กำเนิดใหม่ กับครอบครัว ที่แสน [จะ] ธรรมดา [มั้ง]

    SS2_No.11 เพื่อนที่ดีที่สุด

    หลังจากที่น็อกโดนแม่ของเขาอบรมไปชุดใหญ่ [แกล้ง] ก็เริ่มกลับสู่สภาวะปกติและเริ่มพูดคุยกับครอบครัวของเขา ที่เหลือแค่แม่กับน้องสาว เพราะว่าพ่อของเขาต้องคอยไปกลับไทย-ญี่ปุ่น ด้วยเรื่องการปรับปรุงสร้างพื้นที่ในเกาะยูโทเปียที่เขาซื้อไว้ ทั้งยังต้องคอยจัดระเบียบการอาศัยของทุกคนที่อยู่ภายในนั้น ทำให้ค่อนข้างยุ่งยากพอสมควร
    ส่วนน็อกเองก็ต้องรอจนกว่าพ่อของเขาจะพาหลินกลับมา เพราะสิ่งที่เขาต้องการรู้มากที่สุดคือสถานที่ตั้งของกลุ่มเงาโลหิต และภาพพยากรณ์อนาคตจากความสามารถของหลินทั้งหมด
    ในตอนนี้น็อกนั้นแทบออกไปไหนไม่ได้เลย เพราะเหล่าปาปารัสซี่นั้นแทบจะห้อมล้อมบ้านของเขาเลยก็ว่าได้ ขนาดบ้านเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล แต่กระนั้นเองก็ยังต้องปิดม่านรอบๆ บ้านอย่างมิดชิด ทำให้น็อกอดคิดไม่ได้ว่าในช่วง 1 ปีนี้ครอบครัวเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง ก่อนจะเริ่มนึกขึ้นได้และหันไปถามแม่ของเขา
    "แม่ครับ แล้วพรีมกับนพล่ะ ตั้งแต่กลับผมกลับมายังไม่เห็นพวกเขาเลย!!"
    คำถามง่ายๆ ของน็อกแต่กลับทำให้แม่ของเขาถึงกับกระอักกระอ่วน แม้แต่ลิลลี่และมินมินยังหันมามองหน้ากันด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล ทำให้น็อกอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม
    "เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขากันแน่ครับ!!"
    "คะ..คือว่า........!!?"
    "มีอะไรที่ผมไม่ควรรู้หรือเปล่าครับแม่!!" น็อกเอ่ยด้วยน้ำเสียงยากที่จะคาดเดา
    ".........." แม่ของน็อกถึงกับพูดไม่ออก
    "ให้ผมเป็นคนอธิบายเองดีกว่าครับ คุณป้า!!"
    จู่ๆ นพที่พึ่งมาถึงก็พูดขึ้น สายตาของแม่น็อกมองมาอย่างเป็นกังวล มินมินกับลิลลี่รีบไปนั่งข้างๆ น็อกชนิดที่ตัวแทบจะติดกันเลย ราวกับกลัวว่าน็อกจะทำอะไรที่เกินความคาดหมาย ส่วนฮันน่ากับอีริคที่พอรู้เรื่องคร่าวๆ มาจากมินมินก็ได้แต่มองตามอย่างเป็นห่วง เพราะพวกเขาไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้
    "หืม!! สรุปว่าเกิดอะไรขึ้นงั้นหรอนพ!!?"
    "ฉันขอโทษ....."
    "เรื่องอะไรล่ะ!!"
    "ฉันกับพรีมพวกเรา..........เป็นแฟนกันแล้ว!!"
    สิ้นเสียงของนพ เขาก็วิ่งไปด้านหน้าของน็อกและคุกเข่าลง พร้อมกับเอ่ยขอโทษไม่หยุด น็อกมองมาที่เพื่อนสนิทของเขาด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย เขาไม่ได้ช็อคที่นพกับพรีมเป็นแฟนกัน แต่ช็อคตรงที่นพมาคุกเข่าขอโทษเขาทำไม ก่อนจะเริ่มคิดขึ้นได้และพยายามจะไปพยุงนพให้ยืนขึ้นก่อน ทว่า.....
