เจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร

    ตอนที่ 60 หลวงจีนอัจฉริยะแห่งเส้าหลิน!



    ไป๋เหวินโจวเดินเดินออกจากซอกเขารุ้งขาวหมายจากไป แต่ทันใดได้ยินเสียงสายลมหอบหนึ่งพัดมาจึงชะงักเท้า“เจ้าไม่อยู่กับเจียงเยี่ยน?”“ประมุขเจียงกำลังสนทนาอยู่กับเหล่าชาวยุทธ์ ข้ารู้ว่าท่านจะไปจึงมาส่ง” ซูโหยวเสวียนตอบ“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าจะไป?” ไป๋เหวินโจวถาม“ปกติท่านอยู่ในหุบเขาอภิรมย์คนเดียว ย่อมไม่ชอบพบปะผู้คนนัก ตอนนี้ประมุขเจียงมีคนห้อมล้อม คงเป็นบรรยากาศที่ท่านไม่ชอบ” ซูโหยวเสวียนกล่าวไป๋เหวินโจวหันมามองหน้าพร้อมยิ้มให้ เทพธิดาแห่งเขาคุนหลุนรู้ใจมันไม่น้อย ซูโหยวเสวียนกล่าวต่อ“ท่านจะกลับหุบเขาอภิรมย์หรือ?”“ไม่…ข้าจะไปมณฑลหูเป่ย”“ไปทำไม?”“หวงเทียนเหยาบอกข้าว่าฝ่ายธัมมะจะจัดงานชุมนุมชาวยุทธ์เพื่อสะสางเรื่องราวของข้าที่เขาบู๊ตึ๊ง มณฑลหูเป่ย ข้าเองก็อยากยุติเรื่องราวทั้งหมดเช่นกัน” ไป๋เหวินโจวกล่าวซูโหยวเสวียนกล่าวอย่างกังวล“ฝ่ายธัมมะมียอดฝีมือคับคั่งเพียงแค่อี้หยางไต้ซือเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินก็อาจเอาชัยท่านได้ ฟังว่าคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นของท่านลึกล้ำถึงขั้นสุดยอด นี่ยังไม่รวมสำนักบู๊ตึ๊ง ง้อไบ๊ และสำนักอื่นอีก ท่านเพียงผู้เดียวจะรับมือได้อย่างไร”“ข้าย่อมมีวิธีของข้า” ไป๋เหวินโจวกล่าวซูโหยวเสวียนพยักหน้า นางทราบว่าคนอย่างไป๋เหวินโจวไม่ทำอะไรโดยไม่มีแผน จึงกล่าว “ถ้าเช่นนั้นท่านระวังด้วย”“ขอบใจ”ไป๋เหวินโจวไม่กล่าวมากความอีก มันสะกิดเท้าเบาๆ ร่างก็ลอยไปราวติดปีกไว้ด้านหลัง ชั่วพริบตาเงาสีขาวก็กลายเป็นจุดดำเล็กๆ ซูโหยวเสวียนรู้สึกอ้างว้างเลื่อนลอย สิบห้าวันที่ผ่านมาในวังนิรมล ไป๋เหวินโจวเอาแต่ชี้แนะวิทยายุทธกับเจียงเยี่ยน แทบมิได้สนทนากับนางเลย ปล่อยให้สายลมยามราตรีโชยพัดใส่เสื้อผ้าเบาๆ อากาศบนเขาคุนหลุนแม้เหน็บหนาว แต่ก็ไม่เหน็บหนาวเท่ากับจิตใจนาง เทพธิดาแห่งเขาคุนหลุนถอนหายใจเบาๆ คราหนึ่ง จากนั้นหันกายใช้วิชาตัวเบาโลดแล่นสู่ลานกว้าง
