แหวนภัสดา

    เลี้ยงผี!

                   คุณรัศมีไม่พอใจที่เมขลาเข้ามายุ่มย่ามที่ตึกใหญ่หนำซ้ำยังมานั่งในตำแหน่งของเธอแต่ถึงอย่างไรเรืองรินก็ถูกคุณรัศมีขึงตาดุใส่เป็นการห้ามปรามไม่ให้ทำอะไรผลีผลาม เมขลาหันมาเห็นสองแม่ลูกที่ยืนนิ่งอยู่ตรงประตูก็ฉีกยิ้มแฉ่งเป็นการต้อนรับ

                   “สวัสดีตอนสายๆ ค่ะ คุณแม่ คุณน้อง” พูดเสียงหวานหยดจากนั้นก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวต้มต่อไม่ได้มองหน้าคนที่เธอเอ่ยทักอีกเลยหญิงสาวกลับให้ความสนใจชามข้าวต้มตรงหน้าราวกับว่ามีความความสำคัญมากกว่าคนที่ยืนอยู่ตั้งสองคนทางด้านคุณหลวงที่ตอนนี้นั่งตรงตำแหน่งคุณการุญก็มองเมขลาเงียบๆหล่อนคงจะมาเอาคืนเรื่องเมื่อคืนสินะ ช่างเหลือเกินจริงๆ แม่คนนี้ไม่ยอมลงให้ใครเสียบ้างเลย ในอดีตชาติหล่อนมีนิสัยไม่ยอมคนก็จริงนั่นก็เพราะไม่อยู่ในฐานะที่จะเอาคืนใครได้แต่ปัจจุบันชาติทั้งฐานะและศักดิ์ศรีดูท่าว่าจะพร้อมไปเสียทุกประการที่จะประกาศศึกเวลานี้หล่อนจึงไม่ยอมอะไรง่ายๆ

                   “เมื่อเช้าเมย์เห็นว่ามีแค่ไข่ดาวกับเศษหมูแฮมอะไรนั่นเกรงว่าทานเข้าไปจะไม่อิ่มท้องกัน ก็เลยสั่งเด็กในบ้านให้เอาไปทิ้งแล้วทำข้าวต้มกุ้งขึ้นมาแทนหนักท้องแล้วก็ครบห้าหมู่ด้วยนะคะ” พูดไปกินข้าวต้มไปอย่างไม่ใส่ใจอารมณ์ของฝ่ายตรงข้ามคุณรัศมีเหลืออดหน้าตาเดือดดาล เพราะไม่คิดว่าเมขลาจะก้าวล่วงอาณาจักรของเธอ

                   “ไม่มีมารยาท” เค้นคำต่อว่าให้ดูกระแทกใจคนฟังส่วนเรืองรินปรี๊ดแตกทันที

                   “หน้าด้าน...นี่บ้านแม่ฉันอยากจะกินข้าวต้มข้าวเหนียวก็ไปกินที่บ้านหล่อน เรือนไม้เก่าๆบุโรทั่งนั่นไงล่ะ” น้ำเสียงแหลมแกมเยาะเล็กน้อยเมขลาวางช้อนข้าวต้มเบามือ พร้อมดื่มน้ำเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าอิ่มพอดีเธอนั่งพิงพนักเก้าอี้หลังตรงท่วงท่าสง่างามพร้อมกดแป้นรีโมทย์โทรทัศน์ไปมาแล้วพูดขึ้น

                   “เรือนบุโรทั่งที่เธอว่านั่น ราคาพร้อมที่ดินก็มากกว่าทรัพย์สมบัติที่พวกเธอทั้งสองคนมีอยู่แล้วเอามารวมกันอีกนะ” พูดไปก็ยิ้มไป ซ้ำรอยยิ้มยังแฝงรอยเยาะไว้อย่างชัดเจน ทำให้คู่กรณีหมั่นไส้อยากเข้าไปตบกระจาย

            “ส่วนตึกหลังนี้พร้อมที่ดินราคาค่อนข้างมหาศาลเท่าที่จำได้ก็ไม่มีชื่อใครเป็นเจ้าของร่วมนอกจาก นายการุญ รัชชาภักดิ์พ่อของฉันคนเดียวเท่านั้นนี่นา พากันลืมไปหรือเปล่า?” พูดพลางทำหน้าซื่อแสร้งทวนความทรงจำด้วยเสียงเรียบๆหากแต่ประโยคที่เอ่ยเหน็บแนมแทบทั้งสิ้น

