หลังจากที่เจียวซิ่นทำความรู้จักกับเผ่าภูตต้นไม้ทำให้ทราบว่าเผ่าภูตต้นไม้มีหัวหน้าเผ่าคือไป๋เซอเป็นภูตที่มีปีกสีขาวผมสีเงินเป็นประกายหากไม่บอกว่านี้คือภูตต้นไม้เจียวซิ่นคงนึกว่านี้คือภูตน้ำแข็งเป็นแน่หน้าที่หลักๆของภูตต้นไม้คือดูแลรักษาต้นไม้ในมิติปราณสวรรค์ของนาง ส่วนหน้าที่ที่เจียวซิ่นได้แต่เฝ้ามองนั้นก็คือภูตต้นไม้ส่วนใหญ่มีความชอบในการเก็บอัญมณีหรือแก่นอสูรปราณมาทำเครื่องประดับต่างๆไม่ว่าจะเป็นแหวน กำไล สร้อย ปิ่นปักผมและอื่นๆอีกมากมาย ภูติต้นไม้มีความชำนาญในการทำสิ่งของสวยงามเป็นอย่างมาก และเพื่อแลกกับการใช้น้ำตกปราณสวรรค์ได้ตามที่ต้องการภูติสวรรค์ต้องทำเครื่องประดับต่างๆมามอบให้กับเจียวซิ่นในหนึ่งเดือนอย่างน้อยสามชุดซึ่งภูตต้นไม้นั้นยินดีเป็นอย่างยิ่งที่งานที่พวกเขารักนั้นจะได้มีโอกาสอวดโฉมต่อสายตาคนที่เห็นในคุณค่าของมันเพราะในมิติแห่งนี้ส่วนใหญ่มักจะมุแต่สัตว์อสูรที่ยังไม่มีพัฒนาการทางเชาว์ปัญญาเมื่อพวกตนทำเครื่องประดับสำเร็จแล้วจึงไม่สามารถหาเจ้าของให้กับผลงานของตนได้.เมื่อเจียวซิ่นเอ่ยข้อตกลงในการมอบเครื่องประดับที่พวกตนทำแลกกับการที่พวกตนสามารถใช้น้ำตกปราณสวรรค์ได้ตามที่ตกการเผ่าภูตต้นไม้ทั้งหลายจึงดีใจมาก. ที่ผลงานของตนนั้นจะมีเจ้าของเสียที ตอนนี้ในใจของเผ่าภูตต้นไม้นั้นดีใจมากที่เครื่องประดับของเผ่าตนจะสามารถขึ้นไปประดับบนตัวของจ้าวชีวิตของตนได้
หลังจากที่เจียวซิ่นออกมาจากมิติปราณสวรรค์แล้วนางจึงไปพบกับย่าของตนที่เรือนของท่านเพื่อแจ้งเรื่องการนำเครื่องประดับออกมาขายในทุกกลางเดือนเพียงสามชุดต่อครั้งเท่านั้นโดยผู้ซื้อจะต้องเขียนราคาที่จะซื้อแล้วหย่อนลงกล่องข้างเครื่องประดับชุดนั้นๆซึ่งนางจางก็เห็นด้วยกับการขายครั้งนี้ของเจียวซิ่น เนื่องจากนางจางจะไปเยี่ยมทางบ้านเก่าที่แคว้นจ้าวทำให้เจียวซิ่นต้องมาเรียนรู้เกี่ยวกับการดูแลงานภายในจวนและร้านไหมสวรรค์กับนางจางในเช้าของทุกวัน
"ท่านย่าเจ้าค่ะ ที่บ้านเก่าของท่านย่าเป็นอย่างไรหรือเจ้าคะ"เจียวซิ่นเอ่ยถามนางจางเพราะนางไม่เคยพบกับคนในบ้านเก่าของนางจางเลยแม้แต่ท่านพ่อของนางเองก็ตาม
"ปู่ทวดกับย่าทวดของเจ้านั้นเป็นคนใจดีมาก ท่านทั้งสองชอบออกเดินทางไปที่ต่างๆเพื่อนำสิ่งของที่แปลกใหม่มาให้ย่าเป็นประจำ ย่ายังจำได้ว่าครั้งหนึ่งตอนที่ย่าเป็นเด็กปู่ทวดของเจ้าเคยนำไข่มุกราตรีมาให้ตอนนั้นย่าชอบมันมากย่ามักจะนั่งมองมันส่องแสงในตอนกลางคืนแล้วหลับไปทั้งๆที่กอดมันไว้ในอ้อมกอด"นางจางเล่าพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนและในแววตาของนางจางมีทั้งความคิดถึงและรู้สึกผิด
"ท่านปู่ทวดและท่านย่าทวดของหลานมีหน้าตาเป็นเช่นไรหรือเจ้าคะตัวสูงหรือไม่" เจียวซิ่นเอ่ยถามย่าด้วยหวังว่าในบางครั้งตนอาจเคยพบเจอกับปู่ทวดและย่าทวดของตน
"อืมปู่ทวดของเจ้าเป็นคนรูปหล่อรูปร่างสูงใหญ่สมชายชาตรีมีผิวขาวละเอียดดังสตรีเพศ คิ้วดกผมดำยาวและที่สำคัญตาของปู่ทวดของเจ้าจะมีแววตาคมดุคลายตาของนกอินทรีย์ ส่วนย่าทวดของเจ้าเป็นหญิงที่มีผิดขาวละเอียดดังหิมะดวงตากลมโตดังลูกกวางมีรอยยิ้มที่ดึงดูดผู้คน" นางจางยังคงเอ่ยตอบหลานสาวของตนต่อในห่วงคำนึงก็ปรากฏภาพชายหญิงคู่หนึ่งยืนส่งยิ้มมาให้แก่นาง
"มิน่าท่านย่าจึงได้งามเช่นนี้ ที่แท้ล้วนเลือกแต่สิ่งดีๆจากปู่ทวดและย่าทวดมานั้นเอง"เจียวซิ่นเอ่ยพร้อมกับพยักหน้าในความช่างเลือกของย่าตนช่างหยิบจับบรรจงเลือกสิ่งดีๆมาจากพ่อแม่โดยแท้ส่วนนางจางได้ยินที่หลานสาวกล่าวก็ได้หัวเราะในความปากหวานของหลานสาวตน
"ช่างพูดเสียจริงอายุเท่านี้กลับรู้จักพูดป้อยอผู้คนเสียแล้ว"นางจางกล่าวพร้อมกับหยิกแก้มของเจียวซิ่นด้วยความหมั่นเขี้ยว
เพราะความช่างพูดของเจียวซิ่นทำให้บรรยากาศในเรือนของนางจางเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะซึ่งตรงข้ามกับตระกูลซูที่ตอนนี้มีแต่ความเคร่งเครียดเกิดขึ้นไม่ว่าผู้ใดก็เข้าหน้าของผู้นำตระกูลอย่างซูหลิ่งเหวินไม่ติดทั้งนั้น