เสียงปริศนาเมื่อเห็นหลุมกลืนกินปรากฎขึ้นมาแทนที่ เขมือบกลืนกินรูปปั้นผู้พิทักษ์ของตนเองเข้าไปอย่างต่อเนื่อง ก็เกิดความรู้สึกแปลกใจและสงสัย ตัดสินใจกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดีขึ้นกว่าก่อนหน้าเล็กน้อย คล้ายว่ายังไม่รู้สึกว่าตนเองจะเพลี่ยงพล้ำพ่ายแพ้แต่อย่างใด
วูบบบ
"…เจ้ามีสิทธิ์ที่จะถาม แต่ข้าจำเป็นที่จะต้องตอบด้วยงั้นหรือ?"
เสียงดังก้องออกมาจากหลุมดำที่มืดมิด มันดูดกลืนรูปปั้นผู้พิทักษ์เข้าไปอยู่เรื่อยๆโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พวกมันพร้อมใจกันใช้ง้าวปักลงสู่พื้น เพื่อหวังที่จะถ่วงอะไรขึ้นมาได้บ้าง แต่จะยื้อไว้ได้นานสักเท่าไหร่กันเชียว
เสียงปริศนาเพ่งมองไปที่หลุมดำอย่างละเอียด มันดูดกลืนสมุนของตนไปหลายพันตัวแล้ว แต่มันก็ยังไม่รู้จักพอ ต้องให้มันกินสักเท่าไหร่มันถึงจะพอใจได้กันนะ?
"….พึ่งตื่นขึ้นก็คล้ายเจอมนุษย์ที่ตะกละตะกลามเข้าเสียแล้ว อย่างงี้ใครเค้าจะกล้าหลับนอนต่อได้กัน…ข้าจะเล่นกับเจ้าเสียหน่อยเดียวนะ เพราะอีกเดี๋ยวข้าก็คงจะต้องนอนต่อ…"
เสียงปริศนาคล้ายว่าเกิดความรู้สึกอยากรู้อยากเห็น อย่างไรก็เปรียบเสมือนหมูในอวยอยู่แล้ว เล่นด้วยเสียหน่อยจะเป็นอะไรไป เสียงปริศนาจัดการเสกรูปปั้นผู้พิทักษ์ออกมามากมายกว่าเดิมหลายเท่า พวกมันล้อมรอบอุดอู้อยู่บริเวณหลุมดำ
เฟี้ยวๆๆๆๆๆ
รูปปั้นผู้พิทักษ์ราชาพร้อมใจพุ่งเข้าใส่หลุมดำเบื้องหน้าพวกมันไม่รู้จบ 1 หมื่น 2 หมื่น….จบจน5หมื่นเข้าไปแล้ว หลุมกลืนกินก็ยังคงขยันขันแข็ง ดูดกลืนเข้าไปอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น
มันจะโลภมากไปถึงไหน มันไม่มีขีดจำกัดบ้างหรืออย่างไร?
เสียงปริศนายิ่งเพ่งมองก็ยิ่งรู้สึกสับสนและมึนงง นี่มันเคล็ดวิชาแขนงไหนกัน
“นอกจากจะดูดกลืนรูปปั้นที่ข้าเสกขึ้นมาแล้ว เจ้ายังมีประโยชน์อย่างอื่นอยู่อีกบ้างหรือไม่? โดยปกติข้าคิดหวังที่จะเห็นเจ้าพยายามดิ้นรนจนตายไปเอง แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ข้าเบื่อแล้ว จบการละเล่นของเราไว้แต่เพียงเท่านี้เถอะ!”
เสียงปริศนาเริ่มที่จะหงุดหงิดขึ้นมากบ้างแล้ว มันเสกรูปปั้นผู้พิทักษ์ออกมาอีกหลายหมื่น คล้ายว่าต้องการให้พวกมันรวมตัวกันอุดอู้อยู่ข้างในหลุมดำนั้น!
