14
ปริศนา
เมื่อถึงเวลาที่เซริน่าและเซริออสเดินมาถึงบริเวณหน้าโรงเรียนที่ซึ่งมีรูปปั้นของกริฟฟินและเพกาซัสตั้งอยู่บริเวณประตูทางเข้าของโรงเรียนทั้งคู่ก็ได้หลบอยู่บนต้นไม้บริเวณนั้นเพื่อหลบและสังเกตการณ์โดยที่มีสโนว์แมวสีขาวของเซริน่าและคาเรย์ แมวสีดำของเซริออสมาด้วย
“สโนว์เื่สร้อยคอเส้นนั้นเธอรู้อะไรบ้างไหม”เซริออสถามขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าสร้อยคอที่เขาได้มาจากคอของเนโรในคืนนั้น
“ตอนนี้ยังไม่ทราบค่ะ ดิฉันคงต้องขอตรวจสอบก่อนนะคะ” สโนว์ตอบ
“แล้วคาเรย์ละรู้อะไรบ้างไหม” เซริน่าถามไปยังแมวสีดำของพี่ชายซึ่งเธอคิดเอาไว้แล้วว่าถ้าแมวของเธอพูดได้ แมวของพี่ชายตรงหน้าก็น่าจะไม่ต่างกันคาเรย์ที่ตอนนี้กำลังมองไปยังรูปปั้นที่ตั้งอยู่ตรงทางเข้าของประตูเมื่อได้ยินคำถามจากน้องสาวของผู้เป็นายก็หันหน้ามองไปยังเด็กสาวตรงหน้าอย่างช้าๆก่อนจะตอบขึ้นว่า
“เท่าที่ผมรู้สึกจากสร้อยคอเส้นนั้นมันไม่ธรรมดาเลยละครับมันไม่น่าจะไปอยู่ในมือของเนโรได้เลยด้วยซ้ำ”
“ใช่ฉันจำคำพูดของเนโรได้ หมอนั้นพูดประมาณว่ามีคนให้สร้อยเส้นนี้กับเขามา”
“ถ้าอย่างนั้นเราคงต้องหาตัวคนๆนั้นให้ได้สินะว่าเขา้าอะไรจากเื่นี้” เซริออสพูดสมทบ และทันทีที่เซริออสพูดจบก็มีคนกลุ่มหนึ่งเข้าไปยังบริเวณรูปปั้นนั้นแต่โชคยังดีที่รอบนี้ไม่มีการปะทะอะไรกันเกิดขึ้นเมื่อทั้งสองคนและอีกสองตัวเห็นว่าทางสะดวกและปลอดภัยดีแล้วพวกเขาทั้งหมดจึงออกจากที่ซ้อนและตรงไปยังรูปปั้นนั้นทันที
สิ่งที่เซริน่าต้องหาอีกสองอย่างนั้นก็คือขนปีกของกริฟฟินและเพชรของเพกาซัส เท่าที่เซริน่ารู้มานั้น ขนปีกของกริฟฟินก็คือขนจากปีกของรูปปั้นที่ทุกๆเวลาเที่ยงคืนนั้นรูปปั้นกริฟฟินจะมีชีวิตส่วนที่เคยเป็หินจะกลับกลายเป็มีเนื้อหนังและเส้นขนทุกประการส่วนเพชรของเพากาซัสนั้นก็คือละอองจากปีกของเพกาซัสที่จะเรืองแสงทุกๆเที่ยงคืนซึ่งรูปปั้นเพกาซัสนั้นก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก ทุกๆเที่ยงคืนรูปปั้นเพกาซัสก็จะมีชีวิตเช่นกันเซริน่าเคยไปอ่านเจอในหนังสือที่อยู่ในห้องสมุดของโรงเรียนเกี่ยวกับรูปปั้นเหล่านี้ว่าจริงๆแล้วสัตว์เหล่านี้คือผู้พิทักษ์ของโรงเรียน ที่จะออกมาตรวจตาโรงเรียนทุกๆเที่ยงคืนให้อยู่ในความเรียบร้อยและปลอดภัยจากภัยร้ายแรงภายนอกและถ้าหากว่าเธอเข้าไปขอร้องอย่างถูกวิธีผู้พิทักษ์ทั้งสองก็จะให้ในสิ่งที่เธอนั้น้าและสาเหตุที่ในรูปนี้เซริออสตามเธอมาด้วยนั้นก็เป็เพราะว่าสิ่งที่เขาต้องหาก็มาจากรูปปั้นทั้งสองนี้เช่นกันนั้นก็คือ น้ำลายของกริฟฟินและเหงือของเพกาซัส
