ขอเพียงแค่กีชาออกแรงบีบแค่1ใน100ส่วน ศีรษะของวายุก็จะถูกขยี้คามือข้างนี้
“ข้ารู้ว่าสักวัน วันนี้จะต้องมาถึง”เสียงทอดถอนหายใจที่เจือปนไปด้วยความสิ้นหวังและหดหู่
ทว่าเมื่อเสียงนั้นดังขึ้นต้นคอกีชาพลันเย็นวาบ ละมือมาจากศีรษะวายุและยกมือขึ้นป้องกันที่ข้างศีรษะ!
ปัง!
ค้อนสีดำทมิฬกระแทกเข้าที่สันมือ ขมับกีชาปูดบวมพยายามเกร็งร่างต้านรับ แต่สุดท้ายทั้งร่างก็ปลิวไปตามแรงกระแทก ไถลไปเป็นระยะทางร่วมหลายร้อยเมตร
“เจ้า!”กีชาผุดลุกขึ้นยืน อุทานอย่างไม่เชื่อสายตา
ค้อนสีดำที่มีความหนาและยาวเกือบ 5 เมตร ด้ามจับสีเดียวกันสลักไว้ด้วยลวดลายแปลกๆ ที่หัวค้อยมีตราภูเขาประทับอยู่
อาวุธขนาดมหึมานี้ช่างสวนทางกับขนาดของผู้ใช้
ร่างกายสูงแค่ครึ่งเมตร หนวดเครายาวเฟื้อยสีขาวแสดงถึงความชราพัดไสวไปตามลม
“เผ่าพันธุ์ฟอร์คเข้าร่วมกับเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนแล้วงั้นหรอกีชา?”
“ไออ้อน!”กีชาคำรามลั่น
คนแคระชราส่ายหน้า หันกลับไปมองบุคคลหนึ่งที่กำลังเฝ้ามองอยู่ไกลด้วยความหวาดกลัว
“เจ้ารีบนำพวกมนุษย์หลบหนีไปซะ ถ้าหากยังอยู่ที่นี่ข้าไม่รับความปลอดภัย”
เร็นพยักหน้า รีบควบคุมฝูงชนที่ตกอยู่ในความวุ่นวายให้ออกไปจากที่นี่
ไออ้อนหันไปสบตากับกีชาอีกครั้ง
กระทั่งไออ้อนก็ไม่คาดคิดว่าจะพบกับกีชาที่นี่
ในพื้นที่ใกล้เคียงกับอาณาเขตของเผ่าพันธุ์คนแคระ ที่ด้านหลังภูเขาสูงยักษ์ไปไม่ไกล มีทะเลสาบขนาดใหญ่อยู่
ทะเลสาบนั่นคือที่ตั้งของเผ่าพันธุ์ฟอร์คของกีชา
ทั้งเผ่าพันธุ์ฟอร์คและเผ่าพันธุ์คนแคระต่างถูกส่งมายังโลกใบนี้พร้อมกัน อีกทั้งยังถูกส่งมาบริเวณใกล้เคียงกันอีกด้วย
ปัญหาคือมันใกล้เคียงเกินไป...
ในการพบหน้าครั้งแรกที่พบหน้า พวกเขามีทางเลือก 2 ทาง เจรจาหรือสู้รบ…
ในสถาการณ์ที่ต้องเร่งรัดขยายอำนาจเพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับเผ่าพันธุ์
การต่อสู้ย่อมได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและเด็ดขาดที่สุด
หนึ่งภูเขาหนึ่งทะเลสาบ
โลหิตจำนวนมากอาบย้อมผืนดินและสายน้ำ
ท้ายที่สุดเผ่าพันธุ์คนแคระก็เป็นฝ่ายกำชัย และเผ่าพันธุ์ฟอร์คถูกขับไล่ออกไป
จนวันนี้ ผู้นำของ2เผ่าพันธุ์ก็กลับมาพบหน้ากันอีกครั้ง ในวันที่ทั้งคู่ล้วนเป็นนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 ซึ่งทั้ง2ฝ่ายก็ต่างเข่นฆ่าผู้คนของอีกเผ่าพันธุ์ไปเป็นจำนวนมาก
ความแค้นนี้ถูกสลักไว้ในสายเลือด
พวกเขาไม่วันยินยอมให้อีกฝ่ายมีที่ยืนอยู่บนโลกใบนี้เด็ดขาด!
