วาเลนตินาขึ้นสายธนู ลูกศรสีแดงพุ่งผ่านอากาศปักบนร่างกายซอมบี้ระดับ 4 แต่ถึงอย่างนั้นการยิงเพียงครั้งเดียวเหมือนจะยังไม่พอ ลูกศรอีกหลายดอกจึงถูกกระหน่ำยิง ทำให้ซอมบี้ร่างใหญ่วิ่งมาได้เพียงครึ่งทางแล้วกลิ้งตกจากบันไดเลื่อน
วาเลนตินาเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ลดคันธนูลง “ผิวหนังมันหนามาก ต้องยิงซ้ำๆ หลายครั้งถึงจะตาย”
“ใช่แล้วล่ะ มันคือซอมบี้ระดับ 4 ซึ่งวิวัฒนาการด้วยการกินพวกเดียวกันเอง ผิวหนังของมันแม้แต่ระเบิดหรือปืนก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าลูกศรของคุณทรงพลังมาก มันถึงตายหลังยิงเพียงไม่กี่ครั้ง” มู่เฉินกล่าวแล้วเดินขึ้นบันไดไป วาเลนตินารีบก้าวขาตามติด
“ขอบใจนะที่ชม แต่ถึงอย่างนั้นฉันยังรู้สึกว่าการยิงยังช้าเกินไป หากฉันยิงเร็วกว่านี้อาจช่วยชายคนนั้นได้”
หล่อนนึกถึงชายที่เพิ่งถูกซอมบี้แยกร่างเมื่อครู่
มู่เฉินแนะนำเธอระหว่างเดิน “อย่าได้ช่วยชีวิตคนมั่วซั่ว เพราะคุณไม่รู้ว่าเขาจะเป็นคนดีหรือคนเลว นอกซะจากแข็งแกร่งพอ จึงสามารถเพิกเฉยต่อทุกคนซึ่งประสงค์ร้ายได้”
“เหมือนกับคุณเหรอ ใช่ไหม...ไม่งั้นคุณคงไม่ช่วยฉันกับสาวๆ พวกนั้นหรอก ดูเหมือนฉันเริ่มจะเข้าใจคำจำกัดความของคุณซะแล้วสิ” วาเลนตินาเสริม มู่เฉินยักไหล่เป็นคำตอบ
เมื่อขึ้นมาบนชั้น 3 ก็มีซอมบี้อีกหลายตัวออกมาต้อนรับ มู่เฉินไม่ได้ขยับร่างกายเพียงมองด้วยความเย็นชา จากนั้นคลื่นความร้อนก็ถูกยิงออกจากดวงตา พุ่งทำลายซอมบี้ที่ดาหน้ากันเข้ามากลายเป็นฝุ่น
“โอ้วพระเจ้า! ตาเลเซอร์ ความสามารถนี้อย่างกับออกมาจากการ์ตูนแน่ะ!” วาเลนตินาอุทานเสียงดัง
นี่คือพลังของเฮลีย์ สไตล์เกอร์หลังจากถูกเปลี่ยนเป็นแวมไพร์ ดวงตาเลเซอร์ มีพลังในการยิ่งซึ่งสามารถเผาทำลายเหล็กหนาๆ ให้ละลายได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงซอมบี้ระดับ 1 ซึ่งไม่ต่างจากศพเน่าๆ เมื่อความร้อนกระทบผิวหนัง ร่างจึงพังทลายลงในทันที
มู่เฉินเข้าไปหาคันเบ็ดตกปลาจึงไม่สนใจอย่างอื่น
ต่อหน้าเขาซอมบี้ดูไร้อำนาจ นอกจากนั้นการยิงของวาเลนตินายังช่วยได้มาก เรียกได้ว่าในระยะ 30 เมตรเป็นพื้นที่ปลอดภัย
ในที่สุดมู่เฉินก็มาถึงชั้นวางขายสินค้า อุปกรณ์ตกปลาจำนวนมากถูกแขวนไว้บนชั้นเหล็ก เขาหยิบออกมาแบบสุ่มๆ แล้วหันกลับไปมองวาเลนตินาที่กำลังแสดงสีหน้าแปลกๆ
“นี่เหรอคือของสำคัญที่คุณว่า”