    "ใจเย็นๆ ก่อนนะคะพี่น็อก!!?" ลิลลี่รีบดึงรั้งตัวพี่จะชายของเขาทันที
    "ใช่ๆ ยังไงก็เคยเป็นเพื่อนกันมาก่อนนะ" มินมินแทบจะโอบตัวของน็อกเพื่อไม่ให้เข้าใกล้นพ
    "นั่นสิลูกใจเย็นๆ ก่อนนะ" แม่ของเขาเองก็รีบเอ่ยอย่างเป็นกังวล
    ส่วนน็อกช็อคค้างไปเรียบร้อยแล้ว สรุปว่านี่ครอบครัวของเขาคิดว่าเขาจะทำร้ายเพื่อนสนิทของเขาหรือไงกัน ก่อนจะกระแอมหลายครั้ง และเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
    "นี่!! นพกับพรีมเป็นเพื่อนสนิทของฉันนะ และฉันไม่เคยคิดนอกเหนือไปจากนั้นด้วย เพราะงั้นฉันไม่ทำอะไรพวกเขาหรอกน่า!!" สิ้นเสียงของน็อกทุกคนถึงกับเหวอไปวูบนึง
    เพราะแต่ไหนแต่ไรมาทุกคนล้วนเห็นว่าพรีมกับน็อกนั้นเป็นแฟนกัน และการที่พรีมเปลี่ยนใจไปชอบผู้ชายคนอื่นทั้งยังเป็นเพื่อนสนิทของน็อกอีกด้วย คงจะทำให้น็อกต้องโกรธไม่น้อยดีไม่ดีอาจถึงขั้นแตกหักเลยก็ว่าได้ แต่เมื่อได้ยินสิ่งที่น็อกพูดออกมา ครอบครัวของเขาถึงกับประมวลผลแทบไม่ทัน สรุปว่าพวกเขาทั้งหมดเข้าใจผิดมาตลอดเลยหรือนี่
    ฮันน่ามองไปที่น็อกอย่างมีความสุข เพราะก่อนหน้านี้เธอที่ได้รู้เรื่องราวของพรีมจากปากของมินมิน ทำให้เธอวิตกกังวลมากกลัวว่าพรีมจะทำให้น็อกเสียใจ จนไม่กล้ารักใครอีก แต่พอมาได้ยินคำพูดของน็อกก็เริ่มเข้าใจทุกอย่างว่าน็อกไม่เคยเห็นพรีมเป็นมากกว่าเพื่อน ทว่าเป็นพรีมเองเท่านั้นที่รักน็อกข้างเดียว มันจึงทำให้เธอรู้สึกสุขใจเป็นอย่างมาก อย่างน้อยๆ เธอก็สนิทกับมินมินหากต้องใช้สามีร่วมกันเธอไม่ถืออยู่แล้ว แค่ต้องคุยกับมินมินให้มากหน่อยก็เท่านั้น ส่วนมู่เยี่ยที่ประกาศว่าจะเอาน็อกเป็นสามีนั้น ยังเป็นเพียงแค่ศิษย์สายนอก ถึงตระกูลนางจะยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับฮันน่า เธอก็สามารถคอยกันได้อย่างแน่นอน
    ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงอยู่นั้น น็อกก็รีบเอ่ยขึ้นเพื่อดึงสติของทุกคนกลับมาโดยเฉพาะมินมิน
    "อะแฮ่ม!! เมื่อทุกคนเข้าใจกันแล้ว ถ้ายังไง...มินมินเธอช่วยคลายกอดฉันก่อนได้ไหม ฉันรู้สึกอายนิดๆนะ!!?"
