ตอนที่ 58 งานโรงเรียน
เสียงการก่อสร้างดังรบกวนการนอนอุดอู้บนเตียงของเด็กหนุ่ม ขณะนี้ด้านนอกหน้าต่างหามีแค่ป่าอีกต่อไปทว่ามีทางเดินสร้างจากหินสีขาวและเสาไฟให้ความสว่าง ดูรวมๆแล้วค่อนข้างหรูหรามีระดับกระนั้นสองข้างทางก็ยังคงป่าบางส่วนเอาไว้เพือความเป็นมิตรต่อธรรมชาติและความสวยงามทางเดินสีขาวทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตาหากไม่ใช้เวทมนตร์ช่วยคงยากจะมองเห็นที่ปลายสุดนั้นปรากฏฐานขนาดมหึมาของสนามประลองแห่งใหม่ คนงานนับร้อยกำลังเร่งมือกันอย่างเต็มที่เพื่อให้มันเสร็จทันเวลาซึ่งเหลืออีกเพียงไม่กี่วันเมื่อคืนขากลับจากงานเลี้ยงมีน่าเล่าเรื่องผู้อำนวยการโลลิให้ฟังอีกหน่อย เห็นว่าโครงการสร้างสนามประลองใหม่เกิดขึ้นได้เพราะเจ้าตัวเดินทางไปอาณาจักรเอเธอน่าและเห็นสนามประลองขนาดใหญ่ที่เมืองหลวงเลยอยากได้บ้าง คับคล้ายว่าจะชื่อ‘โคลอสเซียม’ว่าก็ว่าเถอะสิ่งก่อสร้างใหญ่ขนาดนี้ใช่ว่าเวลาเพียงไม่กี่อาทิตย์จะเสร็จ หากไม่มีเวทมนตร์มาช่วยอย่าหวังเลย ต่อให้สัก2-3เดือนก็ไม่มีทางเสร็จแต่พูดไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาเพราะการก่อสร้างโคลอสเซียมขึ้นมาไม่ได้สร้างมลพิษทางเสียงแม้แต่น้อยเพราะเวทมนต์สายลมปิดกั้นเสียงไว้อย่างมิดชิด แต่เสียงที่ปลุกเขาให้ตื่นมันมาจากอีกฝั่งเชสเปิดประตูออกมานอกห้อง ตรงข้ามห้องเขาเป็นหน้าต่างพอดี เด็กหนุ่มผมดำหน้างัวเงียผลักหน้าต่างออกไปอย่างรวดเร็วจนลมกระแทกหน้าพร้อมเสียงก่อสร้างมาจากทุกทิศทางแต่แทนที่จะรำคาญอย่างที่ควรจะเป็นเชสกลับยิ้ม‘คิดถึงจังนะ งานโรงเรียน’ร้านขายอาหาร บ้านผีสิง คาเฟ่ คอนเสิร์ต การแสดง เป็นวันเดียวที่ออโรเรียมีบรรยากาศเกือบจะเหมือนโรงเรียนปกติทั่วไป ตอนเขาอยู่ปี3 เขากับเพื่อนเลือกจะจัดคาเฟ่ในธีมซอมบี้ เป็นแนวนิยายที่กำลังฮิตกันในช่วงนั้นใช่แล้ว...เพื่อน ถึงตอนแรกจะไม่ค่อยมีใครอยากมาสนิทกับคนอย่างเขามากในปีแรกแต่พอนานวันเข้าพวกห้อง10ที่ไม่ได้เลื่อนไปห้อง9สักทีก็เริ่มจับกลุ่มกัน โชคดีที่เขาไม่ได้หลุดวงโคจรไปทว่าหลังเรียนจบก็ไม่ได้พบกันอีกเลยนอกจากงานเลี้ยงรุ่นเขามองรุ่นพี่หลายคนกำลังใช้เวทมนตร์และพลังกายอันมหาศาลรังสรรค์ให้บริเวณนั้นกลายเป็นลานกิจกรรม ไม่ได้มีเพียงเท่านั้นบริเวณลานกว้างหน้าตึกเรียนดูเหมือนตอนนี้ก็กำลังถูกตกแต่งให้กลายเป็นที่ตั้งของร้านขายของ รองรับบุคคลจากภายนอกนับไม่ถ้วนให้เข้ามาออโรเรียปกติไม่ให้คนเข้านี่จึงเป็นโอกาสเดียวที่จะได้เยี่ยมชมโรงเรียนที่เรียกได้เต็มปากเต็มคำว่าเป็นอันดับ1ในอาณาจักรแอบเสียดายไม่น้อยถ้าตอนนี้เขาอยู่ปี3คงไม่พ้นโดดลงไปช่วยงานแล้ว ตอนนั้นเอง...