ตอนแรกนึกว่าเป็นอาวุธปืนของทหาร แต่ไหงกลับเป็นแค่เบ็ดตกปลาบ้านๆ
สิ่งนี้จะช่วยในวันโลกาวินาศได้ยังไง
“ใช่นี่คือสิ่งสำคัญสำหรับผม ตอนนี้ได้มันมาแล้วผมก็รู้สึกผ่อนคลายลง หลังจากนี้คุณสามารถเล่นได้อย่างเต็มที่ก่อนกลับไปคอนโด” มู่เฉินตอบด้วยรอยยิ้ม
“งั้นก็ดีแล้ว ใช้โอกาสนี้ฝึกฝนความแข็งแกร่ง นอกจากนั้นเท่าที่ฉันอ่านแผนที่ ดูเหมือนว่าอาหารและเนื้อสดจะอยู่ชั้น G นะ เราลงไปดูที่นั่นหน่อยไหม เผื่อได้อาหารไปทำกับข้าวเย็นนี้”
“ก็ได้ ลองไปดูหน่อยแล้วกัน” มู่เฉินไม่ได้ปฏิเสธ แต่โดยปรกติแล้วเขาจะใช้ปืนย่อขนาดเพื่อนำสิ่งต่างๆ มาเก็บไว้ในกระเป๋า แต่ตอนนี้ปืนอยู่กับสาวๆ ที่จีน เขาจึงค่อนข้างลำบากต่อการเคลื่อนย้ายวัตถุ โดยเฉพาะเมื่อต้องสู้กับซอมบี้
........
ลิฟต์ใช้การไม่ได้พวกเขาจึงต้องใช้บันไดของประตูที่จอดรถบนชั้นสามแทน ซอมบี้แถวนี้ไม่ค่อยมาก เห็นได้ชัดว่าส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในห้าง โรงจอดรถจึงค่อนข้างเงียบ แต่ใช่ว่าจะไม่มีพวกมัน
ด้วยร่างกายแวมไพร์จึงแข็งแกร่งกว่ามนุษย์มาก วาเลนตินาลงมาถึงชั้น G ซึ่งเป็นจุดหมาย คันธนูถูกยกขึ้นระดับไหล่ ลูกศรพุ่งออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ว่ายิ่งใช้พลังจิตมากเท่าไหร่หล่อนก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยขึ้น โดยเฉพาะซอมบี้ในชั้นนี้มีค่อนข้างมาก
อาหารยังมีเหลืออยู่บนชั้นวางส่วนหนึ่ง เนื่องจากไม่มีผู้รอดชีวิตกล้าเข้ามาเอาเพราะซอมบี้ สิ่งต่างๆ หลังจากนี้จึงกลายเป็นของมู่เฉิน แต่เขาต้องทำความสะอาดซอมบี้ซะก่อน
ดาบในมือของเขาเริ่มเคลื่อนไหว ตัดหัวซอมบี้ให้ขาดหลายสิบตัวในคราวเดียว
มู่เฉินไม่อยากสร้างความเสียหายให้กับอาหาร ดังนั้นจึงเคลื่อนไหวด้วยความเงียบ แทนที่จะใช้พลังของโอสถที่ค่อนข้างรุนแรง ตรงส่วนนี้พลังของสกาเล็ต คอนเนลลี่ช่วยได้มากทีเดียว
เนื่องจากซอมบี้ชั้น G ค่อนข้างเยอะจึงมีตัวที่ถูกพัฒนาเป็นระดับ 4 ท่ามกลางฝูง
วาเลนตินามุ่งมั่นที่จะแข็งแกร่งขึ้น จึงแผงศรหลายครั้งรัวๆ เพื่อทำลายขีดจำกัดตัวเอง ศรแรกยิงไปที่ขาขวาเพื่อสะกัดการเคลื่อนไหว อีกศรยิงไปที่แขนซ้ายที่กำลังเหวี่ยงกรงเล็บ อีกศรถูกยิงเข้ากลางเบ้าตาขวาทะลุไปถึงศีรษะด้านหลัง
เนื่องจากผิวหนังซอมบี้ระดับ 4 แข็งมาก จากการเผชิญหน้าครั้งแรกบนบันไดเลื่อนวาเลนตินาจึงได้ข้อสรุปว่าไม่ควรยิงผิวหนังตรงๆ เพื่อปิดเกม แต่ควรยิงไปที่จุดซึ่งอ่อนแอคือดวงตา
