แม่หนูน้อยฤดูกาล

    ตอนที่37 น้องหมั่นโถวน้อยตัวเรียกเนื้อ...เนื้อ...!!!!

         เมื่อจับปลากันได้พอประมาณแล้ว พวกเด็กๆเลยพากันหยุดจับปลา และนั่งพักผ่อนกันแทน และมองปลาที่จับได้ด้วยอาการที่น้ำลายไหลกันจริงๆ ไม่ใช่ว่าจะได้กินปลากันบ่อยๆเสียทีไหนกัน ถ้าพูดถึงอาหารจานเนื้อไม่ว่าจะเนื้ออะไรก็ตามที ถ้ายังตกอยู่ในสภาะภัยแล้งแบบนี้ แน่นอนเลยว่าต้องหากินได้ยากแน่ๆ 

         แต่ดูตอนนี้สิ เมื่อวานได้หมูป่ามา วันนี้ก็ได้ปลามา เรียกได้ว่าตั้งแต่น้องหมั่นโถวน้อยเป็นที่รักของท่านเทพ ท่านเซียนบนสวรรค์นั้น มีแต่สิ่งที่ดีๆเข้ามาในสองตระกูลจริงๆ 

         “เมื่อวานนี้ก็ทั้งไก่ตัวโตบินมาหาน้องหมั่นโถว”พี่ใหญ่ซึ่งท้อ

         “และก็ตามมาด้วยฝูงหมูป่าวิ่งไล่ตามมาอีกทีหนึ่งด้วย”พี่รองเปาจี

         “ส่วนวันนี้ก็มีปลามากมายในแม่น้ำอีกด้วย”พี่อิ่วก้วย

         “แบบนี้จะเรียกว่าอะไรกันนะ???”พี่ส่านจือ

         “น้องหมั่นโถวน้อยตัวเรียกเนื้อ….เนื้อ….เนื้อล่ะ..!!!”พวกพี่ชาย พากันให้ฉายากับน้องสาวคนเล็กของพวกเขากันแล้ว

         “ตัวเรียกเนื้อ…เนื้อ…ของจริงเลยล่ะ”พี่อิ๋วปิ่ง

         “ใช่ๆ..!!”พวกพี่ชาย

         “..............!!!”หมั่นโถวน้อย ที่ได้ยินพวกพี่ชายพูดเสียงดังถึงตัวเองอีกด้วย ทำให้หนังตากระตุกขึ้นมานิดๆเสียแล้วสิ!!!

         “น้องหมั่นโถวน้อย พวกพี่ชายเรียกน้องว่าตัวเรียกเนื้อล่ะ”พี่สาวเปาจื่อ

         “แหะ…แหะ….ฟังดูแปลกๆนะพี่เปาจื่อหมั่นโถวว่า..”หมั่นโถวน้อย 

         ก็สองวันมานี้จะไม่ให้พวกพี่ชายคิดได้อย่างไรกัน พวกเขาเกิดก่อน อยู่ก่อนน้องหมั่นโถวน้อยกันมาตั้งกี่ปีแล้วเคยเห็นสัตว์มากมายขนาดนี้เสียที่ไหนกันเล่า!!!! นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตของพวกพี่ชายเลยจริงๆ

         “โอ้….นานๆทีจะได้เห็นพวกพี่ชายใช้คำพูดคำจาโดนกับเขาบ้างนะคะ รอบนี้พวกน้องสาวโดนกันแบบเต็มๆเลยนะคะเนี่ย”แม่

         “ใช่ๆ…!!!”ปู่ย่า ตายาย พ่อ อาผู้ชาย อาสะใภ้

         “แต่ดูว่าพวกพี่ชายจะยังไม่รู้ตัวกันนะคะว่าใช้คำพูดอะไรทำให้น้องหมั่นโถวน้อยถึงกับสะดุ้งเลยน่ะ”อาสะใภ้ต้งฝู่

         “เจ้าตัวเล็กของเราดูจะไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ด้วยสินะคะ”อาสะใภ้เจียนตุย