    เจียงเยี่ยนกำลังนั่งที่พื้นดื่มสุรา สนทนากับเหล่าชาวยุทธอย่างถูกคอ ที่จริงคนเหล่านี้หากมิใช่หัวหน้าค่ายโจรอันดุร้าย ก็เป็นพวกคนทระนงถือดี ตอนแรกพวกมันไม่ชอบนิสัยเจียงเยี่ยนที่ดูคล้ายคุณหนูลูกผู้ดี แต่เมื่อเจียงเยี่ยนนั่งพื้นดื่มสุรากับพวกมันทำให้มีความสนิทสนมกว่าเดิม“ประมุขเจียง วิชาเทพดับสูญยอดเยี่ยมจริงๆ” ชายไว้หนวดเรียวแหลมกล่าว“ท่านพี่ฉู่ ไม่ต้องชมแล้ว จริงสิ พวกท่านล้วนมีอาวุโสกว่าข้า ขอให้ข้าเรียกพวกท่านว่าพี่เถอะ”คนไว้หนวดมีชื่อว่าฉู่จื่อ (เจ้าหนู) มีวิชาตัวเบาสูงเยี่ยม ท่าร่างคล่องแคล่วปราดเปรียว นับเป็นยอดฝีมือผู้หนึ่งในเขาคุนหลุนเจียงเยี่ยนลุกขึ้น หยิบจอกสุราขึ้นมาคารวะจรดพื้น จากนั้นดื่มสุราลงไปทุกคนต่างรีบลุกขึ้นคารวะตอบกล่าวว่า “มิกล้า”ลามะตาลาหัวร่อ “ได้คบหากับประมุขเจียงนับว่าสมใจจริงๆ”ขณะกำลังสนทนากัน ซูโหยวเสวียนก็กระโดดมาถึงข้างกายเจียงเยี่ยนกระซิบกับเจียงเยี่ยนว่าไป๋เหวินโจวไปแล้วเจียงเยี่ยนมีสีหน้าเศร้าสร้อย มันเทป้านสุราใส่จอก จากนั้นหันหน้าไปยังทิศตะวันออก คารวะจรดพื้นและดื่มสุราลงไป กล่าวเบาๆ“ข้าไม่เคยมีโอกาสดื่มสุรากับอาจารย์เลย ถือว่าศิษย์คารวะสุราท่านสักครั้ง”ดวงตาเจียงเยี่ยนเศร้าหมอง ซูโหยวเสวียนพลันกล่าวว่า“จอมยุทธ์ไป๋จะไปหูเป่ย เพื่อไปงานชุมนุมชาวยุทธของฝ่ายธัมมะ”เจียงเยี่ยนรีบถาม“ไปทำไม?”“เห็นจอมยุทธไป๋กล่าวว่า ฝ่ายธัมมะจัดงานชุมนุมชาวยุทธเพื่อจัดการกับเขา แต่ข้าก็มิทราบรายละเอียดนัก”เจียงเยี่ยนอดขมวดคิ้วมิได้ หากไป๋เหวินโจวไปหาพวกฝ่ายธัมมะ ใยมิใช่พาตนเองเข้าสู่อันตราย?เจียงเยี่ยนพลันกล่าวเสียงดัง“พี่น้องข้า ฝ่ายธัมมะจัดงานชุมนุมชาวยุทธที่หูเป่ย ข้าเพิ่งได้เป็นประมุขคิดจะงานชุมนุมชาวยุทธเปิดหูเปิดตาสักครั้ง มิทราบว่าพวกท่านจะไปกับข้าหรือไม่?”ทุกคนต่างหันมามองหน้ากัน กวนทงหัวหน้าค่ายโจรดาบทองกล่าว “นานแล้วที่ข้าไม่ได้เข้าจงหยวน คิดไปเยือนจงหยวนสักครั้ง”ชาวยุทธ์นับพันในลานกว้างปกติอยู่แต่ในแถบคุนหลุน หลายคนคิดอยากไปเปิดหูเปิดตาบ้าง ลามะตาลาหัวร่อกล่าวว่า“ให้พวกจงหยวนมันเห็นฝีมือชาวซีอี้ (ชายแดนตะวันตก) สักครา”ทุกคนต่างโห่ร้องตะโกนอยากไป ฤทธิ์สุราทำให้พวกมันยิ่งฮึกเหิม เจียงเยี่ยนยืนมองดูพวกมันที่รับฟังคำสั่งมันก็รู้สึกมีอำนาจอย่างบอกไม่ถูกเจียงเยี่ยนครุ่นคิดขึ้น ‘อาจารย์ไป๋ ท่านปกป้องข้าหลายครั้งแล้ว ครานี้ข้าจะช่วยเหลือท่านบ้าง’พอคิดได้เช่นนั้นก็ยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มเปี่ยมล้นด้วยความมั่นใจ นับเป็นรอยยิ้มแห่งราชันย์อย่างแท้จริง….