“สวัสดีค่ะหนูชื่อเซริน่าส่วนนี่ พี่ชายหนูเซริออส หนูมาตามหาของบางสิ่งจากพวกคุณไม่ทราบว่าพวกคุณจะช่วยพวกเราได้หรือไม่คะ ?”เซริน่าพูดเจราจาเมื่อเห็นว่ารูปปั้นทั้งสองเริ่มขยับตัวและมีชีวิตตามเดิมแล้ว
“พวกเ้า้าอะไรจากเรา”เพกาซัสพูดขึ้นนั้นเป็เสียงที่ไพเราะและน่าฟังที่สุดั้แ่ที่เด็กทั้งสองเคยได้ยินมาั้แ่เกิดแต่เอ…..ถ้าไม่นับเสียงเพลงของรูปปั้นนางเงือกเข้าไปด้วยละก็นะ
“หนู้าขนปีกของกริฟฟินและเพชรของเพกาซัสน่ะค่ะ”
“ส่วนผมต้องหาน้ำลายของกริฟฟินและเหงือของเพกาซัสครับ”เด็กทั้งสองพูดขึ้น กริฟฟินและเพกาซัสเองก็มองไปยังเด็กทั้งสองสลับกับมองไปยังแมวของทั้งคู่ที่ยืนอยู่เคียงข้าง
‘พวกเรามาทำภารกิจน่ะ ช่วยหน่อยน่ากริฟ เพน’ เสียงหวานของหญิงสาวดังขึ้น แต่ดูเหมือนว่าจะมีเพียงแค่แมวทั้งสองตัวและผู้พิทักษ์ทั้งสองเท่านั้นที่ได้ยินเสียงเหล่านี้
‘นั้นสิ อย่ามัวโอ้เอ้นักเลยพวกเรายังมีอย่างอื่นต้องทำอีกนะ’ เสียงนุ่มทุ้มของชายหนุ่มดังขึ้นสมทบ
‘เป็พวกท่านเองรึ ท่านชาเคีย ท่านดาร์เซีย’ เสียงของกริฟฟินโต้ตอบภายในห้วงความคิดนั้น
‘ตอนนี้พวกเราชื่อสโนว์และคาเรย์ชื่อพวกนั้นเป็อดีตไปแล้ว’ สโนว์ตอบ
‘แล้วเหตุใดพวกท่านถึงมาที่นี่’เพกาซัสเป็ฝ่ายถามขึ้น
‘ก็ตามที่เ้านายของพวกข้าบอกไปนั้นแหละพวกข้ามาทำภารกิจกับเด็กพวกนี้ พวกเ้าก็อย่าลีลานักเลย’คาเรย์ตอบกลับพร้อมๆกับะโขึ้นไปเกาะยังบริเวณหัวไหล่ของเซริออสผู้เป็นาย
‘ถ้าเด็กพวกนี้คือเ้านายของพวกนั้นงั้นก็แสดงว่าเด็กพวกนี้คือ…..’ ยังไม่ทันที่เพกาซัสจะพูดจบสโนว์ก็พูดขัดซะก่อน
‘ก็ตามที่พวกเ้าคิดนะแหละพวกเขามาขอสิ่งใดก็ให้ของสิ่งนั้นแก่พวกเขาไปเถอะพวกเรายังมีเื่อื่นที่ต้องไปทำอีก’ สโนว์เริ่มขึ้นเสียงใส่สัตว์ผู้พิทักษ์ตรงหน้าทำให้ทั้งกริฟฟินและเพกาซัสชะงักลงและพยักหน้ารับข้อเสนอนั้น
“เข้าใจแล้วพวกเ้ามาหาของอย่างงั้นสินะ ก็ได้รับไปสิ” ทันทีที่เพกาซัสและกริฟฟินพูดจบขนจากปีกของ กริฟฟินก็ร่วงหล่นลงมาหนึ่งเส้นและทันทีที่เพกาซัสกางปีกออกระอองเพชรก็ได้กระจายออกมาเป็กลุ่มก้อนและกลายเป็เพชรที่เรืองรองเป็สีเขียวอ่อนปรากฏอยู่ตรงหน้าของเซริน่าเด็กสาวทำหน้าตาดีใจและใในเวลาเดียวกันเพราะเธอไม่คิดมาก่อนว่ารอบนี้จะได้ของมาง่ายถึงขนาดนี้