“เจ้าคิดดีแล้วงั้นหรอที่จะเป็นศัตรูกับเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียน แล้วรอดูเผ่าพันธุ์คนแคระล่มสลาย!”ดวงตากีชาแดงก่ำ เขาไม่มีวันลืม! ภาพของเผ่าพันธุ์ฟอร์คที่ต้องหลบหนีการไล่ล่าของเผ่าพันธุ์คนแคระ จนต้องกลายเป็นเผ่าพันธุ์เร่ร่อนนับสิบปีจนเผ่าพันธุ์เกือบจะล่มสลาย!
ไออ้อนหน้าเคร่ง แค่นเสียงกล่าว่า
“มันก็เป็นสิ่งที่เจ้าหวังอยู่แล้วไม่ใช่รึยังไง!”
ฮ่าห์!
คนแคระชราดีดตัวพุ่งเข้าหากีชา มือข้างหนึ่งจับด้ามค้อนเกร็งแขนแล้วเหวี่ยงค้อนเข้าใส่อย่างดุดัน
กีชากัดฟัน นำอุปกรณ์ของเขาออกมาในชั่วพริบตา ถุงมือสีเงินหนาที่เต็มไปด้วยข้อต่อที่มีรูมากมายคลุมไปถึงข้อศอก แล้วชกสวนออกไป
การปะทะอย่างรุนแรงของนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 ทำให้เกิดคลื่นพลังกระจายไปรอบๆ
มนุษย์จำนวนมากถูกพัดกระจายเสมือนเศษใบไม้ ด้านคนที่อ่อนแอหน่อยเพียงถูกแรงกะแทกก็หมดลมหายใจทันที
ไออ้อนหน้าเสีย แต่กีชากลับยิ้มชอบใจ
“เผ่าพันธุ์คนแคระของเจ้าเป็นพันธมิตรกับเผ่าพันธุ์มนุษย์งั้นหรอ ดี! ถ้างั้นวันนี้ข้าจะล้างบางพวกมนุษย์ให้หมดไปจากโลกนี้”
ไอน้ำสีขาวพวยพุ่งออกมาจากรูบนข้อต่อ ก่อให้เกิดหมอกสีขาวไปทั่วบริเวณ บดบังการมองเห็น
“ลูกไม้กระจอก!”ไออ้อนฟาดค้อนลงพื้นเสียงดังสนั่น หมอกขาวกระจายตัวออก
แต่ร่างของกีชาได้หายไปแล้ว
ในเวลาเดียวเสียงกรีดร้องก็ดังมาจากอีกด้านหนึ่ง กีชากำลังลงมือสังหารมนุษย์อย่างดุเดือด ละเลยความสนใจจากไออ้อน
“ไอ้คางคกโสโครก!”ไออ้อนเดือดจัดทันที ตัดสินใจลงมือเต็มกำลัง
ชายชรารูปร่างแคระพลันร่างกายขยายใหญ่ขึ้น กล้ามเนื้อเพิ่มขนาด เส้นขนสีน้ำตาลแดงยาวปกคลุมผิวหนัง ใบหน้ายื่นยาว ฟันแหลมคมและยาวขึ้น
สกิลคืนสภาพ!
สกิลคืนสภาพ!
การกลายพันธุ์ครั้งที่ 1 รูปแบบคนยักษ์
การกลายพันธุ์ครั้งที่ 2 รูปแบบไลแคนท์
ไออ้อนได้กลายเป็นสัตว์ประหลาดเต็มตัว หมาป่ายักษ์ยืนสองขามือกุมค้อนได้ปรากฏกายขึ้นในสมรภูมิ!
กรรรรร!
ฟุ่บ!
ทั้งความเร็วและพลังเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เพียงเสี้ยวพริบตาไออ้อนก็มาโผล่ที่เบื้องหน้ากีชา สองแขนสะบัดเข้าหากันทั้งกรงเล็บและค้อนจู่โจมพร้อมกันเข้าขนาบข้าง
“เอาจริงแล้วสินะ!”
สกิลคืนสภาพ!
กีชาไม่น้อยหน้าใช้สกิลคืนสภาพด้วยเช่นกัน น่าเสียดายที่การกลายพันธุ์ครั้งแรกของกีชาไม่ใช่รูปแบบที่ทรงพลังสักเท่าไหร่ รูปลักษณ์ภายนอกจึงไม่เปลี่ยนไป มีเพียงค่าสถานะที่เพิ่มขึ้น
เปรี้ยง!
