ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 บทที่ 78 ค้อนสะเทือนขุนเขา

            ณ ห้องรับรองระดับแผ่นดินหมายเลขสิบหก

            หลินหยางเองตอนนี้ยังแอบรู้สึกผิดนิดๆ จนเกาจมูกแกร๊กๆ พร้อมกับพึมพำออกมาว่า

            “ข้าแกล้งมันมากไปหน่อยหรือเปล่านะ...”

            ซ่างกวันอวิ๋นตอนนี้โมโหจนแทบคลั่งแล้ว

            ไม่สนใจฉายาองค์ชายสามัญชนอะไรนั่นแล้วตอนนี้เขาอยากจะพุ่งเข้าไปขย้ำคอไอ้พวกชั่วในห้องหมายเลขสิบหกนั่นให้ตายคามือมันเดี๋ยวนี้เลย

            เงินจำนวนหนึ่งหมื่นห้าพันล้านชั่งแต่กลับซื้อมาได้แค่ต้นไม้ที่แต่เดิมมีมูลค่าแค่สี่พันล้านชั่งมาแค่ต้นเดียว

            หากรู้ไปถึงหูของผู้เป็นพ่อเขาละก็เกรงว่าประมุขตระกูลซ่างกวันคนนั้นคงจะเดือดจนพุ่งพรวดออกมาจากการเก็บตัวเพื่อตะบันหน้าเขาเสียสองทีเป็นแน่

            “นายน้อย...”

            เหล่าพ่อบ้านตระกูลซ่างกวันต่างก็ยืนมองซ่างกวันอวิ๋นอยู่ข้างๆโดยที่ไม่กล้าพูดอะไรออกมา

            แต่ซ่างกวันอวิ๋นก็ยังมีความสุขุมมากพอ หลักจากผ่านไปราวๆ หนึ่งนาทีแล้วเขาก็สามารถฟื้นกลับคืนสู่ความสงบได้ดั่งเดิม

            เขาเอ่ยถามขึ้นอย่างเย็นชาว่า “ได้ข้อมูลของพวกห้องหมายเลขสิบหกมาหรือยัง?”

            พ่อบ้านข้างๆ เขาตอบกลับด้วยสีหน้าละอายใจ “นายน้อยขอรับหอฟ้าสมุทรนั้นเก็บความลับของลูกค้าทุกคนกันอย่างเข้มงวดเมื่อครู่พวกเราไปไล่ถามพวกเถ้าแก่ระดับสามดาวมาหลายคนแล้วแต่ก็ไม่มีใครยอมบอกอะไรเลย”

            ซ่างกวันอวิ๋นไม่พูดอะไรออกมาอีกแววตาของเขาตอนนี้ทั้งมืดมนและเย็นชา

            เหล่าพ่อบ้านต่างก็รู้ว่านายน้อยของพวกเขาตอนนี้อยากจะฆ่าคนแล้ว

            ในราชอาณาจักรโล่ยื่อแห่งนี้แม้แต่พวกราชวงศ์ยังไม่กล้าหยามเกียรติพวกตระกูลซ่างกวันขนาดนี้เลยซึ่งภายในใจของซ่างกวันอวิ๋นนั่นมีเพียงแค่ความคิดเดียวนั่นก็คือ

            ถ้าพวกห้องรับรองหมายเลขสิบหกมีเบื้องหลังไม่แข็งพอละก็เขาจะให้พวกมันชดใช้เรื่องที่มาหยามเกียรติเขาด้วยเลือด

            การประมูลก็ยังคงดำเนินต่อไป

            หลังจากที่พ่ายแพ้ในการประมูลไปหลายรอบแล้วตระกูลซ่างกวันก็ยอมลามือแล้ว

            เมื่อมีวัตถุดิบขั้นสูงปรากฏขึ้นมาพวกเขาก็ยังคงเสนอราคาสำหรับประมูลอยู่ แต่พอราคาเพิ่มไปถึงจุดๆ หนึ่งแล้วเขาก็ยอมวางมือทันทีไม่ทำอะไรหุนหันอีก

            แต่วิธีการปั่นราคาแบบนี้ดูจะเป็นการดูถูกหลินหยางมากไปหน่อย

            เขาเพิ่งได้รับการปรับวงเงินให้กลายเป็นแบบไร้ขีดจำกัดจากหอฟ้าสมุทรไปและพวกเงินตราต่างๆ สำหรับหลินหยางแล้วก็เป็นเพียงแค่ตัวเลขเท่านั้น

            แต่หลินหยางเองก็ไม่ได้โง่ เขาไม่จำเป็นต้องซื้อวัตถุดิบระดับสี่ทุกชิ้นเลยก็ได้วัตถุดิบที่จำเป็นสำหรับใช้ในการประมูลมีแค่ห้าชนิด หลินหยางได้มาแล้วสามชนิดคราวนี้ การจะได้มาอีกสองชนิดที่เหลือก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

            ที่เหลืออยู่ก็แค่ค้อนสะเทือยขุนเขาที่มีความลับอะไรบางอย่างซ่อนอยู่อันนั้นที่น่าจะเป็นปัญหา

            งานประมูลหลังจากนี้ก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรน่าตื่นเต้นเกิดขึ้นอีกแล้ว

            หลินหยางได้รับวัตถุดิบที่เหลืออีกสองชนิดมาได้อย่างไม่ยากลำบากอะไรส่วนตระกูลซ่างกวันเองก็แทบจะลงไปกราบไหว้บรรพบุรุษแล้วยังดีที่พวกเขาจะพอจะสามารถประมูลวัตถุดิบอื่นๆ ที่หลินหยางยอมปล่อยมือไปมาได้

            ส่วนตระกูลอื่นๆ ในห้องรับรองระดับสวรรค์นั้นนับว่าโชคดีที่หลินหยางไม่ได้เข้าไปแย่งประมูลกับพวกเขาด้วยพวกเขาเลยสามารถประมูลสมบัติที่ตัวเองต้องการมาได้อย่างไม่ยากลำบากอะไร

            แต่ที่ผู้คนรู้สึกแปลกใจกันก็คือห้องรับรองหมายเลขหนึ่งสุดลึกลับนั่นหลังจากที่เสนอราคาประมูลสร้อยไข่มุกมหาสมุทรไปแล้วก็ไม่ได้ร่วมประมูลสินค้าตัวอื่นๆอีกเลย พวกนั้นคงกำลังรอของใหญ่ที่มาช่วงหลังสุดอยู่แน่ๆ

            ในที่สุด การประมูลรอบธรรมดาก็จบลงไปแล้วและกำลังจะเข้าสู่ช่วงของการประมูลสมบัติมูลค่ามหาศาลที่ผู้คนต่างก็กำลังเฝ้ารออยู่

            หยูยี่กล่าวประกาศให้ผู้คนรับทราบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่างานประมูลสุดยอดสมบัติในปีนี้จะมีสินค้าเข้าร่วมประมูลทั้งหมดสิบชิ้นแต่ละชิ้นล้วนเป็นสมบัติล้ำค่าที่หอฟ้าสมุทรคัดสรรมาเป็นอย่างดี

            ส่วนสมบัติชิ้นแรกที่จะเปิดให้ประมูลกันในคราวนี้คืออาวุธระดับวิถีราชันชิ้นหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นโดยตระกูลซ่างกวัน - ขวานสะบั้นเขาคุนลุ้น

            อย่างที่เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ยุทธภัณฑ์ระดับวิถีราชันนั้นจะมีพลังพิเศษเฉพาะตัวของมันเองอยู่ทำให้มันแข็งแกร่งกว่า ล้ำค่ายิ่งกว่าอาวุธระดับวิญญาณหลายเท่า

            โดยขวานเล่มนี้มีพลังธาตุดินแฝงอยู่ทุกครั้งที่โจมตีออกไปจะสามารถสร้างคลื่นพลังอันหนักหน่วงที่เป็นคุณสมบัติของธาตุดินได้ซึ่งนอกจากจะคมกริบสุดแสนแล้ว มันยังหนักอึ้งดุจขุนเขาอีกด้วย

            ถ้าอาวุธชิ้นนี้ตกไปอยู่ในมือของยอดฝีมือระดับอวิ้นหลิงละก็เกรงว่าพวกเขาจะสามารถผ่าภูเขาทั้งลูกมหาสมุทรทั้งผืนออกไปครึ่งซีกได้อย่างง่ายดาย เป็นสุดยอดอาวุธที่เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ต่างก็ใฝ่ฝันถึง