“ขอบคุณค่ะคุณกริฟฟิน คุณเพกาซัส” เซริน่าขอบคุณพร้อมร้อยยิ้มอย่างสุภาพสัตว์พิทักษ์ทั้งสองพยักหน้ารับคำขอบคุณนั้นด้วยรอยยิ้ม และหันหน้ามาทางเซริออส
“ส่วนเ้า้าน้ำลายของข้าและเหงือของเพกาซัสใช่ไหม เ้ามีหลอดแก้วมาใส่รึเปล่าละ”กริฟฟินถามขึ้นเซริออสล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงและหยิบเอาหลอดแก้วเปล่าใสออกมาจำนวนสองหลอดด้วยกัน
“มีครับแต่หลอดเล็กแค่นี้จะพอรึเปล่า”
“แค่นี้ก็พอแล้วเอามานี่สิ” เมื่อได้ยินที่กริฟฟินพูดดังนั้นเซริออสจึงเดินเข้าไปใกล้ๆและยื่นหลอดแก้วเปล่าให้ กริฟฟินรับไว้และมีหยดน้ำไหลออกมาจากปากของกริฟฟินไหลลงสู่หลอดแก้วนั้นและในทันใดนั้นเอง จากน้ำสีใส ก็ได้เปลี่ยนเป็น้ำที่มีสีรุ่งอ่อนๆ
“ส่วนเหงือของข้าเ้าต้องมารีดเอาเองนะแค่เ้าเอามือลูบไปที่ิัของข้าก็เพียงพอแล้วละ”เมื่อได้ยินที่เพกาซัสพูดดังนั้นเซริออสจึงเดินเข้าไปใกล้ตัวของเพกาซัสและเอามือลูบไปยังบริเวณิัจนเซริออสรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างติดมือของเขาขึ้นมาและเมื่อเขาพลิกฝ่ามือขึ้นมาดูก็พบว่ามีหยดน้ำละอองเล็กๆที่เหมือนจะเรืองแสงได้ติดอยู่ที่มือของเขาเขาจึงรีบเอาละอองน้ำนั้นใส่ลงไปในหลอดแก้วโดยการที่เขากำมือและให้หยดน้ำไหลลงไปและเขาก็พบว่าหยดน้ำนั้นเรืองแสงได้เหมือนกับผิวของเพกาซัสไม่มีผิด
“ขอบคุณมากๆครับ”เซริออสกล่าวขอบคุณ และเช่นเคยสัตว์พิทักษ์ทั้งสองพยักหน้ารับคำขอบคุณนั้น
“เอาละดูท่าใกล้จะหมดเวลาของพวกข้าแล้ว ขอให้พวกเ้าโชคดี” เมื่อกริฟฟินพูดจบพวกเขาทั้งสองก็เดินไปยังตำแหน่งเดิมและร่างกายก็เริ่มกลายเป็หินอีกครั้งในท่าทางที่เหมือนเดิมทุกประการ
“งั้นตอนนี้น้องก็ได้ของครบแล้วสินะแล้วของพี่ออสละไข่ของนกฟินิกซ์พี่ไปเอามารึยัง”เซริน่าพูดขึ้นเมื่อสัตว์พิทักษ์ทั้งสองกลายเป็รูปปั้นอย่างสมบูรณ์แบบเรียบร้อยแล้ว
“ของพี่เองก็ครบแล้วเหมือนกันเซพี่ไปเอาไข่นั้นมาพร้อมๆกับเทียร์แล้วละ”
“ถ้างั้นเราก็กลับไปนอนกันได้แล้วเนอะ น้องเริ่มง่วงแล้วละ” เซริน่าพูดพร้อมๆกับเอามือปิดปากหาวออกมาแสดงอาการง่วงนอนอย่างเต็มที่