ผู้หญิงคนนี้เป็นนักยิงธนูเก่งมาก ใช้เวลาไม่นานก็ถอดรหัสจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ได้
วาเลนตินาถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าซอมบี้ตัวสุดท้ายถูกจัดการ ก่อนจะยิ้มแก้มปริ เดินไปเปิดตู้เย็นแล้วนำน้ำออกมายื่นให้เขา เสริมว่า
“หมดแรงแล้วที่รัก เปลี่ยนให้เป็นเลือดหน่อยสิ”
มู่เฉินจับขวดน้ำแร่แล้วเปลี่ยนให้เป็นเลือดตามความประสงค์ หญิงสาวโคลัมเบียพยักด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะค่อยๆ ยกดื่มด้วยความกระหาย มู่เฉินเองก็เริ่มดื่มเพื่อฟื้นพลัง ต้องบอกว่าเลือดเนี่ยกินง่ายจริงๆ ในสถานการณ์เร่งด่วนสิ่งนี้มีประโยชน์มาก
......
“พวกเขา...เพิ่งฆ่าซอมบี้ทั้งหมดไป โอ้พระเจ้า เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย” ชายที่แต่งตัวเหมือนเชฟซ่อนตัวอยู่ในร้านอาหารที่ปิดประตูด้วยรั้วเหล็ก เนื่องจากร้านเป็นแบบฟู้ดคอร์ทโซนของเชฟและพนักงานจะซ่อนอยู่ด้านหลังและมีประตูแยกต่างหาก พอถึงช่วงวิกฤตพวกเขาเริ่มปิดประตูทำตัวเงียบๆ อาศัยของสดที่ยังอยู่ในตู้แช่ประทังชีวิตจึงรอด แต่ไม่สามารถไปไหนได้เพราะซอมบี้
แต่ตอนนี้ด้วยคนข้างนอกที่เข้ามากวาดล้างซอมบี้ หลายคนจึงเริ่มมีความหวัง
ด้วยความคิดพวกเขาริเริ่มที่จะสร้างความสัมพันธ์กับมู่เฉิน ประตูเหล็กถูกดึงขึ้น ด้วยเสียงเคลื่อนไหววาเลนตินาจึงหันไปมอง มือยังอยู่บนคันธนู หากเห็นว่าเป็นซอมบี้จะยิงทันที แต่เมื่อกลายเป็นมนุษย์เธอก็ผ่อนคลายลง แต่นิ้วยังไม่เคลื่อนออกจากคันธนู
“ขอบคุณคุณสองคนมากที่ช่วยชีวิต” พวกเขากล่าวด้วยภาษาไทย แต่ทั้งคู่กับฟังไม่ออก
“พวกเขาเหมือนคนต่างชาติ ผู้ชายคนนั้นเหมือนคนจีนไม่ก็เกาหลี ส่วนฝรั่งนั่นไม่รู้ว่าเป็นคนประเทศไหน จะเอายังไงกันดี” หลายคนเกาศีรษะเก้อเขิน จะเห็นได้ว่าภาษาอังกฤษถือเป็นพื้นฐานในการสนทนากับต่างประเทศ แต่พวกเขากลับไม่ได้เรียนรู้
“ฉันจะเข้าไปคุยเอง” ผู้หญิงคนหนึ่งที่สวมชุดนักกีฬากล่าว หลายคนมองไปที่เธอและพยักหน้า
“เฮ้พวกคุณ ขอบคุณนะที่เข้ามาช่วยพวกเรา พวกคุณจะพาเราออกไปจากที่นี่ใช่ไหม อ้อฉันชื่อไอซ์เป็นนักยิมนาสติก” หญิงสาวเริ่มแนะนำตัว
“เราไม่ได้มาช่วย แค่มาเอาอาหารไปเท่านั้นแหละ” วาเลนตินาลุกขึ้นไปหาอีกฝ่าย “เธอออกมาจากสนามกีฬาอารีน่าหรือเปล่า”
“คุณรู้ได้ยังไง หรือว่าคุณออกมาจากที่นั่น!”
