เมื่อกลุ่มของพวกอี้เฉินเข้าไปภายในเมืองได้ พาหนะม้ามังกรที่พวกเขาขี่มา ก็ดูด้อยไปในทันที ครั้นเห็นสัตว์อสูรที่บินได้ อยู่บนท้องฟ้าหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นอินทรีทะเลทราย กระเรียนสีเลือด แม้กระทั่งหงส์แดงยังมีให้เห็น ทุกๆ ตัวล้วนเป็นพาหนะให้เหล่ายอดยุทธ์ได้ขี่ ยืนมือไพล่หลัง ด้วยความองอาจ
ปลดปล่อยแรงกดดันสายเลือดออกมาไม่ขาดสาย ใส่ผู้คนเบื้องล่าง อย่างไม่เกรงกลัว จนเลือดในกายาของมวลชนที่เฝ้ามอง เดือดพล่านขึ้นมาน้อยๆ หากผู้ใดรับไม่ได้ กายาก็อาจจะสั่นเทิ้ม ล้มลงกับพื้นก็เป็นได้
อี้เฉินที่เห็นเขาอดไม่ได้ที่ จะเงยหน้ามองเหล่าจอมยุทธ์ พวกนั้น ใบหน้าอดไม่ได้ที่จะมี โทสะน้อยๆ ขึ้นมา ก่อนจะละสายตาจากพวกเขา กวาดตามองไปรอบๆ
ภายในนครหินผ่าเต็มไปด้วย สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นสนามประลอง ลานฝึกฝน แม้กระทั่งโรงประมูลขนาดใหญ่ โรงเตี๊ยมเองก็มีอยู่ด้วยกันไม่น้อย เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
อี้เฉินราวกับได้เปิดหูเปิดตา ทุกๆ อย่างในสถานที่แห่งนี้ช่างแปลกตาสำหรับตัวเขาไปหมด ไม่ว่าจะเป็นสิ่งก่อสร้างบ้านช่องต่างๆ ที่ดูงดงาม แม้แต่วิถีชีวิตของผู้คนเหล่านี้ อยู่รวมตัวกันได้อย่างผสมกลมกลืน ตามทางเดินเท้าเองก็เต็มไปด้วยมวลชน ที่เดินกันขวักไขว่ประหนึ่ง หลุดเข้ามาในโลก ที่เต็มไปด้วยความครึกครื้น
...ไม่กี่ชั่วอึดใจ พวกเขาก็มา ลานฝึกฝน ที่จัดงานคัดสรร ของเหล่าสำนักน้อยใหญ่ อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะตกใจ ครั้นรับรู้ถึงปราณพลังที่หนาแน่น รอบๆ บริเวณแห่งนี้ได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่คน มารวมตัวกันอยู่ด้านบนหน้าผา ที่นั่งกิตติมศักดิ์ ประหนึ่งเป็นบัลลังก์หินผา พวกเขาล้วนเป็นตัวแทนผู้ทรงพลัง ของสำนักต่างๆ มาเข้าร่วมงาน คัดสรรหาศิษย์ผู้มีพรสวรรค์
อี้เฉินที่เห็น เจียวหยางกับคนอื่นๆ ภายในหมู่บ้านตงเป่ย ได้ที่พักจัดเตรียมสำหรับคนทั้งหมู่บ้าน เป็นกระโจมหนังสัตว์ ใกล้ กับลานฝึกยุทธ์ เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมายาว คงจะไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรอกนะ ครั้นเตรียมที่จะจากไป กลับถูกเจียวหยางเด็กสาวดึงแขนไว้แน่น "เจ้าจะไปแล้วหรืออี้เฉิน ข้ายังไม่ได้กล่าวคำลา เจ้าเลยนะ"
อี้เฉินได้ยินเขายกใบหน้าน้อยๆ เปื้อนยิ้มให้นางในทันที "ข้าไม่ได้ตายเสียหน่อยเจียวหยาง เจ้าอย่าได้เสียใจไป"ครั้นที่อี้เฉินเอ่ยคำพูดเสร็จสิ้น ตัวเขาที่ได้ยินเสียงผู้คนตะโกนโหร้อง เขาอดไม่ได้ ที่จะชายตามองขึ้นไปบนท้องฟ้า
"นั้นมันสตรี บุปผาหยก หลิว อี้เฟย ไม่ใช่หรือ"ชายหนุ่มคนหนึ่ง กล่าวออกมาด้วยความเคลิบเคลิ้ม มองใบหน้าโฉมสะคราญงามล่มเมือง ของนางอย่างไม่วางตา ผมสีดำขลับถูกเครื่องประดับรัดเกล้าไว้อย่างดี เผยให้เห็นใบหน้าที่ขาวเนียนละเอียด อาภรณ์สีแดงสด พร้อมลวดลายดอกไม้เด่นสะดุดตา ชายกระโปรงปลิวไสวไปตามแรงลม มาพร้อมกับศิษย์ในสำนักบุปผานับสิบคน