    วัดเส้าหลินตั้งอยู่บนเขาซงซาน มณฑลเหอหนาน ก่อตั้งโดยพระพุทธภัทรเถระองค์ชายของอินเดียซึ่งออกบวชมาเผยแพร่ธรรมในจีนในรัชสมัยจักรพรรดิเสี้ยวเหวินแห่งราชวงศ์เว่ยเหนือ จักรพรรดิเสี้ยวเหวินมีพระราชศรัทธาต่อพระพุทธภัทรเถระจึงก่อตั้งวัดวัดเส้าหลินให้ท่านพำนัก (พ.ศ. 1308)ฟังว่าตั้งแต่ปรมาจารย์ตั๊กม้อ (โพธิธรรม) จากชมพูทวีปเดินทางเข้าวัดมา ก็ได้ถ่ายทอดยอดวิชาให้พระวัดเส้าหลินจนมีถึงเจ็ดสิบสองวิชา โดยเฉพาะวิชาคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นและคัมภีร์ล้างไขกระดูกยิ่งลึกล้ำไร้เทียบเทียม เวลาผ่านไปนับพันปี หลวงจีนวัดเส้าหลินต่างพัฒนาวิชายุทธ์ให้ลึกล้ำยิ่งขึ้น จนกระทั่งวัดเส้าหลินได้รับยกย่องเป็นผู้นำยุทธจักรในหลายยุคหลายสมัยวัดเส้าหลินแบ่งการปกครองเป็นสามตึกหนึ่งหอใหญ่ สามตึกคือตึกตั๊กม้อ ตึกอรหันต์ ตึกวินัย หอใหญ่ที่ว่าคือหอคัมภีร์ อันเป็นศูนย์รวมวิชายุทธ์เส้าหลินเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินมีนามอี้หยางไต้ซือ (一样 - อี้หยาง - เมตตาเป็นหนึ่ง) หมายถึงความเมตตาของท่านมีหนึ่งเดียว ไม่แบ่งแยกคนสัตว์มิตรศัตรู ขอเพียงเมตตาได้ท่านย่อมเมตตาวัดเส้าหลินมีสามยอดฝีมือ หนึ่งคือเจ้าอาวาสอี้หยาง สองคืออี้หมิงไต้ซือหลวงจีนชาวชมพูทวีปซึ่งใช้ฝ่ามือโพธิสัตว์ สามคือหลวงจีนสุริยัน ปราชญ์มารบริสุทธิ์ฆ่าหลวงจีนสุริยันซึ่งเป็นหนึ่งในสามยอดฝีมือเส้าหลินเมื่อสี่เดือนก่อน ทำให้วัดเส้าหลินมิอาจนิ่งเฉยได้ วันนี้วัดเส้าหลินมีประชุมใหญ่เพื่อเตรียมตัวไปงานชุมนุมชาวยุทธ์ที่เข้าบู๊ตึ๊งซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก เจ้าอาวาสอี้หยางใต้ซือนั่งอยู่บนอาสนะกลางโบสถ์ โดยมีหลวงจีนชราอีกสามท่านนั่งอยู่ใกล้ๆ ทั้งด้านซ้ายขวา
    หลวงจีนชุดชาวไว้ผมยาวหยิกเดินเข้ามากลางโบสถ์ หลวงจีนท่านนื้คืออี้หมิงไต้ซือ (มหาสมณะแสงเดียว) ผู้ซึ่งเคยใช้ฝ่ามือโพธิสัตว์ต่อสู้กับไป๋เหวินโจวที่สกุลเจียง ตอนนั้นท่านถูกไป๋เหวินโจวใช้กรงเล็บเพชฌฆาตหักกระดูกมือทิ้ง หลวงจีนชุดขาวก้มกายคำนับกล่าวว่า“ศิษย์พี่เจ้าอาวาส”อี้หยางไต้ซือพยักหน้าให้ หนวดเคราท่านขาวโพลน บนหน้าผากมีจุดธูปแดงเก้าจุด “อาการหายดีแล้วหรือไม่” อี้หยางไต้ซือถาม“ขอบคุณศิษย์พี่เจ้าอาวาสที่เป็นห่วง