“แค่เดาและดูจากชุดน่ะ”
“ใช่ฉันออกมาจากที่นั่นด้วยรถแท็กซี่ แต่เพราะอุบัติเหตุทางถนนทำให้ฉันต้องหนีเข้ามาในห้างสรรพสินค้า แล้วก็เป็นอย่างที่เห็นลงมาชั้นล่าง ติดแหงกอยู่ที่นี่ ขอบคุณนะที่ช่วยไม่งั้นฉันคงตายในนี้” หญิงสาวเผยรอยยิ้มดีใจ อาจเพราะเป็นนักกีฬาเหมือนกันวาเลนตินาจึงไม่ค่อยเย็นชา ทั้งสองค่อนข้างเข้ากันได้ง่าย
“อาหารพวกนี้เยอะมาก คุณจะเอามันไปทั้งหมดเลยเหรอ” เมื่อเห็นว่ามู่เฉินหยิบอาหารใส่เป้ ชายคนหนึ่งถาม ไอซ์ที่รู้ภาษาเริ่มแปล
“ก็อยากเอาไปหมดนะ แต่ดูเหมือนกระเป๋าของผมจะเล็กเกินไป” มู่เฉินตอบ สำหรับวันสิ้นโลกอย่าได้ใจดีกับคนแปลกหน้า เพราะถ้าหากมีปืนลดขนาดอยู่ในมือเขาจะกวาดทุกอย่างออกไป ไม่ให้ตกไปอยู่ในมือคนเหล่านี้หรอก แต่ตอนนี้ดูยังไงก็เอาไปไม่ได้ ดังนั้นตัดใจเสียเถอะ
เมื่อได้ยินไอซ์อธิบายพวกเขาก็ถอนกายใจโล่งอก
สำหรับคนที่มีความสามารถกวาดล้างซอมบี้ พวกเขาไม่กล้าปล้นเลยจริงๆ แม้ว่าในครัวจะมีมีดอยู่หลายอัน แต่มันคงไร้ค่าเมื่อเผชิญหน้ากับธนูของผู้หญิงคนนั้น
“อะไรนะออมสินรอดเหรอ รวมถึงคนอื่นๆ ด้วย” ไอซ์เริ่มพูดคุยกับวาเลนตินา เนื้อหาหลักๆ คือถามเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามกีฬา
“ใช่ ตอนนี้พวกเธอปลอดภัยอยู่ในคอนโดไอคอน แต่ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพักอยู่ชั้นไหน” วาเลนตินาตอบ
“พาฉันไปด้วยสิ ฉันอยากไปพบเพื่อน นะๆ รับรองไม่ทำตัวเป็นภาระหรอก” ไอซ์รีบขอร้อง ติดอยู่ที่นี่ต่อให้มีอาหารกินแต่ก็เป็นคนแปลกหน้า จะดีกว่าที่ได้พักกับเพื่อนที่รู้จัก
วาเลนตินาไม่กล้าตัดสินใจ จึงหันไปมองมู่เฉินเพื่อถามความเห็น
“จะตามมาก็ได้ แต่คุณต้องวิ่งให้ทัน เพราะหากช้าผมจะทิ้งคุณไว้ข้างหลังเป็นอาหารซอมบี้ อีกอย่างคือเมื่อไปถึงคอนโดเราจะแยกกัน คุณอยู่กับเพื่อนๆ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผม”