เช้าตรู่ ณ บ้าน อัครโชคที่ตอนนี้เตชิตกับภูวิทย์ได้แต่ยืนก้มหน้านิ่งไว้อาลัยให้กับตนเอง พร้อมๆกับซึมซับความหวังดีของคุณผู้หญิงที่ทำให้พวกเขาซาบซึ้งใจไม่หาย
เหตุก็มาจาก ความเก่งกาจแต่ไม่ฉลาดนั่นเองซึ่งเื่ก็มีอยู่ว่า ในขณะที่พวกเขากำลังขับรถ เพื่อจะกลับมารายงานผลต่อผู้เป็นายด้วยความที่ถูกฝึกให้เป็บอดี้การ์ดฝีมือดีสายตาเหยี่ยวก็พลันเห็นรถอีกคันขับตามหลังมาติดๆ
และด้วยเทคนิคการขับรถที่ไม่เป็สองรองใครอีกเช่นกันเห็นดังนั้นแล้วเตชิตเลยจัดการซ้อนแผนดัดหลังเป็ฝ่ายขับตามมันเสียเองจนสุดท้ายทำไปทำมา อีท่าไหนก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็พบว่ารถของตนได้มาจอดที่หน้าบ้านใหญ่เสียแล้ว โดยมีนางกรองแก้วออกมายืนรอต้อนรับถึงหน้าประตูพร้อมกับลงทุนปิดประตูหน้าบ้านให้อย่างเสร็จสรรพ
“จำไว้ห้ามให้ตากฤษรู้เื่นี้อย่างเด็ดขาดถ้าลูกชายฉันรู้เื่นี้เข้าฉันจะจัดการกับพวกแกทั้งสอง”
น้ำเสียงจริงจังที่ออกมาจากปากผู้พูดทำเอาเตชิตกับภูวิทย์ถึงกับขนลุกไปตาม ๆ กัน เนื่องจากนาน ๆ ที จะได้เห็นบทโหดเคร่งขรึมของคุณผู้หญิงอย่างนางกรองแก้วเพราะที่ผ่านมานางมักจะเป็คนใจดีแม้กระทั่งพวกเขาเองก็ได้รับความเอ็นดูเสมอมา
“ครับคุณผู้หญิง”ตอบรับออกไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ แล้วทีนี้จะให้พวกเขากลับไปบอกนายว่าไงดีล่ะเนี่ยหันมามองหน้ากันอย่างคิดไม่ตก
เตชิตกับภูวิทย์กลับออกไปแล้วแต่ฝ่ายคนเ้าแผนการที่ติดชาร์ตอันดับหนึ่งของเื่อย่างนางกรองแก้วยังเอาแต่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มองรูปถ่ายที่อยู่ในมือ ที่เพิ่งจะขู่กรรโชกมาจากคนสนิทของลูกชายมาสดๆร้อนๆ
‘สวย เก่ง น่ารักไม่สงสัยเลยว่าทำไมลูกชายนางถึงได้หลงรัก แต่คงจะเป็เอามากนี่ขนาดยังไม่เคยพบหน้าลูกชายตัวดีก็หลงถึงขั้นให้คนสนิททั้งสองออกไปสืบหากันให้ควั่กแล้วถ้าได้เห็นตัวจริงล่ะ ไม่หลงจนหัวปักหัวปำเลยรึไง
(หึ หึ หึสงสัยงานนี้แม่พระเอกอย่างเธอ คงต้องจับพ่อลูกชายตัวดียัดใส่ตะกร้าล้างน้ำรอนางเอกมาสู่ขอเสียแล้วกระมัง)’
“รูปใครกันหรอคะคุณผู้หญิง”แม่แช่มที่นั่งอยู่ข้างๆ เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ผู้หญิงที่ตากฤษรักน่ะ”นางกรองแก้วตอบทั้งที่สายตายังจับจ้องอยู่ที่รูปถ่ายของหญิงสาว
“งั้นก็แสดงว่าเป็คนรักของคุณกฤษสิคะแช่มล่ะดีใจจริงๆ เลย อีกไม่นานคุณกฤษของแช่มก็จะแต่งงานแล้วใช่ไหมค่ะ” ถามอย่างตื่นเต้นดีใจ
“อื้มก็คงงั้นแหละ อีกไม่นานหรอกเ้าลูกชายตัวดีของฉันก็จะแต่งงานแต่ว่างานนี้ต้องแต่งกับคนที่ฉันหาให้เท่านั้นนะ”นางบอกเสียงเรียบโดยที่สายตายังคงจับจ้องรูปถ่ายอย่างไม่วางตา
“แต่งกับคนที่คุณผู้หญิงหาให้อ้าว!! ทำไมล่ะคะ ก็ในเมื่อคุณกฤษเธอมีคนรักอยู่แล้วแล้วทำไมถึงไม่ให้แต่งงานกับแม่หนูคนนี้ล่ะ อย่างนี้เธอจะยอมหรอคะ”
แม่แช่มถามอย่างเป็กังวลรู้ดีว่ากฤษณะมีนิสัยเป็ยังไง เพราะหล่อนเลี้ยงดูมากับมือั้แ่ยังแบเบาะ
จนกระทั่งโตมาเป็หนุ่มหล่อที่สาวๆ หลงใหล มีรึที่จะไม่รู้ รายนั้นน่ะ มีนิสัยดื้อรั้นเป็ที่หนึ่งซึ่งไม่ต่างไปจากคุณผู้หญิงเลยแล้วอย่างนี้กฤษณะจะยอมหรอและคำตอบเดียวที่แม่แช่มรู้ก็คือไม่ยอมแน่ๆ