            “ดังนั้น...อย่าว่าแต่มากินข้าวต้มเลย วันไหนอยากจะมานอนเล่นกับคุณพ่อฉันก็จะมา” ทิ้งหางเสียง

            “แต่ที่มาในวันนี้ก็แค่จะมาขอบใจแวววาวสาวรับใช้ของเธอที่เมื่อคืนอุตสาห์ตามไปส่งแต่ก็แปลกใจเหมือนกันว่าทำไมไม่ตามไปส่งจนถึงบันไดบ้านฉัน”พูดหน้านิ่งสายตาจ้องไปทางสองแม่ลูกเอาเรื่องแวววาวหลบตาทันทีด้วยรู้ดีว่าเธอตามเมขลาไปทำไม

                   “มันคงจะสาระแนมากไปหน่อย เพราะเห็นว่าไปกับผู้ชายจนดึกๆ ดื่นๆ”คุณรัศมีรีบพูดในเชิงต่อว่าลูกเลี้ยงแต่เมขลาไม่สะทกสะท้าน หญิงสาวหันไปพูดกับเด็กรับใช้ประจำตัวแม่เลี้ยงของเธอแทน

                   “แวววาวเป็นเธอนี่น่าเห็นใจนะเจ้านายของเธอเอาเด็กรับใช้ที่แสนจะภักดีอย่างเธอมาเป็นโล่กำบังตัวเองทำให้เธอต้องเผชิญกับอะไรต่อมิอะไรอยู่เพียงลำพังเธอนี่มันช่าง... ไม่มีความหมายในสายตาพวกเขาจริงๆ” พูดยิ้มๆพร้อมสายตาระอาแกมสมเพชเด็กแวววาวเหลือกำลังที่ถูกหลอกใช้แวววาวเองก็เหมือนจะน้อยใจคุณรัศมีและเรืองรินอยู่กรายๆที่ไม่ปกป้องเธอแม้สักนิดเลยคุณรัศมีแทบอยากจะกรี๊ดที่เมขลาพูดเหมือนจะยุส่งไปถึงเด็กรับใช้ของตนเองแต่เมขลาไม่สนใจ

                   “ออ....” เมขลาพูดต่อพลางลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร

            “ข้าวต้มเหลือในหม้อเชิญได้เลยนะคะ เมย์อิ่มแล้ว” พูดเน้นเสียงจากนั้นร่างระหงกระฉับกระเฉงก็ก้าวฉับๆออกจากห้องอาหารไปทันทีเรืองรินปราดเข้าไปดูที่โต๊ะอาหารพร้อมกับกระทืบเท้าอย่างไม่พอใจคุณรัศมีกำมือแน่น ไม่พอใจเช่นกัน ‘อยากลองดีกับฉันนักใช่ไหมนังเด็กเมื่อวานซืน’ แล้วหันไปเอาเรื่องกับแวววาวต่อ

                   “นังแวว เล่ามาซิว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น” ถามเด็กรับใช้เสียงเข้มโดยไม่ได้ห่วงว่าแวววาวจะเป็นอย่างไรจากเหตุการณ์เมื่อคืนนี้แวววาวเองก็แอบเสียใจเล็กๆ และอดคิดตามคำพูดเมขลาไม่ได้

                    “ผีจริงๆนะคะคุณผู้หญิง”แวววาวรีบพูดทั้งยังหวาดกลัวไม่หาย เธอห้อยพระเต็มคอคงจะไปขอกับลุงชิดหรือไม่ก็ส้มเช้งมาอย่างแน่นอน

            “มันน่ากลัวมากค่ะ แววเห็นเต็มๆอย่าให้แววตามไปสอดเรื่องของคุณเมย์อีกนะคะแววกลัวจริงๆ ค่ะ” แวววาวลนลานเพราะเหตุการณ์เมื่อคืนมันเกือบทำให้เธอหัวใจวายตายคุณรัศมีได้ฟังก็ยืนนิ่งครุ่นคิด

