“หลินอู๋เฉิน ไอ้เวรเอ้ย กล้าดียังไงมาใช้วิธีสกปรกกับฉัน กล้าดียังไงมาให้สวะของแกใช้ยาปลุกเซ็กส์ อ๊า...” เอี้ยเฟยโกรธจนหน้ามืดตาลาย แต่กระนั้นยังกัดฟันกรอด อาศัยมีดในมือแทงแขนตัวเองเพื่อข่มอารมณ์ปลุกกำหนัด ขับรถกลับไปที่บ้านสกุลมู่ด้วยใบหน้าไร้เลือดฝาด
เขาต้องรีบไปที่นั่น อย่างหนึ่งก็เพื่อหายาแก้พิษ สองคือพักรักษาตัว ซ่อนตัวอยู่ในบ้านสกุลมู่
ไม่รู้ว่าหลินอู๋เฉินจะตามมาเอาคืนไหม แต่วิธีการนี้ดูเหมือนจะได้ผล เพราะนายผู้เฒ่าดูจะชื่นชอบเขามาก อาศัยข้อได้เปรียบจากจุดนี้ เอี้ยเฟยคิดว่าหากหลินอู๋เฉินมาจริงๆ ก็คงไม่กล้าลงมือเอิกเกริก
ประตูรั้วบ้านสกุลมู่ปิดแล้ว แต่เอี้ยเฟยไม่สามารถชะลอรถแล้วบอกยามที่ป้อมได้ ขับรถชนเข้าไปทั้งอย่างนั้น ทำเอาเกิดเสียงอึกทึกครึกโครม ยามหน้าประตูตกใจ รีบวิ่งตามรถเข้าไปข้างในบ้าน
พอเอี้ยเฟยโดดลงถึงพื้นก็รีบวิ่งเข้าไปในตัวบ้าน ต้องรีบหากระเป๋าเพื่อนำยามารักษาตัวเอง ในฐานะทหารผ่านศึกที่ชายแดน เอี้ยเฟยเคยพบกับศัตรูที่ใช้วิธีการต่ำช้านับครั้งไม่ถ้วน ดังนั้นจึงมียาไว้แก้พิษเสมอ
เพียงแต่การลงมือครั้งนี้เกิดจากความไม่พอใจต่อหลินอู๋เฉิน คิดแค่ว่าเป็นลูกหลานคนรวยรุ่นที่สอง แต่ผลสุดท้ายก็อย่างที่เห็น ฝ่ายนั้นฝีมือไม่ธรรมดา แม้จะฆ่าไปหนึ่งแต่ตัวเองก็เจ็บไม่น้อย แถมยังพลาดเป้าไม่สามารถฆ่าหลินอู๋เฉินได้ ภารกิจเหลวไม่เป็นท่า
“เสียงดังอะไรข้างนอก อ้าว...นั่นน้องเอี้ยไม่ใช่เหรอ ทำไมหน้าถึงแดงขนาดนั้น เกิดอะไรขึ้นกันแน่ บอกพี่ชายคนนี้มาได้เลยนะ” นายเฒ่ามู่ยังไม่นอน เมื่อได้ยินเสียงรถชนประตูก็ออกมาจากห้องตัวเอง พอเห็นเอี้ยเฟยหน้าแดงคล้ำเลือดก็รีบเดินเข้าไปหา ถามไถ่ระคนเป็นห่วงเป็นใย
“อย่าเข้ามา...” เอี้ยเฟยแทบไม่มีแรงพูด มือซ้ายต้องการหยิบมีดพกสั้นขึ้นมากรีดเนื้อตัวเองเพื่อเรียกสติ แต่ทว่ามีดดันไม่อยู่ในมือแล้ว
“หรือว่าตกอยู่ในรถ? บ้าเอ้ย...ต้องรีบไปที่ห้อง!”
เอี้ยเฟยหน้ามืดตาลาย เดินกระเผกกลับไปที่ห้องด้วยความยากลำบากแต่ต้องถูกขวางทางโดยเจ้าบ้านมู่
“น้องเอี้ย แขนเลือดออกไม่ใช่เหรอนั่น ไปทำอะไรมา...เดี๋ยวสิน้องเอี้ยนี่พี่ชายเองนะ เดี๋ยวสิ...อ๊ากกก!”
