ลี่เลี่ยงหรง เพิ่งจะสังเกตใบหน้าของหลัวเจี้ยนคังอย่างชัดเจนเมื่อเขาหันมองมายังบริเวณที่ตนยืนอยู่ร่วมกับจางจื่อรั่วและจางฮุ่ยหลิน เขาก็จดจำชายสูงวัยผู้นี้ได้ทันทีเช่นกัน
“ข้าน้อยเป็นพยานได้อีกคนขอรับ ท่านลุงผู้นี้พายเรือไปถึงหมู่บ้านหลางหลงเพื่อตามหาเด็กสามคน เวลานั้นข้าน้อยเกรงว่าเขาจะเป็นอันตรายจึงได้ขับไล่เขาออกไป แต่ใบหน้าของเขาข้าน้อยจำได้อย่างแม่นยำ”
ชาวบ้านในหมู่บ้านหลางหลงและหมู่บ้านข้างเคียงที่เดินทางเข้าเมืองหลวงมาด้วย พวกเขาหวนคิดถึงเมื่อหลายปีก่อนหลัวเจี้ยนคังผู้นี้เคยตระเวนไปสอบถามคนทั่วทุกแห่งตามหาสามพี่น้องอยู่จริง
เรื่องราวครั้งนี้มีเรื่องให้สะเทือนอารมณ์เจ็บช้ำน้ำใจกันมากพอแล้ว หากช่วยคนผู้หนึ่งให้รอดพ้นจากความตายได้พวกเขาก็ยินยอมออกมาสนับสนุนคำขอร้องของท่านอาจารย์สูงวัย
เห็นประชาชนจำนวนมากคุกเข่าขอร้องแทนหลัวเจี้ยนคังผู้สำนึกผิดและพยายามชดเชยให้สามพี่น้องมายาวนาน ซูยู่หลงก็พึงพอใจกับท่าทีที่อ่อนลงของฝูงชน เขาจึงตัดสินโทษให้หลัวเจี้ยนคังต้องถูกจองจำเป็นเวลา 7 ปี ส่วนหลัวซิ่นยังคงยืนยันโทษประหารตามเดิม
“นางข้าหลวงจาง เวลานี้เจ้ามีสิทธิ์ในการตัดสินใจเรื่องคู่ครองของตนเองแล้ว เจ้าจะตัดสินใจอย่างไรกับสัญญาหมั้นหมายระหว่างตนเองกับเกาซ่งอวิ้น”
“ข้ามีคำถามจะถามเขาเรื่องหนึ่ง ขอข้าคุยกับเขาสักครู่ได้หรือไม่เจ้าคะ” หญิงสาวโค้งตัวต่ำท่าทางสุภาพงดงาม มองทางใดผู้คนโดยรอบก็ไม่อาจโยงจางจื่อรั่วกับถังจื่อรั่วสตรีร้ายกาจที่นางหลัวเล่าความเมื่อครู่ไม่ได้เลยแม้แต่นิด
เห็นซูยู่หลงพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต นางก็เดินออกจากที่ของตนมายังร่างของบุรุษที่นอนมีสติครึ่งๆ กลางๆ
ระบบส่งยาหนึ่งขวดออกมาให้หญิงสาว แต่นางก็ส่งคืนกลับไปเพราะรู้ว่าอาการของเกาซ่งอวิ้นยังไม่หนักหนาสาหัสถึงขั้นต้องได้รับการรักษาอย่างปัจจุบันทันด่วน
“ข้าเข้าใจและเห็นใจกับทุกอย่างที่ท่านกำลังเผชิญอยู่ แต่ท่านก็ต้องเข้าใจสิ่งที่ข้ากำลังเผชิญอยู่ด้วยเช่นกัน ยามนี้ข้าไม่ได้โกรธท่าน แต่มีเรื่องหนึ่งที่สำคัญสำหรับข้า ท่านสามารถนำต่างหูที่เราสองคนแบ่งกันเก็บไว้คนละข้างออกมาได้หรือไม่” หญิงสาวแบมือขาวนวลของนางออกมาต่อหน้าเกาซ่งอวิ้น
เสียงของจางจื่อรั่วเบาหวิวจนได้ยินกันได้เพียงสองคน ร่างของนางที่ทรุดตัวลงเคียงข้างเกาซ่งอวิ้นที่นอนอยู่บนแคร่ไม้ก็บดบังจนไม่มีผู้ใดมองเห็นรายละเอียดการกระทำระหว่างคนทั้งสอง
เกาซ่งอวิ้นได้ยินคำกล่าวทุกประโยคของนางชัดเจน เขาลืมตามองต่างหูทับทิมข้างหนึ่งบนมือนางนิ่งงัน หยาดน้ำตาผุดออกมาที่หางตาพร้อมกับหลับตาลงช้าๆ
“ข้าทำหายไปแล้ว” ชายหนุ่มรวบรวมพละกำลังเปล่งเสียงตอบนางออกมาจนได้ในที่สุด
จางจื่อรั่วสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ อย่างอดกลั้น หากเขาบอกนางว่าเขามีความจำเป็นต้องขายมันเพื่อซื้อยานางก็พร้อมจะอภัยให้เกาซ่งอวิ้นและจะเลิกตามหาต่างหูอีกข้างยินยอมตอบรับสัญญาหมั้นหมายเอาไว้ดังเดิม ไม่คิดว่าเกาซ่งอวิ้นจะไม่พยายามแม้กระทั่งสรรหาคำโกหกดีๆ เพื่อนางสักประโยค เขากลับเลือกตอบคำถามง่ายๆ ง่ายเหมือนทุกอย่างที่เขากระทำมาโดยตลอด 6 ปี
“ยามนี้ข้าเป็นนางข้าหลวงขั้นหก มีสิทธิ์ออกความคิดเห็นในการเลือกคู่ครองด้วยตนเอง สัญญาหมั้นระหว่างเราสองคนมันได้จบสิ้นไปแล้ว จากนี้เราต่างคนต่างไปเริ่มชีวิตของตนเองเถิด ท่านรักษาตัวด้วย” กล่าวจบหญิงสาวก็เก็บต่างหูหนึ่งข้างของตนไว้กับตัวตามเดิม นางจะถือเสียว่าเจ้าของต่างหูอีกข้างมีเพียงผู้เดียวคือเจ้าของโครงกระดูกร่างนั้น ไม่คิดตามหาผู้ใดอีกต่อไปแล้ว
“ใต้เท้าซู ข้ากับใต้เท้าเกาจากนี้ล้วนเป็นผู้อื่น สัญญาหมั้นหมายฉบับนั้นขอให้ใต้เท้าทำลายมันเสียต่อหน้าทุกคน ยุติความสัมพันธ์รระหว่างข้ากับเกาซ่งอวิ้นด้วยเถิดเจ้าค่ะ”
ซูยู่หลง เรียกสัญญาหมั้นหมายฉบับสุดท้ายมาจากเหลียงเปียว และฉีกทำลายมันต่อหน้าทุกคนในศาลาว่าการตามความประสงค์ของหญิงสาวที่นางมีสิทธิ์ตามนั้นจริง
“เกาซ่งอวิ้นแม้ว่าจะพ้นข้อกล่าวหาที่ทอดทิ้งสามชีวิตให้ตายตกอยู่ในป่า แต่เขาเป็นขุนนางแล้วยังปกปิดความผิดให้ผู้อื่นสมควรได้รับโทษ” ซูยู่หลงกล่าวต่อ
“ลดขั้นขุนนางของใต้เท้าเกาจากขุนนางขั้นห้า ให้ไปเป็นนายอำเภอขั้นหกที่เมืองต้าฉู่ ใช้ความสามารถเพื่อแผ่นดินเป็นการชดเชยความผิด”
ต้าฉู่เป็นเมืองที่อยู่ในเขตชายแดนที่กำลังเกิดการกบฏจากขุนนางในพื้นที่และยังมีการโจมตีจากข้าศึกต่างแคว้นเข้ามาเป็นระลอก ทางการต้องมีการจัดเก็บภาษีจากราษฎรเพื่อสนับสนุนกองทัพและยังมีปัญหาอีกหลายประการระหว่างประชาชนกับกองทัพ เซี่ยหลุนเองก็เดินทางไปชายแดนแถบนั้นแล้วเช่นกัน ซูยู่หลงจึงตั้งใจส่งเกาซ่งอวิ้นไปที่นั่น ทางหนึ่งสหายทั้งสองจะได้มีโอกาสช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อีกทางยิ่งมีปัญหาให้แก้ ชื่อเสียงที่เสียไปของเกาซ่งอวิ้นก็จะกลับคืนมาได้เร็วขึ้น
……….