         “นี่ล่ะที่พี่อยากให้เจ้าตัวเล็กโดนเสียบ้างล่ะ ชอบแกล้งแต่พวกพี่ชายกันดีนัก ถึงจะโดนไม่บ่อยแต่นานๆครั้งได้ฉายาแบบนี้ก็นะ….”แม่

         “ฮ่า…..ฮ่า…..”ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อาผู้ชาย อาสะใภ้ ก็พากันหัวเราะ ที่นานๆทีจะได้เห็นเจ้าตัวเล็กโดนพวกพี่ชายใช้วาจาคำพูดแบบนี้บ้าง

         ส่วนพวกพี่ชายนั้นเมื่อทบทวนเหตุการณ์ต่างๆนานได้ ก็ยิ่งหันไปมองน้องหมั่นโถวน้อยตาวาวเป็นประกายแวววับกันเลยทีเดียว

         “อึ๋ย……!!!พี่ชายไม่ต้องมองหมั่นโถวแบบนั้นก็ได้นะ”หมั่นโถวน้อย

         “พวกพี่มองน้องหมั่นโถวน้อยแบบไหนเหรอ???...”พี่ม่ายปิ่ง

         “ก็มองแบบที่พวกพี่ๆกำลังมองอยู่เนี่ยแหละ หมั่นโถวขนลุกไปหมดแล้วเนี่ย!!”หมั่นโถวน้อย

         “พวกพี่ก็มองน้องหมั่นโถวน้อยเป็นปกตินะ”พี่ใหญ่ซึ่งท้อ

         “ใช่ๆ….”พวกพี่ชายคนอื่นๆ

         “เอ่อ……เฮ้อ…แล้วแต่ก็ละกันจะมองแบบไหนก็มองไปนะพี่ชาย”หมั่นโถวน้อย

         “ครับน้องหมั่นโถวน้อย”พวกพี่ชาย

         แต่เจ้าตัวเล็กก็ยังคงรู้สึกไม่ชอบสายตาแบบนี้ของพวกพี่ชายอยู่ดี ทำท่าแบบใครก็รู้เลยว่านางไม่ชอบน่ะนะ!!!

         “ดูทำท่าเข้าสิคะ ยายตัวแสบเอ๊ย”แม่

         “คงจะไม่ชอบใจพอสมควรนั่นแหละค่ะพี่กุ้ยฮวา”อาสะใภ้เจียนตุย

         “จะมีอะไรบ้างที่น้องสาวจะชอบพวกพี่ชายทำน่ะ????”อาสะใภ้ต้งฝู่

         “น้อยมาก…!!!”แม่ อาสะใภ้เจียนตุย

         “ฮ่า…ฮ่า…..”แม่ อาสะใภ้ทั้งสองคน

         ไม่ว่าจะหันไปมองดูพวกเด็กๆกี่รอบต่อกี่รอบก็แล้วแต่ มักจะทำให้พวกผู้ใหญ่ในบ้านมีหลากหลายอารมณ์ต่างกันไป ตกใจ โมโห หัวเราะ ฯลฯ

         “ไม่ว่าจะมองไปที่พวกเด็กๆทีไรก็ไม่รู้สึกเบื่อเลยนะคะ”แม่

         “จริงค่ะพี่กุ้ยฮวา..”อาสะใภ้ทั้งสองคน

         “แล้วพวกเราจะไปที่ไหนกันต่อล่ะคะเนี่ย???”อาสะใภ้เจียนตุย

         “คงจะถามพวกเราไม่ได้หรอกนะ นู้นต้องถามแม่นางน้อยทั้งสองคนโน้นล่ะว่าอยากจะไปที่ไหนกันต่อน่ะ”แม่

         “จริงด้วยสิคะ คนที่ตัดสินใจนี่ไม่ใช่พวกเราจริงๆนั่นแหละ”อาสะใภ้ต้งฝู่

         “พวกเราต้องรู้ตัวกันแล้วน่ะนะ”แม่

         “ค่ะ พี่กุ้ยฮวา…”อาสะใภ้ทั้งสองคน

         “ฮ่า…..ฮ่า…..”แม่ อาสะใภ้ 

         ตอนนี้ไม่ว่าหมั่นโถวน้อยอยากจะไปที่ไหน ทิศทางใด ไม่มีใครปฎิเสธกันเลยพากันเดินตามหมั่นโถวน้อยอย่างมั่นใจ และวาดหวังว่าจะเจอสิ่งที่แปลกๆใหม่เพิ่มขึ้นอีก

