มหาศาสตรากู้แผ่นดิน

    ตอนที่ 55 ออกเดินทาง

    ตอนที่55 ออกเดินทาง

     

    เดี๋ยว!!

     

    หือ?

     

    “มีอะไรอีกหรืออุษา?!”

     

    ทว่าในตอนที่กล้วยกำลังจะหันหลังเดินจากไปนั้นอุษาก็ได้ส่งเสียงตะโกนให้กล้วยหยุดและเมื่อกล้วยหันกลับมาเขาก็พบว่าอุษาขยับเดินเข้ามาหยุดอยู่ใกล้ๆ เขาแล้ว.....

     

    อ้า......

     

    “เราสองคนมิได้พูดคุยกันเลยตั้งแต่เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นภายในหมู่บ้านนี่เจ้าลืมข้าแล้วหรือ?”

     

    จู่ๆท่าทางที่ดูห้าวหาญก่อนหน้านี้ของอุษาก็ได้เปลี่ยนไปเป็นอ่อนนุ่มขึ้นอย่างผิดปกติราวกับว่าเธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคนกันอย่างนั้นแหละแต่ว่าท่าทางที่เป็นอยู่ของอุษาในตอนนี้นั้นมันได้ทำให้อุษาดูน่ารักและสวยขึ้นอย่างมากด้วยดวงตาที่กลมโต จมูกที่มีสันเห็นเด่นชัดคิ้วโค้งงอได้รูปและรูปปากที่น่าหลงใหล หากว่าอุษาโตกว่านี้อีกหน่อยเธอคงเป็นหญิงสาวที่งดงามอย่างมาก......

     

    อึก!

     

    กล้วยถึงกับลอบกลืนน้ำลายลงคอตัวเองอย่างไมรู้ตัวเลยเขาไม่รู้ว่าทำไมตัวของเขาถึงได้ร้อนไปหมดเช่นนี้ ทั้งๆที่อากาศในตอนนี้ก็เย็นสบายแต่เขากลับรู้สึกเหมือนยืนอยู่กลางแดดที่ร้อนอย่างมากอย่างนั้นแหละแต่เพื่อที่จะเก็บซ่อนท่าทางไม่สุภาพนี้เอาไว้กล้วยจึงใช้พลังชาญของเขาสะกดข่มอารมณ์ตัวเองและตั้งสมาธิให้มั่นเพื่อให้จิตใจสงบขึ้น........

     

    “ข้ามิเคยลืมอุษาเลย เพียงแต่ว่าในช่วงนี้ข้ามิว่างเลยและก็......วันรุ่งพรุ่งนี้ข้าจักต้องออกเดินทางไปจากหมู่บ้านแล้วและก็ไม่รู้ว่าจักอีกนานแค่ไหนถึงจะได้กลับมาซึ่งข้าเองก็คิดที่จะไปบอกลาอุษาและทุกคนในหมู่บ้านอยู่เช่นกัน!”

     

    กล้วยพูดตอบกลับอุษาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและสงบนิ่งตัวเขาไม่เคยลืมอุษาและสิ่งที่อุษาทำให้กับเขาก่อนหน้านี้เลยเพียงแต่เขาไม่มีโอกาสหรือเวลาว่างเลยต่างหากและพรุ่งนี้ตัวเขาก็จะต้องออกเดินทางอีกแล้วแถมยังไม่รู้ว่าจะได้กลับมาที่นี่ตอนไหนด้วย.......

     

    ห๊ะ?!

     

    “เจ้าว่าเยี่ยงใดนะ? เจ้าจะออกเดินทางอีกแล้วอย่างนั้นเหรอ?แล้วก็ไม่รู้ว่าจะไปนานแค่ไหนด้วย?!”

     

    อุษารู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้ยินแบบนั้นเพราะเธออุตส่าห์ดีใจที่กล้วยไม่ต้องไปฝึกกับพระฤๅษีคงแล้วแต่ว่ายังไม่ทันที่ความดีใจนั้นจะได้หายไปใจกล้วยก็จะต้องออกเดินทางไปยังที่ห่างไกลและยังไม่รู้เวลาที่แน่นอนที่จะได้กลับมาด้วยแล้วแบบนี้จะให้เธอรู้สึกดีได้อย่างไร......