            บรรยากาศในงานพลันร้อนแรงขึ้นมาทันที

            มีอยู่หลายคนที่เข้าร่วมงานประมูลครั้งนี้ก็เพื่อที่จะมาแย่งชิงเอาขวานเล่มนี้ไปหลังจากสิ้นเสียงของหยูยี่แล้ว ผู้คนทั้งหมดก็เริ่มเสนอราคาประมูลทันที

            ราคาของมันเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ถึงหนึ่งนาทีก็มีมูลค่าสูงถึงห้าพันล้านแล้วแต่ราคานี้ยังห่างไกลจากจุดสิ้นสุดอีกมากนัก

            ในงานประมูลครั้งที่แล้วนั้นมีอาวุธระดับวิถีราชันชิ้นหนึ่งถูกประมูลออกไปในราคาที่สูงถึงหนึ่งหมื่นล้านชั่งถึงแม้ว่าสถิติสูงสุดของงานประมูลครั้งนี้จะถูกตระกูลซ่างกวันทำลายไปแล้วอย่างไม่เต็มใจก็ตามแต่การที่ราคาของขวานเล่มนี้จะพุ่งสูงกว่าเก้าพันล้านได้นั้นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไรเลย

            และก็เป็นอย่างที่คาดกันไว้ราคาของมันสิ้นสุดที่หนึ่งหมื่นหนึ่งพันล้านชั่งโดยผู้ที่ได้ไปก็คือห้องรับรองระดับสวรรค์หมายเลขหก

            หลังจากนั้นบรรยากาศของงานประมูลก็ร้อนแรงถึงขีดสุด

            เหล่าสมบัติลับทยอยถูกนำออกมาประมูลทีละชิ้นๆราคาสุดท้ายที่เกิดขึ้นก็ล้วนสูงจนน่าใจหายเหล่าผู้ที่อยู่ในห้องรับรองระดับสวรรค์เริ่มเอาจริงกันแล้วการประมูลแต่ละครั้งล้วนมีมูลค่าสูงกว่าหมื่นล้านทั้งนั้น

            ผู้คนพากันส่งเสียงตกใจอย่างต่อเนื่อง

            และเมื่อสมบัติชิ้นที่หกที่นำออกมาโชว์แล้วทั้งห้องโถงก็เงียบลงในทันที

            เป็นค้อนมือเดียวชิ้นหนึ่งที่มีรูปร่างแปลกประหลาดพิสดาร

            ค้อนมือเดียวอันนี้มีสองสี ส่วนหัวค้อนนั้นทำจากผลึกสีน้ำเงินตัวผลึกนั้นทั้งใสทั้งเงา มีคลื่นพลังถูกปล่อยออกมาตลอดเวลาราวกับคลื่นน้ำที่กำลังกระเพื่อมส่วนด้ามจับของมันนั้นเป็นสีเหลืองเหมือนดินกำลังยึดติดแน่นอยู่กับส่วนหัวค้อนของมันราวกับขุนเขากลางมหาสมุทร

            ค้อนที่น่าหลงใหลนั่นในที่สุดก็ได้ปรากฏตัวบนเวทีแล้ว

            ทุกคนล้วนดูเอกสารใบรายชื่อสินค้าประมูลของตัวเองทำให้รู้ว่าค้อนสะเทือนขุนเขาอันนี้เป็นค้อนตีอาวุธระดับวิถีราชัน

            ซึ่งค้อนตีอาวุธระดับวิถีราชันนั้นสำหรับเหล่านักการช่างแล้วมันถือเป็นสมบัติที่ล้ำค่าไม่อาจหาสิ่งใดเปรียบเทียบได้ ยิ่งมีค้อนที่ดีเท่าไรระดับอาวุธที่สร้างได้ก็จะยิ่งสูงขึ้นมากกว่าเดิม

            โดยอาวุธระดับวิถีราชันขั้นต่ำโดยปกตินั้นขอแค่มีวัตถุดิบระดับสูงอยู่ก็สามารถสร้างได้แล้วดาบเฟิ่งอู่ของหลินหยางเองก็เป็นอาวุธระดับวิถีราชันเช่นกัน

