาหลับลงเข้าสู่ห้วงแห่งความสงบ ไป๋หลี่เห็นทุกสิ่งที่ซือเจิ้งนั้นกระทำ นางจึงตวัดดาบฟันไปที่กลางหลังโดยที่เขาไม่ทันระวังตัว
ด้วยพิษในร่างกายก่อนหน้าที่กำเริบ เขาหวังโลหิตวิหคสีชาดของจิ่วเหรินมาช่วยให้เขาสมปรารถนา
หลังจากที่ซือเจิ้งไปพบเจอสภาพของเซิ่นหลางจวิ้น ถูกธาตุไฟเข้าแทรกจนไม่เป็ตัวของตัวเอง ตี้หวั่งิเกรงว่าจะกระทบไปถึงหูขององค์เง็กเซียนฮ่องเต้ จึงบอกให้เขาหยุดการกระทำก่อน เพื่อรักษาอาการของประมุขแดน์ให้กลับมาเป็ปกติ ซือเจิ้งนึกสมเพชเสียเต็มประดา อย่างเขาไม่จำเป็ต้องหยุดสิ่งใดด้วยซ้ำ
บนดาบที่อาบพิษของไป๋หลี่นั้นทำให้ซือเจิ้งต้านไม่อยู่ เขาล้มลงไปกองกับพื้นอย่างหมดท่า ปลายดาบนั้นเงาวับสะท้อนแสงหมายจะบั่นลงบนคอให้หายแค้นใจ ไป๋หลี่ก็ถูกพลังโจมตีจากด้านหลังจนหงายท้องไป
“ไป๋หลี่!!!”
“ฮ่าฮ่า! เ้าต้องเป็ของข้า เป็ของข้าเพียงผู้เดียว” ราชครูลั่วเต๋อทรยศหักหลังซึ่งหน้า มองซือเจิ้งที่นอนกองอยู่บนพื้นอย่างสมเพชเวทนา จิ่วเหรินเห็นความละโมบในแววตาคู่นั้น เห็นซือเหยียนที่นางเฝ้าดูแลกลับมาสิ้นใจต่อหน้า พลังในกายนางก็ะเิออกทันที
#พันธะโลหิตวิหคสีชาด