เอี้ยเฟยกระโจนเข้าหานายผู้เฒ่ามู่ราวกับสัตว์ร้ายกระหายเลือด ฉีกเสื้อผ้าอีกฝ่ายแล้วกระหน่ำไม่ยั้ง ด้วยฤทธิ์ของยาปลุกเซ็กส์ของคนในชุดม่วงดูเหมือนว่าจะออกฤทธิ์จนเขาไม่สามารถต้านทานได้
เสียงร้องเวทนาดังลั่นบ้านสกุลมู่ กอปรกับเสียงรถยนต์ชนหน้าประตูเมื่อครู่ ทำให้ทุกคนออกมาจากห้อง จึงพบกับสิ่งที่น่าเหลือเชื่อกลางโถงบ้าน!
“คุณคะ...นี่มัน” โจวอี้คุณที่อยู่ในชุดนอนจับมือสามีแน่น ใบหน้าปรากฏร่องรอยความไม่อยากจะเชื่อ สามีอย่างมู่หวูถิงเองก็เช่นกัน ตกตะลึงจนไม่เป็นอันทำสิ่งใด
“นี่มัน....คุณปู่กับเอี้ยเฟยกำลังมีเซ็กส์กัน มิน่าล่ะ คุณปู่ถึงได้เข้าข้างเขานัก ที่แท้ก็เพราะชอบหมอนี่นี่เอง ดีล่ะฉันจะถ่ายคลิป!” มู่เจาเจาเห็นฉากดังกล่าว มีความรังเกียจทั้งสองคนอย่างไม่อาจปิดบัง หยิบโทรศัพท์ออกมากำลังจะถ่ายก็ถูกคว้ามือไปโดยโจวอี้คุน
“แม่...ทำอะไรเนี่ย” มู่เจาเจาถาม น้ำเสียงมีความไม่พอใจหลายส่วน
“แม่ไม่ได้ว่าอะไร แค่จะเปิดไฟโถงให้สว่างๆ ลูกจะได้ถ่ายคลิปชัดๆ ไง”
“แม่...ขอบคุณค่ะ!”
โจวอี้คุนไม่มีทางยอมรับเอี้ยเฟยอยู่แล้ว
ตั้งแต่แรกผู้ชายคนนี้หากไม่เป็นเพราะคุณปู่ มีเหรอจะได้เข้ามาเหยียบสกุลมู่ ดังนั้นพอได้โอกาสเธอจึงไม่ลืมที่จะซ้ำเติม ด้วยการเหยียบย่ำทั้งคู่ลงไปในนรกที่กำลังจะถึงฝั่งฝันในไม่ช้า เมื่อฟังจากเสียงน่ะนะ
ไฟกลางโถงสว่างจ้า มู่เจาเจาเปิดกล้องถ่ายฉากเด็ด ระหว่างนั้นใช่ว่าจะไม่มีใครอยากเข้าไปหยุดทั้งคู่ แต่เพราะเกรงกลัวนายผู้เฒ่า จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปสอด
แต่แล้วไม่รู้ว่ามู่เจี้ยนผิงเอาความกล้ามาจากที่ไหน ถึงได้เดินเข้าไปหา หรืออาจจะเป็นเพราะชื่นชอบตัวเอี้ยเฟยก็ได้ ยังไงซะเธอยังไม่เคยมีแฟนเลยสักคนนี่นา
คล้ายกับรับรู้ถึงการเคลื่อนไหว เอี้ยเฟยโยนนายผู้เฒ่ามู่ที่สลบเหมือดแล้วกระโจนเข้าใส่มู่เจี้ยนผิง เห็นแบบนี้คนในตระกูลมู่รู้ว่าเกิดบางอย่างผิดปกติกับเอี้ยเฟย จึงรีบเข้าไปห้าม
แต่คนธรรมดาเหรอจะสู้กับผู้ฝึกยุทธได้
นอกจากนั้นเวลานี้เอี้ยเฟยยังคลุ้มคลั่งดังสัตว์ร้ายกระหายกาม มู่เจาเจาและคนที่เหลือจึงไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้ ทำได้เพียงสั่งให้ยามออกไปจัดการพร้อมกับกระบองเหล็กสีดำ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มู่เจาเจากลัว เริ่มลนลานแล้วโทรหาหลินอู๋เฉิน
จากเหตุการณ์ที่หุบเขาแห่งความตายที่คร่าชีวิตของทุกคนในทีมสำรวจ รอดกลับมาแค่ 3 คน เธอเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าศิษย์รักจะกำราบเอี้ยเฟยได้!