                    “บ้ากันไปใหญ่แล้วนังแววผีบ้าผีบอสิ แกนี่มันเพ้อจริงๆ” เรืองรินรำคาญที่แวววาวพล่ามแต่เรื่องผีวิญญาณแต่คุณรัศมีกลับไม่คิดแบบเรืองริน เธอพูดขึ้นอย่างไตร่ตรองที่สุด

                    “แม่ว่านังเมย์มันเลี้ยงผีหรือไม่ก็เล่นของ คนแถบบ้านมันเขาเชื่อถือเรื่องพวกนี้กัน” คุณรัศมีสรุปเพราะเท่าที่สังเกตมาหลายครั้งหลายหน เหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้นราวกับมีคนอยู่ด้วยกับมันแต่เป็นสิ่งที่คนปกติไม่สามารถมองเห็นได้เรืองรินรีบเกาะแขนผู้เป็นแม่ทันทีแวววาวยิ่งหน้าตาตื่นเข้าไปใหญ่กับคำพูดของเจ้านายตัวเอง เรืองรินรีบถาม

     

                    “แล้วทีนี้เราจะทำยังไงดีคะมันจะไม่ส่งผีมาหลอกมาหลอนเราเหมือนที่นังแววมันเจอเหรอคะคุณแม่?” ความรักตัวบังเกิดขึ้นทันที แต่เรืองรินก็หารู้ไม่ว่าคุณรัศมี มีแผนการบางอย่างไว้ในใจแล้วคนอย่างเธอถ้าคิดจะกำจัด ก็ต้องหาทางกำจัดทุกวิถีทาง ขณะที่กำลังคิดเพลินๆ

                    “ติ๊ง...” เสียงสัญญาณจากมือถือของคุณรัศมีก็ดังขึ้นเธอรีบกดเปิดอ่านเมื่ออ่านจบเธอก็พูดกับเรืองรินที่ตอนนี้นั่งหน้าบอกบุญไม่รับเพราะไม่พอใจเมขลาและกังวลเรื่องที่เมขลาเลี้ยงผี

                    “รินเดี๋ยววันนี้แม่จะไปธุระ เย็นๆ จะกลับนะ” บอกเสียงเรียบนิ่ง

                    “คุณแม่จะไปไหนรินไปด้วยนะคะ” เรืองรินไม่อยากอยู่บ้านเพราะหวาดระแวงกลัวจะเจอแบบแวววาว

                    “แม่บอกว่าจะไปธุระไง”เสียงเข้มขึ้นทันที

            “รินรออยู่บ้านหรือถ้าไม่อยากอยู่บ้านจะไปเดินห้างกับเพื่อนๆ แม่ก็ไม่ว่า แล้วแม่จะรีบกลับน่าจะช่วงเย็นนั่นแหละ” คุณรัศมีอธิบายด้วยเสียงที่อ่อนลงบ้างเล็กน้อยธุระในวันนี้ของคุณรัศมีจะให้เรืองรินไปด้วยไม่ได้ เพราะเธอมีนัดสำคัญกับคนสำคัญจริงๆเรืองรินก็ได้แต่ประชดประชันลมๆ แล้งๆแต่ก็แอบสงสัยว่าแม่ไปไหนกันแน่ทำไมจึงต้องปิดบังเธอด้วย

            ทางด้านเมขลานั่งรถแท็กซี่มาลงที่ตลาดแห่งหนึ่งโดยมีวิญญาณของคุณหลวงภัสดานั่งมากับเธอด้วยเขาสงสัยว่าเธอมาทำอะไรที่ตลาดแห่งนี้อันที่จริงรถเก๋งคันเก่งของเธอที่ขับมาจากโคราชก็มีแต่หญิงสาวยังไม่ชินกับสภาพการจราจรอันหนาแน่นและซอกซอยของถนนต่างๆ ในเมืองกรุงเช่นนี้เมขลาจึงเลือกนั่งแท็กซี่ไปก่อน

            เมื่อมาถึงตลาดหญิงสาวก็เดินเลือกซื้ออาหารสดอาหารแห้งพะรุงพะรังเต็มไม้เต็มมือไปหมด ก่อนจะนั่งแท็กซี่ไปที่วัดแห่งหนึ่งวิญญาณของคุณหลวงภัสดาก็ตามไปเงียบๆเช่นกันเขาอยากรู้ว่าหล่อนจะทำอะไรในวันนี้บ้าง เพราะถามไปเมื่อเช้าหล่อนตอบแค่ว่าไปหาคนคนหนึ่ง

