Dealers Life System - ระบบชีวิตพ่อค้า

    ตอนที่ 31 โดนบังคับ

    บรรยากาศที่ชวนกดดันทำเอาเคลได้ยืนนิ่งขมวดคิ้วและสาปแช่งพนักงานสาวเอาไว้ในใจว่าจะพูดหาเหาใส่หัวให้เขาทำไมกัน สายตาของเคลได้จ้องมองพนังงานสมาคมสาวอย่างเอาเป็นเอาตาย ซึ่งเธอก็ได้แต่ยิ้มแห้งและหัวเราะแหะ ๆ ที่หลุดปากออกมา ก็เพราะปกติไม่ค่อยมีการใช้เส้นสายสักเท่าไหร่เนื่องจากจะถูกนักผจญภัยคนอื่นที่ได้รู้จะเขม่นเข้าให้ ส่วนซิลเวอร์เองก็ตาโตตกใจเมื่อเขาได้พูดประโยคนั้นออกไป เนื่องจากเขาเกษียณไปนานจึงลืมเลือนไปเลยว่าความเดือดดาลของนักผจญภัยสิ่งหนึ่งก็คือการเล่นเส้นสายนี่แหละ “เห้ไอ้หนูเอ็งเป็นใครวะถึงได้เลื่อนระดับโดยที่ไม่ต้องทำภารกิจแบบนี้กันหา!” “ใช่พวกฉันไม่ลืมความขมขื่นช่วงที่ต้องทำ 100 ภารกิจระดับ D นะเว้ยมันยากลำบากแค่ไหนรู้มั้ยหา!” “พูดได้ดีพวกเราเหล่านักผจญภัยต่างมีความภาคภูมิใจการเป็นนักผจญภัยอยู่ในตัวนะเฟ้ย” “เอ็งมันคงอ่อนแอมากเลยสินะถึงไม่ต้องการทำภารกิจระดับ D น่ะรู้ไหมว่ามีผู้วิเศษระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นสูงที่เป็นนักผจญภัยแรงค์ D มากมายต่างก็ต้องการสอบเลื่อนขั้นเหมือนกันนะเว้ย และการที่แกเพิ่งได้รับเหรียญนักผจญภัยแรงค์ D มาสอบเลื่อนขั้นโดยที่ไม่ทำภารกิจมันหมายความอย่างไรกันหา!” เสียงดูถูกดูแคลนและการบ่นสาปแช่งด่าดังขึ้นให้เคลได้ยินเป็นระยะ สำหรับพวกเขาแล้วการเป็นนักผจญภัยคือเกียรติยศอันล้ำค่า พวกเขาถือคติ ซื่อสัตย์ รักพวกพ้อง ไม่แบ่งชนชั้น ไม่เหมือนพวกขุนนาง หรือพวกอัศวินที่ชอบทำตัวอวดเบ่งอำนาจ กดพวกเขาให้ดูต่ำต้อย และการก่อตั้งสมาคมนักผจญภัย ก็เพื่อต้านทานพวก สำนักเวทย์ที่ชอบเห็นแก่ตัวตอนออกไปล่าก็มักจะโจมตีพวกเขาไม่ให้เข้าไปเก็บเกี่ยวของดี ๆ เพราะงั้นเมื่อเจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้พวกเขามักจะต่อต้านทันทีและเขม่นพวกที่ชอบทำตัวอวดเบ่ง วางกล้ามต่าง ๆ “ใช่ ๆ ว่าแต่มันระดับพลังเท่าไหร่วะเนี่ยทำไมถึงสัมผัสไม่ได้กัน” นักผจญภัยคนหนึ่งถึงกับอุทานเมื่อเขาแผ่พลังเพื่อต้องการสัมผัสพลังของเคล แต่ก็พบว่าไม่สามารถสัมผัสได้ นั่นหมายความตัวของเคลได้พกไอเทมปกปิดขั้นสูงไว้อย่างแน่นอน ซึ่งราคาแพงเป็นอย่างมาก “ชิมีไอเทมปกปิดพลังงั้นเรอะ คิดว่ารวยแล้วจะทำอะไรก็ได้หรือไงกันว่ะ!” “เฮ้ยใจเย็นรวยไม่เกี่ยวดิว่ะ ฉันก็รวยเหมือนกันแต่ฉันก็อยากเป็นนักผจญภัยเหมือนกันะเว้ย” “เออโทษทีพูดเร็วไปหน่อย” “หลีกทางไอ้หนุ่มให้พี่คนนี้สำรวจพลังเอง”เสียงนักผจญภัยวัยกลางคน คนหนึ่งได้เดินเข้ามาใกล้เคล นักผจญภัยหลายคนต่างตั้งฉายาให้เขาว่า ‘หนวดจิ๋มพิฆาต’ เป็นนักผจญภัยแรงค์ S ที่เก่งกาจคนหนึ่งของเมืองนี้ “เอาเว้ยพี่ชายหนวดจิ๋มตรวจสอบพลังมันเลย” เมื่อนักผจญภัยหนวดจิ๋มแรงค์ S ได้ตรวจสอบพลังก็พลันหัวเราะ “เห..เป็นเพียงแค่ผู้ใช้เวทย์ขั้นกลางเท่านั้นเองว่ะ” เมื่อนักผจญภัยทั้งหลายได้ยินคำนั้นก็พลันหัวเราะกันอย่างมากมาย “หาอะไรนะผู้ใช้เวทย์ขั้นกลางงั้นเหรออย่างงี้มันก็อ่อนแอน่ะสิเอางี้ไอ้หนูฉันเองก็ผู้ใช้เวทย์ขั้นสูงสุดจะเป็นคนทดสอบเลื่อนขั้นนายเอง” นักผจญภัยแรงค์ C คนหนึ่งได้พูดขึ้น “เออใช่ฉันเห็นด้วย” เมื่อนักผจญภัยหลายคนได้ยินก็ต่างพยักหน้าเห็นด้วย ปกติแล้วการเลื่อนขั้นไปแรงค์ C จะต้องต่อสู้กับผู้ใช้เวทย์ขั้นสูงที่เป็นนักผจญภัยแรงค์ C เหมือนกัน โดยต้องเอาชนะหรือเสมอถึงจะสามารถผ่านการทดสอบได้ ถ้าต้องสู้กับผู้ใช้เวทย์ขั้นสูงสุดแล้วละก็ เจ้าหนูนั่นต้องโดนซ้อมจนน่วมอย่างแน่นอน “เอาเว้ยสั่งสอนมันเลยให้มันรู้ว่าการเป็นนักผจญภัยที่แท้จริงหมายความเช่นไร” “ฉันเห็นด้วยไปที่สนามกันเลยเว้ยเฮ้ย” “เอาเว้ย ๆ แทงกันหน่อยมั้ยว่าไอ้หนูจะรอดในกี่กระบวนท่ากัน” “ฉันว่า 2 ครั้ง” “ฉันว่า 1 ครั้ง” พลันเสียงนักผจญภัยทั้งหลายก็กลายเป็นครื้นเครง โดยที่เคลไม่สามารถจะแย้งอะไรได้เลยแม้แต่น้อยทุกอย่างไวมาก เขาถูกนักผจญภัยหลายคนยกขึ้นบ่าไปที่สนามอย่างไม่อาจขัดขืนได้ อารมณ์ของพวกนักผจญภัยมีแต่พวกแปลก ๆ เมื่อตอนแรกยังเดือดดาลโกรธเขาเป็นฟืนเป็นไฟ แต่พอเป็นเรื่องสนุกก็กลับครึกครื้นเสียอย่างนั้น เหมือนลืมไปแล้วว่าเขาเป็นฉนวนความโกรธในตอนแรก ซิลเวอร์เองก็ได้เข้ามาเคียงข้างใกล้ ๆ เคลและกระซิบให้เคลได้ยินว่า “ฮ่า ๆ ไม่ต้องกังวลพวกนักผจญภัยก็แบบนี้แหละเพียงแค่นายต้องโชว์พลังอันน่าตกตะลึงให้พวกเขาดู แล้วพวกเขาจะยอมรับเองแหละ” “อย่างงั้นเหรอ?” เคลตอบกลับแบบส่ายหัวและตลกร้ายไม่น้อย เพียงแปปเดียวพวกเขาก็มาถึงสนามกว้างใหญ่ ตรงนี้เป็นสถานที่อยู่หลังตึกสมาคมนักผจญภัย เอาไว้เป็นที่ซ้อมต่อสู้ ทดสอบนักผจญภัย หรือทดสอบพลังต่าง ๆ มีไว้เป็นสวัสดิการของนักผจญภัยทุกระดับ ก่อนที่จะเริ่มการทดสอบเหล่านักผจญที่มุ่งล้อมมีมากเกือบร้อยต่างวิจารณ์สนุกสนาน “เอาละเว้ยท่าเด็ดประจำของไอนี่ดาบเดียวสะท้านปฐพี ฉันที่นักเวทย์ขั้นต่ำยังไม่กล้ารับการโจมตีตรง ๆ เลย” “ดูเจ้าหนูนั่นสิยืนนิ่งเลย ดูท่าจะสั่นเป็นเจ้าเข้าแน่” “ฉันเห็นด้วยเลยการโจมตีที่รุนแรงของผู้ใช้เวทย์ดาบใหญ่ เขาคงต้องเสริมพลังกายถึงสองมือทำให้การโจมตีนี้รุนแรงอย่างแน่นอน” “หืมอย่าดูถูกเด็กนั่นดีกว่านะเขาเป็นนักเรียนที่ฉันภาคภูมิใจมากเลย..