“เชส!!”เสียงคุ้นหูตะโกนเรียกเขาไม่ไกลมากนัก รุ่นพี่เจ้าของดาบที่เขายืมมาประลองกำลังกวักมือเรียกเขาจากชั้นล่างเป็นนัยว่าให้เด็กหนุ่มลงไปหาด้วยความที่อยู่ชั้นสองบันไดแทบไม่จำเป็นเลยด้วยซ้ำ แถมหน้าต่างก็กว้างให้คนลอดไปได้ จะเสียเวลาอยู่ทำไม เขาโดดลงไปทันทีหากเป็นคนธรรมดาคงมีเจ็บเล็กน้อยแต่ก็รู้กันว่าที่นี่ไม่มีใครธรรมดา“ว่าไงครับรุ่นพี่ยูจีน”“เวทถนัดของนายคือเวทสายฟ้าใช่ไหม”“เอ่อ ครับ”“ระดับความเข้าใจธาตุสายฟ้าของนายอยู่ที่เท่าไหร่”คำถามนั้นแม้แต่เชสยังชะงัก ถึงไม่ใช่ความลับแต่มาถามกันโต้งๆแบบนี้ถือว่าค่อนข้างเสียมารยาทระดับหนึ่ง ถ้าเป็นในการสอบหรือทดสอบก็ว่างไปอย่าง ดูเหมือนคนตรงหน้าจะรีบเกินไปจึงไม่ได้คำนึกถึงเรื่องยิบย่อยพวกนั้น ไม่นานก็รู้ตัว“เกิน60%รึเปล่า”60%ฟังแล้วอาจคิดว่าน้อยแต่ระดับนี้เฉลี่ยแล้วต้องอายุสัก25ถึงจะอยู่ระดับนี้กัน ทำให้หายากในหมู่นักเรียนต่อให้เป็นปี3ก็ตาม...ถ้าไม่ใช่อัจฉริยะจริงๆน่ะนะ“สบายๆครับ”“ดีเลยงั้นตามฉันมาหน่อย”ไม่รอคำตอบอัศวินผู้ใช้คาตะนะ1เดียวในสถาบันคว้าข้อมือรุ่นน้องก่อนจะสับตีนแตกลากร่างนั้นปลิวไปตามแรงดึงขึ้นไปบนอาคารเรียนของพวกปี3ห้องสูง “รอฉันให้สัญญาณนะ...เอาเลย!!”รุ่นพี่หนุ่มเปิดสวิตช์อะไรบางอย่างพร้อมกับนั้นเชสพลันระเบิดพลังเวทมนตร์ออกมารอบกาย สายฟ้าจำนวนมากไหลเข้าใส่อุปกรณ์อะไรบางอย่างในมือทั้งสองข้างแล่นเข้าสู่วัตถุทรงกลมให้มันส่องแสงเจิดจ้ามองเห็นออร่าหลากสีด้านใน“สมบูรณ์แบบ พอแล้ว”ค่อยๆลดการปล่อยพลังเวทและหยุดลงไม่นานวัตถุทรงกลมใหญ่นั่นก็หม่นแสง“เฮ้อ”“ขอบคุณจริงๆนะ ถ้าไม่ได้นายช่วยกว่าจะทดสอบได้คงเป็นพรุ่งนี้ไม่ก็วันมะรืนแน่ พอดีจอมเวทสายฟ้าในกลุ่มเกิดป่วยขึ้นมาน่ะ แล้วคนที่มีความเข้าใจธาตุสายฟ้าน้อยกว่า60ก็กระตุ้นเจ้านี่ไม่ได้ด้วย”“ครับ ว่าแต่มันอะไรล่ะครับเนี่ย”เชสหันมองเจ้าวัตถุกลมใสสูงเกิดเท่าเพดานห้องและใหญ่ราว4คนโอบ“อ๋อ เจ้านี่น่ะหรองานวิจัยของฉันเอง”“งานวิจัย?”“เกี่ยวกับรูปร่างของมานาน่ะ ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรหรอกแค่เอามาโชว์ในรูปแบบของความบันเทิงเท่านั้นแหละโดยใช้แก้วพิเศษหายากทำให้มองมานาเห็นได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เวทมนตร์เป็น สำหรับพวกเราที่มองเห็นมันอยู่แล้วคงไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่แต่แขกที่เป็นคนธรรมดาน่าจะตื่นตาพอควรแหละ...แน่นอนว่าเก็บค่าเข้านะ”“ปี3ห้อง2 ทุกอย่างเรียบร้อยดีรึเปล่—”ร่างคุ้นตาโพล่พรวดเข้ามาในห้อง มิเนอร์วาในชุดนักเรียนสายอัศวินพร้อมกระดานไม้ไว้รองเขียนและแผ่นกระดาษสตั้นทั้งตัวทันทีที่เห็นบุคคลไม่คาดคิดที่นี่“มีน่า”“ช เชส ทำไมถึงมาอยู่นี่”พยายามสุดชีวิตที่จะควบคุมให้น้ำเสียงให้ปกติ ภาพตอนเต้นรำยังคงตราตรึงใจไม่ยอมหายไปไหน ไม่เท่านั้นเพียงหลับตาก็ต้องเป็นฉากเหตุการณ์นั้นเล่นซ้ำไปมาและทุกคนทั้งก็ทำหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ หน้าขึ้นสีชมพูตตลอด“พอดีมาช่วยงานนิดหน่อยน่ะ”“งั้นหรอ ว่าแต่ไม่คิดจะเตรียมตัวสำหรับรอบต่อไปรึไง”“การประลองใช่ไหม ก็เหมือนทุกทีไม่ว่าจะต้องจับคู่เจอกับใครฉันแค่จัดการซะ”“ใช่ที่ไหนล่ะ ฉันไม่เคยบอกนะว่ารอบต่อไปจะเป็นสู้ตัวต่อตัวน่ะ”“อ้าว ไม่ใช่หอ”องค์หญิงแทบอยากเอาหัวโขกกำแพง หมอนี่ถ้าเธอไม่บอกก็คงไม่รู้อะไรเลยสินะ“เธอคิดว่าสถาบันจะให้เอา64คู่ 128-1คน มาสู้กันทีละคู่หรอ แบบนั้นภายในสามวันคิดว่า1คู่จะต้องประลองกี่แมตช์กัน ฉะนั้นรอบต่อไปจะเป็นศึกแบทเทิ้ลรอยัลแบบพบกันหมดของแต่ละสายซึ่งแต่ละสายจะมี2คู่ที่รอด รวมเป็น4คู่”หญิงสาวผมดำพวกรัวเกินไปจึงพักหายใจก่อนจะเริ่มอธิบายต่อ“วันที่สองของงานจะเอากลุ่มคนแพ้มารวมตัวเพื่อหาอีก6คู่ที่จะได้ไปทัศนศึกษาจากนั้น4คู่ที่เหลือจะต้องสู้กันเพื่อหาคู่ชิงในวันสุดท้าย ทีนี้เข้าใจรึยัง”อธิบายมายาวเหยียดในที่สุดเชสก็พยักหน้าขึ้นลงช้าๆพยายามย่อยบวกทำความเข้าใจกับข้อมูลที่ได้รับ ช่วยไม่ได้เขาไม่เคยศึกษาเรื่องนี้มาก่อนแถมเมื่อชาติก่อนต่อให้อยากดูแค่ไหนแต่ค่าบัตรมันแพงแถมยังขายหมดตั้งแต่ไม่ถึงชั่วโมง“แล้วที่ว่าจะให้มาตะลุมบอนนะ ให้มาซัดกันดื้อๆเลยหรอ”“ไม่รู้”หายากที่มิเนอร์วาจะพูดว่า ‘ไม่รู้’ ออกมา ตั้งแต่รู้จักกันพาร์ทเนอร์คนนี้เป็นดั่งคลังข้อมูลก็ไม่ปาน“ถ้าปกติคงเป็นแบบนั้นแต่คราวนี้คืองานเปิดสนามประลองใหม่ ท่านผู้อำนวยการถึงกับเชิญวิศวกรนักออกแบบชื่อดังจากเอเธอน่ามาออกแบบ เห็นว่าใส่ลูกเล่นราคาแพงเข้าไปด้วย ไม่รู้เหมือนกันว่าจะออกมาในรูปแบบไหน เตรียมตัวเอาไว้เถอะ” อีกด้านรถม้าคันเล็กและเก่าแล่นเข้าสู่เมืองเมอร์เนียช้าๆ เด็กชายคนหนึ่งเกาะหน้าต่างยานพาหนะพร้อมแสดงท่าทีดี๊ด๊า“ตื่นเต้นรึเปล่า วิล”“ครับ คุณพ่อ”สองชีวิตในรถคือพ่อลูกคู่หนึ่งหากเชสเจอพวกเขาคงจำได้ทันที พวกเขาคือวิลเฟรดและวิลเลียมเจ้าของโรงเตี๊ยมเมื่อตอนนั้น“พี่มาเรีย อาศัยอยู่ที่เมืองนี้งั้นหรอครับ”“ใช่แล้วล่ะลูก เดี๋ยวเราคงถึง”วิลเลียมพยายามปั้นหน้ายิ้มไว้ทว่าใจสั่นไม่หยุด รู้สึกประหม่ามากมายข้างในนั่น รถม้าเก่าโทรมเข้าสู่เขตที่พักชนชั้นสูง พวกเขาต้องลงมาจากรถและตรวจค้นมากกว่า3ขั้นตอนกว่าจะเข้ามาได้ไม่นานรถม้าก็หยุดอยู่ที่หน้าบ้าน ไม่สิ คฤหาสน์หลังใหญ่ที่สุดในเมืองคฤหาสน์ตระกูลฮอร์ค“วิลเฟรด”“พี่มาเรีย!!”