กุ๊ก!
กุ๊กกุ๊ก กุ๊กๆ
กุ๊กกุ๊ก กุ๊ก ๆๆๆๆๆ
เ้าไก่น้อยแตกตื่นใจนบินไปบินมา ที่จู่ๆก็เห็นคนตวัดแส้ไปมาวิ่งตรงมาทางมัน ซานซานน้อยรำคาญยิ่งนักจึงดึงเชือกจับไก่มัดปีกมัดเท้า ก่อนจะเอาปลายเชือกด้านหนึ่งมัดเข้ากับเอวของตนเอง
ทุกคนที่ได้เห็นภาพนั้น: …
มีเพียงเหมยฮวาเท่านั้น ที่มองภาพไก่โดนมัดเข้ากับเอวของซานซานด้วยสายตาราบเรียบราวกับว่ามองพระทิตย์ขึ้นยามเช้าซึ่งมีอยู่เป็ประจำในทุกวันอยู่แล้ว
...ทุกคนแตกตื่นอะไร นี่เป็เื่ที่เกิดขึ้นได้ปกตินี่นา... นางคิด
ท่ามกลางการตกตะลึงของบรรดานางในและขันทีทั้งหลาย กูฮานาวิ่งเหวี่ยงแส้ หมายจะตวัดแส้รัดรอบเอวของชายหนุ่มที่ตนเองหมายปอง ลู่จางเหว่ยเดิมทีก็ไม่สนใจรอบข้าง เขากำลังเดินเก็บอาการความหิวที่เริ่มจะทำให้ตนเองหงุดหงิดมากยิ่งขึ้น
เขาคิดว่าจะแวะจวนในเมืองหลวงเพื่อที่จะหาไรรองท้องเสียก่อนและจะได้บอกกล่าวกับมารดาว่าไม่ต้องเป็ห่วงเขา ตั้งใจว่าจะคว้าซาลาเปาแล้ววิ่งไปขึ้นม้า กินซาลาเปาไปด้วยเดินทางไปด้วยประหยัดเวลาวันนี้เมื่อเช้าไม่ทันได้กินข้าวกับ นางหนูคนโปรด แต่ด้วยความเร็วในการเดินทางเช่นนี้มื้อเย็นก็คงจะไม่พลาดกระมัง...
“เ้าหยุดนะ! หยุดเดี๋ยวนี้ข้าบอกให้หยุด” กูฮาน่าะโเสียงก้องนางเป็สตรีที่งดงามอย่างมาก แต่ก็มีความงามตามแบบฉบับของหญิงสาวในทะเลทรายรูปร่างของนางสูงกว่าสตรีในแคว้นเซี่ย ทรวดทรงองค์เอวก็เนื้อนมไข่พูดกันตามตรงแล้วว่าบุรุษที่ได้เห็น สตรีรูปลักษณ์เช่นนี้ หากไม่ได้นับในเื่เกี่ยวกับนิสัย ร้อยทั้งร้อยก็ต้องตกหลุมรักในรูปร่างเช่นนี้
นี่คือความเห็นของเสี่ยวฮวาฮวาว่าไปแล้วนางก็ไม่เคยอ่านนิยายที่มีสตรีต่างชาติเป็ นางเอก พอคิดเช่นนั้นนะก็ร้องโอ๊ะขึ้นมา... เพราะภาพ ของนางเห็นในตอนนี้ก็คือภาพคุณชายใหญ่สกุลลู่ ที่เดินอยู่ข้างหน้าแล้วด้านหลังก็มีสตรีต่างชาติต่างแคว้นกำลังวิ่งไล่ตามอยู่
...นี่มัน... ไม่ใช่พระเอกกับนางเอกในอุดมคติหรอกหรือ ... เป็พระเอกกับนางเอกในอุดมคติจริงๆด้วย...เหมยฮวาคิด
พระเอกหล่อเหลารูปงามดั่งหยกนางเอกมาจากแดนไกลเพื่อแสวงหาความก้าวหน้า ให้กับวงศ์ตระกูลหรือบ้านเกิดเมืองนอนต้องรู้ว่าเดี๋ยวนี้ นางเอกในนิยายประเภทที่ยอมคนแม่ดอกบัวขาวหรือเจออะไรก็ร้องไห้เ้าน้ำตาเรียกร้องคะแนนสงสารจากคนอ่านหรือผู้ชมไม่ได้รับความนิยมนักจะต้องเป็นางเอกประเภทที่สู้คน เก่งกล้า ฉลาดเฉลียว และแน่นอนว่าจะต้องมีปณิธานอันแกร่งกล้า เช่นนั้นจึงจะได้รับความนิยมและยกย่องว่าเป็นางเอกที่คู่ควรกับการ เสียเวลานั่งอ่านบทนิยายนั้น
เมื่อคิดดังนี้เสี่ยวฮวาฮวาก็ยิ่งมั่นใจว่าบทละครในอนาคตที่ตนหรือคนอื่น (คนอื่น = ซานซาน) เขียนขึ้นมาโดยมีตัวละครที่ได้ต้นฉบับมาจาก คุณชายที่ยืนอยู่ข้างหน้าและสตรีชาวต่างชาติที่อยู่ด้านหลังจะต้องเป็บทละครที่ยอดเยี่ยม แปลกใหม่ มีกลิ่นอายของคนในทะเลทราย ความคิดเหลวไหลเช่นนี้เป็ความคิดเหลวไหลประเภทที่หากลู่จางเหว่ยได้ล่วงรู้ว่า แม่นางน้อยข้างตัวมีความคิดน่าตายพรรค์นี้อยู่ในหัวชายหนุ่มก็จะต้องรู้สึกอยากจะตีใครบางคนให้สมองกลับเป็คนปกติทั้งยังต้องสั่งสอนเสียใหม่ ว่าให้นางเลิกคิดเหลวไหลเอาเข้าไปจับคู่กับคนอื่นเสียที