                   คุณหลวงภัสดาหารู้ไม่ว่า วันนี้เมขลาตั้งใจมาทำบุญถวายอาหารคาวหวานและสังฆทานให้แม่ประไพและญาติๆ ผู้ล่วงลับ คุณตา คุณยาย คุณทวด คุณปู่คุณย่าของเธอ และที่สำคัญหญิงสาวตั้งใจที่จะอุทิศบุญกุศลให้กับสมาชิกวิญญาณในเรือนที่เธออาศัยอยู่นั่นคือคนที่คอยตามเธอแจอยู่ในขณะนี้และอีกคนคือบุญอิ่มรวมทั้งสรรพวิญญาณที่อาศัยอยู่ด้วยกันที่เรือนทั้งหมดทั้งมวลนั่นเองเมขลาเริ่มทำใจได้ในการที่จะอยู่ร่วมบ้านกันระหว่างเธอกับบรรดาผีๆ ภายในบ้านหญิงสาวตั้งสมาธิทำจิตใจให้สงบนิ่งก่อนที่จะอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลด้วยจิตอันผ่องใสหลังจากนั้นก็ไปกรวดน้ำที่โคนต้นไม้ใหญ่

                   เพียงแค่น้ำรดลงสู่พื้นดินก็ปรากฏประกายแสงสีทองขึ้นรอบวิญญาณของคุณหลวงภัสดาวิญญาณคุณหลวงได้รับความสุขอันเป็นทิพย์จากบุญที่เมขลาอุทิศให้รวมไปถึงผีบุญอิ่มที่นั่งยกมือไหว้ท่วมหัวกับบุญที่เธอได้รับ แม้จะอยู่ที่ไหน เพียงแค่จิตอุทิศให้กระแสแห่งบุญอันเป็นทิพย์ก็จะตามไปถึงตัวผู้รับได้อย่างทันทีดวงวิญญาณทั้งสองรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจและการกระทำของเมขลายิ่งนักเมื่อเสร็จจากการทำบุญถวายอาหารและสังฆทาน

             เมขลาไม่ลืมที่จะไปยังสระน้ำของวัดเพื่อให้อาหารปลาหญิงสาวหอบขนมปังที่เธอซื้อมาเยอะแยะออกมาจากถุงขนาดใหญ่แล้วนั่งลงตรงขอบบันไดที่ยื่นไปในน้ำก่อนจะโยนขนมปังลงไปในสระฉับพลันปลามากมายก็โผล่ขึ้นมาจากน้ำ ต่างพากันแหวกว่ายแย่งกินขนมปังที่หญิงสาวโยนลงไปราวกับหิวมานานแสนนาน

                    “มีขนมปังมากเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ”เมขลาบ่นอุบกับตัวเองพร้อมกับโยนขนมปังลงสระน้ำไปเรื่อยๆ

            “หล่อนทำแบบนี้เป็นประจำเลยรึ?”คนที่ตามมาเงียบๆ เอ่ยถามขึ้นเบาๆ หญิงสาวยิ้มเล็กน้อย ใบหน้าสดใส

                    “ฉันเห็นภูตผีวิญญาณบ่อยค่ะแต่ก่อนกลัวมากก็เลยไปปรึกษาพระบ้าง ไปหาหมอดูบ้างก็ได้รับคำแนะนำให้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เขาเหล่านั้นเพราะเขาคงมาขอส่วนบุญฉันน่ะค่ะ” เมขลาอธิบายคุณหลวงฟังอย่างเข้าใจ

            “หล่อนเข้าใจถูก” คุณหลวงชื่นชมจริงใจ

            “หล่อนมีบุญมากรู้ตัวรึไม่?”เมขลางง

                    “เจอผีบ่อยแปลว่ามีบุญมากหรือคะ?”ถามกลับทันที วิญญาณคุณหลวงภัสดาพยักหน้า

    คล้ายกับเรื่องแหวนภัสดา ที่คุณอ่าน