    สิ้นเสียงของน็อกทุกคนจึงเริ่มกลับมามีสติ แต่มินมินกลับแทบสติแตกเพราะเธอกำลังสวมกอดน็อกอย่างแนบแน่น เมื่อเจอคำพูดของน็อกอีกเธอถึงกับมีใบหน้าที่แดง ก่อนจะรีบคลายกอดน็อกและเดินไปหลบอยู่ข้างหลังอย่างเงียบๆ ด้วยความอับอาย
    ส่วนน็อกก็รีบไปพยุงนพที่กำลังมึนงงให้ลุกขึ้น ขณะเดียวกันพรีมเองก็มาถึงที่บ้านของน็อกด้วยอาการที่ร้อนรนเป็นอย่างมาก เธอรีบวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว และเป็นจังหวะเดียวกันที่ได้ยินสิ่งที่น็อกเอ่ยขึ้นว่าสำหรับน็อกแล้วเห็นเธอกับนพเป็นเพียงแค่เพื่อนสนิทเท่านั้น มันทำให้เธอรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ทำให้เธอรู้สึกปวดใจไม่น้อยเหมือนกัน ที่รู้ว่าน็อกไม่เคยรักเธอมาก่อนก่อนจะรีบสะบัดหัวไล่ความคิดไร้สาระออกไป แล้วออกไปพบกับทุกคนทันที เมื่อน็อกเห็นพรีมก็ทักทายอย่างเป็นกันเองทันที
    "ไงพรีม!! ดีใจด้วยนะเรื่องของพวกเธอสองคน"
    "อืม!! ขอบใจนะที่ไม่โกรธพวกเรา"
    "อย่าคิดมากน่า พวกเธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันนะ"
    "ฉันหวังว่านายจะรักและดูแลมินมินดีๆนะ"
    "แน่นอน"
    พรีมที่ได้ยินแบบนั้นก็เข้าใจได้ในทันทีว่าน็อกนั้นได้รักมินมินไปเรียบร้อยแล้ว ถึงจะปวดใจไปบ้างแต่ก็โทษใครไม่ได้เพราะความรักมันฝืนใจกันไม่ได้
    น็อกเริ่มพูดคุยกับนพและพรีมถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาตลอด 1 ปีมานี้ ทั้งสามที่พูดคุยอย่างเป็นกันเอง ทำให้บรรยากาศภายในบ้านค่อยๆ กลับมาดีขึ้น
    ผิดกับมินมินที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆ สำหรับเธอแล้วน็อกไม่ใช่คนที่จะยอมรับอะไรง่ายๆ โดยเฉพาะเรื่องของคนที่ชอบ การที่น็อกพูดแบบนี้มีความเป็นไปได้สองอย่างคือเพื่อให้พรีมสบายใจ หรือไม่ก็ปกปิดความรู้สึกที่แท้จริง แต่กลับหารู้ไม่ในความเป็นจริงแล้วน็อกรู้สึกแบบนั้นจริงๆ
    ภายในบ้านของน็อกเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข ที่ได้รู้เรื่องราวของกันและกัน ส่วนฮันน่ากับอีริคเองก็เข้ากันกับพรีมและนพได้อย่างง่ายๆ ทำให้ความสนิทของกลุ่มน็อกเพิ่มขึ้นไปอีก
    "ปัง!!!"
    พ่อของน็อกและหลินที่พึ่งกลับมาถึงบ้าน ผลักประตูเข้ามาด้วยความร้อนใจ สายตาทุกคู่ภายในบ้านมองไปยังผู้มาใหม่ด้วยความแปลกใจเป็ยอย่างมาก ยังไม่ทันที่น็อกจะได้พูดอะไรก็ถูกพ่อของเขาเอ่ยอย่างร้อนรน
    "ลูกพ่อ!! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว"
    สิ้นเสียงพ่อของน็อกเขาก็รีบไปคว้ารีโมททีวีเพื่อเปิดดูข่าวสาร เมื่อได้เห็นข่าวที่ผู้ประกาศข่าวกำลังรายงานถึงความผิดปกติต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก ทุกคนถึงกับมีสีหน้าที่เคร่งเครียดขึ้น เพราะข่าวเหล่านั้นคือฝูงนกจำนวนมากมายจู่ๆ ก็เกิดคลุ้มคลั่งพุ่งเข้าโจมตีผู้คนจนมีผู้บาดเจ็บล้มตายไปจำนวนไม่น้อย กระทั่งสัตว์ป่าในสวนสัตว์ของแต่ละประเทศ ก็คลุ้มคลั่งเช่นเดียวกันและพยายามจะทำลายที่คุมขังออกมา เดือดร้อนเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ต้องเข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน ที่สำคัญมันเกิดขึ้นพร้อมๆ กันในหลายๆ ประเทศ แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม
    "พวกเราเหลือเวลาไม่มากแล้วล่ะ คงต้องเร่งมือกันแล้วล่ะ!!" น็อกเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
    "ทำไมมันถึงเกิดขึ้นที่โลกนี้ได้!!?" ทุกคนแทบจะพูดขึ้นมาพร้อมกัน
    "เพราะในโลกนี้มีมนุษย์จำนวนมาก ที่ได้รับเศษเสี้ยวพลังของจักรพรรดิแห่งการทำลายล้าง เมื่อพวกเขาเกิดโทสะจนเกินขีดจำกัดร่างกายจะรับไหว หรือท้อแท้จนหมดอาลัยตายอยาก จะถูกพลังความมืดครอบงำทันที และกลิ่นอายพลังนั้นก็ช่วยปลุกสัญชาติญาณดิบของเหล่าสัตว์ต่างๆ ในบริเวณรอบๆ ให้กระหายในการฆ่าฟัน แต่ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ นั้นเป็นเพราะร่างกายมนุษย์อ่อนแอ เมื่อได้รับพลังมหาศาลเข้าสู่ร่างกายก็จะระเบิดออกทันที"
    ทุกคนที่ได้ยินน็อกสรุปเรื่องราวทั้งหมดเริ่มมีสีหน้าที่เคร่งเครียด เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงแค่ไหนขึ้นอีก น็อกที่เห็นสีหน้าของแต่ละคนก็พูดขึ้นทันที
    "อีริคนายไปแจ้งข่าวด่วนให้เจ้าตำหนักเหมันต์ ให้ท่านเจ้าตำหนักเรียกประชุมกับทุกตำหนัก และเรียกเหล่าผู้ฝึกตนตั้งแต่ดินแดนวีรชนทั้งหมดให้กลับไปยังมิติแห่งการต่อสู้อย่างเร่งด่วน และใช้ศิลาฟ้าสวรรค์ของแต่ละตำหนัก ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคนเหล่านี้มีใครที่ครอบครองเศษเสี้ยวพลังของจักรพรรดิแห่งการทำลายล้างบ้าง หากตัวตนตั้งแต่ดินแดนวีรชนได้ครอบครองพลังเหล่านี้ให้สังหารทันที หรือไม่ก็กักบริเวณเฝ้าระวังไว้ เพราะหากเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมาระดับพลังจะเพิ่มพูนสูงขึ้นจนน่ากลัวเลยทีเดียว และไม่สามารถควบคุมตนเองได้" สิ้นเสียงของน็อกอีริคก็รีบเร่งใช้พลังปราณเพื่อเดินทางไปส่งข่าวทันที
    "พรีม นพ พวกเธอรีบกลับไปบ้านอยู่ข้างกายครอบครัวของพวกเธอ เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น " พรีมกับนพพยักหน้าก่อนจะรีบจากไปอย่างรวดเร็ว
    "พ่อกับแม่ก็เตรียมตัวตัวเผื่อไว้บ้างนะครับ หากมีเหตุฉุกเฉินอะไรจะได้ป้องกันได้ทัน " พ่อกับแม่ของน็อกพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนที่พ่อของน็อกจะเอ่ยถามขึ้น
    "แล้วลูกจะทำอะไรต่อ"
    "ตามหาคนที่มีเศษเสี้ยวพลังของจักรพรรดิแห่งการทำลายล้างแล้วจับกุมมาผนึกพลัง หรือไม่ก็สังหารทิ้ง" สิ้นเสียงของน็อกถึงคนได้แต่กลืนน้ำลายอึกใหญ่

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ กับครอบครัว ที่แสน [จะ] ธรรมดา [มั้ง] ที่คุณอ่าน