ดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน

    ตอนที่ 75 ยามไร้ดาบในมือ

              ย้อนเวลากลับไปก่อนหน้าเล็กน้อย


              ชายวัยฉกรรจ์คนหนึ่งลอบโจมตีอัลเตอร์เอโก้ประเภทสัตว์โมเดลหมูป่า จากข้างหลัง เขาเป็นฮันเตอร์ที่บังเอิญอยู่ในเหตุการณ์และไม่อาจนิ่งเฉยปล่อยให้เจ้าหมอนี่ที่กำลังจมอยู่ในสภาวะไซโคบีสต์อาละวาดฆ่าคนบริสุทธิ์ได้


     


     

              กรีชสีเงินเงาวาวของฮันเตอร์คนดังกล่าว แทงทะลุผิวหนังของอัลเตอร์เอโก้ที่กำลังไล่กวดเด็กสาวในชุดนักเรียนร่างสัตว์ร้ายละสายตาจากเหยื่อที่กำลังลงมือปลิดชีพหันมาถลึงตาใส่ผู้ที่แทงมันจากด้านหลัง มันคว้ามือของผู้ที่พยายามหยุดมันไว้แน่น


              เสียงกรีดร้องเปลี่ยนเป็นเสียงคำรามราวสัตว์ป่าแขนข้างขวาที่กุมกริชไว้ในมือของชายฉกรรจ์คนนั้นไม่อาจจะถูกเรียกว่าแขนได้มันดูราวกับแผ่นยางที่ถูกหมุนเกลียวจนไม่อาจจะหนุนได้อีกต่อไป


              ชายคนดังกล่าวพยายามหันหลังวิ่งหนีเมื่อรู้ตัวแล้วว่าประเมินพลังของฝ่ายตรงข้ามต่ำเกินไป


              พริบตาที่หันหลัง ไฉนเลยสัตว์ประหลาดที่กำลังคลุ้มคลั่งจะปล่อยไปเฉย ๆ


              หัวเข่าข้างขวาถูกฉีกกระชากออกจากร่างด้วยกรงเล็บของสัตว์ร้ายเลือดสาดทะลักออกจากบาดแผลราวกับน้ำพุที่พรั่งพรู ของเหลวสีแดงแปดเปื้อนไปบนพื้น ราวกับภาพจิตรกรรมอันงดงามจากยุคเรอเนซองส์


              “ชะ...ช่วยด้วย ใครก็ได้!”


              คำพูดของนักล่าดูจะไร้ความหมายต่อหน้าสัตว์ร้าย


              ร่างของชายผู้น่าสงสารกองอยู่กับพื้นเขาพยายามตะเกียกตะกายกระถดตัวหนี ทว่าขาเองถูกฉีกกระชากจนขาดออกจากร่างมีเพียงแขนข้างซ้ายที่พยายามดันตัวเองไปข้างหน้า


              บรรยากาศโดยรอบอบอ้าวไปด้วยเลือดอันเหนียวเหนอะหนะ


              ภายในร้านกระเป๋าแบรนด์เนมเอนซุเอามือปิดปากพนักงานสาวคนหนึ่งที่กำลังพลุบหัวแอบมองฉากฆาตกรรมอันน่าสยดสยอง เธอฉุดอีกฝ่ายหลบเข้าหลังแท่นโชว์สินค้าเอนซุไม่กล้าส่งเสียงร้องไห้กับภาพที่เห็น แม้ผ่อนจังหวะลมหายใจยังแทบไม่กล้า


              ในหูได้ยินเสียงกระดูกหักดังเป๊าะๆ จากอีกด้าน ความกลัวชนิดเข้มข้นพลุ่งพล่านอยู่ในท้องของเธอ


              ในความเงียบความรู้สึกกดดันยิ่งมายิ่งรุนแรง


              ร่างซึ่งอวัยวะขาดวิ่นถูกสัตว์ร้ายจับโยนลงไปชั้นล่าง จากนั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าตึงตังเดินห่างออกไป


              ทว่าสิ่งที่เลวร้ายดันเกิดขึ้นถูกจังหวะเมื่อร่างที่กำลังหวาดกลัวของพนักงานสั่นไหวจนไปทำให้กระเป๋าบนแท่นโชว์สินค้าขยับร่วงลงมา


              แกร๊ก!


              เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหยุดลงและเงียบไป



     

              เรย์วิ่งขึ้นมาถึงยังชั้นบนกวาดสายตาไปยังฝั่งตรงข้ามเขามองผ่านกระจกระเบียงใสเห็นร่างสัตว์ร้ายกำลังย่องเดินด้วยสี่ขาเข้าไปใกล้ยังจุดที่เอนซุหลบอยู่กับพนักงานหญิงคนหนึ่ง


              ดูเหมือนทั้งคู่จะยังไม่รู้ตัวว่าถูกสัตว์ร้ายคลานเข้าใกล้ประชิดทราบถึงที่ซ่อนของทั้งสองคน


              เรย์หยิบราวเหล็กกั้นมาหนึ่งท่อน เร่งลมปราณไปยังฝ่าเท้ากระโจนพุ่งข้ามทางเชื่อมระเบียงแล้วง้างเหล็กในมือจ้วงแทงศัตรูจากด้านข้างอย่างรวดเร็วก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้ถึงตัวเอนซุ


              ทว่า...ศัตรูกลับไม่ได้หันมองมาทางเขา มันพลันแตะเท้าซ้ายกลับหลังสะกดท่อนเหล็กไว้พอทิ้งเท้าลงก็ใช้กีบเท้าหนีบแท่งเหล็กไว้แน่นจนบี้แบน โสตประสาทของมันแหลมคมทราบถึงการโจมตีอันไร้กลเม็ดเด็ดพรายใด ๆ


              เรย์พยายามดึงอาวุธชิ้นเดียวที่ตนมีอยู่ตอนนี้อย่างสุดกำลังก็ไม่อาจทำอย่างไรได้เมื่อถูกความต่างของพละกำลังหน่วงเหนี่ยว


              บัดนั้นศัตรูปล่อยเท้าออกฉับพลันท่อนเหล็กหักงอ ปล่อยร่างของเรย์ให้ถูกแรงดึงของตัวเองผลักหงายไปด้านหลังกระแทกไถลลงกับพื้นพริบตาปลายเท้าของสัตว์ร้ายก็ลอยมาถึงหน้า สภาวะดุร้ายอำมหิตยิ่ง


              เนตรมารของเขามองเห็นกระแสลมปราณในร่างศัตรูมันหนาแน่นผิดกับร่างสถิตที่เคยเผชิญมาก่อนหน้านี้ลิบลับ


              เรย์เกร็งกล้ามเนื้อยกแขนทั้งสองข้างตั้งการ์ดรับ


              พลั่ก!


              เขาสัมผัสได้ถึงความหนักหน่วงของลูกเตะนี้พูดได้เต็มปากเลยว่าหากไม่มีแรงต้านจากลมปราณของตนเองแขนทั้งสองข้างคงได้หักรุ่งริ่งเป็นแน่แท้


              เรย์ยืมแรงส่งของลูกเตะนั่น ม้วนกลิ้งไปด้านหลังไกลหลายเมตรพลางนึกสงสัยขึ้นมาว่า ถ้าเอารถขนปูนขับด้วยความเร็วหกสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงลงไปตามทางลาดชันแล้วมันจะมีกำลังแรงใกล้เคียงกันไหมนะ เจ็บสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง? หรือแปดสิบดี?อาจจะมากกว่านั้นได้


              ทำเอาช่วงแขนของเขาชาไปหมดในมือว่างเปล่า เขาพยายามมองหาอะไรก็ได้ที่พอจะใช้เป็นอาวุธทว่าก็ไม่มีเลยสักอย่าง


              ระหว่างครุ่นคิดหาทางออก มันก็โถมร่างตรงเข้าหาไม่รอให้เขาได้ตั้งหลักเรย์เคลื่อนไหวด้วยการกลิ้งหลบซ้ายหลบขวา จนกระเบื้องถูกงัดกระจุยกระจายปลิวว่อน


              ถ้าไม่ใช่ว่าเขาหลบทันเวลาขณะนี้เกรงว่าคงถูกเขี้ยวแหลมคมเจาะไส้ทะลุไปแล้ว


              พอไม่มีดาบอยู่ในมือและเจอกับศัตรูที่มีระดับเข้าหน่อยตัวเขากลับอ่อนแอลงจนน่าใจหาย


              ในขณะที่กำลังจะวิ่งล่ออีกฝ่ายลงไปด้านล่างเจ้าหมูป่าที่กำลังอาละวาดกลับเห็นเด็กสาวในชุดนักเรียนคนหนึ่ง กำลังแอบอยู่บริเวณข้างเสาริมระเบียงด้วยความสั่นกลัว


              ‘ฟืดฟืด ค๊อก!’