     

    “ใช่แล้ว! มันเป็นภาระที่ยิ่งใหญ่ ข้าจักต้องไป แต่อุษาไม่ต้องกังวลหรอกนะเพราะข้าจักกลับมาที่บ้านท่าเสด็จและกลับมาหาอุษาอีกครั้งแน่นอน!”กล้วยอยากที่จะยื่นมือออกไปจับใบหน้าของอุษามากในตอนนี้ แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะทำมันเพราะเขากลัวอุษาจะต่อว่าเขา แต่ว่าในตอนนั้นเอง.....

     

    พึ่บ!!

     

    หมับ!

     

    อุษา!

     

    จู่ๆอุษาก็พึ่งตัวเข้ามากอดกล้วยอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียใดๆซึ่งนี่ทำเอากล้วยตกใจจนทำตัวไม่ถูกเลยว่าเขาควรกอดกลับหรือว่าจะผลักอุษาออกไปดี........

     

    “เรารู้ว่าการทำแบบนี้มันไม่ดี แต่เราไม่อยากให้กล้วยไปกล้วยไม่ไปได้หรือไม่?” อุษาเงยหน้าขึ้นมองหน้ากล้วยอย่างช้าๆก่อนที่จะขอร้องกล้วยไม่ให้เดินทางออกไปซึ่งในตอนที่เธอพูดนี้เธอก็ยังคงกอดกล้วยเอาไว้ไม่ยอมปล่อย.......

     

    “อุษา! ข้าได้ตัดสินใจไปแล้วว่าจักออกเดินทางถึงแม้ว่ามันจักอันตรายเพียงใด ข้าก็จักไป ดังนั้นข้าคงตอบรับคำขอของอุษามิได้ข้าขอโทษด้วย!” กล้วยไม่อาจที่จะตอบรับคำของเธออุษาได้เพราะเขาได้ตัดสินใจที่จะไปอย่างหนักแน่นแล้ว.......

     

    อ้า......

     

    พึ่บ!!

     

    “เราขอโทษด้วยที่เราพูดเอาแต่ใจแบบนั้นแต่กล้วยต้องสัญญานะว่ากล้วยจะกลับมา กลับมาหาเราและทุกคนในหมู่บ้านอีกครั้ง!”อุษาปล่อยแขนของตัวเองออกจากร่างของกล้วย ก่อนที่จะเช็ดน้ำตาของเธอที่ไหลออกมาและให้กล้วยสัญญากับเธอว่ากล้วยจะกลับมาอย่างปลอดภัย......

     

    “แน่นอน! ข้าให้สัญญาเลย ข้าจักต้องกลับมาหาอุษาและทุกคนแน่แต่เมื่อข้ากลับมาแล้ว ข้าหวังว่าอุษาจัก.......จัก.......กอดข้าเหมือนเมื่อครู่อีกครั้งนะ!”กล้วยกล่าวอย่างหนักแน่นในช่วงแรก แต่เมื่อถึงประโยคหลังท่าทางของเขากลับดูอ่อนลงและเปลี่ยนเป็นเขินแทน.......

     

    คนบ้า!

     

    ซึ่งคำพูดของกล้วยนี้ได้ทำให้ใบหน้าของอุษาแดงอย่างมากเธอรู้สึกเขินจนลมออกหูเลย เพราะเธอไม่คิดว่าตัวเองจะทำเรื่องแบบนั้นไปแต่เมื่อเธอทำลงไปแล้วเธอก็ได้แต่เงียบเอาไว้และไม่พูดถึงมันอีกแต่ใครจะไปคิดว่ากลัวจะพูดถึงเรื่องนี้จนทำให้เธอเขินจนตัวบิดและรีบหนีจากไปทันที.......

     

    อ้า........

     

    การได้รับกำลังใจจากอุษาวันนี้มันได้ทำให้จิตใจของกล้วยรู้สึกดีขึ้นมา เขาไม่เข้าใจคำว่าความรักในแบบหนุ่มสาวแต่เขาก็พอที่จะรู้เรื่องพวกนี้ได้บ้าง เพราะการได้อยู่กับไอ้แดงและไอ้บุญบ่อยๆมันจึงทำให้กล้วยเข้าใจเรื่องแบบนี้จากทั้งสองคน........