แขนทั้งสองข้างที่ยกขึ้นป้องกันสั่นสะท้าน ข้างหนึ่งที่หัวไหล่มีบาดแผลรูปกรงเล็บเลือดไหลย้อมชโลมทั่วแขน อีกข้างหนึ่งมีรอยช้ำสีม่วงขนาดใหญ่จากแรงกระแทกของค้อน
แต่ถึงกระนั้นสีหน้าของกีชากลับมีแต่ความเรียบเฉย พร้อมกับนัย์ตาสีม่วงที่เปล่งแสงสาบ
จิตใจของไออ้อนสั่นสะเทือน สมองคล้ายได้รับความเสียหาย
ฉึก!
กรงเล็บหมาป่าแทงเข้าที่ช่องท้องของไออ้อน
อันที่จริงมันเป็นความต้องการของเขาเอง เพื่อให้หลุดพ้นอำนาจของการสะกดจิต!
“ดวงตาแห่งดัลทาเลียนช่างอันตรายจริงๆ!”ถึงจะเป็นนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 ก็เสียท่าได้ง่ายๆถ้าประมาท
ไออ้อนเปิดปากกว้างอวดฟันแหลมคนและงับเข้าที่ศีรษะของกีชา
กีชาโยกศีรษะหลบได้ฉิวเฉียด พร้อมสวนด้วยพลังคลื่นเสียงในระยะประชิด!
เลือดจำนวนมากทะลักออกมาจากหูของไออ้อน คนแคระชรากัดฟันกล้ามเนื้อแขนขยายใหญ่ขึ้นอีกหลายเท่าตัว จนมีขนาดใหญ่กว่าร่างกายทั้งหมด
“ลองชิมพลังของคนยักษ์หน่อยเป็นไง!”
“เวร!”กีชาพยายามหาทางหลบ แต่เพราะกระชั้นชิดจนเกินไปทำให้ไม่มีทางหนี
“เจ้าบังคับข้าเองนะไออ้อน!”นัยน์ตาสีม่วงสั่นไหวอย่างรุ่นแรง ก่อนที่แสงสีม่วงจะพุ่งออกมาจากดวงตา ทำให้เกิดดวงตาสีม่วงขนาดใหญ่เพียงพอจะครอบได้ทั่วทั้งเมืองอาสลันปรากฏขึ้นบนฟ้า
ลำแสงเจิดจ้าถูกยิงออกมาจากดวงตาสีม่วงทะลุทะลวงผ่านทุกอย่าง ไม่มีสิ่งใดจะขวางกั้นได้ เข้าปะทะกับร่างกายไออ้อนโดยตรง ในขณะที่กรงเล็บไออ้อนบรรลุถึงกลางอกกีชาพอดิบพอดี
กลางอกกีชาทะลุเป็นช่องโหว่ เลือดเอ่อล้นออกมาจนชุ่มร่าง
ด้านไออ้อนก็ไม่ดีไปกว่ากันเท่าไหร่นัก ตา หู จมูก ปาก เต็มไปด้วยเลือดจำนวนมากไหลออกมา เส้นเลือดในสมองแตกออกจากด้านใน สมองได้รับความเสียหายอย่างหนัก ดวงตาเหลือกขาว จนแทบกลายเป็นไร้สติ
“แค่กๆๆ ทำได้ดีไออ้อน! ครั้งนี้ข้าจะถอยไปก่อนแล้วคราวหน้าข้าจะกลับมาเอาชีวิตเจ้าและเผ่าพันธุ์เน่าเหม็นอย่างเผ่าพันธุ์คนแคระของเจ้าด้วย”ต่อให้หน้าอกแหวกจนเป็นรู แต่กีชากลับยังไม่ตาย นี่คือพลังชีวิตที่มากจนน่าสะพรึงของนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2!