"ข้าไม่รู้ว่าเจ้าไปได้วิชาพวกนี้มาได้ยังไง แต่ถ้าเจ้าเก่งทางด้านกลืนกินมากนัก ข้าก็จะกระทำให้เจ้าตายด้วยพลังของเจ้าเอง! ข้าไม่เชื่อหรอกว่า เคล็ดวิชาของเจ้ามันจะไม่มีขีดจำกัด"
เฟี้ยวๆๆๆๆ
รูปปั้นทุกตนพร้อมใจกันวิ่งเข้าใส่หลุมกลืนกินกันอย่างบ้าคลั่ง
6 หมื่น 7 หมื่น 8 หมื่น
รูปปั้นผู้พิทักษ์ราชา ถูกดูดกลืนหายไปกว่าแปดหมื่นตนแล้ว แต่หลุมกลืนกินนั้นก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเกิดผลกระทบหรือว่าหายไป
เสียงปริศนาถ้าตอนนี้มันมีหน้าตาให้สามารถมองเห็นได้ ใบหน้าของมันก็คงจะเต็มไปด้วยความตกใจและซีดขาวเป็นแน่ กลืนกินพลังของมันเข้าไปขนาดนี้ก็ยังไม่มีผลกระทบอะไรสักอย่าง
พลังที่เหลืออยู่ของมันในตอนนี้ก็ใช่ว่าจะเหลือใช้มากมายตามใจชอบ ถ้าขืนมันยังปล่อยให้หลุมกลืนกิน ดูดกลืนสมุนที่มันเสกขึ้นมาอยู่ต่อไปแบบนี้ เกรงว่าคงจะไม่มีพลังเพียงพอเหลือ อย่าว่าแต่รอคอยท่านผู้นั้นเลย ถ้านอนไปอีกรอบก็ไม่รู้ว่าจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อไหร่
ฟูมมม
เสียงปริศนาในตอนนี้เริ่มที่จะมีความเครียดและวิตกกังวล เพราะว่าอยู่ๆมันก็สัมผัสได้ว่ามิติแยกที่มันสร้างขึ้นเริ่มที่จะเกิดการผันผวน มันเริ่มที่จะสั่นสะเทือนตามแรงดึงดูดของหลุมดำบ้างแล้ว
เสียงปริศนาเริ่มที่จะรู้สึกได้ว่าหลุมดำมันมีพลังเพิ่มมากขึ้น และยังคงมากขึ้นไม่ยอมหยุด เสียงปริศนามั่นใจของการสันนิษฐานนี้เป็นอย่างมาก ถ้ามันมีพลังมากพอที่จะทำให้มิติผันผวนได้แล้ว เกรงว่ามันก็คงจะกระทำไปตั้งแต่ทีแรก แล้วทำไมมันถึงสามารถเพิ่มพลังได้กันเล่า?
“…ไอ่สารเลว! แกกล้าช่วงชิงพลังของข้าไปอย่างงั้นเรอะ! ”
เสียงปริศนาตวาดออกมาด้วยโทสะ หวังว่าอย่างน้อยเซียวเย่จะรู้สึกผิด กล่าวตอบกลับอะไรออกมาบ้าง แต่สิ่งที่ได้กลับมาก็คือความเงียบเชียบเหมือนทุกครั้งก่อนหน้า เสียงปริศนาตัดสินใจที่จะสลายรูปปั้นผู้พิทักษ์ทั้งหมดในทันที ถึงแม้ว่าดูแล้วมันจะสายเกินแก้ไปแล้วก็ตาม
ฟูมมม
ครึก…..!
วูบบบ
ถึงแม้ว่ารูปปั้นจะสลายหายไปจนหมดแล้ว แต่มิติก็ยังคงสั่นไหวมากขึ้นไม่ยอมหยุด จนในที่สุดมันก็ไม่อาจที่จะต้านทานไหว คล้ายว่าถูกล่อลวงด้วยอะไรบางอย่าง หลุมกลืนกินดูดกลืนมิติรอบข้างทั้งหมดเข้าไปอย่างหิวกระหาย
วูบบบบ
อ๊าก!
เมื่อมิติรอบข้างถูกหลุมกลืนกินดูดกลืนเข้าไป เสียงปริศนาก็ร้องออกมาอย่างเจ็บปวดอย่างสุดแสน คล้ายว่ามีคนมาดึงแขนดึงขามันออกจากกัน
“ไอ้มนุษย์ชั่วช้า ออกไปจากที่นี้ซะ ออกไป!”
เสียงปริศนาเริ่มรู้ตัวแล้วว่าพลังของตนเองกำลังถูกช่วงชิงไปอย่างต่อเนื่อง มันไม่รีรอเลยที่จะส่งหลุมกลืนกินตรงหน้ามันออกไปสู่เบื้องนอก
“น-นี่มันบ้าอะไรกัน!!! ทำไมกัน! ทำไมมันถึงไม่ยอมออกไป”
เสียงปริศนาตะโกนกล่าวออกด้วยความไม่พอใจอย่างมาก ไม่ใช่ว่ามันไล่เซียวเย่แล้วเซียวเย่ไม่ยอมไป แต่มันไปไม่ได้ต่างหาก มิติภายในนี้มันคือผู้สร้าง มันคือพระเจ้าในที่แห่งนี้ มันเป็นผู้ส่งเซียวเย่เข้ามาด้วยตนเอง แต่ทำไมมันถึงไม่สามารถที่จะส่งเซียวเย่ออกไปได้กัน
"หลุมดำนี้มันอยู่เหนือพลังการควบคุมของข้า!!! ทำได้ยังไง! มันทำได้ยังไง!!!!"