     

    แต่ว่ากล้วยกลับไม่ได้รู้เลยว่าเหตุการณ์ระหว่างเขากับอุษานั้นขมิ้นได้ยืนมองพวกเขาอยู่เธอรู้สึกเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นกล้วยดูมีความสุขกับสิ่งที่อุษาทำและรู้สึกอิจฉาที่อุษาสามารถแบบนั้นกับกล้วยได้เพราะเธอเองก็อยากที่จะทำแบบนั้นกลับกล้วยบ้างเช่นกัน แต่เมื่อเธอคิดถึงสถานะภาพและอายุของเธอแล้วเธอก็อดที่จะเศร้าใจยิ่งกว่าเดิมไม่ได้........

     

    ข่าวเรื่องที่กล้วยจะออกเดินทางนั้นยังไม่ถูกป่าวประกาศออกไปดังนั้นในวันนี้ทั้งวันจึงไม่มีใครมาหากล้วยนอกจากอุษาซึ่งนั่นทำให้กล้วยมีเวลาในการฝึกซ้อมร่างกายของเขาให้เข้าที่ก่อนที่จะออกเดินทางไปกับพระฤๅษีคงในครั้งนี้.....

     

    เนื่องจากครั้งก่อนที่เขาซ้อมต่อสู้กับไอ้แดงและไอ้บุญนั้นร่างกายของเขาสามารถปรับความเข้าใจและสมดุลของร่างกายกับพลังได้แล้วแต่เมื่อเขาเลื่อนระดับพลังอีกครั้งกล้วยก็จำเป็นที่จะต้องฝึกฝนและทำให้พลังงานของเขาสมดุลให้ได้เหมือนเดิม........

     

    เช้าวันถัดมา........

     

    ในที่สุดก็ได้เวลาที่กล้วยจะต้องออกเดินทางแล้วซึ่งตลอดทั้งคืนกล้วยนอนไม่หลับเลยดังนั้นในช่วงเช้าวันนี้ขอบตาของเขาจึงดูคล้ำลงเช่นนี้แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ร่างกายของเขาอ่อนล้าหรือรู้สึกเหนื่อยแต่อย่างใด เพราะเขาเป็นถึงนักรบระดับหัวหมู่ขั้นสูงแล้วต่อให้เขาไม่ต้องนอนติดต่อกันสามวันเขาก็สามารถทำได้เพียงแต่เขาจะต้องปรับตัวให้ชินเสียก่อนก็เท่านั้น........

     

    ซึ่งในเช้าวันนี้กล้วยได้ไปพบกับพระฤๅษีคงที่โบสถ์อีกครั้งซึ่งในตอนที่เขาไปถึงพระฤๅษีคงก็ได้ยืนรอเขาที่หน้าโบสถ์อยู่แล้วเช่นเคยและที่ด้านข้างตัวเขาก็มีพระผายืนอยู่ด้วยอีกคน.........

     

    “ดูเหมือนเมื่อคืนหลานจะนอนไม่หลับสินะ ใช่ไหม?!” พระฤๅษีคงเหมือนรู้ว่าเมื่อคืนกล้วยไม่ได้นอนเลยทั้งคืนเพราะดูจากขอบตาที่ดำผิดปกติแล้ว ถึงจะไม่ใช่พระฤๅษีคงก็มองออก.........

     

    “ขอรับท่านตา หลานมัวแต่คิดถึงเรื่องต่างๆ จนนอนมิหลับในเมื่อคืน”กล้วยตอบกลับพระฤๅษีคงออกมาตรงๆ โดยไม่ปิดบัง ว่าเมื่อคืนเขาไม่ได้นอนเลยทั้งคืนเพราะกังวลและคิดอะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับการออกเดินทางครั้งนี้......

     

    “มันเป็นเรื่องธรรมดาที่หลานจะคิดมาก เพราะหลานเคยอยู่แต่ที่แห่งนี้แต่หลานมิต้องกลัวไปดอกหนาเพราะอย่างใดสักวันหนึ่งหลานก็ต้องออกไปเผชิญหน้ากับโลกภายในอยู่แล้วหากมิใช่วันนี้ก็ต้องมีสักวันอยู่ดี ดังนั้น ไปเสียแต่ตอนนี้มันจักเป็นประโยชน์ต่อตัวหลานนัก”

     

    พระฤๅษีคงเข้าใจความรู้สึกของกล้วยดีดังนั้นเขาจึงพยายามที่จะพูดปลอบเพื่อให้กล้วยทำใจและยอมรับเพราะไม่ว่ายังไงกล้วยก็ไม่มีทางอยู่ภายใต้ร่มเงาของพ่อและแม่ไปได้ตลอดแน่.....