เสี่ยวฮวาฮวาที่มีความคิดไร้สาระมากมายอยู่ในหัวไร้สาระขนาดที่เหมือนว่านางไม่ได้มีความคิดใด ๆ ที่ดีอยู่ในหัวเลยแม้แต่น้อยเลยเชียวล่ะอย่าคิดว่านางทำงานทำการได้ดีเป็ท่านหญิงรองแห่งเมืองสุยโจวเป็ที่นับหน้าถือตาแม้กระทั่งผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเรือนของชาวบ้านก็ยังคงมีคำพูดให้แก่บุตรหลานของตนว่า ดูนางหนูฮวาฮวานั่นสิ พวกเ้าขยันให้เท่ากับนางสักครึ่งหนึ่งข้าก็พอใจแล้ว
อันที่จริงคำพูดประเภทนี้ของผู้เฒ่าผู้แก่ที่มีต่อบุตรหลานไม่ถูกต้องความกรุณาปรานีอย่าง หนึ่งของผู้าุโที่มีต่อผู้น้อย และไม่ควรละเลยไปอย่างยิ่งก็คือการถนอมน้ำใจการเปรียบเทียบไม่ใช่การถนอมน้ำใจของเด็กๆแต่ถึงอย่างไรการสั่งสอนโดยไม่มีการเปรียบเทียบเลยก็ไม่อาจทำให้ ผู้น้อยรู้ได้ว่าสิ่งไหนไม่ดี สิ่งไหนดีมาก สิ่งไหนดีที่สุด นี่จึงถือว่าการสั่งสอนบุตรหลานเป็ศิลปะที่ทำได้ยากยิ่งหากบ้านใดเลี้ยงลูกหลานได้ดีจึงมีคนยกย่องอยู่มากมาย
ผู้เฒ่าผู้แก่เปรียบเทียบลูกหลานบ้านตนกับท่านหญิงรองผู้ขยันขันแข็งบรรดาลูกหลาน แม้จะรู้สึกไม่ได้รับความเป็ธรรมอยู่นิดๆ หรือรู้สึกไม่พอใจอยู่หน่อยๆ ทว่าก็ล้วนแต่เป็ความไม่พอใจที่ หากไม่ยอมรับความจริง ก็จะสร้างความอึดอัดให้ตนแต่ฝ่ายเดียวเนื่องจากว่าเื่ที่ท่านหญิงงรอเก่งกาจมีความสามารถนั้นเป็เื่จริง เลือกที่นางจัดการงานต่างๆในฐานะผู้ช่วยรองเ้าเมืองก็เป็เื่จริงเื่ที่นางร่ำรวยเงินทองก็เป็เื่จริง เื่ที่นางมีคนหนุนหลังยิ่งใหญ่ก็เป็เื่จริงแถมยังมีข่าวลือกันในหมู่ชาวบ้านด้วยว่าคนหนุนหลังของนางเป็ถึงท่านที่อยู่ในวังพระองค์นั้น
อันที่จริงเื่ของคนหนุนหลังของเสี่ยวฮวาฮวานี้ หากเป็คนในระดับขุนนางหรือคนที่มีการค้าขายในแวดวงที่เรียกว่าชนชั้นกลาง ที่อยู่ในเมืองหลวง หรือแม้กระทั่งอยู่ในสุยโจวเอง ต่างรู้ดีว่าเื่ที่ชาวบ้านเล่าลือกันนั้นเป็ความจริงเสียยิ่งกว่าจริง...
สตรีที่ล่วงเกินไม่ได้ในแคว้นเซี่ยมีอยู่หลายคนแต่คนที่แปะป้ายไว้ว่าห้ามแตะต้องหรือป้ายคำเตือนประเภทที่ว่าหากเ้าอยากหาเื่นางก็ควรจะไปสะสมชีวิตให้ครบเก้าชีวิตเสียก่อน ก็มีเพียงสองคนเท่านั้นซึ่งก็คือแม่นางซุนหลันหลันผู้พี่ กับแม่นางเหมยฮวาผู้น้องเท่านั้นคนส่วนใหญ่โดยมากมักจะคิดว่า ท่านหญิงรองแห่งเมืองสุยโจว จะต้องเป็คนที่มีความคิดเป็ลำดับขั้นตอน ตระเตรียมงานอยู่ตลอดเวลา และควรจะจริงจังมากด้วย
ไม่มีใครคาดคิดว่า ท่านหญิงรองจะเป็คนที่หัวสมองเต็มไปด้วยจินตนาการเพริศแพร้ว ชนิดที่ว่าหลายคนที่ได้ฟังความคิดของนางอาจจะคาดไม่ถึงเลยก็เป็ได้ อย่างเช่นในตอนนี้... นางถึงกับจากลู่จางเหว่ยเข้าคู่กับสตรีที่กำลังเหวี่ยงแส้...