ยามบ้านมู่เมื่อเผชิญหน้ากับเอี้ยเฟยก็ถูกซัดจนคอหัก หลังจากปลดปล่อยแรงกามตัณหาออกมาถึงสองครั้งสองคราเอี้ยเฟยจึงได้สติ มองสภาพโดยรอบอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“นี่ฉัน...ทำลงไปเหรอเนี่ย”
มีคนนอนเจ็บหลายคน และบางคนดูเหมือนไม่หายใจแล้ว แม้จะเป็นทหารอยู่ชายแดนแต่การฆ่าผู้บริสุทธิ์ก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาพึงปรารถนา เอี้ยเฟยที่ถูกสายตาคนสกุลมู่จ้องมองพลันรู้สึกผิด หยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมแล้วหนีออกไปด้านนอก โดยลืมกระเป๋าและของต่างๆ ไว้ในห้อง
ไม่นานตำรวจเดินทางมาถึง เช่นเดียวกับหลินอู๋เฉิน
มูเจาเจายังตกใจกลัวไม่หาย เวลานี้จึงไม่ต่างจากกระต่ายตัวน้อย เข้ามาออเซาะลูกศิษย์โดยที่ลืมไปว่า โดยปกติต้องแคร์สายตาคน
“ไม่เป็นไรแล้ว เอี้ยเฟยไม่อยู่แล้ว เพราะงั้นเลิกร้องซะที” หลินอู๋เฉินเอามือลูบหลังอาจารย์คนสวย ปากก็บอกว่าไม่เป็นไรนะ
มู่เจาเจาเช็ดน้ำตา น้ำเสียงสั่นเครือสะเทือนอารมณ์ “อาจารย์รู้แล้ว เพียงแต่ไม่คิดว่าคุณปู่จะต้องมาตายแบบนี้ นอกจากนั้นคนในตระกูลเองก็เหมือนกัน พวกเขาถูกเอี้ยเฟยฆ่าตาย...และอาของอาจารย์ต้องมีมลทิน...”
นายผู้เฒ่ามู่ตาย...สำหรับหลินอู๋เฉินแล้วนี่มันดีจริงๆ
ส่วนเรื่องมู่เจี้ยนผิงเขาไม่ได้รู้สึกอะไร เพียงแค่คิดว่าทุกอย่างมันก็เป็นไปตามที่อาจารย์เคยคิดไม่ใช่เหรอ หากแต่เหตุการณ์จริงดันเกิดขึ้นโดยที่บ้านยังไม่มีงานปาร์ตี้ เรื่องก็ดันเกิดขึ้นเสียก่อน เพราะเหตุนี้เองทำให้เธอรับไม่ได้ละมั้ง...
“ขอโทษนะอาจารย์ มันเป็นความผิดของฉันเอง...” หลินอู๋เฉินพึมพำในใจแต่ไม่ได้พูดออกมา เนื่องจากเมื่อเขามาถึงที่เกิดเหตุ ก็ได้กลิ่นจากร่างกายของเอี้ยเฟย แม้จะเบาบางจนคนทั่วไปสัมผัสไม่ถึงแต่เขาจำกลิ่นนี้ได้แม่น เพราะมันมาจากสนามหญ้าหน้าบ้าน ที่เพิ่งเกิดเหตุฆ่ากันตายไปหมาดๆ
“สรุปก็คือ เอี้ยเฟยต้องการไปฆ่าฉันแล้วบังเอิญพบกับนักฆ่าอีกคนพอดี เป้าหมายของมันก็คงเป็นฉัน...เพียงแต่ไม่คิดเลยว่าทุกอย่างจะประจวบเหมาะแบบนี้ เอี้ยเฟยได้รับยาปลุกเซ็กส์แต่ก็ฆ่าชายในชุดสีม่วงได้ แต่อย่างใดก็ตามเขาไม่สามารถทนต่อฤทธิ์ของยาได้...”