     

    ขอรับท่านตา!

     

    กล้วยเข้าใจดีซึ่งตอนนี้เขาไม่คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนั้นแล้วเพราะเขาใช้เวลาทั้งคืนไปกับการคิดและทบทวนตัวเองแล้ว ดังนั้น ในเช้าวันนี้เขาจึงไม่มีความรู้สึกลังเลใดๆอีก นอกจากความง่วงนิดๆ เพราะเขาไม่ได้นอนทั้งคืน.....

     

    ดีแล้ว!

     

    “ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็ออกเดินทางกันเถอะ จักได้มิเสียเวลา!”

     

    ขอรับท่านตา!

     

    หลังจากที่กล้วยและพระฤๅษีคงพูดคุยกันเสร็จแล้วทั้งสองก็ไปพบกับพระผาก่อนเพื่อให้กล้วยได้กล่าวลาพระผา จากนั้นก็ไปล่ำลาคนอื่นๆในหมู่บ้านเล็กน้อย แล้วจึงค่อยออกเดินทางกันโดยพระฤๅษีคงได้เสกนักอินทรียักษ์ตัวหนึ่งออกมาเพื่อเป็นพาหนะในการเดินทาง.....

     

    เพราะถ้าให้แปลงกายเป็นนกเหมือนครั้งก่อนพวกเขาคงใช้เวลานานมากแน่ๆกว่าจะเดินทางไปถึงยังอาศรมของพระฤๅษีคงที่อยู่ในป่าลึกลับ.......

     

    สี่วันผ่านไป......

     

    ตุบ!!

     

    “ขอบใจเอ็งมาก ไอ้ทอง!”

     

    กี้!!!!

     

    พึ่บ!!

     

    หลังจากที่ผ่านไปสามวันในที่สุดพระฤๅษีคงกับกล้วยก็มาถึงอาศรมหลังหนึ่งที่อยู่ภายในป่าลึกห่างไกลจากผู้คนและที่นี่ก็ยังรายล้อมไปด้วยสัตว์ป่าและสัตว์ดุร้ายจำนวนมากอีกด้วย.....

     

    “ที่นี่หรือขอรับท่านตา?”

     

    ซึ่งในตอนที่กล้วยลงมาจากอินทรียักษ์แล้วเขาก็มองดูรอบๆ พื้นที่ที่เขายืนอยู่ในทันที ก่อนที่เขาจะมองเห็นอาศรมของพระฤๅษีคงที่ตั้งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่และมีลานขนาดกว้างอยู่ด้านข้างซึ่งเป็นมองดูแล้วเป็นสถานที่ที่เงียบสงบอย่างมาก......

     

    “ถูกต้องแล้วหลานตา! ที่นี่แหละอาศรมของตาเองแต่จากนี้ไปมันจักเป็นของหลานแล้วเพราะหลานจะต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เพียงคนเดียวนับจากนี้ จนกว่าหลานจะสามารถควบคุมและจัดการกับวิญญาณยักษ์วิรุฬกัณฐ์ตนนั้นได้แต่หลานมิต้องเป็นห่วงนะ ตาเชื่อว่าหลานอยู่ที่นี่ หลานจักมิเหงาอย่างแน่นอนดังนั้น ตั้งใจฝึกให้ดี อย่าทำให้พระผาและตาผิดหวังล่ะ!”

     

    พระฤๅษีคงไม่รู้ว่ากล้วยจะรู้สึกอย่างไรในตอนนี้แต่เขาจะพยายามทำให้กล้วยคิดในแง่บวกไว้เพื่อจะได้อยู่ที่นี่อย่างไม่เป็นกังวล......

     

    “หลานเข้าใจแล้วขอรับท่านตาหลานจะไม่ทำให้ท่านตาและพระท่านพ่อผิดหวังอย่างแน่นอน!”

     

    ถึงแม้ที่นี่จะดูเงียบสงบจนเข้าขั้นเปลี่ยวเลยก็ตามแต่กล้วยก็ยังตอบตกลงและพยายามที่จะสะกดข่มอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ไม่ให้กลัวและคิดมาก......

     

    ดีแล้ว!