“ปะ..ปล่อยเจ้าไปไม่ได้”สีหน้าไออ้อนยังคงไร้สติ แต่คำพูดของเขาที่ถูกพึมพำออกมานั้นมาจากสัญชาตญาณล้วนๆ
ถูกต้อง! ถ้ากีชารอดกลับไป ครั้งหน้าที่เผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนส่งคนมาจะต้องไม่มีนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 แค่คนเดียวอีกแน่
และจะไม่ใช่แค่เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่เดือดร้อนอีกต่อไป
ดังนั้นกีชาจะต้องตายในวันนนี้ เพื่อจะซื้อเวลาให้เผ่าพันธุ์มนุษย์และเผ่าพันธุ์คนแคระเตรียมตัว
“จะ...เจ้า!”กีชาอุทานขึ้น
กรรร!
กรงเล็บแหลมคนตวัดเข้าใส่กีชาอีกครั้ง สร้างบาดแผลขนาดใหญ่ขึ้นที่ลำตัวใกล้แผลเก่า
“อ๊ากกกก! ตายซะไอ้แก่ไออ้อน!”แสงม่วงส่องประกายอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับทำให้เลือดไหลทะลักออกมาจากเบ้าตาของกีชา
ดวงตาสีม่วงบนฟ้าที่กำลังจางหายคล้ายได้รับพลังเสริมกลับมาปรากฏเด่นชัดอีกครั้ง มวลแสงสีม่วงกำลังก่อตัวเตรียมพร้อมที่จะยิ่งลำแสงอีกครั้ง!
เป็นเวลาหลายวันที่วาสพักฟื้นอยู่ที่ยังหลุมนิรนาม บาดแผลของเขากำลังฟื้นฟูไปแล้วหลายส่วน อย่างน้อยตอนนี้ก็ไม่ต้องเคลื่อนไหวเหมือนคนป่วยใกล้ตายอีก
“เจ้าคิดจะจากไปแล้วงั้นหรือ”เดวาอดเศร้าไม่ได้ ตลอดเวลาที่วาสอยู่ที่นี่อย่างน้อยเขาก็มีเพื่อนคุย แตถ้าวาสจากไปเขาก็คงต้องอยู่ตัวคนเดียวเหมือนเดิม
“ฉันเสียเวลามามากแล้ว”
“แต่บาดแผลของเจ้า...”
“ถ้าออกไปข้างนอกแล้วใช้สกิลได้ ฉันจะฟื้นตัวได้เร็วกว่านี้”สิ่งที่วาสต้องการจะสื่อก็คือถ้าใช้สกิลได้ วาสจะรีบกลับไปโลกมิติให้เร็วที่สุดเพื่อให้ผู้เฒ่าเวนก้าจัดการรักษาให้ สมุนไพรของเผ่าพันธุ์วีดเชื่อถือได้เสมอ
วาสกวาดตามองรอบๆก่อนจะไปหยุดที่สิ่งลึกลับขนาดยักษ์ที่เดวาบอกว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้สร้าง
‘สักวันฉันจต้องรู้ให้ได้ว่าสิ่งนี้ซ่อนอะไรอยู่กันแน่’
“ถ้าเช่นนั้นก็ไปกันเถอะ ข้าจะเป็นคงไปส่งเจ้าเอง”วาสไม่ขัดความปรารถนาดีของเดวา สภาพของเขาตอนนี้ไม่เหมาะจะอวดดีออกไปเอง
แต่ก่อนจะไปวาสก็มีคำถามหนึ่ง
“ฉันขอถามหน่อยสิ กองหินดำๆพวกนั้นคืออะไรกัน”ด้วยความเป็นแขกที่ดี วาสจึงไม่อยากเที่ยวไปสอดเรื่องชาวบ้านมากนัก โดยเฉพาะสิ่งของในบ้านของผู้อื่นเพราะจะถูกเข้าใจผิดได้ง่ายว่าอยากได้ของคนอื่น
แต่สุดท้ายวาสก็เก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่ นอกจากบ้านหลังเล็กๆ กับสวนขนาดย่อมที่ปลูกไว้ด้วยพืชประหลาดที่ออกผลทุกวัน แต่ละวันมีผลไม่ซ้ำหน้าซึ่งกลายเป็นอาหารหลักของเดวา ก็มีกองหินสีดำที่วาสไม่รู้จักที่วางอยู่ข้างสวน หินพวกนี้มีจำนวนมากนับหมื่นก้อนวางถมกันจนเป็นภูเขาเล็กๆ
“อ้อ! นั่นคือชิ้นส่วนของมอนเตอร์กลายพันธุ์ดาวทำลายล้างที่ข้าล่าแก้เบื่อตลอดหลายปีมานี้นะ”
“!!!”