บทที่ 1 คู่หมั้น
วาคิม หิมารันดร์ชายหนุ่มผู้เลื่องชื่อว่าเป็นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง กลับมาเปิดธุรกิจในเมืองไทยซึ่งการกลับมาครั้งนี้มีเหตุผลบางประการนอกเหนือจากเื่ธุรกิจแต่น้อยคนจะล่วงรู้ว่าเหตุผลนั้นคืออะไร
วาคิมเข้าบริษัทตอนพนักงานกลับบ้านกันหมดแล้วเขาใช้เวลาใน่ที่ไม่มีใครเข้ามาดูเอกสารลับของบริษัทที่ร่วมหุ้นกับ ต้นน้ำฐานิษกูล ลูกชายคนโตของตระกูลนักธุรกิจดังในเมืองไทย
ตอนนี้ทั้งวาคิมและต้นน้ำเป็เพื่อนสนิทกันพวกเขาคือสองหนุ่มนักธุรกิจที่ใครๆ จับตามองนั่นเพราะคุณสมบัติของพวกเขาเรียกได้ว่าครบครัน ทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติที่ชวนให้สาวๆใฝ่ฝัน
อีกทั้งวาคิมยังอยู่ในฐานะคู่หมั้นของต้นข้าวลูกสาวคนเล็กสุดของบ้านฐานิษกูล โดยทั้งสองมีโครงการจะแต่งงานกันเร็วๆ นี้
หากจะเปรียบเทียบกับวาคิมแล้วต้นข้าวยังถือว่ายังเด็กอยู่มาก อายุของพวกเขาห่างกันเป็สิบปีเพราะฉะนั้นความคิดจึงแตกต่างกันในบางเื่โดยวาคิมนั้นมีความเป็ผู้นำและความเป็ผู้ใหญ่มากกว่า
สองอาทิตย์แล้วที่วาคิมห่างหายไปจากตระกูลฐานิษกูลแม้แต่ต้นข้าวและต้นน้ำก็ไม่สามารถติดต่อได้ หรือต่อให้ติดต่อได้ก็ได้รับการบอกว่า่นี้ยุ่งจนไม่สามารถปลีกตัวไปไหน
วาคิมขับรถสปอร์ตมุ่งหน้าออกจากบริษัทในเวลาทุ่มครึ่งรถของเขาขับขึ้นทางด่วนเพื่อตรงไปงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของลูกสาวรัฐมนตรีที่ใครๆนับหน้าถือตา บนเบาะรถข้างๆ คนขับจึงมีกล่องของขวัญวางอยู่
เมื่อวาคิมเดินเข้ามาในบริเวณงานเลี้ยงไอรดาก็ยิ้มให้ แล้วรีบเดินไปหา
“พี่คิมคะ ตามไอร์มาทางนี้หน่อย”ไอรดา..เ้าของวันเกิดลากเขาให้เดินตามไป
ขณะที่วาคิมเดินเคียงคู่ไปกับไอรดานั้นต้นข้าวและน้องสาวของไอรดาก็เดินเข้ามาภายในบริเวณงานพอดี..ต้นข้าวจึงเห็นตอนที่ไอรดาจูงมือวาคิมให้เดินตามไป
ใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มของต้นข้าวค่อยๆเจื่อนลง เมื่อเห็นวาคิมและไอรดา สนิทสนมขั้นจับไม้จับมือกัน สายตาต้นข้าวมองจ้องไปยังคู่หมั้นของตัวเองที่โดนไอรดาจับมือแบบนั้นก็รู้สึกเจ็บแปลบตรงหัวใจความรู้สึกระแวงสงสัยเริ่มเกาะกิน
ตอนแรกเธอสงสัยว่าวาคิมหายไปไหนสองสัปดาห์เต็มติดต่อไม่ได้ แต่เหตุใดวันนี้วาคิมจึงปรากฏตัวที่นี่..หนำซ้ำดูสนิทสนมกับไอรดาเกินกว่าเพื่อนหรือคนรู้จัก
“ข้าว เป็อะไรไป”ดาริน ..เพื่อนของเธอถาม