“ง่วงเต็มที่แล้วสินะเรางั้นปะกลับกันเถอะ” เซริออสพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบหัวน้องสาวอย่างเอ็นดูและเมื่อพวกเขาทั้งสองคนและอีกสองตัวเดินไปได้สักพัก เสียงของคาเรย์ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบขณะที่สโนว์ในตอนนี้ขนพองและทำเสียงขู่อยู่ในลำคอเมื่อรับรู้ถึงอันตรายที่กำลังจะใกล้เข้ามา
‘เ้านายระหว่างตัวด้วยครับ มีคนกำลังมาทางนี้’ คาเรย์พูดขึ้น แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะหาที่ซ่อนตัวก็มีใครบางคนปรากฏตัวขึ้น
“สวัสดีพวกเธอทั้งสองคนช่วยคืนของ ของฉันมาหน่อยได้ไหม”เสียงปริศนาที่ไม่สามารถระบุเพศได้ออกมาจากภายใต้ฮู้ดผ้าคลุมที่ยาวั้แ่หัวจรดพื้นสีดำที่ปิดหน้าปิดตาเปิดเผยให้เห็นก็เพียงแค่บริเวณปากเท่านั้นจนทำให้ไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าบุคคลต้องหน้าเป็ใคร มีหน้าตาอย่างไร
“ของอะไรเธอ้าอะไร” เซริออสตอบกลับเขาเอาตัวขึ้นมาบังตัวของเซริน่าเอาไว้เพราะเขารับรู้ได้ว่าบุคคลตรงหน้านั้นไม่ธรรมดาเลยถ้าหากว่าเกิดการต่อสู้ขึ้นตรงนี้น่าจะไม่ใช่เื่ดีแน่ๆ
“ก็สร้อยคอที่เธอเก็บไปอย่างไงละเ้าเด็กน้อย” เสียงปริศนาพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก
“สร้อยนั้นเป็ของเธออย่างงั้นเหรอแล้วเธอ้าอะไรถึงได้ให้สร้อยที่อันตรายขนาดนั้นกับเนโรกันละ”เซริน่าถามกลับด้วยความโมโห เพราะนั้นเกือบทำให้ความลับของเธอแตก
“ก็แค่้าจะพิสูจน์อะไรนิดหน่อยแต่ดูเหมือนเด็กคนนั้นจะทำงานได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ดันไปโดนสร้อยควบคุมเอาซะได้สงสัยจะหลงระเริงไปกับพลังที่ได้มาละมั่ง ช่างเป็คนที่น่าสมเพชจริงๆ”น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและความสมเพชที่มีให้แก่เนโรนั้นไม่ได้ทำให้เซริน่ารู้สึกดีขึ้นมาเลย ในเมื่อตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเนโรเป็แค่เหยื่อเป็แค่หมากบนกระดานตัวหนึ่งเท่านั้น ที่เมื่อหมดประโยชน์ก็โดนเขี่ยทิ้งง่ายๆ
“นายไม่มีสิทธิ์ไปว่าคนอื่นแบบนั้นนะ!” เซริน่าขึ้นเสียงใส่ ในขณะที่เซริออสนั้นดึงเอามือของเซริน่าขึ้นมากุมเพื่อให้น้องสาวของเขาควบคุมอารมณ์เอาไว้ไม่ให้ทำอะไรวู่วามอีกแต่บุคคลตรงหน้าก็เพียงแค่หยักไหล่อย่างไม่สนใจในคำพูดของเซริน่าเลยแม้แต่น้อย