         “จับปลาเพียงพอแล้วด้วย น้องหมั่นโถวน้อยอยากจะทำอะไรต่อดีล่ะ??? หรือจะเปลี่ยนสถานที่กันเลย??”พี่สาวเปาจื่อ

         “ทำอะไรต่องั้นเหรอ??? แต่เปลี่ยนสถานที่นี่น่าจะดีนะพี่เปาจื่อ แต่ว่าจะไปทางไหนดีน๊า..??? ทางด้านนี้มันจะมีอะไรนะ??? ตึก…ตัก…..”หมั่นโถวน้อย

         ไม่ว่าหมั่นโถวน้อยจะเดินไปทางไหน พวกพี่ชายก็เดินตามติดเป็นเงาตามตัวเลยตอนนี้ เพราะอย่าลืมว่าฉายาใหม่ตัวเรียกเนื้อที่พี่ชายพากันตั้งนั้นย่อมเป็นที่น่าสนใจจากพวกพี่ชายด้วยเช่นกัน

         และ ณ ตอนนี้หมั่นโถวน้อยกำลังเลือกทิศทางที่จะออกเดินทางใหม่หลังจากสนุกสนานกับการจับปลามากพอสมควรแล้วด้วย

         “อือ…หรือจะไปทางด้านนั้นดีนะ???? ตรงด้านโน้นก็ยังไม่เคยไปนี่หน่า???”หมั่นโถวน้อย 

         เจ้าตัวเล็กเดินๆหยุดๆ พวกพี่ชายก็ทำแบบเดียวเช่นกัน ตามทีละก้าวของน้องหมั่นโถวน้อยกันเลยทีเดียวล่ะ 

         “เหมือนตัวอะไรกันนะ???”แม่

         “ก็แม่เป็ด ลูกเป็ด แม่ไก่ ลูกไก่ อย่างไรล่ะค่ะที่เดินตามกันน่ะค่ะ”อาสะใภ้เจียนตุย

         “ใช่เหมือนจริงๆแหละค่ะ เพียงแต่ว่าแม่ที่นำหน้าน่ะตัวเล็กกว่าลูกๆที่เดินตามหลังอีกนะคะเนี่ย”อาสะใภ้ต้งฝู่

         “ฮ่า…ฮ่า….”แม่ อาสะใภ้ทั้งสองคน

         พวกผู้ใหญ่เองก็ไม่ได้เร่งรีบอะไรเช่นกันช่วงเวลานี้เป็นอะไรที่ไม่ต้องกังวลกับใดๆเลยไม่ว่าจะเป็นการทำไรทำสวน หรือเรื่องเกี่ยวกับน้ำ ทุกๆอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดีหมดแล้วเลยเหลือเวลามากมายที่จะอยู่กับลูกๆหลานๆแบบไร้ความกังวล เป็นช่วงเวลาที่ได้พักผ่อนทำกิจกรรมร่วมกัน

         ยิ่งตอนนี้ทุกๆคนก็แค่รอให้หมั่นโถวน้อยได้เลือก และตัดสินใจเอาว่าจะไปกันที่ไหนต่อดี และจะทำอะไรกันต่อดีอยู่ที่เจ้าตัวเล็กคนเดียวเลย คนอื่นๆก็ได้แค่รอคำตอบเพียงเท่านั้นเอง

         “อ้า…รู้แล้วว่าจะไปไหนดี”หมั่นโถวน้อย

         “ไปไหนเหรอน้องหมั่นโถวน้อย…???”พวกพี่ชาย รีบประสานเสียงถามแบบพร้อมเพรียงกันเลย เพราะรอมาพักหนึ่งแล้วว่าน้องหมั่นโถวน้อยของพวกเขาจะพาไปไหนกัน