หลินอู๋เฉินสรุปเรื่องราวทุกอย่างเพียงแค่ได้กลิ่นของผงปลุกเซ็กส์ โชคดีที่เขาเป็นถึงผู้บ่มเพาะและมีทักษะ'เทพจักรวาล'ไม่งั้นพอได้กลิ่น เกรงว่าคงไม่ต่างจากเอี้ยเฟย
แต่กระนั้นผงปลุกเซ็กส์ตอนนี้ก็มีแค่กลิ่นจางๆ ไม่ได้รุนแรงพอให้คนมีอารมณ์คึกคะนอง
“อาจารย์ นี่มันก็ดึกมากแล้ว...อาจารย์ไปนอนก่อนไหม” หลังจากรับชมตำรวจขนย้ายศพออกไปเสร็จ หลินอู๋เฉินเดินเข้ามาหาอาจารย์ที่ขดตัวเป็นลูกบอลที่ห้อง
มู่เจาเจาดึงข้อมือเขาเข้าไปหา ซุกหน้าตัวเองลงบนข้อมือนั้น หลินอู๋เฉินไม่ได้พูดอะไรเพียงปล่อยให้เธอทำสิ่งที่อยากทำ เนิ่นนานจึงได้เอ่ยว่า
“วันนี้อาจารย์รู้สึกแย่มาก...ช่วยฝังเข็มให้อาจารย์หน่อย...แล้วก็จูบด้วยนะ”
“ได้สิ แต่...อาจารย์คงไม่ลืมนะว่าต้องถอดเสื้อผ้า แต่ว่าให้ฉันทำแบบนี้มันจะดีเหรอ นี่คือบ้านของอาจารย์นะ”
“เธอเคยกลัวด้วยเหรอ นอกจากนั้นนี่ยังเป็นห้องของอาจารย์ ไม่มีใครเข้ามาหรอก แค่ล็อคประตูก็สิ้นเรื่อง”
หลินอู๋เฉินไม่ได้คัดค้าน ไหนๆ เหตุการณ์ข้างนอกก็น่ากลัวเสียขนาดนั้น ผู้หญิงขวัญอ่อนอย่างมู่เจาเจาคงเสียขวัญแย่ ฟุ้งซ่านจนลืมโฟกัสเรื่องคนมองไม่ดี ก็แค่อยากอยู่กับลูกศิษย์สองต่อสอง
เนื่องจากอยู่ในชุดนอนข้างในเลยไม่มีบาร์หรือแพนตี้ มู่เจาเจาในสภาพร่างเปลือยเปล่านอนขดอยู่บนเตียง วงหน้าแดงระเรื่อ ดวงตาคู่นั้นมีความเย้ายวนหลายส่วน
“อย่าเอาแต่มองสิ เริ่มลงมือได้แล้ว พรุ่งนี้อาจารย์ต้องไปทำงานนะ”
แม้จะเคยโดนเขาสำรวจทุกที่แล้ว แต่มู่เจาเจาก็ยังอายทุกครั้งที่ถูกมอง
หลินอู๋เฉินหัวเราะในลำคอ ตบ'ถุงต่างมิติ'กล่องเข็มเงินก็บินมาอยู่ตรงหน้า เขาไม่ได้เริ่มทำเลยหากแต่ยื่นมือไปสัมผัสกับติ่งเนื้อเนียนสีชมพูพริ้ง
“อ๊า...ทำอะไรของเธอเนี่ย! ฝังเข็มเพื่อผ่อนคลายนะไม่ใช่นวดเพราะเรื่องอย่างว่า” มู่เจาเจาหน้าร้อนผะผ่าว สองขายาวพาดเกี่ยวไหล่กว้างเขาโดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากเผยอขึ้นเล็กน้อย
“ก็นวดก่อนไง หลังจากนั้นจะฝังเข็มให้ หรืออาจารย์อยากจะปฏิเสธก็ได้นะ”
“ไม่...! อย่าหยุดนะ ทำต่อไปแบบนั้นแหละ”
“งั้นอาจารย์ อยากจับของลูกศิษย์คนนี้บ้างหรือเปล่า”