“เปล่า ไม่เป็ไร”ต้นข้าวรู้สึกใจหวิวๆ คล้ายๆจะหน้ามืด มันเป็ความรู้สึกที่เธอไม่เคยััมาก่อน ตอนนี้รู้สึกงุนงง สงสัยและไม่เข้าใจอะไรเลย
นั่นพี่ไอร์กับ..”ต้นข้าวไม่สามารถเอ่ยชื่อวาคิมออกมา
“ออ ..พี่คิม”ดารินหันมาบอกเพื่อนรักที่ยื่นนิ่งมองไปยังวาคิมและไอรดาตาไม่กระพริบ
“เราไปหาพี่ไอร์กันเถอะ”ดารินกล่าวจบก็ลากต้นข้าวให้เดินตามไปไม่ปล่อยโอกาสให้อีกฝ่ายได้ซักถามอะไรมากมาย
“พี่ไอร์คะ”เสียงเรียกของดารินทำให้ไอรดาและท่านรัฐมนตรีหันไปมอง
“อ้าว ..ต้นข้าว มาแล้วเหรอ”ไอรดาทักทายเพื่อนรักของน้องสาวซึ่งรู้จักกันมานาน
วาคิมค่อยๆหันมามองทางด้านหลังเมื่อได้ยินชื่อต้นข้าวจากปากไอรดาเขากำลังคิดว่าจะเป็ต้นข้าวไหน ..จะต้นข้าวเดียวกับคู่หมั้นตัวเองหรือเปล่า
ทันทีที่ได้เห็นวาคิมก็นิ่งไปคิดไม่ถึงว่าจะมาเจอต้นข้าวที่นี่ และยิ่งได้เห็นแววตาเคร่งเครียดของต้นข้าว เขาก็แทบทำหน้าไม่ถูก
วาคิมมองต้นข้าวซึ่งกำลังคุยอยู่กับไอรดาอย่างงงๆว่าเธอมาได้อย่างไร
“ไม่เจอกันนานเลย โตเป็สาวแล้วก็สวยเสียด้วยสิ”ไอรดากล่าวชม
“พี่ไอร์ก็สวยไม่สร่างเลยค่ะ”ต้นข้าวบอกสายตาหันมองที่วาคิมเป็ระยะๆ
“พูดได้สวยมาก น่ารักจริงๆ เลยเด็กคนนี้”ไอรดายื่นมือมาขยี้ศีรษะเธอเบาๆอย่างรักใคร่เอ็นดู ราวกับต้นข้าวเป็น้องสาวอีกคน
“นี่ค่ะ ของขวัญวันเกิด แฮปปี้เบิร์ดเดย์ค่ะ”ต้นข้าวอวยพร
“จ้า ขอบใจมาก”ไอรดารับกล่องของขวัญก่อนหันมาแนะนำให้วาคิมและต้นข้าวรู้จักกัน
“พี่คิมคะ นี่น้องต้นข้าว ..เพื่อนสนิทของยายดาค่ะ”
ต้นข้าวหันไปมองหน้าวาคิมอย่างเต็มตาเมื่อไอรดาแนะนำให้รู้จักกับเขาเธอสงสัยว่า
ไอรดาจะรู้เื่การหมั้นอย่างเงียบๆของเธอกับวาคิมหรือเปล่า แต่จากที่เห็นน่าจะไม่รู้มากกว่า และดูเหมือนเขาเองก็คงไม่อยากให้ไอรดารู้
สายตาต้นข้าวจ้องมาที่วาคิมอย่างขอคำตอบเธอไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวอย่างไร ไม่รู้ว่าควรแสดงตัวหรือไม่
“ออ ..คือ ..”วาคิมกำลังพยายามหาคำพูดที่จะอธิบายให้ไอรดารู้ว่าเขากับต้นข้าวรู้จักกัน ทว่า ไม่ทันที่วาคิมจะพูดอะไรต้นข้าวก็ยกมือขึ้นไหว้
“สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”ต้นข้าวทักทายราวเป็คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเหมือนคนแปลกหน้าที่ไม่เคยเจอ ทำราวกับนี่คือการพบกันครั้งแรกก็ไม่ปาน
ต้นข้าวรู้สึกอยากร้องไห้ ที่ต้องแสร้งทำเป็ไม่รู้จักคู่หมั้นของตัวเองแต่เพื่อความสบายใจของเขา เธอก็อยากจะทำให้ทุกอย่าง เท่าที่จะทำให้ได้