         “ไปรอกินข้าวกลางวันกับรายการอาหารปลา…ปลา…ปลา…พวกนี้อย่างไรล่ะพี่ชาย”หมั่นโถวน้อย

        “ใช่เลย..น้องหมั่นโถวน้อยเลือกได้ถูกใจพี่เปาจื่อเลยล่ะ”พี่สาวเป่าจื่อ

         “อิ…อิ….”สองสาวน้อย

         “..............!!!”พวกพี่ชาย พากันนิ่งค้างแข็งกันไปเลยเมื่อได้ยินคำตอบของหมั่นโถวน้อยออกมาเป็นแบบนี้ ผิดคาดไปเลยจริงๆ 

         “ฮ่า….ฮ่า….”ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อาผู้ชาย อาสะใภ้ พากันหัวเราะเสียงดังอีกแล้วในรอบนี้ เพราะเจ้าตัวเล็กอีกครั้งหนึ่งที่ทำให้พวกท่านพากันหัวเราะจนตัวงอ ปวดท้องอีกรอบ

         “เป็นไงล่ะคำตอบ เล่นเอาพวกพี่ชายไปกันไม่เป็นเลยทีนี้ ไม่รู้จะตลกหรือว่าสงสารพวกพี่ชายกันดีนะคะเนี่ย”แม่

         “ก็อย่างว่าแหละนะเรื่องกินต้องมาก่อนเสมอล่ะสำหรับหลานสาวแม่น่ะ”ยาย

         “ถ้าท้องไม่อิ่มมันก็ไม่มีแรงนี่หน่าใช่ไหมล่ะ??? แถมตั้งแต่เริ่มจนจบในการจับปลาพวกนี้น่ะ ก็พูดแต่เรื่องอาหารจานปลา…ปลา…ตลอดเลยนี่”ย่า

         “จริงค่ะ…”อาสะใภ้ทั้งสองคน

         “สองสาวน้อยของพวกเราก็เลยตัดใจที่จะไปทำอย่างอื่นก่อนไม่ได้ เลยต้องขอเลือกรอกินอาหารจานปลาพวกนี้ก่อน”แม่

         “ใช่เลยค่ะพี่กุ้ยฮวา”อาสะใภ้ต้งฝู่

         “และอีกอย่างพาพวกเด็กๆไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนก็ดีนะคะ ดูสิคะตอนมาก็ยังสภาพดีอยู่หรอกค่ะ”แม่

         “สภาพแตกต่างกันมากจริงๆนั่นแหละนะคะ”อาสะใภ้ต้งฝู่

         “กลับบ้านกันก่อนนะคะ ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อา อาสะใภ้”หมั่นโถวน้อย ที่รีบวิ่งมาบอกความต้องการของเธอในระหว่างที่พวกท่านกำลังนินทาพวกเด็กๆกันอยู่เลย    

         “ได้ๆจ้ะหลานสาว”ย่า ยาย

        “กลับบ้าน กินปลา…ป๊าาา….ปลา…..”หมั่นโถวน้อย

        “พวกเราจะกินปลากันกี่ตัวดีนะน้องหมั่นโถวน้อย???”พี่สาวเปาจื่อ

        “อือ…กี่ตัวถึงจะอิ่มนะ??? ถ้าตัวผอมๆยาวๆสงสัยต้อง 2 ตัวขึ้นนะพี่เปาจื่อ ว่าอย่างไรล่ะ???”หมั่นโถวน้อย

         “ใช่ๆ ตัวผอมๆตัวสองตัวคงไม่อิ่มแน่ๆเลยล่ะน้องหมั่นโถวน้อย”พี่สาวเปาจื่อ

         “...........!!!!”ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อาผู้ชาย อาสะใภ้ พี่ชาย

         “แต่เจ้าพวกปลาตัวอ้วนๆเนี่ยคงจะแค่ 2 ตัวก็น่าจะพอนะ”หมั่นโถวน้อย

         “น่าจะพออยู่ล่ะน้องหมั่นโถวน้อย เพราะเนื้อมันคงจะเยอะกว่าพวกเจ้าปลาตัวผอมๆล่ะ”พี่สาวเปาจื่อ 