            ที่ตระกูลซ่างกวันสามารถขึ้นเป็นผู้นำด้านการช่างเหนือผู้อื่นในราชอาณาจักรโล่ยื่อนั้นเป็นเพราะพวกเขาเองก็มีค้อนแบบนี้อยู่เล่มหนึ่งซึ่งได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษเช่นกัน

            ดังนั้นค้อมสะเทือนขุนเขาอันนี้จึงเป็นค้อนระดับราชันที่ปรากฏขึ้นในอาณาจักรแห่งนี้เป็นอันที่สองดังนั้นซ่างกวันหงผู้เป็นพ่อจึงได้ออกคำสั่งซ่างกวันอวิ๋นว่า เขาต้องไปซื้อค้อนอันนี้มาให้ได้เพื่อจะสามารถยึดครองไว้ซึ่งตำแหน่งตระกูลอันดับหนึ่งต่อไป

            ถ้าประมูลในเวลาปกติคงได้ราคาไม่สูงมาก เพราะค้อนอันนี้นั้นแต่เดิมก็ไม่ใช่อาวุธสำหรับต่อสู้อยู่แล้วราคาที่ขายได้ย่อมต้องมีขีดจำกัด

            แต่วันนี้มันจะไม่เป็นแบบนั้นแน่นอน!

            ผู้คนแหงนหน้าขึ้นไปมองห้องรับรองที่อยู่ด้านบนของตัวเอง

            ห้องรับรองระดับสวรรค์หมายเลขสอง

            ห้องรับรองระดับแผ่นดินหมายเลขสิบหก

            ตั้งแต่เริ่มการประมูลในวันนี้คู่แค้นสองห้องนี้ก็ได้มีการปะทะกันเพื่อแย่งกันประมูลวัตถุดิบสำหรับการช่างมาหลายรอบแล้วยิ่งรอบนี้มีค้อนตีอาวุธระดับราชันโผล่ออกมาด้วยแบบนี้พวกมันไม่ตีกันตายไปข้างเลยหรือนั่น!

            เอาแล้ว เอาแล้ว เอาแล้ว

            เริ่มน่าสนุกขึ้นมาแล้วสิ

            พวกที่นั่งอยู่ในงานนี้เองก็มีแต่พวกชอบความสนุกสนานโดยไม่กลัวว่าจะเดือดร้อน

            หยูยี่เองก็ค่อนข้างเข้าใจความรู้สึกของพวกเขาอยู่ไม่น้อยจึงพูดแนะนำสินค้าเพียงสั้นๆ ไม่ถึงครึ่งนาที จากนั้นนางผายมือออกไปพร้อมกับม่านที่ถูกเปิดขึ้น

            แต่ไม่คาดคิดเลยว่า ผู้ที่เริ่มเปิดฉากก่อนนั้นจะไม่ใช่ทั้งหลินหยางและซ่างกวันอวิ๋นแต่เป็นน้ำเสียงแก่ๆ เสียงหนึ่งที่ดังมาจากในห้องรับรองระดับสวรรค์หมายเลขหนึ่ง

            “ข้าให้หมื่นล้านชั่งเลยสำหรับค้อนอันนี้”

            ประโยคเดียวก็ทำให้ตกตะลึงไปทั้งสนาม

            โอ้

            ในที่สุดพวกห้องหมายเลขหนึ่งก็ออกโรงแล้ว

            ที่แท้พวกนั้นก็มาเพื่อค้อนอันนี้นั่นเองมาถึงก็ประเดิมที่ราคาหลักหมื่นล้านเลยทีเดียว

            พวกเขาลงมืออย่างเด็ดขาดไร้ปรานีราวกับราชสีห์ที่ไล่จับกระต่ายข่มขวัญไปทั่วหล้า

            สนุกแล้วทีนี้

            การต่อสู้กันซึ่งๆ หน้าหนึ่งต่อหนึ่ง อยู่ดีๆ ก็กลายเป็นการต่อสู้กันสามฝ่ายไปเสียอย่างนั้น

