“คุณเอื้องฟ้ารู้สึกดีขึ้นฤาไม่เจ้าคะ” หญิงสาวย่อตัวลงต่ำแล้วถามอาการ ก่อนที่คุณเอื้องฟ้าจะค่อยๆ ขยับร่างกายลุกขึ้นช้าๆ พยายามทดสอบโดยการเอี้ยวตัวไปมาเมื่อพบว่าอาการปวดเมื่อยได้ทุเลาลงจึงพยักหน้าตอบ
“หากเป็นเช่นนั้นข้าขอตัวกลับลงเรือนนะเจ้าคะ” กลิ่นจันทร์ก้มหน้าพลางคลานออกด้วยกิริยาสำรวม
“ประเดี๋ยวก่อน” เสียงของเจ้านายกล่าวห้ามอย่างมีอำนาจ ทำให้กลิ่นจันทร์หยุดแล้วหันกลับมา
“คืนนี้เอ็งมานอนกับข้าแทนอีแจ่ม” นางแจ่มซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างแสดงอาการไม่พอใจเล็กน้อย
“ฤาเอ็งนวดให้ข้าหายได้อีแจ่ม ถ้าไม่ก็อย่าแสดงกิริยาเช่นนี้กูรำคาญ”
“แต่อีกลิ่นจันทร์มันเคยทำเรื่องไม่ดีไว้นะเจ้าคะ” อีแจ่มกระมิดกระเมี้ยนพูดแซะ
“ข้ารู้ มิได้เลอะเลือน เวลานี้ลูกผัวข้าไม่อยู่ มีเหตุอันใดต้องกลัว แลถึงช่วงข้าปวดหลังพึ่งเอ็งได้ฤาไม่” ว่าแล้วอีแจ่มก็ก้มหน้าลงอย่างสำรวมไม่กล้าหือ
“กลิ่นจันทร์สองสามวันนี้เอ็งมานอนกับข้า อาการปวดหลังหากเป็นแล้ว หลายวันกว่าจักหายแลใคร่เป็นตอนดึก” คุณเอื้องฟ้าแม้ไม่ชอบหน้ากลิ่นจันทร์อยู่มาก หากแต่ฝีมือการนวดของเธอนั้นกลับช่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง คุณเอื้องฟ้าทรมานกับโรคนี้มาหลายปี เมื่ออาการกำเริบมักจะทำอันใดไม่ได้ ต้องนอนรอรับความเจ็บปวดจนกว่าอาการนั้นจะทุเลาไปเอง ซึ่งกินเวลาหลายวัน หญิงชรายกพัดขึ้นมาพลางเชิดหน้าขึ้น
ระหว่างรถม้าและขบวนเดินทางตรงไปยังพระนคร พระพายชายหนุ่มรูปงามอดสงสัยไม่ได้ เหตุใดกิริยาของกลิ่นจันทร์เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน เธออ่อนหวานเจียมเนื้อเจียมตัวเสมือนผู้ที่ถูกอบรมสั่งสอนมาอย่างดี ชายหนุ่มนั่งครุ่นคิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ข่าวที่หลุดไปในโซเชียลระหว่างอินทิรากับคเชนทร์นั้น ทำให้หญิงสาวเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในเวลารวดเร็ว เธอเดินเคียงข้างกับคะนิ้ง พลางสอดส่องสายตาไปมาด้วยความระแวงตลอดเวลา
“คะนิ้ง ทำไมมีแต่คนมองฉันแบบนั้น”
“เธอเป็นข่าวกับพี่ชายฉัน แปลกตรงไหน” คะนิ้งตอบคำถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เสมือนว่ามันเป็นเรื่องปกติ ผิดกับอีกฝ่ายที่แทบจะเอาหนังสือปิดหน้าปิดตา ก่อนจะเดินไปชนกับอกหนาของใครบางคน เสียงหัวเราะคิกคักของคะนิ้งทำให้อินทิราค่อยๆ เปิดหน้ามอง
“พี่เชนทร์” หญิงสาวเรียกชื่อคนตรงหน้าอย่างตกใจ พลางหันมองไปรอบๆ ด้วยกลัวว่าจะโดนเพ่งเล็งจากบรรดาแฟนคลับเขา
“คะนิ้งทำตามที่พี่บอกแล้วนะคะ” เพื่อนรักส่งตัวอินทิราไปให้พี่ชาย ก่อนจะขยิบตาให้เขาหนึ่งครั้ง อย่างรู้เห็นเป็นใจกันมาก่อน
“อ่ะ อ้าว คะนิ้งจะไปไหน” อินทิราหันตามเพื่อนสาว แต่ไม่ทันการเห็นเพียงหลังไวๆ เดินดุ่มๆ ออกไป พร้อมไม่มีเสียงตอบรับ
“ปะ” คเชนทร์ยื่นมือมารับอินทิรา หญิงสาวก้มมองมือหนา อยู่ๆ รู้สึกหน่วงที่หัวใจ เป็นความรู้สึกเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด ร่างบางค่อยๆ เงยหน้ามองชายหนุ่ม พบเป็นภาพซ้อนของชายในชุดโบราณ รอยยิ้มอันอบอุ่นนั้นทำให้อินทิราคุ้นชินอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะปล่อยยิ้มออกมา มือบางเอื้อมตอบรับอย่างว่าง่าย ทว่าก่อนจะเอื้อมถึงมือเขา เธอถูกดูดเข้ามาในมิติที่ไม่คุ้นเคย ภาพคเชนทร์ตรงหน้าหายวับไปกับตา กลายเป็นพงหญ้าหนาทึบ บริเวณสถานศึกษาที่ยืนอยู่แปรเปลี่ยนไปเป็นป่ารกชัฏ หญิงสาวมองไปรอบๆ ดวงตาเบิกกว้างแสดงความหวาดกลัว
“พี่เชนทร์” อินทิราหันมองไปรอบๆ สองเท้าเล็กถอยช้าๆ พลางเรียกชื่อชายหนุ่ม เธอกลับหลังหันมองจากซ้ายไปขวา พบเพียงสถานที่ที่ไม่คุ้นชิน เม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนใบหน้า ก่อนตั้งสติแล้วตัดสินใจเดินไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมายพร้อมกับดวงตาหวาดหวั่นอยู่ตลอดเวลา สองเท้าก้าวเดินได้ไม่นานนัก จึงเห็นกระท่อมไม้ที่คล้ายกับความฝัน
“เอ็งไม่ใช่กลิ่นทิพย์” เสียงของใครบางคนโวยวายลั่นออกมาจากเรือนหลังนั้น อินทิราเอียงศีรษะเห็นชายหนุ่มรูปร่างสมส่วนเดินออกมายืนอยู่ชานเรือนเก่า หญิงสาวหรี่ตามองเหตุการณ์นั้นอย่างตั้งใจ