อาตมาใช้คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นรักษา อาการหายดีแล้ว” อี้หมิงไต้ซือตอบอี้หมิงไต้ซือหันไปมอง เห็นข้างเจ้าอาวาสอี้หยาง มีหลวงจีนชราสามท่าน คือหัวหน้าตึกอรหันต์ ตึกวินัย และผู้ดูแลหอคัมภีร์ อี้หมิงไต้ซือประนมมือคารวะศิษย์พี่ทั้งหมด หลวงจีนอาวุโสทั้งสามก็พยักหน้าตอบอี้หมิงไต้ซือทราบว่าระดับหัวหน้าตึกและหัวหน้าหอมารวมตัวกันเช่นนี้ ต้องมีเรื่องสำคัญแน่ ตัวอี้หมิงไต้ซือเองก็เป็นหัวหน้าตึกตั๊กม้อ ตอนนี้นับว่าระดับอาวุโสของวัดเส้าหลินห้ารูปมากันครบแล้วเจ้าอาวาสอี้หยางพลันกล่าวว่า“ที่อาตมาเรียกพวกท่านมาชุมนุมกันที่นี่ เพื่อแจ้งข่าวว่าเว่ยเต๋อ ออกจากฌานแล้ว”ทุกคนต่างประนมมือกล่าวว่า ‘สาธุ’ อันเป็นการแสดงความยินดี อี้หมิงไต้ซือถาม“ถ้าเช่นนั้น เจ้าอาวาสก็ไม่ต้องลงมือจัดการปราชญ์มารบริสุทธิ์เองแล้ว” “อาตมายังคงจะไปงานชุมนุมชาวยุทธ์ เส้าหลินบู๊ตึ๊งเป็นมิตรกันนับร้อยปี หากอาตมาไม่ไปจะเป็นการไม่ให้เกียรติ” อี้หยางไต้ซือกล่าวอี้หมิงไต้ซือพยักหน้า นั่งลงที่อาสนะ ไม่นานได้ยินเสียงระฆังดังขึ้น หลวงจีนชุดเหลืองคนหนึ่งเดินเข้ามา หลวงจีนผู้นี้ดวงตาเจิดจ้าดุจราชสีห์ จมูกโด่งตรง ริมฝีปากแดง ผิวขาวละเอียด ใบหน้าอ่อนเยาว์ ยากคำนวณอายุได้ แต่ท่วงท่าการเดินสูงสง่าราวหลุดพ้นจากโลกียวิสัย ทุกเท้าที่ก้าวเดินคล้ายไม่เหยียบติดพื้น “อาจารย์ อาจารย์อาทั้งสี่” หลวงจีนชุดเหลืองคุกเข่าคำนับ“เว่ยเต๋อ (为德 -เพื่อคุณธรรม) เจ้าสำเร็จยอดพลังพุทธะแล้วใช่หรือไม่” อี้หยางไต้ซือถาม“ด้วยวาสนาและการชี้แนะจากอาจารย์ ศิษย์สำเร็จวิชาแล้ว”เว่ยเต๋อกล่าว อี้หยางไต้ซือพยักหน้า “แสดงให้อาจารย์ดู”
    ทันใดนั้นหลวงจีนชราสองคนคือหัวหน้าตึกอรหันต์และตึกวินัยกระโดดขึ้นจากอาสนะ ท่านหนึ่งใช้วิชากรงเล็บมังกร อีกท่านหนึ่งใช้ฝ่ามือปัญญาบารมี จู่โจมใส่หลวงจีนเว่ยเต๋อทันทีกรงเล็บมังกรเป็นสุดยอดวิชากรงเล็บที่เกรี้ยวกราวที่สุดของเส้าหลิน ส่วนฝ่ามือปัญญาบารมีก็เป็นยอดเพลงฝ่ามืออันลึกล้ำ พลังของมันครอบคลุมทั้งโบสถ์ ทำเอาจีวรหลวงจีนทั้งหลายสะบัดไม่หยุดราวกับมีพายุพัดเข้ามาหลวงจีนเว่ยเต๋อยืนนิ่งสงบราวภูผา ชั่วพริบตานั้น หนึ่งกรงเล็บ หนึ่งฝ่ามือก็กระทบถูกกายหลวงจีนเว่ยเต๋อแล้ว ดวงตาหลวงจีนเว่ยเต๋อนวลใยเปล่งแสงสีทองอ่อน