            ทั้งสามฝ่ายต่างก็ต้องการค้อนอันนี้เหมือนกัน

            และก็เป็นไปตามคาดตระกูลซ่างกวันในห้องหมายเลขสองนั้นก็รีบเสนอราคาต่อทันที

            “หนึ่งหมื่นห้าพันล้าน”

            ฝั่งนี้เองก็ดุดันไม่แพ้กัน เพิ่มทีเดียวห้าพันล้านเลย

            ห้องรับรองระดับสวรรค์ทั้งสองนี้มาถึงก็คิดจะคว้าเอาของที่ตัวเองต้องการมาให้ได้ในอึดใจเดียวทันที

            แต่ในตอนที่ทั้งสองกำลังแย่งกันอยู่นั้นเองก็มีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นราวกับจะลากอีกสองฝ่ายให้จมลงดินไปเลยก็ไม่ปาน

            “สามหมื่นล้าน”

            ห้องรับรองหมายเลขสิบหกเริ่มออกโรงแล้ว

            ห้องโถงพลันเงียบลงในพริบตา

            มาถึงก็ข้ามไปที่สามหมื่นล้านไม่คิดจะเหลือทางให้อีกฝ่ายเล่นต่อเลยสักนิด

            หลินหยางตอนนี้พร้อมยิ่งกว่าพร้อม

            เขาสามารถชนะใจพวกพันธมิตรการค้าใต้หล้าจนได้รับการสนับสนุนแบบเต็มกำลังแบบนี้เขาไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว

            ของที่เขาต้องการ อย่างไรก็ต้องเป็นของเขาเท่านั้น!

            เงินจำนวนสามหมื่นล้านนี่เป็นราคาที่สูงที่สุดตั้งแต่เคยมีการจัดประมูลระดับแผ่นดินมาเลย

            ต่อให้ซ่างกวันอวิ๋นคิดจะสู้แต่เงินในตัวเขาตอนนี้ก็มีไม่พออยู่ดี

            อีกทั้งแววตาของเขาในตอนนี้ดูเหมือนจะไม่คิดจะเสนอราคาอะไรอีกแล้ว

            เขานั่งลงบนเก้าอี้อย่างเย็นชา ใบหน้าดูเย็นชาไร้ความรู้สึกมีเพียงแววตาเท่านั้นที่กำลังสั่นไหวเปล่งประกายเย็นยะเยือกออกมาราวกับหมาป่าแสนดุร้ายที่กำลังจดจำลักษณะของเหยื่ออยู่อย่างไรอย่างนั้น

            พวกหมายเลขสิบหกได้สร้างความแค้นให้เขามากเกินพอแล้ว

            ทั้งวัตถุดิบระดับสี่ห้าอย่างทั้งการจงใจปล่อยให้เขาประมูลต้นไม้ไปในราคาที่แพงเกินจริงแล้วยังเรื่องค้อนนี่อีก

            ทั้งหมดนี่มันมากพอที่จะทำให้เขารู้สึกโกรธจนอยากจะฆ่าอีกฝ่ายให้ตายคามือแล้ว...

            ภายในห้องโถงตอนนี้มีแต่เพียงเสียงพูดอันอำมหิตของซ่างกวันอวิ๋นดังขึ้นว่า“ข้าไม่สนว่าพวกเจ้าจะใช้วิธีไหนแต่หลังจากจบงานประมูลครั้งนี้แล้ว ข้าจะต้องรู้ว่าไอ้พวกที่นั่งอยู่ในห้องหมายเลขสิบหกนั่นมันเป็นใคร!”

            “ขอรับ นายน้อย พวกเราจะต้องหามาให้ได้!”

            ตระกูลซ่างกวันหมายหัวพวกของหลินหยางเอาไว้แล้ว

            และที่น่าตกใจก็คือ พอซ่างกวันอวิ๋นเงียบไปสาวน้อยที่อยู่ในห้องหมายเลขหนึ่งเองก็เงียบลงไปด้วยเช่นกัน

            องค์หญิงแห่งราชอาณาจักรโลยื่อตอนนี้กลับกำลังแย้มยิ้มออกมาเบาๆ

            ที่จริงนางเองก็ต้องการจะแย่งค้อนนั่นมาให้ได้เหมือนกันแต่ตอนนี้นางเห็นพวกซ่างกวันอวิ๋นยอมลามือไปเองแบบนั้นแล้ว นางเองก็ไม่คิดจะประมูลต่อแล้วเช่นกัน