อี้เฉินที่เห็นอดส่ายหัวไม่ได้ ไม่คิดหญิงสาวผู้นี้จะอยู่ในขั้นพลังเทวะ ระดับต้นแล้วทั้งๆ ที่อายุน่าจะไม่ห่างจากเขามากนัก มันอดไม่ได้ที่อี้เฉินจะกำหมัดไว้จนแน่น
จู่ๆ เหล่าผู้คนก็ตะโกนออกมาสุดเสียง ครั้นเห็นเกี้ยวมังกรของราชวงศ์ ชิงมาเยือนพร้อมกับผู้ติดตามนับสิบ มันนานมากแล้วที่ผู้คนภายในราชวงศ์ จะมาเยือนยังพื้นที่รอบนอกแห่งนี้
เพียงแค่สัตว์อสูรพยัคฆ์ขาว ลากเกี้ยวก็นำพาให้เหล่าผู้คน ตัวสั่นเทิ้ม บางคนที่โดนแรงกดดันเข้าไป ถึงกับล้มลงกับพื้นในทันที ครั้นเมื่อมันปล่อยระลอกคลื่นออกมา กดดันเหล่าผู้คน ประหนึ่งสำแดงแสนยานุภาพ ให้เหล่าผู้คนที่มองมัน ก็ต่างพากันหวาดหวั่นในพลังสายเลือด ของพวกมันไม่น้อย
ก่อนจะมีชายหนุ่มผมสีทอง ใบหน้าดูหล่อเหล่า เดินออกมาพร้อมกับ เด็กชายอายุ 10ขวบ พวงแก้มแดงระเรื่อ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ข้างกายชายหนุ่มไม่ห่าง
บางคนที่เห็นใบหน้าขององค์ชาย5 ชิงอู๋เหล่ย มาพร้อมกับองค์ชาย10น้อย ก็ต่างพากันตกตะลึง คนด่านในราชวงศ์ ใช่ว่าจะเจอได้ง่ายๆ การมาครั้นนี้ขององค์ชาย จึงทำให้รอบๆ เต็มไปด้วยความอึกทึกครึกโครม ผู้คนต่างพูดคุยกันเสียงดังเซ็งแซ่ ออกไปไกล
องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย ทักทายไปที่สตรี บุปผาหยก หลิว อี้เฟย ในทันที "เราพบกันอีกแล้วนะแม่นาง หลิว อี้เฟย" ก่อนเขาจะน้อมคำนับน้อยๆ ไปที่เหล่าผู้คนที่นั่งภายในพื้นที่กิตติมศักดิ์ "ทุกท่านข้าขอเข้าร่วมสังเกตการณ์ ในการคัดสรร ครั้งนี้ด้วย จะไม่ถือเป็นการรบกวนใช่หรือไม่" องค์ชายชิงอู๋เหล่ย กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสุภาพ ใบหน้าเปื้อนยิ้มน้อยๆ
เหล่าตัวแทนสำนักต่างๆ มีท่าทีกระอักกระอ่วน ในทันใด อดไม่ได้ที่จะฝืนยิ้ม ใบหน้าเหยเก ไม่น่ามอง แต่ก็พอจะคาดเดาได้ องค์ชาย5 ชิงอู๋เหล่ย มาทำอะไร
สตรี บุปผาหยก หลิว อี้เฟย มีท่าทีไม่พอใจเล็กน้อยครั้นเห็นใบหน้าองค์ชาย5ส่งรอยยิ้มมีความหมายแอบแฝงออกมา นางเลิกสนใจชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าในทันที พลิ้วกายาลงไปนั่ง โดยไม่ใส่ใจองค์ชาย5อีกต่อไป
องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย เองก็คิดจะตามนางไปเช่นกัน ครั้นเมื่อฝ่ามือขององค์ชาย10 เอื้อมมาดึงชายอาภรณ์ของเขา เขาอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวออกมา
"ไหนท่านพี่บอกจะพาข้ามาเปิดหูเปิดตา"องค์ชาย10น้อย กล่าวออกมาด้วยปากที่พองลม สีหน้ามีเลือดฝาดไม่พอใจซักเท่าใดนัก
องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย ถอนหายใจออกมายาวก่อนจะลูบไหล่ น้องเล็กเบาๆ "เจ้าไปหาอะไรทำก่อนไป น้องเล็ก ข้าจะให้ทหารติดตามเจ้าไปเล่นสนุกด้วย ตอนนี้ข้ามีธุระจะพูดคุยกับแม่นางท่านนั้น"
องค์ชาย10 ที่ได้ยินเขาอดไม่ได้ที่จะกระทืบเท้าอย่างแรง ด้วยความไม่พอใจ "หากข้ากลับไปหาท่านแม่ข้า เมื่อใดข้าจะฟ้องท่านแม่ ว่าพี่ชิงอู๋เหล่ย ไม่ คอยดูแลข้า" ก่อนองค์ชาย10 จะให้ทหารพาตัวเขาไปจากที่นี่ หมายมั่นเข้าไปเดินเล่นภายในนครหินผา เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศรอบๆ
อี้เฉินที่เห็น องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย เขาอดไม่ได้ที่กายาของเขา จะรู้สึกเดือดพล่านขึ้นมาน้อยๆ ราวกับเลือดในกายามันเรียกขานหากัน อย่างไรอย่างนั้น แต่ก็ไม่ได้ หนักหน่วง รุนแรงมากนัก ไม่ช้าก็เร็วเลือดในกายของเขาที่มีสายเลือดของชิงหลันไหลเวียนอยู่ คงจะเกิดปัญหากับเหล่าราชวงศ์เป็นแน่
องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย เองก็รู้สึกแปลกๆ เช่นกัน แต่เขาไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอย่างไร จดจ้องลงมาที่อี้เฉิน แวบหนึ่งในทันที ครั้นเห็นชายหนุ่มที่กายาเต็มไปด้วยบาดแผล อายุไล่เลี่ยตัวเขา ชิงอู๋เหล่ย ก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวออกมา ก่อนละสายตาจากอี้เฉินไป ไม่แม้จะสนใจเขาอีกต่อไป
อี้เฉินเอง ก็อดไม่ได้ที่จะหลบเลี่ยงสายตาเช่นกัน ก่อนที่เขาจะเตรียมจากลาไปจากสถานที่แห่งนี้ เตรียมจะกล่าวคำพูด ออกไปหา เจียวหยาง เมื่อเห็นการคัดสรร พวกนี้เป็นแค่การทดสอบศักยภาพพื้นฐานเท่านั้น
เมื่ออี้เฉินขับเคลื่อนปราณจิตเข้าไปภายในดวงตาของเขา มันก็ทำให้เขาสามารถมองเห็นกายาของ เจียวหยางได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เส้นลมปราณของนางถือว่าดีเยี่ยม ไม่โปร่งพองแต่อย่างใด เหมาะแก่การฝึกยุทธ์ จุดตันเถียนทั้ง5เองก็สมบูรณ์ไม่มีการบาดเจ็บตกค้างแม้แต่น้อย
อี้เฉินจึงบอกกล่าวนางในทันที เมื่อสำรวจกายาของนางเสร็จสิ้น ถึงดวงตาของเขาจะบาดเจ็บไปบ้างก็ตาม"เจียวหยางเดียวข้าจะต้องไปแล้ว สถานที่แห่งนี้เริ่มวุ่นวายขึ้นไปทุกที ข้าจะบอกวิธีผ่านการทดสอบที่แท้จริงให้ เจ้าต้องทำทุกอย่างให้ดูเรียบง่ายที่สุด อย่าใช้ปราณพลังของเจ้าทำสิ่งต่างๆ มากเกินไป มันเป็นการทดสอบพื้นฐานเท่านั้น เจ้าก็จะมีโอกาสถูกขานรับ"
อี้เฉินที่เอ่ยวาจาเสร็จสิ้น เขาก็พลิ้วกายาจากไป จากสถานที่แห่งนี้ ในทันที หากเขายังอยู่ต่อไปคงไม่เป็นการดีต่อหมู่บ้านตงเป่ย เป็นแน่ สำนักน้อย ใหญ่เองก็เริ่มทยอยกันเข้ามา ร่วมงานเรื่อยๆ ไม่ช้าบริเวณนั้นคงจะเกิดความวุ่นวายไม่น้อย
เจียวหยางเอง นางถึงกับกำหมัดจนแน่น ไม่คิดอี้เฉินจะจากไปดื้อๆ เฉกเช่นนี้ อยากจะเอ่ยคำพูดหลายๆ อย่างบอกตัวของอี้เฉิน แต่คำพูดเหล่านั้น ดันติดที่ริมฝีปากของนางจนหมด อดไม่ได้ที่จะกล่าวคำอวยพรให้อี้เฉินโชคดี