บทที่ 4
เป็เวลาสองสัปดาห์เต็มที่พลอยลลินณ์ได้กลับมาอยู่ที่บ้านของตนเองเพื่อคิดและทบทวนถึงเื่ราวต่าง ๆ ที่ผ่านมาระหว่างเธอกับผู้เป็สามีก่อนที่เธอจะตัดสินใจกลับไปหาอาทิตย์อีกครั้งเพื่อพูดคุยและปรับความเข้าใจกันรวมทั้งเคลียร์ปัญหาเื่ราวต่าง ๆ ที่ยังค้างคา
หญิงสาวแวะซื้อของสดที่ตลาดด้วยความหวังที่ว่าจะกลับไปทำของโปรดให้กับผู้เป็สามีได้ทาน แต่ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะเลี้ยวเข้าไปในซอยทางเข้าหมู่บ้านเธอเห็นรถยนต์ของอาทิตย์กำลังขับกลับบ้านเช่นกัน
ภาพของผู้หญิงคนอื่นที่นั่งข้างหน้ารถเคียงคู่ไปกับผู้เป็สามีทำให้หัวใจของพลอยลลินณ์ชาวาบ เธอได้แต่ภาวนาว่าของให้ผู้หญิงคนนั้นเป็เพียงแค่เพื่อนร่วมงานหรือคนรู้จักแต่ทว่าเมื่อขับตามไปถึงบ้านมันกลับไม่ใช่อย่างนั้นเลย
"นี่มันอะไรกันตาทิตย์"คุณรัญญาเอ่ยถามบุตรชายออกไปเสียงดุ ขณะที่สายตาของนางก็จับจ้องหญิงสาวที่เขาควงมาด้วยั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความไม่ชอบใจ
"ลูกสะใภ้คนใหม่ของคุณแม่ไงครับ"ตอบผู้เป็มารดา ก่อนจะหันไปถามมะลิว่าขนย้ายข้าวของ ของ
พลอยลลินณ์มาไว้ที่ห้องนอนข้างล่างของตัวบ้านแล้วหรือยังพร้อมกับบอกให้อีกฝ่ายขนสัมภาระของปริศนาขึ้นไปไว้ที่ห้องของเขาแทน
"นี่มันอะไรกันคะทิตย์คุณทำกับลินแบบนี้ได้ยังไง" พลอยลลินณ์เอ่ยถามผู้เป็สามีเสียงหลังจากได้ยินคำถามของเขาที่มีต่อมะลิตอนนี้หัวใจของเธอเจ็บร้าวราวมีมีดนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงเข้าหา
"ก็ผมพอใจที่จะทำแบบนี้หากคุณไม่พอใจก็เชิญหอบข้าวของเสื้อผ้าของคุณกลับบ้านไปได้เลย"
"หุบปากเน่า ๆของแกเดี๋ยวนี้นะตาทิตย์ แล้วก็พานังผู้หญิงคนนี้ออกไปจากบ้านฉัน" คุณรัญญาบอกผู้เป็บุตรชายออกไปเสียงเข้ม
"ไม่ครับ ปอ คือเมียผมผมจะอยู่กับเมียผม" ตอบผู้เป็มารดาเสียงดังฟังชัดพร้อมกับหันไปมองหน้าผู้เป็ภรรยาของตน ก่อนจะพาปริศนาเดินเข้าไปข้างในบ้าน
ขณะที่พลอยลลินณ์ก็ได้แต่ทรุดลงนั่งกองกับพื้นร้องไห้ปริ่มจะขาดใจทำไมชีวิตของเธอถึงเจอแต่เื่ราวร้าย ๆ ก็ไม่รู้ ทั้งที่วันนี้เธอตั้งใจจะมาปรับความเข้าใจกับเขาแต่แล้วเื่ราวก็ไม่ได้เป็ไปอย่างที่เธอหวังเอาไว้เลย
มิหนำซ้ำการกระทำของเขากลับยิ่งซ้ำเติมความทุกข์ระทมเข้าไปเพิ่มพูนขึ้นในหัวใจของเธอและทำให้มันเ็ป เ็ปจนแทบจะทนไม่ไหว แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากคำว่าอดทนเพราะคนที่รักเธอก็คงทนไม่ได้เช่นกันหากเธอเป็อะไรไป
“ไม่เป็ไรนะลูกเดี๋ยวแม่จัดการเอง”คุณรัญญาบอกลูกสะใภ้พร้อมกับช่วยประคองเธอให้ลุกขึ้นยื่น
“ลินขอกลับบ้านได้ไหมคะคุณแม่ลินทนไม่ไหวจริง ๆ ค่ะหากจะให้ลินอยู่ในสภาพแบบนี้” บอกมารดาของผู้เป็สามีก่อนจะเดินไปขึ้นรถและขับกลับบ้านของตนเอง