ร้านสมุนไพรสกุลจางเมืองหลวง
“ท่านปู่ ซุ่นโจวกับเมืองไห่ก็ใกล้กันนิดเดียว พี่ชายเลี่ยงหรงกับพี่สะใภ้ก็คอยช่วยเหลือข้าอยู่เหมือนเดิม หลังจากนี้พวกเราจะไปมาหาสู่กันก็สะดวกว่าเดินทางเข้าเมืองหลวงยิ่งนัก ท่านไม่ต้องห่วงข้าหรอกเจ้าค่ะ” จางจื่อรั่วอธิบายกับท่านปู่และท่านย่าของนาง
หลังจากเกาซ่งอวิ้นเดินทางออกจากเมืองหลวงไปแล้ว การตัดสินโทษประหารของนางหลัวก็จบสิ้นไปแล้วเช่นกัน จางจื่อรั่วทูลขอให้ฮ่องเต้ปลดนางจากการเป็นนางข้าหลวงชั้นหกกลับมาเป็นสตรีสามัญชนตามปกติ เพราะนางทำให้เหล่านางข้าหลวงต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง
เรื่องนี้ฮ่องเต้ฉู่ฝูโซว่ลังเลใจอยู่ได้ไม่นานก็ตัดสินใจอนุญาตจากแรงยุของฉู่อันฉี แม้ว่าฮ่องเต้จะล่วงรู้ทุกความร้ายกาจของนาง แต่เขาก็ปล่อยให้พระธิดากระทำตามใจ นี่เป็นเขี้ยวเล็บอย่างหนึ่งที่ภรรยาเอกพึงมี โดยเฉพาะภรรยาเอกของเซี่ยหลุนผู้ซึ่งกำลังก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อย ๆ และยังมีรูปโฉมที่หล่อเหลา
“จริงของเจ้า ร้านสมุนไพรสกุลจางกลับไปเปิดใหม่ที่ซุ่นโจวก็ดีเหมือนกัน เมืองหลวงนั้นวุ่นวายเกินไป” จางจื้อพยักหน้ารัวราวกับไก่จิก เห็นด้วยกับหลานสาวที่นางคิดจะปิดร้านที่เมืองหลวงแล้วย้ายไปอยู่ซุ่นโจวตามเดิม
ที่หมู่บ้านหนิงป่อเวลานี้ไม่มีคนสกุลหลัวและคนสกุลเกา มีเพียงที่ดินสามหมู่ของสกุลถังที่ยังคงอยู่ดังเดิม ซ้ำยังมีเรือนที่เกาซ่งอวิ้นสร้างไว้และยกให้หญิงสาวอย่างเต็มใจ จางจื้อเข้าใจว่าหลานสาวยังคงเสียใจเรื่องของเกาซ่งอวิ้นและเซี่ยหลุน เขาจึงอยากให้จางจื่อรั่วอยู่ให้ห่างจากคนทั้งคู่เอาไว้ก่อน
“ท่านปู่ ท่านย่า เมื่อข้ากลับไปที่หมู่บ้านหนิงป่อ ข้าจะกลับไปใช้แซ่ถังตามเดิมเจ้าค่ะ” หญิงสาวช้อนสายตามองสองผู้ชราด้วยความเกรงใจ
“สมควรแล้ว เจ้าไม่ต้องห่วงเราทั้งสองคนหรอก เราทำใจได้ตั้งแต่วันที่ปล่อยให้อาเยียนออกจากเรือนไปแล้วล่ะ” ย่าเฉินเอื้อมมือมาคว้าแขนของหลานสาวปลอบโยน
“ฮุ่ยหลินเล่า เจ้าจะกลับไปอยู่ที่บ้านเดิมกับพี่ใหญ่เจ้าหรือไม่” จางจื้อหันมาถามหลานสาวคนเล็ก ปากเบะคล้ายจะร้องไห้อยู่บ้างแต่ก็กลั้นเอาไว้
“ไม่เจ้าค่ะ ข้าจะเป็นหมอหญิงสกุลจางแห่งเมืองไห่ ข้าจะไม่กลับไปใช้แซ่ถังอีกด้วย ข้าจะอยู่ดูแลท่านปู่ท่านย่าเอง” เด็กสาวตอบรับคำโดยไม่หยุดคิดแม้แต่น้อย
จางจื่อรั่วอมยิ้มให้น้องสาวคนเล็กของตน อดคิดไม่ได้ว่าหากตนไม่ได้เข้ามาใช้ร่างของถังจื่อรั่ว ฮุ่ยหลินอาจมีชีวิตรอดไปจนได้พบกับสองผู้เฒ่าสกุลจาง แม้ไม่มีตนน้องสาวก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไห่ได้เองอย่างมีความสุข
“ห่วงก็แต่อาเยียน เมื่อใดเขาจึงจะกลับมาหาพวกเราได้อีกครั้งกันนะ” ย่าเฉินรำพัน
จางเยียนหรือเหลยจีไม่ได้ปรากฏตัวให้ผู้ใดได้พบเห็นเลยในขณะที่มีการพิจารณาคดีของเกาซ่งอวิ้น เขาซ่อนตัวมองดูท่านปู่ท่านย่า และบรรดาคนรู้จักจากหมู่บ้านหลางหลงและหมู่บ้านหนิงป่ออยู่ไกลๆ ไม่มีโอกาสได้รู้ว่าพี่สาวของตนยังยึดติดกับต่างหูข้างนั้นอยู่