“คุณผู้หญิงไม่พอใจอะไรแม่หนูคนนี้หรอคะ”แม่แช่มถาม
“เปล่าหรอกไม่ใช่ไม่ถูกใจ”ยิ่งฟังคำตอบของนางกรองแก้วก็ยิ่งทำให้แม่แช่มงงเข้าไปใหญ่ ไม่ใช่ไม่ถูกใจก็แสดงว่าถูกใจ แต่แล้วทำไม
“ว่าแต่ใครกันหรอคะคนที่คุณผู้หญิงหามาให้”เอ่ยถามอีกครั้งด้วยความสงสัยแต่อีกฝ่ายไม่ยอมตอบกลับเปลี่ยนเื่และยิ้มอย่างมีความหมายพลอยทำให้คนถามยิ่งกังวลใจมากขึ้นกว่าเดิม
“ฉันจะขึ้นไปพักผ่อนบนห้องสักหน่อยแม่แช่มมีอะไรทำก็ไปทำเถอะ”นางกรองแก้วบอกพร้อมกับเดินขึ้นบันไดไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างเป็สุข
“คุณผู้หญิงนะคุณผู้หญิงคิดจะทำอะไรกันแน่เฮ้อ!!...คิดแล้วกลุ้ม” ว่าแล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างกลัดกลุ้มแทนผู้เป็นาย
ด้านกฤษณะที่เอาแต่ทำงานหามรุ่งหามค่ำจนเผลอฟุบหลับไปบนโต๊ะทำงาน เมื่อมีแสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านกระจกใสเข้ามากระทบเปลือกตาเขาจึงตื่นขึ้นมาด้วยความเมื่อยล้าตามตัว
แถมใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะมีสาวๆ หลงใหลบัดนี้กลับเต็มไปด้วยหนวดเคราที่ว่างเว้นจากการโกนทำความสะอาดเนื่องจาก่นี้เขาไม่ค่อยมีเวลาเอาเสียเลยต้องจัดการเคลียร์งานที่คั่งค้างให้เสร็จและไหนจะเื่หญิงสาวที่เขาให้ภูวิทย์กับเตชิตไปสืบหาอีก
ซึ่งประเด็นหลังสำคัญที่สุด
ก๊อกๆๆเสียงเคาะประตูดังขึ้นสองสามครั้งก่อนที่คนเคาะจะเดินเข้ามาเผชิญหน้ากับเ้าของห้องด้วยท่าทางกล้าๆกลัวๆ และเมื่อเข้ามาก็เอาแต่ก้มหน้ามองพื้น ไม่กล้าพอที่จะสบตากับผู้เป็นาย
“เื่ที่ให้ไปสืบมาได้ความว่าไงบ้าง”นี่แหละคือคำถามที่พวกเขากลัวมากที่สุด ณ จุดจุด นี้
“เอ่อ...คือว่า” เห็นท่าทางของคนสนิทก็ชักทำให้กฤษณะหงุดหงิดขึ้นมาทันทีก่อนจะถามเชิงตะคอกออกไปอย่างไม่สบอารมณ์นัก
“เป็อะไรของพวกแกฮะอ้ำๆ อึ้งๆ อยู่ได้”สองหนุ่มสะดุ้งพร้อมกัน ก่อนจะหันหน้าสบตากลืนน้ำลายดังเอื๊อก เอาวะตายเป็ตาย
“ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ครับนาย”เตชิตรวบรวมความกล้าบอกออกไปและผลก็เป็ดังคาดเมื่อได้ยินเสียงเข้มของผู้เป็นายถามกลับมาด้วยความไม่พอใจ
“อะไรนะทำไมถึงยังไม่คืบหน้าอะไรอีกฮะ”
“..........”ก้มหน้ารอรับชะตากรรมที่กำลังจะตามมา กฤษณะเองก็ถึงกับหัวเสีย
“ออกไปได้แล้วก่อนที่ฉันจะตัดโบนัสของพวกแกสองคน” เขาบอกเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความดุดันส่งผลให้คนทั้งสองต้องรีบออกจากห้องไปอย่างไว
ทางกฤษณะที่เอาแต่นั่งหน้าเครียดอย่างคนคิดหนักไม่เคยมีสักครั้งที่ทั้งสองคนจะทำงานพลาด และครั้งนี้ก็เป็ครั้งแรกแถมยังเป็ครั้งสำคัญที่สามารถชี้วัดชะตาชีวิตเขาได้เลย
มือใหญ่เปิดลิ้นชักเอาแผ่นประวัติหนึ่งเดียวที่มีอยู่ในตอนนี้ออกมาดูอย่างสลดใจมีแค่กระดาษแผ่นเดียวจะไปสู้รบปรบมือกับมารดาได้ยังไงกันหนำซ้ำยังดันไปเผลอรับปากซะอย่างดิบดีเสียด้วย แล้วทีนี้เขาจะทำยังไง
............................................................................................................................................................