            “ท่านเซี่ย” นางหันหลังไปหาผู้ที่อาวุโสกว่าที่อยู่ทางด้านหลังนาง

            “ขอรับองค์หญิงมีอะไรให้ข้าน้อยรับใช้โปรดสั่งการมาได้เลยขอรับ”

            “เจ้ารีบส่งคนไปตรวจสอบตัวตนของพวกหมายเลขสิบหกเดี๋ยวนี้โดยเฉพาะค้อนสะเทือนขุนเขาอันนั้น พวกเจ้าต้องตรวจสอบให้แน่ชัดด้วยว่าท้ายที่สุดแล้วมันไปตกอยู่ในมือของใคร”

            ดวงตาของสาวน้อยกลอกไปมาดูท่าทางเหมือนจะกำลังคิดแผนการอะไรบางอย่างอยู่

            “องค์หญิง ท่านหมายความว่า... เราจะยอมแพ้หรือ?”ชายชราแซ่เซี่ยผู้นั้นถามขึ้นเหมือนจะยังมีข้อสงสัยอยู่

            “ฮิฮิ” องค์หญิงน้อยผู้นั้นหัวเราะคิกคักออกมา“ยอมปล่อยค้อนแค่อันเดียวไม่แน่มันอาจจะทำให้เราได้พบกับสุดยอดนักการช่างที่สามารถต้านทานซ่างกวันหงได้ก็เป็นได้ทำไมเราต้องไปดึงดันต่อด้วยเล่า”

            “ข้าน้อยเข้าใจแล้ว”

            ห้องหมายเลขหนึ่งก็ยอมแพ้การประมูลแล้วเช่นกัน

            หลินหยางได้รับค้อนสะเทือนขุนเขาสมใจอยากแล้ว

            ไม่มีใครคิดเลยว่าผลลัพธ์ของการประมูลจะออกมาเป็นแบบนี้

            หลินหยางนั้นเด็ดขาดเป็นอย่างมากไม่เหลือโอกาสให้อีกฝ่ายตั้งความหวังเลยแม้แต่น้อย ของที่พวกเขาอยากได้พวกเขาก็ต้องแย่งมันมาให้ได้โดยไม่เกรงกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น

            แต่หลินหยางยังไม่รู้ว่า เพราะไอ้ค้อนอันนี้นี่เองทำให้ซ่างกวันอวิ๋นหมายหัวพวกเขาและพร้อมจะเข้ามาบดขยี้พวกเขาตลอดเวลาแล้วส่วนองค์หญิงน้อยแห่งราชอาณาจักรโล่ยื่อเองก็หมายตามาที่พวกเขาด้วยเช่นกัน

            เมื่อรวมกับเถ้าแก่ระดับดาวม่วงแห่งพันธมิตรการค้าใต้หล้าหยูยี่เองก็เกิดความสนใจในตัวพวกเขาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วด้วยเช่นกันก็เท่ากับว่าตอนนี้มีขุมกำลังขนาดใหญ่สามฝ่ายกำลังวนเวียนอยู่รอบตัวพวกเขาแล้ว

            แต่โชคดีที่หลินหยางนั้นได้ทำการเตรียมการเอาไว้ก่อนแล้วตอนนี้เขามีสมาคมการค้าตระกูลจ้าวคอยออกหน้าแทนเขาอยู่ ไม่ว่าใครก็ตามก็ไม่มีทางรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเขาได้ในเร็วๆ นี้แน่นอน

            การซื้อขายกันในราคาสามหมื่นล้านนั้นนับเป็นมูลค่าที่สูงที่สุดในการประมูลที่จัดขึ้นวันนี้แล้วถึงต่อจากนี้จะมีอาวุธระดับวิถีราชันชิ้นที่สองของตระกูลซ่างกวันออกมาให้ประมูลต่อก็ตามแต่นั่นก็ได้ราคาไปแค่สองหมื่นล้านเท่านั้น

            ในที่สุด งานประมูลก็กำลังดำเนินมาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว

    คล้ายกับเรื่องราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน