นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    ตอนที่ 39 กำจัดตะขาบพันปี

    ตอนที่ 39 

    กำจัดตะขาบพันปี

    ลู่หานเองก็เริ่มจัดการตามสิ่งที่ตนเองคิดโดยเขาเองก็ขอความร่วมมือจากเหล่าชาวบ้าน โดยการเตรียมการทั้งหมดคนเดียวมันถือว่าหนักหนาไปสำหรับเขาในระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่ชั่วยามก่อนที่ดวงอาทิตย์จะตกดิน

    โดยลู่หานแบ่งหน้าที่ให้เหล่าชาวบ้านไปจัดการเตรียมการต่างๆตามที่ตัวของเขาวางแผนเอาไว้ ส่วนตัวของเขาก็จะเริ่มผสมยาถอนพิษความปลอดภัยในชีวิตของเขาต้องมาก่อน 

    การที่ลู่หานต้องเร่งมือทำทุกอย่างและตั้งใจจะกำจัดตะขาบพันปีในราตรีที่กำลังจะมาถึงเพราะว่าเขาอยากจะจบเรื่องนี้ให้รวดเร็วที่สุดมันจะได้ทำให้เขามีเวลากลับไปเร่งดูแลสวนผักและบ่มเพาะทักษะของเขาต่อ 

    และแล้วเวลาก็ผ่านพ้นไปรวดเร็วราวกับการหายใจทิ้งตอนนี้ดินแดนแห่งนี้หมุนเวียนเปลี่ยนเข้าสู่อย่างราตรี 

    ท้องนภาที่เคยมีแสงสว่างไสวจากดวงอาทิตย์ส่องแสงประกายสว่างไสวไปทั่วทั้งท้องนภาบัดนี้ท้องนภามันกลับถูกขีดเขียนทับด้วยน้ำหมึกสีดำสนิท ราตรีในค่ำคืนนี้เป็นคืนเดือนดับที่ม่านเมฆสีดำสนิทบดบังจนจันทราและดวงดาราสีเงินไร้ทางจะส่องสว่างในราตรีที่เงียบงัน 

    ราตรีที่เงียบงันเช่นนี้แต่หมู่บ้านที่ถูกรุกรานโดยตะขาบพันปีในค่ำคืนนี้กลับเต็มไปด้วยแสงสว่างจากคบเพลิงถูกจุดเอาไว้สว่างไสวจนแปลกตา 

    ถึงแม้ว่าจะมีแสงจากเปลวเพลิงถูกจุดสว่างไสวไปทั่วทั้งหมู่บ้านแต่ว่าก็ไร้ซึ่งเงาของคนเดินและยังคงความเงียบงันเอาไว้เหมือนกับทุกราตรีที่ผ่านมา 

    ท่ามกลางความเงียบงันร่างของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ได้เคลื่อนที่มุ่งตรงจากใต้พื้นดินเข้ามาด้านในของหมู่บ้านจากทางด้านหน้าของหมู่บ้าน ร่างของมันมีขนาดใหญ่มากเสียจนเมื่อเคลื่อนที่ทำให้ทิ้งร่องรอยเอาไว้บนพื้นดินให้สามารถเห็นได้ด้วยสายตาอย่างชัดเจน 

    จากนั้นสิ่งมีชีวิตที่ซ่อนเร้นกายอยู่ด้านใต้พื้นดินก็เริ่มเคลื่อนที่มุ่งตรงไปที่ใจกลางหมู่บ้าน บริเวณใจกลางหมู่บ้านมันเป็นพื้นโล่งกว้างที่มีคบเพลิงถูกจุดเอาไว้มากมายที่สุด ทว่า...มีบางอย่างที่มันแปลกออกไปจากทั่วไปมันทำให้สิ่งมีชีวิตที่เร้นกายอยู่ใต้พื้นดินอยู่ชะงัก 

    ตรงใจกลางพื้นที่โล่งกว้างมันมีร่างของสิ่งมีชีวิตบางอย่างถูกวางเอาไว้มันคือศพของเจ้าหมูป่าขนาดใหญ่ 

    เมื่อสิ่งมีชีวิตที่กำลังแฝงเร้นร่างกายของมันอยู่ใต้พื้นดินสัมผัสได้ถึงกลิ่นของสิ่งมีชีวิตอยู่ด้านหน้ามันเองก็ไม่รีรอที่จะเผยร่างกายออกมาจากใต้พื้นดิน 

    ตึง!!! ร่างของตะขาบที่มีขนาดใหญ่โตกว่ามนุษย์ถึงประมาณ 5-6 เท่าก็พุ่งเผยส่วนหัวของของมันขึ้นมาจากพื้น ร่างสีดำยาวผิวหนังออกเป็นสีดำแดงมีขามากมายระยิบระยับสุดแสนจะไม่น่ามองปรากฏขึ้นมาจากพื้นดิน ดวงตาสีแดงทั้งสองข้างของมันจ้องมองไปที่ศพของหมูป่าตัวขนาดใหญ่ที่ถูกวางเอาไว้เบื้องหน้าของมัน 

    มันมองเห็นและระบุเป้าหมายของมันได้แล้วปากของมันก็อ้าออกเผยให้เห็นรูปปากที่น่าเกลียดก่อนที่มันจะพุ่งกระโจนเข้าไปกัดกินศพของหมูป่าที่ถูกวางเอาไว้ 

    ในขณะที่มันกำลังกัดกินอาหารของมันอย่างเอร็ดอร่อยมันไม่รู้เลยว่าบริเวณพื้นมันอยู่กำลังยืนอยู่มีบางสิ่งถูกซ่อนเอาไว้โดยให้ดินบดบังเอาไว้อย่างบางๆ 

    ตอนนี้รอบบริเวณลานโล่งกว้างกลางหมู่บ้านเหล่าชาวบ้านมากมายแฝงเร้นกายอยู่ตามจุดต่างๆ ใบหน้าของเหล่าชาวบ้านที่กำลังเร้นกายอยู่ในความมืดพวกเขาเองก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวแต่พวกเขากำลังพยายามกัดฟันแน่นแล้วกำเชือดเส้นใหญ่ในมือของพวกเขาแน่นเพื่อจะทำหน้าที่ของพวกเขาให้สำเร็จ 

    และแล้วสัญญาณที่พวกเขาเฝ้ารอก็มาถึงเหล่าชาวบ้านที่ซ่อนเร้นกายอยู่ก็ลอบพยักหน้าส่งสัญญาณให้กันก่อนที่พวกเขาจะเริ่มดึงเชือกเส้นใหญ่ในมือของพวกตนเอง ทำให้เชือกมากมายหลายเส้นที่ถูกซ่อนเร้นเอาไว้ใต้ดินปรากฏขึ้นล้อมรอบร่างกายของตะขาบพันปีที่กำลังกัดกินศพของหมูป่าอยู่ 

    “ เอาเลย!!!! ” ชาวบ้านผู้หนึ่งเปล่งเสียงให้สัญญาณขึ้นมาพลันให้เหล่าชาวบ้านที่กำลังถือเชือกเส้นใหญ่เอาไว้ในมือเริ่มพาร่างกายของพวกเขาวิ่งวนไปรอบๆทำให้เชือกเส้นใหญ่ผูกมัดร่างกายของเจ้าตะขาบพันปีเอาไว้จนหนาระดับนึง 

    ตะขาบพันปีที่มันถูกขัดขวางการกินที่แสนจะมีความสุขของมัน มันก็ส่งเสียงกรีดร้องแห่งความโกรธออกมาเป็นภาษาของมัน เจ้าตะขาบพันปีที่รู้ตัวว่ามันกำลังโดนโจมตีก็เริ่มออกแรงเริ่มทำลายเชือกเส้นใหญ่ที่กำลังมัดร่างของมันเอาไว้อยู่ 

    แต่แล้วการโจมตีถัดไปของเหล่าชาวบ้านก็มาทันที พวกเขาใช้คบเพลิงที่อยู่ข้างกายของตนเองจุดลงไปที่เชือกเส้นใหญ่ในมือของพวกเขามันทำให้เปลวเพลิงที่พุ่งไปตามเชือกอย่างรวดเร็วก่อนที่มันจะเริ่มแผดเผาร่างของตะขาบพันปี 

    การที่เปลวเพลิงสามารถพุ่งไปตามเชือกได้อย่างรวดเร็วมันก็เพราะว่าตามเชือกเส้นใหญ่ที่กำลังมัดร่างกายของตะขาบพันปีอยู่มันมีน้ำมันดิบที่ชโลมเอาไว้เพื่อเป็นตัวนำเพลิงให้มันสามารถลุกไหม้ได้รวดเร็วมากขึ้น

    ร่างของตะขาบพันปีกำลังถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงจนมันนั้นเริ่มดิ้นทุรนทุรายอย่างเจ็บปวด 

    เมื่อเห็นสัตว์อสูรตัวนั้นกำลังเจ็บปวดทรมานกับการโดนเปลวเพลิงแผดเผาเหล่าชาวบ้านเองก็ยืนยิ้มด้วยความดีใจพวกเขาคิดว่าเพียงแค่นี้มันจะสามารถกำจัดมันได้แล้ว

    ทว่า...นั่นมันเป็นความคิดที่ผิดเพียงไม่นานนักเปลวเพลิงที่กำลังแผดเผาผิวของมันอยู่ก็ได้จางหายไป ตะขาบพันปีมันได้เรียกเร้นพลังบ่มเพาะภายในร่างกายของมันปัดเป่าเปลวเพลิงที่กำลังทำร้ายผิวกายของมันออกไป

    เปลวเพลิงที่กำลังทำลายผิวกายของมันอยู่เป็นเพียงแค่เพลิงธรรมดาที่ไม่ได้มีคุณสมบัติพิเศษอันใดเหมือนกับเปลวเพลิงที่กำเนิดมาจากดวงแก้วเปลวเพลิงที่เป็นศาสตราวิญญาณระดับเทวะ ในตอนที่ลู่หานได้ใช้มันต่อสู้กับแมงมุมเหล็ก 20 ขา 

    “ ถอยไป... ” เสียงอันหล่อเหลาที่แฝงไปด้วยความสุขุมหลายส่วนดังขึ้นมาจากด้านหลังของชาวบ้านที่กำลังยืนตื่นตระหนกกับสิ่งที่ตนเองเห็น 

    ก่อนที่ร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มที่มีใบหน้าหล่อเหลาเป็นทุนเดิมจะย่างการนำหน้าเหล่าชาวบ้านขึ้นมาด้านหน้าเพื่อให้พร้อมกับการเข้าเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับสูง

    ลู่หานหันใบหน้าของตนเองครึ่งนึงไปหาเหล่าชาวบ้านที่ยืนอยู่ด้านหลังก่อนจะกล่าวย้ำอีกครั้งด้วยเสียงอันเคร่งขรึม “ ถอยไป... ”

    เมื่อได้ยินคำนั้นอีกครั้งหนึ่งเหล่าชาวบ้านเองก็ต่างพากันตื่นตระหนกแล้วรีบวิ่งกระจัดกระจายไปด้านหลังเพื่อหาที่ซ่อนกายเพื่อเฝ้ามองการต่อสู้อยู่ใกล้ๆ

    เมื่อเห็นว่าเหล่าชาวบ้านต่างพากันวิ่งกระจัดกระจายออกไปจนหมดแล้วดวงตาทั้งสองข้างของลู่หานก็หันมาจับจ้องร่างของตะขาบขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าอีกครั้งหนึ่ง

    นี่เป็นครั้งแรกที่ลู่หานได้เห็นมันกับตาเขาเคยอ่านแต่เพียงในนิยายเท่านั้น และตะขาบในโลกของเขาก็มีเพียงแค่ขนาดเล็กกว่านี้ไม่รู้ตั้งกี่ร้อยเท่าเพราะฉะนั้นการพบเจอกับมันครั้งนี้ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่

    กระนั้นทั้งใบหน้าและแววตาของเขาเองก็ไม่ได้แสดงความหวาดกลัวออกมาเลยสักนิด ลู่หานรู้อยู่แล้วว่าเปลวเพลิงธรรมดาที่เขาให้ชาวบ้านใช้แผดเผาใส่ร่างกายของมันคงจะสร้างความเสียหายให้กับมันได้เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น 

    สำหรับสัตว์อสูรที่อยู่ในระดับสูงเปลวเพลิงที่จะทำร้ายร่างกายของมันให้บาดเจ็บสาหัสได้ก็คงจะมีแต่เปลวเพลิงที่กำเนิดมาจากพลังบ่มเพาะ แต่การที่ลู่หานให้ชาวบ้านกระทำเช่นนั้นเพราะว่าเขาอยากดึงดูดความสนใจของมันมาที่เขาโดยเพิ่มความโกรธของมัน

    การจำกัดตะขาบพันปีเขาต้องทำให้มันมีโอกาสหนีน้อยที่สุดก่อน สัตว์อสูรตัวนี้มันมักจะหนีไปในตอนที่มันบาดเจ็บสาหัสโดยการมุดลงไปใต้พื้นดินทำให้ยากต่อการไล่ตาม

    ลู่หานเลยตั้งใจจะเพิ่มความโกรธของมันให้มากขึ้นจนมันนั้นยอมเข้ามาเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ และดูเหมือนว่าตอนนี้มันเองก็กำลังตกอยู่ในแผนการของเขา

    มุมปากที่ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาเป็นทุนเดิมยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่ดวงตาทั้งสองข้างของเขาที่กำลังจ้องมองร่างของมันอย่างไม่กระพริบเมื่อเห็นว่าเจ้าตะขาบพันปีพุ่งกระโจนเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็วท่าทางของลู่หานกลับยังคงยืนอย่างสงบนิ่ง ผิดจากเหล่าชาวบ้านที่เป็นผู้ชมอยู่ด้านหลังใบหน้าของพวกเขาต่างตื่นตระหนก

    ทว่า...เมื่อเจ้าตะขาบพันปีพุ่งกระโจนเข้ามาหวังจะโจมตีเข้าใส่ลู่หาน บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มอันสง่างามกับสามารถพลิกกายหลบได้อย่างง่ายดาย

    ร่างของลู่หานเคลื่อนที่ไปทางด้านข้างลำตัวของมันที่ยาวเหยียด แขนทั้งสองข้างของเขาหยั่งรากลึกราวกับต้นไม้ใหญ่พร้อมกับแขนข้างขวาที่ง้างออกอย่างสุดแขนแล้วปล่อยหมัดซัดเข้าข้างลำตัวของมันอย่างเต็มแรง

    ผัวะ!!! เสียงหมัดที่แฝงไปด้วยพลังบ่มเพาะดังสนั่นพาให้ร่างของเจ้าตะขาบพันปีกระเด็นออกไปประมาณนึง ก่อนที่มันจะตั้งหลักได้แล้วพุ่งกระโจนเข้ามาหวังจะโจมตีอีกครั้ง 

    ครั้งนี้ก็ไม่ต่างจากเดิมตัวของลู่หานสามารถกระโดดหลบไปข้างๆได้ ร่างดำยาวของมันพุ่งผ่านหน้าเขาไปอย่างรวดเร็วก่อนที่มันจะเริ่มใช้ความคล่องตัวที่มากกว่าของมันพุ่งโจมตีย้อนกลับเข้ามาหาลู่หานอีกครั้งเพื่อหวังจะไม่ให้เขาสามารถหลบได้ 

    ลู่หานยกยิ้มที่มุมปากของตนเองก่อนที่เขาจะกระโดดหลบการโจมตีของมันไปด้านข้างอีกครั้งหนึ่งอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ทักษะบ่มเพาะรากฐานมีระดับเพิ่มขึ้นและการฝึกฝนที่ผ่านมามันทำให้ทักษะการมองเห็นและทักษะการเคลื่อนไหวของลู่หานอยู่ในระดับสูงมากพอที่เขาจะสามารถหลบการโจมตีของมันได้อย่างสบายๆ 

    ครั้งนี้ลู่หานที่หลบการโจมตีเมื่อเขาตั้งหลักได้แล้วเริ่มเรียกเร้นพลังบ่มเพาะออกมาจากร่างกายก่อนที่พลังบ่มเพาะที่แผ่ซ่านออกมาจะเริ่มถักทอกลายเป็นปราณกระบี่สีขาวลอยล่องอยู่ข้างกาย 

    “ เอาละนะ ” ลู่หานเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าที่เริ่มฉายความจริงจังมากขึ้นก่อนที่นิ้วมือข้างขวาของเขาจะขยับขึ้นพลันเป็นสัญญาณสั่งการให้ปราณกระบี่พุ่งขึ้นด้านบนแล้วปักลงไปที่กลางหัวของเจ้าตะขาบพันปี

    ฉึก!!!! 

    จบตอน 

     

    คล้ายกับเรื่องนี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ ที่คุณอ่าน