กรงเล็บมังกรและฝ่ามือปัญญาบารมีที่กระทบถูกร่างหลวงจีนเว่ยเต๋อก็กระเด็นออกจากร่างท่านทันทีหัวหน้าตึกตั๊กม้อและตึกวินัยต่างใจหายวาบ ทั้งสองต่างเปลี่ยนเป็นใช้เพลงหมัดอรหันต์พุ่งหมัดตรงเข้าใส่ หลวงจีนเว่ยเต๋อใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งจีบเข้าหากัน จากนั้นปาดมือออก หมัดอันแกร่งกร้าวของสองหลวงจีนก็ถูกปัดไปด้านข้างข้อมือของสองหลวงจีนชรามีจุดสีแดงเล็กๆ มือพวกท่านชาด้านสั่นไม่หยุด แสดงว่าไม่เพียงถูกพลังดรรชนียังถูกสกัดจุดด้วย หลวงจีนชราหัวหน้าหอคัมภีร์ดวงตาเจิดจ้ากล่าวว่า“ใช้ดรรชนีเด็ดบุปผาอันอ่อนโยน ชนะเพลงหมัดอรหันต์อันแกร่งกร้าวได้ หลานศิษย์เจ้ายอดเยี่ยมยิ่ง”หัวหน้าหอคัมภีร์ทะยานกายเข้าหาในชั่วพริบตา ท่านเตะเท้าออกรวดเดียวนับร้อยครั้ง เงาเท้าพลิ้วพรายไม่มีผู้ใดมองทัน แต่เว่ยเต๋อยืนนิ่งเฉย ประนมมือข้างหนึ่ง ชั่วพริบตานั้นพลังก็พุ่งออกมาจากด้านข้างฝ่ามือด้วยพลังอันมหาศาลกระแทกหัวหน้าหอคัมภีร์กระเด็นไป!หัวหน้าหอคัมภีร์รีบตีลังกาทรงกายยืนกับพื้น แต่พลังตามหลังของเว่ยเต๋อยังไม่หมด ถึงกับผลักร่างหัวหน้าหอคัมภีร์เท้าครูดกับพื้นถอยจนไปถึงโต๊ะที่ตั้งกระถางธูป ที่แท้เว่ยเต๋อคำนวณไว้ก่อนแล้วต้องใช้พลังเท่าใด หัวหน้าหอคัมภีร์จึงจะหยุดที่บริเวณโต๊ะพอดี!เจ้าอาวาสอี้หยางเห็นก็ยิ้มอย่างเมตตา“เจ้าไม่รุกไล่บีบคั้นผู้คน นับเป็นความเมตตาหนึ่ง แต่งานที่เจ้าจะต้องไปทำจะใช้ความเมตตาไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเจ้าต้องพลาดท่าเสียที”“เป็นงานใดหรือ?” เว่ยเต๋อถามเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินเน้นย้ำทีละคำ “กำจัดปราชญ์มารบริสุทธิ์!”


    ----- จบตอน -----หลวงจีนเว่ยเต๋อมาแล้ว ฝีมือระดับสุดยอด หากเจอกับไป๋เหวินโจวจะเป็นอย่างไรโปรดติดตาม! *ไรต์เอาแผนที่สำนักต่างๆ ในยุทธจักรมาฝากด้วย สำหรับเขาคุนหลุนที่เจียงเยี่ยนปกครองนั้นเป็นเทือกเขายาวถึง 2500 กิโลเมตร มีกว่าสองร้อยยอดเขา ลากผ่ามณฑลซินเจียง ซิงไห่ เสฉวน สามมณฑลเลย วังนิรมลที่เจียงเยี่ยนปกครอง อยู่ที่ชิงไห่จ้าส่วนเส้าหลินกับบู๊ตึ๊งอยู่ไม่ห่างกันมาก เส้าหลินอยู่เหนือ บู๊ตึ๊งอยู่ใต้ เวลาอ่านนิยายดูประกอบไปก็ดีนะ จะได้เข้าใจขึ้น


    คล้ายกับเรื่องเจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร ที่คุณอ่าน