              เสียงลมหายใจของมันดังฟืดฟัดมันหันทิศทางเปลี่ยนเป้าหมาย


              “กรี๊ด!!”


              ‘บ้าชิบ ทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วย!’


              เรย์สบโอกาสเกร็งลมปราณพุ่งเข้าไปใช้สันมือสับลงข้างเอวของศัตรูในท่าคาราเต้


              “รีบหนีไปเร็วเข้า!”


              เขาหันไปตะโกนสั่งเด็กสาว


              ทว่าอีกฝ่ายไม่สะดุ้งสะเทือนเลยสักนิดมันใช้มือข้างหนึ่งหันมาคว้ำบีบเคล้นลำคอเรย์ไว้แน่น จนรู้สึกอึดอัดแทบขาดใจตาย


              “ช่วยด้วยค่ะคุณอาจุนเปย์!!”


              เด็กสาวในชุดนักเรียกตะโกนร้องสุดเสียง


              พลั่ก!


              ร่างสัตว์ร้ายสั่นสะเทือน ตัวเอนเอียงไปด้านหน้านิ้วมือทั้งห้าที่บีบเคล้นลำคอของเรย์พลันคลายออก


              เรย์ไอสำลักอ่อนระทวยทรุดลงบนพื้น จนได้เด็กสาวในชุดนักเรียนเข้ามาช่วยพยุง


              ชายปริศนาคนหนึ่งที่เด็กสาวเรียกเขาว่าจุนเปย์โผล่มายืนประชันหน้ากับสัตว์ร้ายด้วยสีหน้าแข็งกร้าว


              “กรร—แก... เป็น... ใคร!?”


              "เป็นมือใหม่รึไงแกน่ะ? ก่อนที่จะยิงคำถามใส่ฉันก็โค่นฉันลงให้ได้ก่อนสิวะไอ้หมูตอน!"



     

              เขาเป็นชายคมเข้มร่างกำยำไว้ผมตั้งชี้เด่ภาพลักษณ์เหมือนนักเลงหัวไม้ประจำถิ่น


              โฮก!


              สัตว์ร้ายในร่างสถิตชกหมัดตรงซึ่งเต็มไปด้วยสภาวะดุร้ายใส่บริเวณตำแหน่งใบหน้าผู้ที่เข้ามาท้าทาย


              ความเร็วของหมัดที่ปล่อยออกนั้นเสียดสีอากาศจนแสบแก้วหู


              ทว่า...ชายที่ชื่อจุนเปย์เพียงยกฝ่ามือข้างขวาขึ้นมาตั้งรับไว้อย่างไม่สะดุ้งสะเทือนร่างกายกำยำมั่นคงไม่มีแกว่งเอียง


              จุนเปย์กำมือของมันและออกแรงบีบไว้แน่น


              “หุปปากเหม็น ๆนั่น แล้วเกร็งร่างไว้ให้ดีล่ะเจ้าหมู หมัดนี้สำหรับข้อหาที่ทำให้หลานฉันร้องไห้!”


              หมัดซ้ายตรงอันหนักหน่วงยิ่งกว่า ชกเข้าใส่บริเวณกลางอกร่างของสัตว์ร้ายเสียงดังตึงแผ่เป็นคลื่นลมสะท้อนออกมาเบา ๆ


              หมัดเดียว ไม่หวือหวา ไม่อลังการ ไม่มีเอฟเฟกต์ใดตามมา


              ร่างอัลเตอร์เอโก้ตัวกระตุกอ่อนยวบสิ้นฤทธิ์มันล้มหงายแน่นิ่งลงในที่สุด