เด็กชายวิ่งเข้าไปในอาณาเขตคฤหาสน์ดยุคโดยที่ไม่เกรงกลัวทหารยามผู้ซึ่งยืนเฝ้าพร้อมอาวุธครบมือเข้าไปสวมกอดหญิงสาวอายุ20ปลายๆผู้เป็นคู่หมั้นดยุคว่าที่ดัชเชสอย่างสนิทสนม“อ เอ่อ มาเรีย”“คุณวิลเลียม”สาวผิวหยาบเรียกขานเขาเช่นเดิมไม่ได้ให้ความรู้สึกเหยียดหยามหรือดูถูกใดๆ ทำเขาหายห่วงไปเปราะหนึ่ง“มาแล้วเรอะ วิลเลียม”“เคแกน...เอ่อ ท่านดยุค”“ท่าน เทิ่น อะไรกันเล่า คนกันเองทั้งนั้นเข้ามาสิข้างนอกมันหนาว”ผู้เป็นพ่อพยักหน้าอย่างกล้าๆกลัวๆตามสองชายหญิงเข้าไปในตัวคฤหาสน์ทันทีที่เข้ามาความอบอุ่นก็แผ่ซ่าน ศีรษะขยับมองโถงหลักอย่างตื่นตะลึงทั้งพรมขนสัตว์ เฟอร์นิเจอร์หรู แชนเดอเลียร์ใหญ่บนเพดาน ว่าตามตรงแค่อย่างเดียวเขาก็แทบไม่มีปัญญาซื้อแล้วสองชายฉกรรจ์เข้ามาในห้องรับรองขณะที่เด็กชายและมาเรียพากันไปเล่นที่อื่น“เคแกน ไม่นึกเลยว่านายจะเป็นถึงดยุค”“ฮ่าฮ่า หลายอย่างเกิดขึ้นสุดท้ายก็ต้องมาลงเอยแบบนี้...”ทั้งวิลเลียมและเคแกนสนทนากันอย่างออกรสโดยมีสาวใช้คอยบริการ แน่นอนว่าพวกเขารู้จักกันมาก่อน เพราะตอนลงหลักปักฐานที่หมูบ้านนั้นเคแกนได้วิลเลียมช่วยไว้หลายอย่าง มิหนำซ้ำยังพบมาเรียที่ร้านของวิลเลียมอีกด้วย“มีเรื่องแบบนั้นด้วยหรอเนี่ย”“ตลกใช่ไหมล่ะ...จะว่าไปได้ยินมาว่าวิลเฟรดต้องการเรียนเวทมนตร์งั้นหรอ”พูดถึงเรื่องนี้วิลเลียมพลันยิ้มอ่อน“ตามนั้นแหละ วิลเฟรดเขาได้ตั้งเป้าหมายไว้แล้ว ตอนนี้ก็กำลังเริ่มฝึกฝนด้วยตัวเองอยู่เพื่อรออายุถึง”“งั้นหรอ คิดจะเข้าโรงเรียนฝีกสอนเวทมนตร์สินะ”“ตามนั้นเลย”วิลเลียมพูดคุยกันเพื่อนเก่าโดยที่ลืมไปแล้วว่าคนตรงหน้ามีสถานะเป็นถึงดยุค“อืม...นายจะว่ายังไงถ้าฉันอยากออกค่าเล่าเรียนให้เขา”“ค่าเล่าเรียนของวิลน่ะหรอ ทำไมกันล่ะ”“นายก็รู้สถาบันพวกนี้มันแพงมาก ฉันรู้ว่านายพอมีเงินอยู่แต่แค่นั้นไม่พอจะเข้าสถาบันดีๆได้...ฉันไม่ได้จะดูถูกนะ”“ฉันเข้าใจเพื่อน ฉันรู้ว่านายหวังดีแต่นี่มันมากเกินไป”“ค่อยๆคิดยังมีเวลาอีกมากให้ตัดสินใจ พักเอาแรงเถอะพรุ่งนี้เราจะเดินทางไปออโรเรียกัน” ..............................................................................................