ต้นข้าวหวังว่าการที่เธอทำเป็ไม่รู้จักแบบนี้เขาคงจะพอใจ ในเมื่อเธอกับเขายังไม่แต่งงาน แต่เป็แค่คู่หมั้นมันอาจจะดีกว่าหากเปิดโอกาสให้เขาได้คบหากับหญิงอื่น ซึ่งหากสุดท้ายเขา้าจะจากไป..เธอก็จะยอมรับ
“เอ่อ ..”วาคิมงุนงงกับอากัปกริยาของอีกฝ่ายไม่เข้าใจว่าทำไมเธอทำราวไม่รู้จักเขา
“พี่ว่า ..ข้าวคง ..”วาคิมกำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่ต้นข้าวก็รีบพูดแทรกขึ้นเสียก่อน
“ข้าวหิวแล้วหล่ะพี่ไอร์ ขอตัวไปหาอะไรทานก่อนนะคะ”
“จ้ะ ตามสบายเลยนะ”ไอรดาขยี้ศีรษะต้นข้าวเบาๆอย่างเอ็นดู แล้วสั่งกำชับให้ดารินช่วยเทคแคร์เพื่อนด้วย
ต้นข้าวไม่ได้เตรียมใจว่าจะได้พบวาคิมที่นี่และยิ่งไม่เตรียมใจมาก่อนว่า จะได้เห็นไอรดาและวาคิมสนิทสนมกันมากจึงรู้สึกปวดใจอย่างบอกไม่ถูก
เขาเป็คนรักเป็คู่หมั้นของเธอ เกือบครึ่งเดือนที่เขาหายหน้าไป ไม่สามารถติดต่อได้หรือต่อให้สามารถติดต่อได้แต่ก็ได้รับการตอบกลับว่าไม่ว่างบ้างล่ะกำลังยุ่งบ้างล่ะ แล้ววันนี้ทำไม คนงานยุ่งเช่นเขา จึงมาปรากฏตัวที่นี่ยิ่งคิดก็ยิ่งน้อยใจ
“ดา ..เราอยากกลับบ้านแล้ว”ต้นข้าวกล่าวเมื่อเดินจากมาเพียงไม่กี่ก้าว
“อ้าว ไหนบอกหิวไง”ดารินถามด้วยความซื่อ
“พอดีรู้สึกไม่สบาย เลยอยากกลับไปกินยาหน่อย ให้เรากลับเถอะ”ต้นข้าวพูด
“เอางั้นเหรอ แล้วจะโทษว่ามาที่นี่แล้วหิวโซกลับไปไม่ได้นะ”ดารินบอก
“เอานา อย่าคิดมาก ..เราไปล่ะ”พูดจบเธอก็เดินจากไป
วาคิมมองหญิงสาวที่เดินตัวปลิวออกไปแล้วก็กังวลด้วยเหตุนี้เขาจึงอยู่ไม่ติด
“ไอร์ พี่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระสำคัญต้องทำคงไม่ว่าใช่ไหมถ้าพี่จะต้องกลับก่อน”
ไอรดามองหน้าอีกฝ่ายอย่างพิจารณาแต่แล้วก็อนุญาตแต่โดยดี เธอไม่อยากทำตัวเ้าปัญหาและน่ารำคาญสำหรับเขา
“ตามแต่พี่จะเห็นสมควรเถอะค่ะ ไอร์เข้าใจ”ไอรดายิ้มให้น้อยๆ
“ผมขอตัวนะครับท่าน”วาคิมพูดกับท่านรัฐมนตรีเกริกพล
“ตามสบายเถอะ ส่วนเื่ที่จะคุย เราค่อยหาโอกาสมาคุยกันก็ได้”
“ขอบคุณครับ”เขากล่าวก่อนจะเดินจากไปอย่างรีบร้อน
ไอรดามองตามวาคิม ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเธอค่อยๆจางลง หลงเหลือเพียงสีหน้าที่ครุ่นคิดในบางสิ่งบางอย่างเท่านั้น
ไอรดาถอนหายใจออกมาสายตาที่ทอดมองไปยังวาคิมระคนไปด้วยความรู้สึกต่างๆ มากมาย
“พี่คิม ..”เธอเอ่ยชื่อนั้นเบาๆ ราวกับเสียงกระซิบ