ถึงแม้จะไม่ได้สอนอะไรมากก็เถอะ” ซิลเวอร์พูดขัดขณะได้ยินเหล่านักผจญภัยทั้งหลายวิจารณ์กัน เมื่อเหล่านักผจญภัยได้ยินก็หันมามองซิลเวอร์กันเป็นแถว พวกเขาต้องขมวดคิ้วและเพ็งเล็งซิลเวอร์อย่างละเอียด “นายเป็นใครวะไอ้หนวดเคราขาว” นักผจญภัยแรงค์ S หนวดจิ๋มพิฆาตกล่าวถามเพราะรู้สึกคุ้นหน้าไม่น้อย ซิลเวอร์พลันหัวเราะเมื่อหนวดจิ๋มถาม เขาไม่ได้มาที่สมาคมอีกเลยหลังจากเกษียณออกไปและรู้สึกทึ่งปนอิจฉาเมื่อเพื่อนของไประดับจอมเวทย์แล้วทิ้งเขาไว้อยู่ในระดับนักเวทย์อยู่เลย ก็ไม่แปลกอะไรการบาดเจ็บที่ขานั้นเป็นบาดแผลรุนแรงทางจิตใจสำหรับเขาไม่น้อยเลยทำให้การเลื่อนขั้นพลังไม่มั่นคงเป็นอย่างมากและไม่อาจเลื่อนขั้นพลังได้อีกแต่ว่าครั้งนี้จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง “อะไรกันหนวดจิ๋มลืมฉันไปแล้วงั้นเหรอซิลเวอร์ผู้เจิดจรัสยังไงละ” “อะไรนะซิลเวอร์งั้นเหรอใช่รึ” หนวดจิ๋มพลันตกตะลึงไม่อาจเข้าใจได้เพราะรูปลักษณ์นี้ดูแตกต่างไปเนื่องจากซิลเวอร์ไว้หนวดไว้เคราสีขาว ก็เลยดูแปลกตาไม่น้อย ต้องสังเกตดี ๆ ถึงจะคุ้นหน้ามาบ้าง “ใช่แล้วฉันเองเพื่อนไม่นึกเลยว่าจะก้าวข้ามพลังไปแบบนี้แล้วทั้งที่อายุยังไม่เข้าร้อยปีเลย” ซิลเวอร์กล่าว หนวดจิ๋มที่ได้รับการยืนยันก็พุ่งเข้าไปกอดรัดอย่างดีอกดีใจ ซึ่งซิลเวอร์ก็ตอบรับเช่นกันตอนแรกเขายังไม่มีโอกาสทักทาย จึงดีใจไม่น้อยหลังจากออกไป “ฮ่า ๆ โชคของนักผจญภัยน่ะของจริงไม่งั้นไม่มาถึงขั้นนี้หรอก” หนวดจิ๋มกล่าวตอบเริงร่า “อย่างงั้นเหรอ” ทั้งสองพูดคุยกันอย่างออกรสตามประสาของคนไม่ได้เจอกันนานแต่ว่าหนวดจิ๋มก็ยังสงสัย “เหตุใดนายถึงบอกว่าอย่าดูถูกเจ้าหนูนั่น” ซิลเวอร์พลันยิ้มหึ ๆ “อีกเดี๋ยวก็เริ่มแล้วนายเองก็ดูไว้ซะละ” ทั้งสองยืนห่างกัน 50 เมตรเพื่อตั้งหลักและวางแผนการต่อสู้ “เอาละไอ้หนุ่มจับอาวุธขึ้นมา” นักผจญภัยแรงค์ C คนนั้นกล่าว เขาเป็นชายร่างบึกบึนและใบหน้าของเขาดูหยาบกร้านและมีริ้วรอยแต่เขายังคงเป็นหนุ่มแน่นในวัยเพียง 40 ปีเท่านั้นถ้ามีโอกาสได้เลื่อนขั้นเป็นนักเวทย์เขาก็ดูเยาว์วัยยิ่งขึ้น