     

    “ถ้าอย่างนั้น พวกเราเข้าไปในอาศรมกันก่อนเถอะตาจะได้แนะนำหลานเกี่ยวกับตำราต่างๆ ที่ตาเก็บเอาไว้ที่นี่ เผื่อหลานจะได้ตัดสินใจถูกว่าจะศึกษาวิชาไหนก่อน”

     

    ขอรับท่านตา......

     

    เพราะทั้งคู่พึ่งจะทานอาหารกันมาดังนั้นพระฤๅษีคงจึงไม่รอช้ารีบพากล้วยเข้าไปข้างในอาศรมเพื่อดูตำราวิชาที่ตนเก็บเอาไว้ที่นี่ในทันทีเพราะพระฤๅษีคงมีตำราวิชามากมายหลายรูปแบบ ทั้งวิชามนต์ วิชาการต่อสู้เชิงหมัดมวยหรือแม้แต่ศาสตร์การใช่อาวุธต่างๆ ก็มี......

     

    สามชั่วโมงผ่าน.....

     

    “ทั้งหมดคือตำราวิชาที่ตาเก็บไว้ หากว่าหลานไม่เข้าใจอันไหนตาขอเตือนเอาไว้ก่อนเลยว่าอย่าได้ลองผิดลองถูกฝึกมันเป็นอันขาด มิเช่นนั้นมันอาจจักส่งผลเสียต่อหลานก็เป็นได้!”

     

    หลังจากที่พระฤๅษีคงแนะนำตำราวิชาทั้งหมดที่ตนมีเก็บไว้ในอาศรมแล้วพระฤๅษีคงก็ได้พูดเตือนกล้วยให้ระวังเกี่ยวกับวิชาที่กล้วยไม่เข้าใจว่าห้ามฝึกแบบผิดวิธีเด็ดขาดเพราะมันอาจจะทำให้กล้วยได้รับบาดเจ็บหรือเกิดผลเสียที่ไม่คาดคิดขึ้นมาได้โดยเฉพาะในเวลานี้ ที่กล้วยมีวิญญาณของยักษ์วิรุฬกัณฐ์อยู่ในร่างและพร้อมที่จะเข้ายึดร่างกายของกล้วยได้ตลอดเวลาเช่นนี้.....

     

    “หลานเข้าใจแล้วขอรับท่านตา! หลานจะจดจำคำสอนของท่านตาไว้”

     

    กล้วยรีบตอบรับคำเตือนของพระฤๅษีคงในทันทีเพราะเขาเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับคนที่เป็นบ้าเพราะฝึกวิชาแบบผิดๆแล้วของเข้าตัวเองมาแล้ว ดังนั้น เขาจึงไม่คิดที่จะลองทำแบบนั้นแน่.....

     

    “ดีมาก! ในเมื่อหลานเข้าใจทุกอย่างแล้ว เยี่ยงนั้นตาคงจักกลับหมู่บ้านท่าเสด็จได้อย่างมิต้องเป็นกังวลแล้ว ส่วนเรื่องอาหารหลานสามารถเข้าไปที่สวนผลไม้ด้านหลังอาศรมเพื่อหาผลไม้กินได้เลยนะและก็จำไว้ว่าอย่าออกไปนอกเขตที่ตาบอกหลานไว้เด็ดขาดยกเว้นแต่หลานจะสามารถเลื่อนระดับเป็นนักรบระดับพันได้แล้วเท่านั้น เข้าใจไหม?!”

     

    “ขอรับท่านตา! ท่านตาพูดแบบนี้มาหลายสิบรอบแล้วนะขอรับถ้านับรวมรอบนี้ก็รอบที่สิบห้าแล้วนะขอรับ ถ้าท่านกลัวว่าหลานจะไม่เชื่อฟังท่านตาก็อยู่ที่นี่กับหลานเลยสิขอรับ!” กล้วยแอบยิ้มในใจอย่างมีความสุขเมื่อเห็นพระฤๅษีคงเป็นหวงเขาอย่างนี้ แต่เพื่อที่จะไม่ทำให้ตัวเองคิดมากเขาจึงคิดที่จะพูดเล่นกับพระฤๅษีคงเป็นคนสุดท้ายก่อนที่จะพระฤๅษีคงจะกลับไป......

     

    ฮึ่ม!

     

    เอ็งนี่มัน......

     

    หมับ!

     

    ดูแลตัวเองด้วยนะหลานตา

     

    ขอรับท่านตา!

    คล้ายกับเรื่องมหาศาสตรากู้แผ่นดิน ที่คุณอ่าน