“เอาละจะส่งสร้อยมาให้ฉันดีๆหรือจะให้ฉันเก็บเอาจากศพของพวกเธอแทนดี”น้ำเสียงเย็นเหยียบทำเอาเด็กทั้งสองขนลุกซู่คาเรย์และสโนว์ะโออกมาด้านหน้าขวางทางระหว่างบุคคลปริศนาและเ้านายทั้งสองของพวกเขาเอาไว้และก่อนที่จะมีใครขยับตัวก็มีดาบยาวที่เย็นราวกับน้ำแข็งวางลงบนคอของบุคคลปริศนานั้น พร้อมๆกับแมวป่าตัวใหญ่ที่พร้อมจะขย้ำหัวของเขาได้ทุกเมื่อ
“นายควรจะไปจากที่นี่ซะก่อนที่จะไม่มีคอเอาไว้ให้หายใจ” เ้าของดาบพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เ็าแต่แฝงไปด้วยจิตที่มุ่งร้ายอย่างเต็มที่
“แหมๆแบบนี้ฉันก็เสียเปรียบน่ะสิ ถ้างั้นรอบนี้ฉันจะยอมถอยไปก่อนส่วนสร้อยเส้นนั้นฉันไม่้าแล้วพวกเธอจะเก็บเอาไว้ก็ได้นะ เอาไว้พบกันใหม่นะเด็กน้อยทั้งสาม”ทันทีที่สิ้นเสียงบุคคลภายใต้ผ้าคลุมก็หายไปพร้อมกับเสียงหัวเราะและนั้นจะเป็เสียงหัวเราะที่ทั้งเซริน่าและเซริออสเกลียดมากที่สุด
“ขอบใจนะคารอสว่าแต่นายมาอยู่ที่นี่ได้ไง” เซริน่าถามขึ้นเมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างจะดูปกติหมดแล้วเธอจึงเดินออกมาจากหลังของพี่ชายแต่ก็ยังคงกุมมือกันเอาไว้อยู่อย่างเคยชิน
“ฉันก็แค่มาหาของและผ่านมาพอดีพวกเธอจะช่วยอธิบายให้ฉันฟังหน่อยได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”คารอสตอบพร้อมๆกับเก็บดาบลงไปในฟักดาบให้เรียบร้อย
“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันเห็นมันบอกว่าจะมาเอาสร้อย แต่ก็มาบอกว่าไม่้าแล้ว อะไรของมันก็ไม่รู้”เซริออสตอบอย่างหัวเสียเพราะไม่รู้ว่าคนๆนั้น้าอะไรจากพวกเขาทั้งสองคน
“สร้อย? สร้อยอะไร” คารอสถามกลับ
“อ่อสร้อยเส้นนี่นะ พี่ออสได้เอามาจากเนโรตอนที่หมอนั้นโดนฉันอัดจนเละเทะนั้นแหละ” เซริน่าพูดพร้อมกับล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของเซริออสอย่างถือวิสาสะและทันทีที่คารอสเห็นสร้อยเส้นนี้เขาก็มีสีหน้าที่ใอย่างเห็นได้ชัดจนทำให้สองพี่น้องสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน
“นายรู้เหรอว่ามันคือสร้อยอะไร”เซริน่าพูดขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าใของชายหนุ่มตรงหน้าที่ในเวลาปกติเขาจะมีสีหน้าที่นิ่งและไม่แสดงอาการใดๆออกมาอยู่ตลอดเวลา
“อ่ารู้จักดีเลยละ มันคือสร้อยประจำตระกูลของฉันเอง” คารอสตอบและความเงียบก็ย่างกรายเข้ามาอีกครั้ง