“ลินเป็อะไรลูก”คุณราณีถามผู้เป็บุตรสาวด้วยความใเมื่อได้เห็นสภาพของเ้าหล่อนก่อนจะเดินไปรั้งเธอเข้ามากอดปลอบ
“แม่”
พลอยลลินณ์โผเข้าหาอ้อมกอดอบอุ่นของผู้เป็มารดาและกอดนางเอาไว้แน่น ตอนนี้หัวใจของเธอมันอ่อนแอเหลือเกิน อ่อนแอจนแทบจะทนรับกับความเ็ปต่อไปอีกไม่ไหว
“เกิดอะไรขึ้นลินทำไมถึงเป็แบบนี้” คุณอดุลย์เอ่ยถามบุตรสาวก่อนจะช่วยผู้เป็ภรรยาประคองเ้าหล่อนไปที่ห้องนั่งเล่นของตัวบ้าน
“ไหนบอกว่าจะกลับไปปรับความเข้าใจกันไงลูกทำไมถึงเป็แบบนี้ล่ะ” คุณราณีถามบุตรสาวออกไปด้วยความไม่เข้าใจ
“หนูจะไม่กลับไปที่บ้านนั้นอีกแล้วนะคะหนูจะหย่า” ตอบผู้เป็บุพการีด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น
“หย่าเหรอ เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงจะหย่า”คุณอดุลย์ถามบุตรสาวด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนที่พลอยลลินณ์จะตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้ท่านทั้งสองได้ฟังจนหมด
“หย่าได้ก็ดีไอ้ผู้ชายเฮงซวยแบบนี้เดี๋ยวพรุ่งนี้หลิงจะไปขนของช่วย ขนกลับมาให้หมดอย่าให้เหลืออะไรแม้แต่ชิ้นเดียว”พลอยลดาบอกออกไปอย่างนึกโกรธ เมื่อได้ฟังเื่ราวทั้งหมดและได้เห็นสภาพอันน่าสงสารของผู้เป็พี่สาว
“หนูตัดสินใจดีแล้วใช่ไหมและจะไม่เสียใจในภายหลังนะ” คุณอดุลย์ถามพลอยลลินณ์อีกครั้งด้วยความห่วงใย เพราะท่านอยากให้เธอตัดสินใจให้ดีๆ โดยไม่วู่วาม เพราะถ้าหากตัดสินใจผิดพลาดพลั้งไปมันจะไม่สามารถเรียกร้องอะไรกลับมาได้อีกในภายหลัง
“ค่ะพ่อที่ผ่านมาลินมานั่งชั่งใจดูแล้วค่ะว่าระหว่างความสุขกับความทุกข์อันไหนมันมีมากกว่ากัน และตอนนี้
ลินก็อยากตัดความทุกข์นี้ออกไปจากใจค่ะ” ตอบผู้เป็บิดา
“หนูแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าที่ตัดสินใจแบบนี้ใช้เหตุผลล้วนๆ ไม่ได้ใช้อารมณ์” ถามย้ำอีกครั้งเพื่อ้าให้เธอคิดทบทวนให้ดี ๆ
“ลินใช้เหตุผลล้วนๆ ค่ะพ่อ วันนี้ลินตั้งใจจะกลับไปปรับความเข้าใจกับเขาแต่สิ่งที่ลินเจอมันกลับตอกย้ำว่าลินคิดผิดที่จะกลับไปทำเช่นนั้น”
“งั้นก็ตามใจพ่อกับแม่เคารพในการตัดสินใจของลูกเสมอ” บอกเ้าหล่อนพร้อมกับลูบกลุ่มผมดกดำของเธอด้วยความรัก
ขณะเดียวกันในส่วนทางด้านของอาทิตย์หลังจากพาปริศนาเข้าบ้าน เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจต่อผู้เป็ภรรยาเลยว่าเธอจะเป็อย่างไรบ้างกระทั่งได้เวลาอาหารเย็น เขาจึงพาปริศนาลงไปที่ชั้นล่างของตัวบ้าน และการปรากฏตัวของเ้าหล่อนก็เป็การสร้างความไม่พอใจให้กับครอบครัวเขาเป็อย่างมาก
“ดาขอตัวนะคะแม่กินไม่ลง” ดาริกาบอกผู้เป็มารดาก่อนจะลุกออกไปจากโต๊ะอาหาร
“แม่ก็กินไม่ลงเหมือนกัน”บอกออกไปด้วยน้ำเสียงประชด ก่อนจะมองไปยังผู้เป็บุตรชายด้วยความไม่พอใจและเดินตามดาริกาไปติดๆ