เดี๋ยวนะ!เหวี่ยงแส้เหรอ!
เหมยฮวาไม่มีเวลามาคิดหน้าคิดหลังแล้วเด็กสาวพุ่งตัวทะยานไปพรวดเดียวก็ถึงลู่จางเหว่ยชายหนุ่มเลิกคิ้วอย่างแปลกใจที่เห็นว่านางมาอยู่ตรงหน้าแล้ว
“ท่านหลบไปเ้าค่ะ”เหมยฮวาผลักลู่จางเหว่ยให้พ้นทางแส้ แต่นางตัวเล็กออกแรงผลักชายหนุ่มก็เหมือนวิ่งชนกำแพงวังอดีตรองแม่ทัพหนุ่มยืนนิ่ง ไม่เพียงเท่านั้นยังดึงนางมากอดไว้ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบแส้ที่ฟาดมาอย่างง่ายดาย
ที่แท้ลู่จางเหว่ยรู้ตัวมาตลอดว่าจะถูกโจมตีหากไม่มีเหมยฮวาเข้ามาเขาย่อมหลบได้อย่างง่ายดาย ไม่เพียงแต่หลบเท่านั้นชายหนุ่มยังคว้าปลายแส้ตอนที่องค์หญิงสยงหนูกำลังดึงแส้คืนกลับด้วย
“นี่เ้าปล่อยนะเ้า...ข้าบอกให้ปล่อยอย่างไรเล่า”
ลู่จางเหว่ยเหลือบตามองคนที่เกรี้ยวกราดสายตาของเขาเ็า และครั้งนี้ไม่ปิดบังรังสีสังหารของคนที่ผ่านสนามรบมาอย่างโชกโชนจนกูฮาน่าผงะถอย นางเป็องค์หญิงของชนเผ่าในทะเลทราย แต่ไหนแต่ไรมาพวกซยงหนูแม้จะผ่านการต่อสู้มามากแต่ก็ไม่เคยได้รบแบบากองทัพหลายหมื่นหลายแสนคน
กูฮาน่าย่อมไม่เคยได้พบเจอคนที่มีรังสีสังหารขนาดนี้โดยเฉพาะที่อีกฝ่ายเป็บุรุษที่นางหมายตาเอาไว้ และเขาแสดงความเป็อริอย่างไม่ปิดบังกับนาง
“ปล่อยแส้ข้าเดี๋ยวนี้นะไม่เช่นนั้นข้าจะทูลขอให้ฮ่องเต้ของพวกเ้าจัดการปะาพวกเ้าเสีย”กูฮาน่าลืมไปแล้วว่า จุดประสงค์ที่นางวิ่งไล่ลู่จางเหว่ยออกมาเพราะ้าให้เขากลายเป็หนึ่งในผู้ชายของตน
ลู่จางเหว่ยแสยะยิ้มมุมปากแล้วปล่อยปลายแส้ที่ตนเองจับเอาไว้กูฮาน่าไม่ทันตั้งตัว จู่ ๆ ปลายแส้ของตัวเองถูกปล่อยกลับมา นางไม่ทันระวังรู้ตัวอีกทีก็มีแผลขนาดหนึ่งฝ่ามือที่ปลายคางเืซึมออกมาทันที
กรี๊ดดดดดด...
กูฮาน่าร้องอย่างเ็ปประจวบกับคณะของซยงหนูวิ่งตามมาพอดี นางรีบวิ่งไปหาพี่ชายคนรองแล้วร้องห่มร้องไห้...
ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์รู้สึกอกสั่นขวัญแขวนมากๆ มีลางสังหรณ์บางอย่างว่าจะเกิดเื่ใหญ่แล้ว ในตอนนั้นเองนางหนูซานซานก็รู้สึกอึดอัดจากเชือกที่รัดตัวนางคลายเชือกรัดตัวเอง และรัดไก่กุ๊ก ๆ ออก ผลก็คือไก่กุ๊ก ๆ ที่ตื่นตระหนกใกระพือปีกอย่างสุดแรงเกิด ราวกับเป็แรงเฮือกสุดท้ายในชีวิตมันบินสูงกว่าศีรษะของลู่จางเหว่ยเสียอีก วุ่นวายอยู่พักใหญ่เ้ากุ๊กถึงกับบินไกลไปเกาะหัวกูฮาน่าก่อนที่จะถ่ายออกมากองหนึ่ง ก่อนจะโดนสะบัดตกลงมา
นางหนูซานซาน: …
เหมยฮวา : …
กูฮาน่า ... กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ลู่จางเหว่ย...นางหนูไปเอาไก่มาจากไหนทำไมมันบินสูงขนาดนี้