เขาถือดาบสองมือขนาดใหญ่ ยาวเมตรครึ่ง กว้างครึ่งเมตร หนาสิบเซน คมด้านเดียว เมื่อเคลได้ยินเช่นนั้นก็ควักอาวุธมาจากอากาศปรากฏเป็นดาบเคลย์มอร์ “โอ้โหมีถุงมิติด้วยเว้ยเฮ้ยพ่อแม่ของแกคงจะเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีเลยละสิ” นักผจญภัยแรงค์ C หรี่ตาจ้องมอง “ฉันจะจัดการจนร้องไห้กลับไปครอบครัวกันเลยทีเดียววะฮ่า ๆ” เสียงของนักผจญภัยแรงค์ C รายนั้นก่อนจะพุ่งทะลวงเข้าไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเคลได้แต่ส่ายหัวในใจ ‘เอาอีกแล้วพุ่งตรงแบบนี้อีกแล้วงั้นจัดการด้วยเวทย์ที่ฉันคิดค้นแล้วกัน’ เคลคิดเสร็จก็ลงมือทันที เขานำข้อมือซ้ายและข้อมือขวาประกบกันตั้งท่าในตำนาน มือซ้ายจะวางเป็นแนวนอน ส่วนมือขวาจะวางเป็นแนวตั้ง เป็นการตั้งท่าในตำนานของชายที่ชอบแปลงร่างเป็นผมทอง มือซ้ายของเสกธาตุดินออกมาเป็นดินแหลมแข็ง กฎเกณฑ์ธาตุของมันอยู่ในระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นกลาง แต่ถึงอย่างนั้นก็รุนแรงไม่ใช่เล่น
    ส่วนมือขวาเขาเสกธาตุลมออกมาให้อัดแน่นตรงท้ายตูดดินแหลม แน่นอนเลยว่าทั้งสองธาตุมีการผสมธาตุบริสุทธิ์เข้าไปด้วยซึ่งจะทำให้อนุภาพรุนแรงมากขึ้นเท่าตัว ถึงแม้เหล่าผู้วิเศษจะต่างบอกกันว่าวิธีนี้ทำให้การโจมตีรุนแรงก็จริง แต่ถ้าสู้ในระดับสูงกว่าอย่างพวก นักเวทย์และจอมเวทย์ การจะใช้กฎเกณฑ์ที่ต่ำกว่าคู่ต่อสู้ถึงแม้จะเสริมพลังธาตุบริสุทธิ์เข้าไปก็ไม่ลดความต่างออกไปได้ ก็อยากที่รู้กันว่า การฝึกฝนต้องเลือกเด่นด้านใดด้านหนึ่งเป็นหลักเพราะว่าพวกเขาจะกลายเป็นจับฉ่ายไม่เก่งสิ่งใดเลย จะฝึกฝนกฎเกณฑ์ธาตุทั่วไปหรือจะฝึกฝนกฎเกณฑ์ธาตุบริสุทธิ์ให้ดึงออกมามีประสิทธิเทียบเท่ากับพลังดี ก็แล้วแต่ผู้วิเศษจะเลือกเดิน ในมือเคลมีเวทย์ดินแหลมที่ลมหมุนล้อมรอบพร้อมโจมตีเรียบร้อย หลังจากนั้นเขาก็ปลดปล่อยมันออกไป “กระสุนลมคลั่ง” ฟิ้ว! พลังเวทย์ของเคลพุ่งตรงไปอย่างรวดเร็ว และพุ่งเข้ากระแทกนักผจญภัยรายนั้น ถึงแม้เขาจะมีปฎิกิริยาตอบสนองที่ไวยกดาบใหญ่มากันทันแต่ว่าเขาก็ต้านไม่ไหวและกระเด็นล้มลง เมื่อได้ตั้งสติอีกครั้ง ก็เงยหน้ามาพบกับ ใบหน้าของเคลที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเสียแล้ว.... ***************************************อันนี้ยาวจัดหาทางลงไม่ได้ 

    คล้ายกับเรื่องDealers Life System - ระบบชีวิตพ่อค้า ที่คุณอ่าน