“ใครกินไม่ลงก็ปล่อยเขาไปมาพาน้องเขามานั่งกินข้าว” คุณปกรณ์บอกผู้เป็บุตรชาย ใช่ว่าท่านจะเห็นดีด้วยในสิ่งที่เขาทำแต่ที่ท่านไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมาเพราะไม่อยากทำให้ปริศนาเสียหน้า
“ครับพ่อ” อาทิตย์ตอบรับคำของผู้เป็บิดาก่อนจะบอกให้ปริศนานั่งลงเคียงข้างตน
“กินข้าวเสร็จแล้วตามไปคุยกับพ่อที่ห้องทำงานหน่อยนะ ส่วนหนูก็ขึ้นไปรอตาทิตย์ที่ห้องไม่ต้องตามไป”บอกกับผู้เป็บุตรชาย ก่อนจะหันไปพูดกับหญิงสาว
“ครับ”ตอบรับคำของผู้เป็บิดา ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาทานข้าวกระทั่งอิ่มเขาจึงบอกให้ปริศนาขึ้นไปรอเขาที่ห้องจากนั้นตัวเขาเองจึงตามผู้เป็บิดาไปที่ห้องทำงานของท่าน ตามที่ท่านได้บอกเอาไว้
“พ่อมีเื่อะไรจะคุยกับผมอย่างนั้นเหรอครับ”
“เื่เรากับลินตกลงจะเอายังไงทำไมแกถึงทำแบบนี้ห๊ะทิตย์” ถามออกไปด้วยความไม่เข้าใจทั้งที่พลอยลลินณ์ก็ไม่ได้มีอะไรบกพร่องแต่ทำไมอาทิตย์ถึงไม่รู้จักพอและยังทำให้เธอเสียใจมาตลอด
“ลินเขาบีบบังคับให้ผมทำแบบนี้เองนะครับพ่อ”
“ลินเนี่ยนะบีบบังคับแกแบบไหนฉันไม่เข้าใจ” ถามเขาเสียงดังด้วยความไม่เข้าใจ
“ชอบโทรจิกโทรตามและก็วุ่นวายกับทุกคนในบ้านและก็ชอบทำตัวอิสระเหมือนตัวเองไม่มีสามีคิดอยากจะไปไหนก็ไปตามใจตัวเอง”
“แล้วลินเขาไปไหนล่ะแต่ละวันพ่อก็ไม่เห็นว่าเขาจะไปไหน”
“ก็ไปงานวันเกิดเพื่อนไงครับขาดตัวเองสักคนเพื่อนจัดงานไม่ได้เลยหรือไงครับ” ตอบผู้เป็บิดาออกไปอย่างนึกโกรธเพราะยิ่งคิดเื่นี้ขึ้นมาเมื่อไหร่เขาก็ยิ่งโมโห
“คนเรามันก็้าเวลาส่วนตัวกันทั้งนั้นนะทิตย์แม้ว่าแกกับลินจะแต่งงานกันและเปรียบเสมือนคน คนเดียวกันแต่บางครั้งเราก็ต้องให้คำว่าเวลาส่วนตัวแก่กันและกันบ้างและที่สำคัญพ่อก็ไม่เห็นว่าลินเขาจะทำผิดตรงไหนที่ไปงานวันเกิดเพื่อนอีกอย่างวันนั้นเขาก็ไม่ได้กลับดึก”
“แต่ผมไม่ชอบนี่ครับพ่อวันนั้นผมก็บอกลินแล้วว่าไม่ให้ไป แต่ลินก็ยังขัดใจผม”
“แล้วสรุปแกจะเอายังไง”
“คงต้องแยกกันอยู่สักพักนั่นแหละครับให้ต่างฝ่ายใช้เวลากับตัวเอง” ตอบผู้เป็บิดา
“แต่พ่อว่าลินเขาคงไม่้าแยกกันอยู่สักพักหรอกนะ”
“ถ้าลินจะเื่มากและงอแงเหมือนเด็ก ๆ ให้ผมตามไปง้อ งั้นก็หย่ากันไปเลยครับ”
“ก็ดีงั้นแกก็เตรียมตัวให้พร้อมเพราะก่อนทานข้าวเย็นคุณอดุลย์โทรมาบอกกับพ่อว่าลินเขาขอหย่ากับแก”
“อะไรนะครับ”อาทิตย์ถามผู้เป็บิดาอีกครั้งอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เพราะเขาคิดว่าพลอยลลินณ์ไม่มีวันที่จะคิดหย่ากับเขาเด็ดขาด
“ลินขอหย่าอย่างนั้นเหรอครับ”
“ใช่ว่าแต่แกจะเอายังไงหย่าหรือไม่หย่า”
“ผมจะไปเซ็นใบหย่าให้พรุ่งนี้เลยครับพ่อโทรไปบอกเขาเตรียมตัวให้พร้อมก็แล้วกัน” บอกออกไปด้วยความโกรธก่อนจะเดินออกมาจากห้องทำงานของผู้เป็บิดา