         “..........!!!!”ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อาผู้ชาย อาสะใภ้ พี่ชาย

         “โอ้….พวกเราอย่าลืมไก่เมื่อวานนี้ด้วยนะพี่เปาจื่อ”หมั่นโถวน้อย ทำท่าตกใจว่าลืมไปได้อย่างไรกันว่าเมื่อวานนี้จับไก่ตัวโตได้หนึ่งตัวด้วยน่ะ

         “โอ้…!!!!จริงด้วยสิ เพราะว่าเมื่อวานพวกเราได้เนื้อหมูป่ามากันเยอะเลยกินแต่เนื้อหมูป่ากันน่ะ”พี่สาวเปาจื่อ

         “แต่ว่าย่า กับยายบอกว่ากำลังตุ๋นไก่ตัวนั้นอยู่น่ะต้องใช้เวลานิดหน่ยอ แต่ว่านี่ก็ข้ามวันแล้วคงจะกินได้แล้วล่ะ”หมั่นโถวน้อย

         “ของที่ย่ากับยาย บอกว่าจะต้องใช้เวลานานหน่อยก็มักจะอร่อยมากๆเลยนะน้องหมั่นโถวน้อย”พี่สาวเปาจื่อ

         “มันต้องแน่นอนอยู่แล้วล่ะพี่เปาจื่อ อาหารที่ต้องใช้เวลาทำนานมว๊ากกกก…แบบนี้จะต้องมีรสชาติสุดแสนอร่อยสุดๆแน่นอน ขนาดผัดๆ ทอดๆแป๊บเดียวยังอร่อยเลย”หมั่นโถวน้อย

         “แผล็บ……”

         “พอพูดถึงอาหารแล้วก็อยากกินแล้วล่ะน้องหมั่นโถวน้อย”พี่สาวเปาจื่อ

         “ยังไงก็ต้องรอย่า ยาย แม่ อาสะใภ้ทำอาหารก่อนล่ะ พวกเรายังไม่ได้กินอาหารจานปลาตอนนี้หรอก แต่ว่ากินไก่ตุ๋นรอไปก่อนก็ละกัน”หมั่นโถวน้อย

         “ใช่ๆ มีไก่ตุ๋นไว้กินรออาหารจานปลาก่อนจะได้ไม่ต้องทนหิวเนอะๆ”พี่สาวเปาจื่อ

         ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อาผู้ชาย อาสะใภ้ และพวกพี่ชาย ก็พากันฟังสองสาวน้อยพูดคุยสนทนากันอยู่สองคนจนเพลินเลย มีแต่เรื่องกิน กิน กิน….เท่านั้นเองในเวลาแบบนี้

         “เจ้าตัวตะกละน้อยเอ๊ย…..”แม่

        จะว่าไปแล้วสองสาวน้อยก็ตื่นสาย และนี่ก็จะใกล้อาหารกลางวันได้เวลากินอีกรอบแล้ว ท้องน้อยๆนี่ย่อยได้เร็วมากจริงๆ เพราะอาหารเช้ากับอาหารกลางวันต่างกันไม่กี่ชั่วโมงเอง แต่ถ้าเป็นคนอื่นๆในบ้านที่ตื่นกันมาตั้งแต่ช่วย 6-7โมงเช้าก็ไม่แปลกที่จะหิว แต่สองแสบนี่น่ะสิตื่นร่วม 9-10 โมงเช้าน่ะยังบ่นหิวไปตลอดทางเลย

    ************

         ช่วงเวลานี้ก็เป็นสองวันติดกันแล้วที่ได้เนื้อสัตว์มาเป็นวัตถุดิบสำหรับทำอาหารกินกันในครอบครัว ชีวิตมีแต่ดีขึ้นเรื่อยๆจริงๆ อาหารแต่ละมื้อมีจานเนื้อด้วยทุกครั้ง

     

    คล้ายกับเรื่องแม่หนูน้อยฤดูกาล ที่คุณอ่าน