สถานการณ์ของมันเริ่มที่จะย่ำแย่ลงเรื่อยๆ อยากจะไล่ออกไปก็ทำไม่ได้ อยากจะเอาพลังที่สูญเสียกลับมาก็ยิ่งทำไม่ได้ใหญ่ มันได้แต่หวังว่าหลุมดำตรงหน้ามันจะกินจนอิ่มแปล้แล้วยอมที่จะหยุดไปเอง
วูบ!
“เจอตัวแล้ว….ซ่อนตัวได้มิดชิดเสียจริง…เจ้าจิตวิญญานอสูรโบราณ…”
กระแสพลังสายหนึ่งพุ่งตรงเข้ามาเจาะจงที่เสียงปริศนา ค่อยๆดึงดูดมันเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ
"จ-เจ้ามนุษย์ เจ้าหาตัวข้าเจอได้ยังไง…ปล่อย..ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!"
เสียงปริศนาเริ่มที่จะรู้สึกตัวว่าไม่ควรเข้าไปยุ่งกับเจ้าเด็กนี่ตั้งแต่แรก แต่จะมาเสียใจเอาตอนนี้ก็คล้ายว่าจะสายเกินแก้อยากจะหลบหนีก็ทำไม่ได้ จะใช้พลังก็เหมือนเป็นการกระทำที่สูญเปล่า ตอนนี้มันทำได้แค่เพียงอยู่เฉยๆปล่อยให้หลุมดำค่อยๆดึงดูดมันเข้าไปเท่านั้น
“มนุษย์เอ๋ย เราหยุดกันแต่เพียงเท่านี้ดีหรือไม่ เดิมทีพวกเราก็ไม่ได้มีความแค้นต่อกันอยู่แล้ว ปล่อยผ่านไปจะเป็นไร คืนพลังของข้ามา แล้วเราก็จบกันแต่เพียงเท่านี้ เจ้าก็ไปทางของเจ้า ส่วนข้าก็จะหลับใหลรอท่านผู้นั้นตามเดิม”
เสียงปริศนากล่าวออกมาอย่างจำยอม พยายามที่จะยุติความขัดแย้งนี้
“ทำไมข้าจะต้องทำตามที่เจ้าขอด้วย ในเมื่อตอนนี้ก็เห็นๆกันอยู่ว่าข้านั้นกำลังเป็นต่อ ไม่สิ ข้าสามารถที่จะฆ่าเจ้าได้ตามที่ข้าต้องการ”
เสียงจากภายในหลุมดำ ก้องออกมาทั่วพื้นที่ ถึงจะไม่เห็นหน้าคร่าตาแต่เสียงปริศนาก็สามารถที่จะระบุได้ในทันที ว่าเป็นผู้ใดที่กล่าว
"ใช่…ใช่แล้ว เป็นอย่างนั้นจริงๆ เจ้าโปรดคลายพลังลงก่อน แล้วเรามาคุยกันดีหรือไม่ ข้าสามารถที่จะช่วยเหลือเจ้าได้นะ เจ้าอยากได้พลังใช่หรือไม่ ข้าจะสอนเจ้าเอง หรือว่าเจ้าอยากได้ความมั่งคั่งข้าก็สามารถให้เจ้าได้ ขอเพียงแค่เจ้าใจร่มๆ แล้วเรามาพูดคุยกัน…ข้ามีความรู้ที่สะสมมากมายนับพันปี ถ้าเล่าให้เจ้าฟังเกรงว่าผ่านไปหลายปีก็ยังเล่าไม่หมด"
สถานการณ์ในตอนนี้ไม่ใช่อะไรที่จะสนศักดิ์ศรี มันยอมที่จะกล่าวทุกอย่างที่หวังว่าเซียวเย่จะพอใจและยอมที่จะรับฟังข้อเสนอของมัน
"เจ้าไม่เข้าใจ…. ความรู้ของเจ้าก็คือของๆข้า มันเป็นของข้าตั้งแต่แรกอยู่แล้ว"
เสียงจากภายในหลุมดำ ดังก้องออกมาอีกครั้ง เนื้อเสียงช่างบ่งบอกถึงความเย็นชาและจองหองเสียจริง
"โลภมากเกินไประวังจะไม่ได้อะไรสักอย่าง ถ้าข้าตายไปเจ้าก็ไม่มีวันที่จะได้รับความรู้ของข้าไปหรอก ฉะนั้นจงยอมลดมือ รับสิ่งที่ข้าพอที่จะให้ได้ไปซะ!"
เสียงปริศนาพยายามที่จะกล่าวออกมาถึงเหตุผลทุกอย่างที่มันพอจะคิดได้
"มีแต่ความรู้แต่หามีความฉลาดไม่….จงจางหายไปอย่างช้าๆ หลับใหลไปชั่วนิรันดร์…ราชาอสูรผู้ที่จะย้อนกลับมาจุติ เกรงว่าเจ้าคงจะไม่ได้เจอแล้ว…โชวมุนน่ะ"
เสียงจากภายในหลุมดำกล่าวออกมาอย่างนิ่งสงบ คล้ายว่าบนแผ่นดินนี้ มันไม่มีอะไรที่จะทำให้หวาดกลัวได้
"เจ้า! เจ้ารู้ได้อย่างไร เจ้ารู้จักกับท่านผู้นั้นได้อย่างไร!! อย่าได้ริเรียกชื่อของท่านผู้นั้น!! เป็นแค่มนุษย์ที่ต่ำต้อย เจ้ารู้เรื่องของท่านผู้นั้นได้อย่างไร เป็นใครกันแน่….เจ้าเป็นใครกันแน่!!!"
เสียงปริศนาเสียความเยือกเย็นและเหตุผลไปในที่สุด คล้ายว่าเซียวเย่ไปกระตุกต่อมโมโหของมันเข้าให้แล้ว
ตูมมมม
พลังถาโถมปรากฎขึ้นที่บริเวณหลุมดำอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นรูปปั้นผู้พิทักษ์นับร้อยพัน หรือว่าคลื่นพลังรุนแรงนับร้อยสาย
สูบ!!!ๆๆๆๆ
เปรี้ยง! ๆๆๆ
พวกมันรวมตัวกันพุ่งโจมตีหลุมดำกันอย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่ว่าจะโหมกระหน่ำโจมตีมากครั้งสักเท่าไหร่ ผลตอบรับมันก็ช่างเหมือนกับตอนแรกเริ่ม
“ทำไมเจ้าถึงไม่เป็นอะไรเลย เจ้าเป็นใคร! ทำไมเจ้าถึงรู้จักชื่อของท่านผู้นั้น!!!”
เสียงปริศนาตะโกนกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจขาดซึ่งสติไปแล้ว มันได้ทำเพียงแค่ปล่อยให้เซียวเย่ค่อยๆกลืนกินมันเข้าไป โดยปราศจากความสามารถที่จะขัดขืน
"อ๊าก! ปล่อยข้า! อย่ากลืนกินข้า!
หลุมกลืนกินดูดกลืนจิตวิญญาณอสูรโบราณเข้าไปด้วยความรวดเร็วที่มากขึ้น มันรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ยากจะพบพานในชาตินี้ ความรู้สึกเหมือนค่อยๆสูญเสียร่างกายของตนเองไป แขนขาที่เคยมีเมื่อก่อนหน้า ตอนนี้กลับถูกลักขโมยไปไม่มีเหลือ
สติเริ่มที่จะเชื่องช้าและจางหายไปอย่างช้าๆ แต่เหมือนกลับว่าพอใกล้ตาย สติปัญญาก็ดันพุ่งสูงขึ้นซะอย่างนั้น กล่าวออกมา
“ไม่ใช่ว่าเจ้าล่วงรู้อยู่แล้ว…แต่เป็นเพราะเจ้าช่วงชิงไปแล้วนี่เอง….”
"นี่เป็นคำพูดก่อนตายของเจ้าหรือ?"
"ถ้าช่วงชิงไปแล้วก็น่าจะรู้ไม่ใช่หรือ ว่าข้านั้นตายไปตั้งนานแล้ว จะตายอีกครั้งได้อย่างไร ถ้าช่วงชิงไปแล้ว เจ้าก็คงจะรู้แล้วใช่หรือไม่ ว่าอนาคตในวันข้างหน้าจะเป็นเช่นไร เจ้าจะฝืนชะตาได้งั้นเรอะ! ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!….."